EP.5/2
แสงสุดท้ายของวันเริ่มอาบไล้ขอบฟ้าเป็สีส้มอมเืก่อนที่แสงนั้นจะหายไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกกลืนกินโดยความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา
หลังจากพักผ่อนไป่ระยะหนึ่งตอนนี้แซนก็มายืนนิ่งอยู่กลางค่าย ดวงตาจ้องหน้าจอระบบเกมตรงหน้าด้วยความแน่วแน่ในตอนที่ทุกคนกำลังจมอยู่ในความสับสนหลังฝูงซอมบี้ถูกกวาดล้างไปจนหมดเธอกลับกำลังวางแผนขั้นต่อไปแล้ว อาจเพราะตอนนี้ในค่ายไม่มีคนมีพลังพิเศษนอกจากซีอาร์นอกจากนี้พวกเขาเองยังเป็คนอ่อนแอมากกว่าครึ่งการจัดการค่ายด้วยพลังความสามารถของเธอจึงนับว่าง่ายดายเป็อย่างมาก
[ยอดเหรียญในระบบ:152,529 เหรียญ]
เธอพ่นลมหายใจยาวเอื้อมมือขึ้นเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมา
[โหมดสร้าง]
สิ่งแรกที่แซนต้องลงมือทำก่อนจะคิดถึงการหลับตานอนได้อย่างสงบในคืนสิ้นโลกแบบนี้ก็คือการสร้างแนวป้องกันที่แข็งแรง ทนทานและถ้าให้ดีต้องสามารถโจมตีซอมบี้พวกนั้นได้ด้วย
เธอจำได้ว่าในระบบเกมของเธอมีโหมดไซไฟทางการทหารอยู่ด้วยซึ่งประกอบด้วยสิ่งปลูกสร้างระดับสูง หนึ่งในนั้นคือ “กำแพงไฟฟ้าแบบทหาร” ที่ดูเหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้อย่างที่สุด
แซนกวาดนิ้วไปยังรายการในหน้าต่างระบบและเลือกโครงสร้างที่้าในทันที
กำแพงรักษาความปลอดภัยระดับกลางโครงสร้างโลหะผสมสูง4.5 เมตร เสริมแผงเหล็กแ่าพร้อมเสาส่งพลังงานไฟฟ้าแรงต่ำที่วิ่งล้อมตลอดแนวรั้ว้าติดตั้งสายไฟเรืองแสงสีฟ้าอ่อน ไม่เพียงเตือนภัยเมื่อมีการััแต่ยังช่วยข่มขวัญสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรอยู่ในรัศมีได้อีกด้วย
เธอคิดว่ากำแพงสี่เมตรอาจจะไม่เพียงพอในการป้องกันชีวิตของผู้คนในค่ายได้แซนจึงคิดเสริมโครงเหล็กหนาขึ้นมาอีกหนึ่งเมตร หวังว่ากำแพง 5.5 เมตรจะเพียงพอในการหยุดยั้งซอมบี้ในระดับหนึ่งได้
ปังปัง ปัง!
เสียงการก่อสร้างดังขึ้นทันทีที่เธอกดสร้าง
กำแพง เสากำแพงเ่าั้เริ่มพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดินทีละจุดล้อมรอบค่ายอย่างแม่นยำ ราวกับวาดไว้ล่วงหน้า
และเพื่อให้แนวป้องกันนี้สมบูรณ์แซนยังสร้างหอคอยเวรยามที่มุมทั้งสี่ของค่ายอีกด้วย
หอคอยแต่ละจุดสูงราว7 เมตร สามารถมองเห็นรอบค่ายได้กว้างเกือบ 180 องศา บนยอดหอคอยติดตั้งไฟฉายแรงสูงและแตรเตือนภัยหากมีสิ่งใดเคลื่อนไหวผิดปกติระบบจะแจ้งเตือนทันทีโดยไม่ต้องพึ่งคนเฝ้าเพียงอย่างเดียว
ภายในเวลาเพียงชั่วโมงเศษพื้นที่โล่งเปล่าที่เคยดูเปิดเผยและไร้กำบังก็กลายเป็พื้นที่ปลอดภัยขนาดย่อมที่มีแนวป้องกันครบวงจรรอบด้านทั้งการเตือนภัย สกัดการบุกรุก สร้างความอุ่นใจให้กับแซนเป็อย่างมาก
“นี่ลูกสร้างกำแพงพวกนี้ขึ้นมาทั้งหมดเลยงั้นเหรอ?”
ชาญชัยที่เฝ้ามองอยู่เผยสีหน้าตกตะลึงเขามองลูกสาวของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเพราะพลังพิเศษนี้ของแซนมันช่างอัศจรรย์เกินไปแล้วจริงๆ
“ใช่ค่ะแซนยังทำอะไรได้มากกว่านี้อีกค่ะ”
แซนยิ้มตอบกลับชาญชัย
“ทำเท่าที่ลูกไหวก็พอแล้ว”
ชาญชัยยังกลัวว่าพลังพิเศษของแซนจะมีผลข้างเคียงเขาไม่อยากให้ลูกสาวเป็อันตราย
“แน่นอนค่ะแซนจะทำเท่าที่แซนไหว แต่พ่อช่วยเกณฑ์คนให้แซนหน่อยได้ไหมคะ”
“คน?”
“ใช่ค่ะคนที่ยังแข็งแรง พอจะยืนเวรยามได้ ขอให้ผลัดกันเฝ้าทั้งสี่หอคอย แบ่งเวร 3 ่เวลา ถ้าใครยอมช่วยพ่อก็ให้อาหารและน้ำดื่มกับพวกเขาเป็การแลกเปลี่ยน”
ชาญชัยฟังแล้วพยักหน้าสีหน้าจริงจังขึ้นทันที
“เข้าใจแล้วเดี๋ยวพ่อจัดการให้”
เสียงของเขาหนักแน่นก่อนจะเดินหายไปท่ามกลางกลุ่มผู้คน
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ในค่าย
“เธอเป็คนสร้างมันเหรอ?”
“นั่นมันรั้วไฟฟ้าใช่ไหม?”
“หอคอยด้วย!มันมีไฟ!”
ผู้คนเริ่มรวมตัวกันรอบกำแพงไฟฟ้าที่ส่องประกายสีน้ำเงินอ่อนๆ รอบค่ายพวกเขามองไปยังหญิงสาวผอมบางในเสื้อยืดซีดที่เปื้อนฝุ่นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
แผ่นหลังของเธอดูเล็กแต่กลับสามารถให้ความหวังกับพวกเขาได้ใน่เวลาเช่นนี้
แซนในตอนนี้กำลังมองยอดเหรียญในระบบเพื่อคำนวณการพลิกฟื้นค่ายแห่งนี้เงียบๆ
เพราะจากสภาพที่อิดโรยของผู้คนในตอนนี้แซนคิดว่าพวกเขาอาจจะทนไม่ไหวเกินสองวันแน่นอน
ในตอนที่แซนกำลังครุ่นคิดชาญชัยก็กลับมาพร้อมชายหญิงราวสิบกว่าคน บางคนตัวเปรอะเปื้อน บางคนดูอิดโรยแต่แววตาพวกเขาทอแววจริงจัง
“นี่คือคนที่อาสามายืนเวรพ่อให้ผลัดเวร่ละ 4 คนทุกคนยอมแลกกับอาหารหนึ่งมื้อและน้ำสะอาดหนึ่งขวดพวกเขาไม่เรียกร้องอะไรเพิ่มเติมอีก”
แซนพยักหน้ารับเบาๆ
“ขอบคุณค่ะทุกคน แต่นี่เป็แค่เพียงผลตอบแทนใน่นี้เท่านั้น อีกไม่นานฉันจะทำให้ที่นี่กลับมาเหมือนบ้านอีกครั้งต่อไปทุกคนจะต้องได้กินอาหารครบสามมื้อแน่นอนค่ะ”
หลังจากตั้งหอคอยเวรยามและเสริมแนวกำแพงไฟฟ้าจนครบแซนก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น
เธอยืนมองผู้คนในค่ายที่กำลังจับกลุ่มกันอย่างสับสนบ้างมองมาทางเธอด้วยสายตาไม่เชื่อ บ้างก็เริ่มเผยแววความหวังเล็ก ๆในแววตาที่มืดมนมานานนับวัน
แซนหันไปหาชาญชัยก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น
“พ่อคะหนูอยากให้พ่อคัดเลือกคนที่ไว้ใจได้มาสักสองหรือสามคน ช่วยหนูทำงานสำคัญหน่อย”
ชาญชัยขมวดคิ้วเล็กน้อย
“งานอะไรเหรอลูก?”
“ช่วยจดรายชื่อคนในค่ายทั้งหมดค่ะทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่”
เธอหยุดหายใจหนึ่งจังหวะก่อนจะพูดต่อ
“หนูอยากให้ระบุชื่อ เพศ อายุ และถ้าเป็ไปได้ ขอข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพเก่าด้วยค่ะหนูต้องรู้ว่าในค่ายตอนนี้ เรามีใครอยู่ในมือบ้างและมีศักยภาพแค่ไหน”
ในระบบเกมของเธอมันมีโหมดอาชีพมากมายให้เล่นนอกจากนี้การทำงานของผู้คนในอาชีพนั้นจะสามารถทำเงินเข้ามาในระบบได้อีกด้วยเพราะฉะนั้นหาก้าฟื้นคืนโลกใบนี้ให้มีความหวังการทำงานและมีอาหารครบสามมื้อจะทำให้พวกเขากระตือรือร้นมากขึ้น
คำพูดของแซนทำให้ชาญชัยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าอย่างจริงจัง
“พ่อเข้าใจแล้วเดี๋ยวจะไปจัดการให้ทันที”
แซนพยักหน้าตอบพร้อมหันกลับไปยังหน้าต่างระบบอีกครั้ง สายตาเธอกวาดมองไปยังเฟอร์นิเจอร์ต่างๆพยายามวาดแผนผังระบบสาธารณูปโภคไว้ในใจ
ไม่นานนักชาญชัยก็กลับมาพร้อมกับชายหญิงอีกสามคน ใบหน้าพวกเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่แววตาเฉียบคม
“คนพวกนี้เป็อดีตเ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนคนหนึ่งเคยทำบัญชี อีกคนเป็ครูโรงเรียนประถม พ่อคิดว่าไว้ใจได้และมีหัวจัดการงานเอกสารค่อนข้างดี”
แซนยิ้มบางๆ พลางยื่นสมุดและปากกาให้แต่ละคนพร้อมกับอาหารหนึ่งมื้อและน้ำหนึ่งขวดเป็ค่าแรงสำหรับงานนี้
“ฝากช่วยกันรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดภายในคืนนี้นะคะถ้าไม่ทันก็เอาเท่าที่ไหวก่อน พรุ่งนี้เช้าเราจะคุยเื่นี้กันอีกที”
“รับทราบครับ/ค่ะ”
เสียงตอบรับดังพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียงกันก่อนทั้งสามคนจะแยกย้ายกันไปคนละทิศ เริ่มต้นงานที่แซนมอบหมายให้อย่างรีบเร่ง
แซนหันไปมองหอคอยเวรยามทั้งสี่จุดที่เพิ่งสร้างขึ้นในวันนี้แสงไฟฉายแรงสูงเริ่มส่องผ่านม่านความมืดกลายเป็จุดสว่างที่คล้ายตะเกียงเฝ้ายามให้ค่ายในยามค่ำคืน
แม้ภายนอกจะยังคงอันตรายเช่นเดิมแต่ภายในค่ายตอนนี้เริ่มมีกลิ่นอายของความปลอดภัยลอยคลุ้ง
และนี่คือก้าวแรกของของเธอในวันสิ้นโลกแห่งนี้