ณ. อาณาจักรั
ทุกคนกำลังรอคอยการกลับมาของเฟยหลงและอี้เฟย พร้อมรอต้อนรับชายาของทั้งคู่ ซึ่งตอนนี้มันเลยเวลามานานมากแล้ว โดยเฉพาะองค์าาและองค์ราชินีกำลังตั้งตารอบุตรชายและสะใภ้อย่างใจจดใจจ่อ และแล้วการรอคอยของทุกคนก็สิ้นสุดลง เมื่อบุตรชายทั้งสองของพระองค์ปรากฏกายขึ้นพร้อมทั้งชายาทั้งสองคน แต่ที่น่าแปลกใจที่สุดคือ เฟยหลงกลับต้องอุ้มคู่ของตนกลับมาแทนนี่สิที่ทุกคนต่างแปลกใจ มารดาของเขาเลยต้องถามออกมา
"เฟยหลง เกิดเื่อันใดขึ้น"นางถามพลางก้าวเดินมาหาทั้งคู่ อี้เฟยทำความเคารพบิดาก่อนที่จะหันมาทำเช่นเดียวกันกับมารดา หลิงซานเห็นเช่นนั้น ก็เลยทำตามบ้างอย่างเก้ๆ กังๆ เลยเป็ที่น่ารักน่าเอ็นดูของคนที่พบเห็น จิ่นเม่ยมารดาของเฟยหลง มองสำรวจสะใภ้ตนอย่างถี่ถ้วน ปากบางเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจ กับความน่ารักน่าชังของคนตรงหน้า
"ชายาของเ้าช่างน่ารักน่าชังยิ่งนัก เ้ามีนามว่าอย่างไร"
"ข้ามีนามว่าหลิงซานครับ"
เขาตอบออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะมองอีกฝ่ายช่างมีอำนาจเหลือเกิน ส่วนคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์รึ เขาไม่กล้าแม้จะมองหน้าอีกฝ่าย เพราะสง่าราศีของคนที่เป็จ้าวชีวิตมันค้ำคอเขาอยู่
"เป็บุรุษหรอกหรือ ช่างงามยิ่งนัก"
(เดี๋ยวเห็นพี่ชายกรูเข้า จะตาบอดเอาได้เพราะความสวยมันทิ่มตา) เขาคิดอยู่ในใจ แต่ปากกลับยิ้มอย่างน่ารักใสซื่อส่งไปให้อีกฝ่าย ซึ่งตัวตนจริงๆ มันไม่ได้เป็เช่นนั้นตอนนี้ หลิงซานขอทำตัวไหลไปตามน้ำก่อน (ก็ถิ่นของเขานี่ใครจะไปกล้ามีเื่)
"แล้วของลูกล่ะเฟยหลง"
"เป็บุรุษเช่นกันพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่ แต่เขาช่างดื้อดึงเหลือเกิน"
"แล้วลูกทำอะไรกับสะใภ้แม่ เห็นหมดสติมาอย่างนี้เฟยหลง"
จิ่นเม่ยก้มหน้ามามองคนที่อยู่ในอ้อมกอดบุตรชายอย่างละเอียดอีกครั้ง
"ช่างงดงามยิ่งนัก ฝ่าาทอดพระเนตรสะใภ้ของเราทั้งคู่สิเพคะ ช่างถูกใจหม่อมฉันเหลือเกิน"
นางหันไปชักชวนสวามีให้ดูสิ่งที่นางพูด
"ข้าเห็นแล้ว คงจะถูกใจพวกเ้าสามแม่ลูกไม่น้อย ข้าก็เอ็นดูพวกเขาทั้งสองอยู่มาก เอาละพวกเ้าพาพวกเขาสองคนไปพักผ่อนเสีย เดี๋ยวเราค่อยมาคุยกัน"
"พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ"
"อี้เฟยประเดี๋ยวเ้าส่งหลิงซานเข้าตำหนักเสร็จแล้วก็มาพบแม่สักครู่ แม่มีเื่จะถามเ้า ห้ามรังแกสะใภ้แม่เป็อันขาด เ้าก็เช่นกันเฟยหลง ประเดี๋ยวออกมาพบแม่สักครู่ พาชายาของพวกเ้าไปพักเถิด"
"พ่ะย่ะค่ะ" (พร้อมกัน) หลังจากที่ออกจากโถงประชุม อี้เฟยก็พาคู่ของตนมายังตำหนักใน ซึ่งจัดไว้สำหรับคู่ชะตาของพวกเขาก่อนจะเข้าพิธีอภิเษก
"ปล่อยข้านะเ้างูบ้า เลิกจับตัวข้าเสียที"หลิงซานเหลือจะทนที่อีกฝ่ายเอาแต่โอบตัวเขาทั้งตัว พาเดินมาด้วยจนตัวติดกันจวนจะเป็ปาท่องโก๋อยู่แล้ว เขาไม่ชินกับความใกล้ชิดแบบนี้จริงๆ
"รู้สึกว่าเ้าจะความจำเสื่อมแล้วกระมัง ข้าเป็ั ไม่ใช่งูอย่างที่เ้าพูด"
"มันก็เหมือนกันนั่นแหละ"แถเข้าไป ยัดเยียดให้อีกฝ่ายเป็งูเสียให้ได้ไม่นานก็มาถึงตำหนัก อี้เฟยก็เรียกนางกำนัลมาสองคนเพื่อดูแลหลิงซาน
"เอาล่ะเ้าพักผ่อนเถิด ข้าี้เีเถียงกับเ้าแล้ว ข้าจะรีบไปเข้าเฝ้าเสด็จแม่
"เดี๋ยว... พี่ชายข้าเป็อะไร ทำไมถึงยังไม่ฟื้นนี่มันก็นานแล้วนะ"
หลิงซานถามด้วยความสงสัยว่าพี่ชายเขาเป็อะไร
"ไม่เป็อะไรมาก พี่สะใภ้แค่โดนเสน่ห์หาแห่งคู่ชะตาเล่นงานเอา อีกไม่นานก็จะฟื้นเอง เ้าอย่าได้กังวลใจไปเลยเสี่ยวไป๋"
"หยุดเรียกข้าแบบนี้สักที"
"ข้าจะเรียก ในเมื่อเ้าเรียกข้าเ้างูได้เลยนี่"
"อะ-ไอ้งูบ้า! "ะโไล่หลังอีกฝ่ายไปอย่างเดือดดาล
อี้เฟยพูดจบก็หันหลังกลับออกไปทันที หลิงซานจึงมีเวลามองสำรวจไปทั่วตำหนักที่ตนพักอยู่อย่างละเอียด ก็ต้องตะลึงกับความสวยงาม และที่สำคัญความรวยมันทิ่มตาเขา
"แม่จ้าว ตาลายเลยเว้ย อะไรมันจะขนาดนี้วะทองทั้งนั้น เ้าบ้านั้นคงจะรวยน่าดูคอยดูเหอะ เดี๋ยวพ่อจะแย่งมาให้หมดเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
(ผมก็แกล้งพูดไปอย่างนั้นล่ะครับ ไม่มีอะไรหรอก)
"พระชายาทรงตรัสว่าอย่างไรนะเพคะ"นางกำนัลถามขึ้น เพราะเห็นนายตนพูดจาและท่าทางแปลกๆ
"เอ่อไม่มีไรหรอก แล้วพวกเ้าจะให้ข้าเรียกว่าเช่นไร"
"หม่อมฉันมี่ฮวาเพคะ"
"หม่อมฉันเม่ยเม่ยเพคะ"
"อืม... ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าคงต้องรบกวนพวกเ้าแล้ว"
"หามิได้เพคะ เป็หน้าที่ของหม่อมฉันสองคนที่จะดูแลพระชายาเพคะ"
(พระชายาบ้าบอนะสิ กรูเป็ผู้ชายโว้ยทำไมเข้าใจยากนักวะ)
"ตำหนักที่ท่านพี่ของข้าพักอยู่มันไปทางไหน ข้าจะไปหาเขา"เขาถามนางทั้งสอง
"อยู่ใกล้ๆ นี่เองเพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะนำทางเองเพคะ"
ตำหนักของเย่วซิน
เฟยหลงวางร่างบางที่ยังคงหลับใหลลงบนที่นอนนุ่มอย่างเบามือ ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมลอย่างห่วงหา เขาต้องรีบไปพบมารดา ไม่อย่างนั้นคงนั่งเฝ้าร่างบางจนกว่าจะฟื้น เลยต้องให้นางกำนัลสองคนเฝ้าแทนเขา
"เ้าสองคนดูแลชายาข้าให้ดี จนกว่าเขาจะฟื้น"
"เพคะๆ องค์รัชทายาท"พร้อมกัน
เขาพูดจบก็รีบตรงไปยังที่หมาย พอดีสวนเข้ากับหลิงซานเลยหยุดพูดกับคนตรงหน้า หลิงซานก้มหน้าค้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อแสงความเคารพ อย่างไรมารยาทเขาก็พอจะมีอยู่บ้าง เพราะอีกฝ่ายเป็ถึงองค์รัชทายาทของอาณาจักรแห่งนี้ เฟยหลงพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย
"เขายังไม่ฟื้นเลยรบกวนเ้าช่วยดูแลเขาแทนข้าสักประเดี๋ยว ข้าเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมา"
"วางใจเถิด ท่านพี่เป็พี่ชายข้า ข้าย่อมดูแลเขาเป็อย่างดี"
"อืม แล้วข้าจะรีบกลับมา"
"เฟยหลงทำไมลูกทำเช่นนี้ ลูกก็รู้มิใช่รึหลังจากผูกชะตาเข้าด้วยกันแล้ว หากใกล้ชิดกันจนเกินเลยมันจะเกิดอะไรขึ้น"
มารดาของเขาได้เอ่ยขึ้นหลังจากรับรู้เื่ราวทุกอย่างจากปากบุตรชาย ก็อดที่จะรู้สึกสงสารสะใภ้ของตนไม่ได้ นางเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเพราะนางก็มาจากหมู่บ้านแห่งนั้นเหมือนกัน
หากแต่ว่านางยังพอมีโอกาสเตรียมตัวเตรียมใจไว้บ้าง แต่ร่างบางไม่ทันได้เตรียมอะไรเลย ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองเป็คู่ชะตาอีกคนหนึ่ง
"ลูกต้องขออภัยจริงๆ ลูกรู้แต่ตอนนั้นมันลืมตัวจริงๆ พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่"
"เอาล่ะในเมื่อมันผ่านมาแล้วก็แล้วกันไป คราวหลังเ้าต้องระวังเอาไว้ให้มากอย่าได้เผลอไผลเป็อันขาด เ้าก็ด้วยอี้เฟย"นางเตือนบุตรชายของนาง
"พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่
"ว่าแต่สะใภ้แม่ พยศมากเลยรึเฟยหลง"นางถามด้วยความสงสัย
"ดื้อดึงเหลือเกิน เขาไม่ยอมรับลูกเลย"เฟยหลงตอบมารดาด้วยสีหน้าหนักใจ
"ให้เวลาเขาได้ปรับตัวเสียหน่อยเถิดเฟยหลง แม่เองก็เคยเป็เช่นนี้มาก่อน แม่เข้าใจความรู้สึกของเย่วซินเป็อย่างดี"
"ลูกจะรอพ่ะย่ะค่ะ จะไม่บังคับ ให้เขาค่อยๆ ปรับตัว ยังพอจะเหลือเวลากว่าจะจัดพิธีอภิเษก ถึงวันนั้นแล้วลูกก็หวังว่าเขาจะยอมรับลูกได้"
"แม่อวยพรให้เ้าทำสำเร็จเอาชนะใจเขาให้ได้" นางอวยพรบุตรชายของนางก่อนจะหันทางอี้เฟยบ้าง
"แล้วเ้าล่ะอี้เฟย ดูแล้วสะใภ้เล็กของแม่ ท่าจะอ่อนโยนน่ารักน่าชังไม่น้อยใช่หรือไม่"
"ลูกว่าไม่น่าจะใช่อย่างที่เสด็จแม่คิดกระมังพ่ะย่ะค่ะ เขาก็ดื้อดึงเอาการแต่ลูกคิดว่าเอาอยู่พ่ะย่ะค่ะ เพราะเขายังอ่อนเยาว์อยู่มากไม่น่าจะดัดยาก"เขาคิดเช่นนั้นจริงๆ หลังจากแอบดูพฤติกรรมของร่างเล็ก ก็คาดเดาได้ว่าไม่น่าจะยากเขาเอาอยู่มั่นใจอย่างนั้น
หลังจากที่เย่วซินหลับไปเสียนานจนคนเป็น้องใจคอไม่ดี กลัวพี่ชายจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก แต่สุดท้ายร่างบางก็ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ ในเช้าวันใหม่ สิ่งแรกที่ร่างบางเห็นก็คือข้างกายตนมีร่างเล็กที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียง หลิงซานมานอนเฝ้าพี่ชายตนทั้งคืน ถึงแม้ว่าอี้เฟยจะกล่อมให้กลับไปพักที่ตำหนักอย่างไร คนตัวเล็กก็ไม่ยอมท่าเดียวขนาดเขาลากไปแล้วยังจะดื้อกลับมาอีกจนได้
"หลิงซาน" เขาเอ่ยเรียกน้องชายด้วยเสียงที่แหบแห้งในลำคอ
"ท่านพี่ตื่นแล้ว ข้ากลัวเหลือเกินว่าท่านจะไม่กลับมาเสียแล้ว"
หลิงซานละล่ำละลักพูดกับพี่ชายพร้อมตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้จนคนเป็พี่ต้องพูดปลอบออกไป
"เด็กโง่ ข้าจะไปที่ใดได้ล่ะ ในเมื่อเ้ารอข้าอยู่ที่นี่ เลิกงอแงได้แล้ว"เขาพูดพลางยื่นมือสวยมาลูบศีรษะคนเป็น้องชายอย่างปลอบใจ สายตาสวยกวาดมองไปรอบๆ ห้องที่ไม่เคยรู้จัก เขาไม่คุ้นตาเอาเสียเลยกับความโอ่อ่าหรูหราของที่นี่
"ที่นี่คงเป็วังัซินะ เขาพาข้ามายังอาณาจักรัทั้งๆ ที่ข้ามิได้เต็มใจเลย"
"ท่านพี่" หลิงซานพูดไม่ออกไม่รู้จะปลอบอีกฝ่ายอย่างไรดี
"แม้แต่ท่านพ่อท่านแม่ ข้ายังไม่มีโอกาสได้เอ่ยคำล่ำลาเลยแม้แต่น้อย"ร่างบางพูดได้แค่นั้นน้ำตาเริ่มไหลออกมาอีกครั้ง ร่างเล็กเลยปล่อยให้พี่ชายตนระบายความทุกข์ออกมาให้หมด
"ท่านพี่ท่านยังมีข้าอยู่ข้างกายท่านนะ ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวเสียหน่อย ข้าเองก็ไม่ได้อยากมาที่นี่เลยสักนิด ถ้าอย่างนั้นเราหาวิธีหนีออกไปจากที่นี่ดีหรือไม่"หลิงซานพูดความ้าของตัวเองออกมา เพื่อจะปรึกษากันหากแต่เย่วซินยังสับสนอยู่มาก เลยไม่สามารถให้คำตอบอะไรได้เฟยหลงที่ตอนนี้นั่งอ่านฎีกาที่เหล่าขุนนางนำมาให้ ก็มีนางกำนัลที่ตำหนักของเย่วซินได้มารายงาน
"ทูลองค์รัชทายาท ตอนนี้พระชายาทรงฟื้นแล้วเพคะ"
เพียงได้ยินว่าร่างบางฟื้นแล้วเท่านั้น เขาก็รีบลุกและมุ่งตรงไปยังตำหนักของร่างบางทันทีอย่างรีบร้อน พอไปถึงเห็นเย่วซินนั่งคุยอยู่กับหลิงซาน เลยส่งสัญญาณให้ทุกคนออกไปจากตำหนัก โดยที่ร่างบางไม่รับรู้ว่ามีใครอีกคนที่ตนไม่อยากจะพบหน้าที่สุดในตอนนี้ ได้มายืนอยู่ข้างหลังตนแล้ว
"ท่านพี่ ข้าไปหาอะไรให้ท่านทานดีกว่า ท่านคงหิวแย่แล้ว"
"ไม่ต้องหรอกหลิงซาน ข้ายังไม่หิว เ้าอยู่เป็เพื่อนข้าก่อนเถิด"
"ข้าไปเดี๋ยวเดียวเองแล้วจะรีบกลับมา รอข้าครู่เดียวนะท่านพี่"
"ก็ได้เ้ารีบกลับมานะ ข้าไม่อยากอยู่คนเดียว"
หลังจากที่ร่างเล็กออกไปแล้ว เฟยหลงก็มายืนต่อหน้าจนเย่วซินสะดุ้งเล็กน้อย
"ท่านเข้ามาทำไม ออกไปนะข้าไม่อยากเห็นหน้าท่าน"
"จะให้ข้าไปที่ใดกัน ในเมื่อชายาข้าอยู่ที่นี่" เขาตอบออกไป
"ไม่ ข้ามิได้เต็มใจแม้แต่น้อย อย่าได้บังคับข้าเพราะอย่างไรเสียข้าก็ไม่ยอมเด็ดขาด"
เฟยหลงเห็นถึงความดื้อดึงของอีกฝ่ายก็ชักจะโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว
"เ้านี่มัน ข้าจะทำเช่นไรกับเ้าดีเย่วเอ๋อร์"
"พาข้ากลับหมู่บ้านของข้าสิ"
"เ้าอย่าได้ฝันไปว่าข้าจะยอมปล่อยเ้า ในเมื่อเ้าคือคู่ชะตาของข้า ข้าจะไม่มีวันยกเ้าให้ใครเป็อันขาด แม้แต่คนที่เ้ารักก็ตาม! "
"ท่านมันเลว ข้าเกลียดท่าน! "
เฟยหลงถึงกับเืขึ้นหน้า ที่ร่างบางกล่าวหาเขาเช่นนี้ ร่างสูงใช้มือที่แข็งแรงจับไหล่ร่างบางอย่างขาดสติ ก่อนที่จะเขย่าจนอีกคนหัวสั่นหัวคลอน
"ข้าเลวตรงไหนกัน เ้าจงตอบข้ามาเย่วเอ๋อร์ตอบมาเดี๋ยวนี้! "
"ออกไปให้พ้นนะ ออกไป! "
เย่วซินผลักไสทุบตีเขาพัลวัน ก่อนจะรีบลุกจากเตียง ในใจไม่อยากเห็นหน้าบุรุษผู้นี้อีก ไปไหนก็ได้ที่ไม่มีร่างสูง เฟยหลงเห็นเช่นนั้นเลยรีบคว้าร่างบางเอาไว้
"เ้าจะไปไหนกันเย่วเอ๋อร์"
"ปล่อยข้า ข้าจะไปที่ใดมันก็เื่ของข้า ท่านอย่าได้มายุ่ง"หนักเข้าเขาก็รวบร่างบาง เข้ามากอดเอาไว้แน่น
"ข้ายอมเ้าได้ทุกเื่ แต่ขอเพียงเื่นี้เื่เดียวเท่านั้น"
เขาโอบกอดร่างบางไว้แนบอก ร้องบอกสิ่งที่ตน้าออกไป
"แต่เื่ที่ท่านขอ มันเป็เื่ที่ข้าไม่อาจให้ท่านได้ สิ่งเดียวที่ข้า้าที่สุดในตอนนี้ คือกลับเผ่าหงส์ไฟบ้านของข้า"
"เย่วเอ๋อร์ ข้าขอร้องเ้าเพียงเื่เดียวเท่านั้น"
เฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนอ้อนวอนจนเย่วซินสับสน ดวงตางามมองคนตรงหน้าอย่างครุ่นคิด เขาคงหมดหนทางเสียแล้ว อย่างไรร่างสูงคงไม่ยอมปล่อยเขาไป เย่วซินถอนหายใจอย่างปลงไม่ตก
"คงหมดหนทางจริงๆ แล้วสินะ อย่างไรเสีย ท่านก็จะไม่ยอมปล่อยข้าไปจริงๆ "
"เป็ดังเช่นที่เ้าว่า เพราะข้ามิอาจปล่อยมือจากเ้าได้เลยจริงๆ "เขาตอบ
"ข้าขอเวลาท่าน ท่านจะว่าอย่างไร"
"ย่อมได้เสมอ สำหรับเ้าแล้วข้ายอมหมดทุกอย่าง ขอเพียงเ้าอยู่ที่นี่ อยู่เคียงข้างข้า"
ร่างสูงตอบรับด้วยความดีใจที่ร่างบางยอมอ่อนให้เขา แม้เพียงเล็กน้อยก็ถือว่าเป็สัญญาณที่ดีสำหรับเขาแล้ว เย่วซินกำลังสับสนกับตนเอง อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นและความอ่อนโยนของคนตรงหน้า
มันทำให้ร่างบางคิดอะไรไม่ออกสมองมันตีบตันไปเสียดื้อๆ เมื่อมองเห็นรอยยิ้มดีใจที่ร่างสูงส่งมาให้นั้น มองทีไรหัวใจเขามันอยู่ไม่เป็สุขสักที
ณ. อาณาจักรเผ่ามาร
อาณาจักรของเผ่ามารที่ยิ่งใหญ่ไม่ต่างจากเผ่าัเลยแม้แต่น้อย มีาามารตนหนึ่งปกครองเผ่าพันธุ์ของตนอย่างสงบสุขมาเนิ่นนาน าามารมีโอรสอยู่สามคนหนึ่งในนั้นคือ โอรสคนเล็กสุดที่หาใช่โอรสแท้ๆ ของพระองค์ แต่ไม่ว่าพี่ชายทั้งสองหรือแม้แต่องค์าาเอง ต่างก็รักและเอ็นดูองค์ชายน้อยแห่งอาณาจักมารเป็ที่สุด เพราะความสดใสไร้เดียงสาของน้องเล็ก ทุกคนต่างพากันตามใจเขาจนเคยตัว ทำให้เขามีนิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจตนอยู่มาก องค์ชายคนโตซึ่งก็คือองค์รัชทายาทของเผ่ามาร มีนามว่า อี้เทียนหลง มีนิสัยเด็ดเดี่ยว ใจร้อน ส่วนคนรอง อี้จินฟู่ มีนิสัยเยือกเย็นนิ่งขรึม เผ่ามารกับเผ่าัไม่ค่อยจะลงรอยกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ไม่ถึงกับตัดไมตรี ยังคงไปมาหาสู่กันบ้างในบางครั้ง แต่ที่ทุกคนรู้ก็คือรัชทายาทของทั้งสองเผ่าที่เป็ไม้เบื่อไม้เมากันมานาน
"ข้าได้ข่าวมาว่า เ้าเฟยหลงไปรับตัวคู่ของมันมายังเผ่าัแล้วใช่หรือไม่"
เขาพูดกับองครักษ์คนสนิทของตน
"พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมได้แอบเข้าไปสืบได้ความมาว่า คู่ของโอรสแฝดนั้นช่างงดงามยิ่งนัก แม้ว่าจะเป็บุรุษก็เรียกได้ว่างามล่มเมืองเลยทีเดียว"
"จะสักเท่าไรกันเชียว ยิ่งเป็บุรุษด้วยแล้ว ข้าว่าข่าวลือเสียมากกว่าช่างน่าขันสิ้นดี"
"แต่กระหม่อมว่าอาจเป็ไปได้ เห็นนางกำนัลพูดกันว่ายิ่งคู่ของโอรสองค์โตยิ่งงามหาที่ติไม่ได้ เป็ที่รักและหวงแหนขององค์รัชทายาทมากมายนัก และจะมีพิธีอภิเษกในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ครานั้นพระองค์คงจะได้เห็นพ่ะย่ะค่ะ"
องครักษ์ชี้แจงเื่ราวที่ตนไปสืบได้ความมา ทำให้คนตรงหน้าชักอยากจะเห็นเสียแล้ว
"ไม่หรอก ข้าไม่รอนานขนาดนั้นเป็แน่ข้าก็อยากเห็นอยู่เช่นกัน ว่างามสมดั่งคำร่ำลือกันหรือเปล่า"
"ท่านหมายความว่า"องครักษ์เอ่ยออกมาหลังจากที่รับรู้จุดประสงค์ของผู้เป็นาย
"ใช่แล้ว ข้าจะแอบลักลอบเข้าไปยังวังัอย่างเงียบๆ "
"แล้วถ้าหากว่าถูกจับได้ล่ะ พระองค์จะทำเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ"
"ไม่หรอกเ้าก็รู้จักฝีมือข้าดี ไม่มีทางจับข้าได้เป็อันขาด"
เขาบอกองครักษ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย หากแต่ในตาวาววับคู่นั้น มันไม่ได้นิ่งเฉยเหมือนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้เย่วซินมาอยู่ที่วังัสองอาทิตย์แล้ว ระหว่างนั้นทุกๆ วันเฟยหลงจะหมั่นมาหาเขาอยู่เสมอ ตอนแรกร่างบางก็ไล่เขาเสียทุกครั้งไป แต่พอนานๆ เข้าก็ปล่อยเลยตามเลย ไม่สนใจจะมาก็มาจะไปก็ไปเขาแค่อยู่เฉยๆ ตอนนี้สภาพจิตใจเขาดีขึ้นมากแล้ว
เพราะมีน้องชายอยู่เคียงข้างเสมอ พร้อมทั้งองค์ราชินีมารดาของเฟยหลง ที่มักจะแวะเวียนมาหาเขาอยู่เกือบจะทุกวัน ตอนแรกก็รู้สึกเกร็งมาก แต่ความใจดีมีเมตตาของท่านที่แสดงออกมาให้เขาได้รับรู้ ทำให้ร่างบางเริ่มจะปรับตัวให้เข้ากับที่นี่ได้บ้าง จึงเริ่มจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว และทุกคนที่นี่ััถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างบางได้ โดยเฉพาะร่างสูงที่ตอนนี้เขามีความสุขยิ่งนัก รอยยิ้มจึงมักจะปรากฏให้ผู้คนเห็นเสมอ
"แม่ว่า่นี้เ้าจะยิ้มบ่อยไปไหมเฟยหลง มีเื่น่ายินดีอะไรรึ"
มารดาของเขาเอ่ยหยอกเย้าบุตรชาย นางพอจะมองเห็นนิมิตหมายอันดี เกี่ยวกับสะใภ้ใหญ่ของนาง
"เสด็จแม่ก็ทรงทราบดีอยู่แล้ว ยังจะมาแกล้งถามลูกอีก"
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ แม่ดีใจเสียจริงที่เห็นเ้ามีความสุข เช่นนี้แม่ก็หายห่วง"
ทางด้านคนที่ถูกกล่าวถึง
"ท่านพี่ข้าอยากชวนท่านออกไปเดินเล่นที่นอกตำหนักบ้าง อุดอู้อยู่แต่ในนี้มันน่าเบื่อจะตาย ไปเดินดูรอบๆ วังก็ได้ ั้แ่มาถึงข้ายังไม่ได้ไปไหนเลย"
"ไปซิข้าก็ชักจะเบื่อเหมือนที่เ้าว่าเหมือนกัน"
"อืมดีเลยงั้นเ้าสี่คนตามข้ากับท่านพี่มา แต่พวกเ้านำทางดีกว่าข้าไม่คุ้นเคยกับที่นี่"
"เพคะพระชายา ตามหม่อมชั้นมานะเพคะ หม่อมชั้นจะพาพระชายาทั้งสองเที่ยวชมให้รอบวังเลย"
นางกำนัลหนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้น พวกเขาทั้งหมดเลยออกจากตำหนักไป หลิงซานตื่นตาตื่นใจกับความอลังการของอาณาจักรแห่งนี้มาก
"โหอะไรมันจะขนาดนี้ เกิดมาจนจะแก่อยู่แล้วเนี่ย ยังไม่เคยเห็นอะไรที่มันสวยได้ขนาดนี้เลย ท่านพี่ว่าจริงหรือไม่"
เขาหันไปมองพี่ชายก่อนจะถามออกไป
"อืมข้าก็ว่าเช่นนั้น"
"เม่ยเม่ย แล้วที่นั่นคือที่ใดกัน"
เขาชี้มือไปยังที่หมาย พลางถามนางกำนัลของตนออกมาด้วยความสงสัยกับสถานที่ใหม่ที่ดูสวยงามมาก เพราะมีดอกไม้นานาพันขึ้นอยู่เรียงรายไปทั่ว นางกำนัลมองตามก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้ม
"อ๋อ... เป็อุทยานหลวงเพคะ องค์ราชินีทรงโปรดปรานที่นี่มาก พระองค์มักจะแวะเวียนมาอยู่เสมอ แต่ไม่ใช่ใครก็เข้าไปได้นะเพคะ"
"แล้วข้ากับท่านพี่ล่ะเม่ยเม่ย จะเข้าไปได้หรือไม่"
"ย่อมต้องได้แน่นอนซิเพคะ ก็พระองค์เป็ถึงพระชายานะเพคะ"
นางกำนัลอธิบายให้ร่างเล็กได้เข้าใจ ถึงฐานะของตนที่มีในวังัแห่งนี้ เย่วซินเดินตามอยู่เงียบๆ มองไปรอบๆ ธรรมชาติของที่แห่งนี้มันช่างสวยงามเสียจริง ทำให้ร่างบางผ่อนคลายมากขึ้น ฟังเสียงน้องชายตนพูดไม่หยุดถามโน่นถามนี่ไปเรื่อย สงสัยไปเสียหมดจนเขายิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูเสียไม่ได้ จนในที่สุดก็มาถึงที่แห่งหนึ่ง
"ที่นี่เขาเรียกว่าอะไรเม่ยเม่ย" หลิงซานถาม
"เอ่อคือ เอ่อ... "
นางกำนัลอึกอักไม่ยอมพูดออกมาสักที เลยสร้างความสงสัยให้เขามาก รวมทั้งเย่วซินก็ด้วย
"มันมีอะไรรึเ้าจึงตอบข้าไม่ได้"
"ไม่มีอะไรหรอกเพคะเพียงแต่สถานที่แห่งนี้ มันคือวังหลังที่มีเหล่าสนมพักอาศัยอยู่นะเพคะ พระองค์เอ่ออย่าไปสนใจเลยเราไปทางโน้นกันดีกว่า"
"เดี๋ยวข้ายังไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าจะหายข้องใจ"
หลิงซานไม่ยอมไปไหนจริงๆ หากยังไม่หายสงสัยต่อมอาการเผือกเริ่มกำเริบ
"พระชายายังข้องใจอันใดรึเพคะ"
"ก็ข้าสงสัยนี่ ว่านางสนมเ่าั้เป็ของผู้ใดกัน"
"เอ่อคือ คือ... ขององค์ชายทั้งสองเพคะ"
นางกำนัลทั้งสี่เริ่มมีสีหน้าไม่สบายใจ ต่างคนก็ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ใบหน้า กลัวเหลือเกินหากองค์ชายทั้งสองรู้เข้า พวกนางมิต้องหลังขาดหรอกรึที่บังอาจพาพระชายามาที่นี่
"เ้าคนบ้า มันช่างน่ารังเกียจเสียจริง"
คราวนี้เย่วซินเอ่ยขึ้นมาเบาๆ หลังจากที่เงียบมานาน
"ไอ้งูโรคจิตมีผู้หญิงเก็บไว้เป็โกดังแบบนี้ ยังจะมายุ่งวุ่นวายอะไรกับกูอีกวะ"
"ไปทางนั้นดีกว่าเพคะ มีต้นท้อหลายต้นเลยกำลังออกผลสุกน่ากินเชียวเพคะ"
ลูกท้อหรือมันก็อร่อยใช้ได้เลยล่ะ เขาก็ชอบกินอยู่ไม่น้อย ใบหน้าหวานเลยเผยรอยยิ้มออกมา สุดท้ายทุกคนก็มาอยู่ในสวนท้อที่ตอนนี้กำลังออกผลเต็มไปหมด
"ทำไมมันมากมายอย่างนี้ กี่ไร่วะนี่ถ้าเป็ที่เราอยู่เมื่อก่อนคงรวยตายเลย"
"พระชายาทรงอยากเสวยหรือไม่เพคะ หม่อมฉันจะสอยมาถวาย"
"โอ๊ยปวดหัว พวกเ้าพูดธรรมดากับข้าเถิดนะ แค่นี้ข้าก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว เสวยอะไรไม่สนแล้วพูดได้คำเดียว กรูจะแดรกเว้ย"
"หลิงซานสำรวมกิริยาของเ้าเสียหน่อย"
เย่วซินปรามน้องชายออกมาเบาๆ เพราะนางกำนัลต่างก็มองมาอย่างงงๆ กับคำพูดของร่างเล็ก
"ไม่มีอะไรหรอก ท่านพี่ท่านจะทานหรือไม่เดี๋ยวข้าเก็บให้"
"ไม่ต้องเพคะ เดี๋ยวพวกหม่อมชั้นจะเก็บให้เอง"
"ไม่เอาข้าจะเก็บเอง"พูดจบเขาก็สวมิญญาลิง ปีนป่ายขึ้นต้นไม้ทันที
"ว๊าย... พระชายาไม่ได้นะเพคะ ทำไมถึงได้ซุกซนเช่นนี้นะ"
พวกนางเรียกเท่าไรร่างเล็กก็ไม่ยอมลงมา เล่นเอาเหงื่อตกไปตามๆ กัน กลัวเหลือเกินว่าจะต้องโทษหากเกิดอันตรายขึ้นกับร่างเล็ก
หลิงซานตาลายกับผลท้อผลใหญ่ๆ เขาเก็บได้ลูกโตๆ หลายลูกจึงโยนลงมาให้คนที่อยู่ด้านล่างรับ
"ท่านพี่ ข้าจะโยนลงไปแล้วนะ ท่านรับด้วย"
หลิงซานะโลงมา
"เ้าระวังตกลงมานะหลิงซาน" เย่วซินเตือนออกไปด้วยความเป็ห่วง
"ปีนต้นไม้แค่นี้จิ๊บๆ ทำไม่ได้ก็ตุ๊ดแล้ว เอ้าพวกเ้ารับซิ ยืนเอ๋อแดกอยู่ได้"เป็เวลาเดียวที่อี้เฟยผ่านมาทางนี้เข้าพอดี จนได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นในสวนท้อก็ชักจะสงสัย เพราะเห็นเหล่านางกำนัลที่เขาให้ดูแลคนตัวเล็กกับพี่สะใภ้กำลังทำอะไรกัน เลยตรงเข้าไปดู หลิงซานที่อยู่บนที่สูงย่อมมองเห็นเบื้องล่างได้ถนัด ปากบางเลยเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา รอเวลาเหมาะๆ ที่อี้เฟยเดินเข้ามาใกล้ๆ พอได้จังหวะก็โยนผลไม้ที่อยู่ในมือลงมาทันที
"โอ้ย... "ร่างสูงก้มลงมองสิ่งที่หล่นใส่หัวเขา ก่อนที่จะตวัดสายตาขึ้นไปมอง้า ก็เห็นคนที่เป็ต้นเหตุนั่งกินผลท้ออย่างสบายใจ
"ลงมาเดี๋ยวนี้เสี่ยวไป๋"เขาเรียกร่างเล็กให้ลงมาด้วยสีหน้าและแววตาที่บ่งบอกว่าโกรธจัด น้ำเสียงที่ลอดไรฟันออกมาอย่างช้าๆ จนร่างเล็กที่ตอนแรกก็สนุกดีอยู่หรอก แต่ตอนนี้ชักจะหมดสนุกเสียแล้ว เพราะพายุลูกใหญ่ข้างหน้ากำลังจะซัดมาทางตน
"ข้าไม่ลง ก็ดูท่านมองข้าซิจะกินหัวข้าอยู่แล้วนะ ไม่เอาไม่ลง"
"ข้าให้โอกาสเ้าอีกครั้ง จะลงมาดีๆ หรือต้องให้ข้าใช้กำลังกับเ้า"
"ไม่เอา ไม่ลง" ร่างเล็กดื้อแพ่ง
"หูหนวกหรือไร ข้าบอกว่าลงมาไม่ได้ยินรึ! "
"หูไม่หนวกโว้ยแต่ไม่ลง! "
อี้เฟยหมดความอดทนกับคนตรงหน้า เลยใช้ลมปราณสะบัดออกไปแค่ฝ่ามือเดียว ก็ทำให้ต้นท้อที่ร่างบางเกาะอยู่สั่นไหวรุนแรง ราวกับโดนพายุห ลิงซานเกาะต้นไม้เอาไว้อย่างเหนียวแน่น แต่ก็ชักจะอ่อนแรงลงทุกที อี้เฟยยืนมองอยู่เช่นนั้นรอแค่เพียงไม่นาน สุดท้ายร่างเล็กก็หมดแรงมือบางหลุดจากการเกาะกุมพลัดตกลงมา
"มะ-ไม่นะ อ๊าก!! ช่วยด้วย... "
ร่างเล็กะโอย่างใ อี้เฟยที่รอจังหวะอยู่แล้ว ก็รีบะโเข้าไปรับ ร่างเล็กตกลงมาอยู่ในอ้อมแขนของเขาได้อย่างเหมาะเจาะ เขาก้มลงมองร่างเล็กที่ตอนนี้เพียงแต่นอนนิ่งๆ มองเขาตาปริบๆ
"ใครปล่อยให้ชายาข้าปีนต้นไม้กัน พวกเ้าดูแลกันอย่างไร! "
อี้เฟยหันไปเล่นงานเหล่านางกำนัลที่ดูแลคนตัวเล็ก พวกนางได้แต่ก้มลงหน้าผากชิดพื้น
"พวกหม่อมชั้นผิดไปแล้ว องค์ชายโปรดให้อภัยด้วย"
"พวกเ้ารู้ใช่หรือไม่ หากเกิดอันตรายกับสองคนนี้ จะต้องโทษเช่นไร"
เขาจ้องมองพวกนางด้วยสายตาวาววับจนนางกำนัลกลัวกันลนลาน เพราะไม่เคยเห็นอี้เฟยดุดันน่ากลัวเช่นนี้มาก่อน
"พวกหม่อมชั้นสมควรตาย องค์ชายโปรดเมตตาด้วย" พูดพร้อมกัน
"ไสหัวไปให้หมด เตรียมตัวรับโทษซะ"
หลิงซานฟังอยู่นานก็อดที่จะประท้วงขึ้นไม่ได้ เพราะรู้สึกผิดที่ตนเป็ต้นเหตุของเื่นี้ จนทำให้มีคนถูกลงโทษเพราะความดื้อดึงของตนเอง
"เดี๋ยวก่อนอย่าลงโทษพวกนางเลย พวกนางห้ามข้าแล้ว แต่ข้าดื้อดึงเอง พวกนางไม่ผิด"
"คราวนี้เ้าก็รู้แล้วใช่หรือไม่ ว่าความดื้อดึงของเ้าทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน"
"ข้ารู้แล้ว"ตอบด้วยสีหน้าหงอยๆ ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตาดุๆ ของอีกฝ่าย พออี้เฟยเอาจริงเข้าก็หายพยศลงมาก ร่างสูงมองหน้าคนที่อยู่ในวงแขนตน
"เ้าผิดก็ต้องได้รับโทษ"
"ไม่นะก็ข้าอยากกินผลท้อนี่หน่า จะมาลงโทษข้าได้อย่างไร มันไม่ยุติธรรมเลย"
"ยังจะพูดอีก ประเดี๋ยวได้เจอดี ไปกันเถิดพี่สะใภ้ข้าจะไปส่งท่าน"ระหว่างทางเดินกลับตำหนัก
"เ้าก็รู้แล้วใช่หรือไม่ว่าหลิงซานดื้อดึงเพียงใด พวกนางไม่มีทางห้ามเขาได้ ขนาดข้าเขายังไม่ฟังเลย แล้วนางกำนัลพวกนั้นจะห้ามเขาได้หรือ"ร่างบางพูดออกมาระหว่างเดินกลับตำหนัก
"ใช่ ข้ารู้ดี"
"แล้วเ้ายังจะสั่งลงโทษพวกนางอีกหรือ"
เย่วซินพูดออกไปเพื่อจะช่วยให้พวกนางเ่าั้พ้นโทษ อี้เฟยนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจ
"ถ้าเช่นนั้น ข้าจะยอมละเว้นพวกนางสักครั้ง แต่สำหรับเ้าเสี่ยวไป๋ ข้าจะไม่ยอมละเว้นเป็อันขาดเ้าจะได้หลาบจำ"
ตำหนักของเย่วซิน
"ถึงแล้วพี่สะใภ้ ท่านพักเถิดข้าไม่รบกวนท่านแล้ว"
พูดจบก็หันหลังกลับ พร้อมกับร่างเล็กที่ยังคงอยู่ในวงแขนเช่นเดิม ร่างเล็กเลยประท้วงขึ้น
"ท่านจะพาข้าไปไหน ปล่อยข้าลงเถิดข้าจะอยู่กับท่านพี่"
"พาเ้าไปส่งที่ตำหนักอย่างไรล่ะ" เขาตอบ
"แต่ข้ายังไม่อยากกลับเลยนี่"
ร่างเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน หากแต่ครั้งนี้ไม่ได้ผลดังคาดเอาไว้
"ไม่ต้องมาออดอ้อนข้า มันไม่ได้ผลหรอก"
"ชิ ไอ้งูบ้า เสือกรู้ทันอีก"
สุดท้ายร่างเล็กก็ถูกร่างใหญ่พามาถึงตำหนักจนได้ เ้าตัวเลยมีสีหน้าบูดบึ้งไม่พอใจยิ่งนัก
"ข้าบอกแล้วว่าอยากอยู่กับท่านพี่ ท่านยังจะบังคับข้าอยู่อีก"
"ไว้พรุ่งนี้ค่อยไป ตอนนี้เ้าอาบน้ำได้แล้ว ไปเล่นซุกซนมาจนเหงื่อท่วมตัวแบบนี้"
"ท่านออกไปซิ ข้าจะได้อาบน้ำ"
"มา ข้าจะอาบให้เ้าเอง"
เขาพูดจบก็ลากร่างบางมายังอีกห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่ติดกับห้องที่ตนอยู่ ด้านในมีสระน้ำขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาก ร่างบางขืนตัวเอาไว้อย่างสุดกำลัง
"ไม่เอา ไอ้งูชีกอ ดูซิหัวโผล่แล้วนะนั่น"
"เ้าจะอายไปทำไมกัน เ้ากับข้าก็บุรุษเช่นกันมีเหมือนกันหมด"
"บุรุษบ้านพ่องดิ กูจะไม่อายเลยถ้าหากมึงมองกูเป็ผู้ชาย สัส"
(คิดจะล่อกูทุกครั้งที่เห็นหน้า)
"ไม่ ท่านออกไปเดี๋ยวนี้ อย่าเข้ามาใกล้ข้า ถ้าท่านไม่อยากเจ็บตัว"ร่างบางพูดออกมาอย่างจริงจัง แต่อี้เฟยไม่ได้เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
"เ้าข่มขู่ข้ารึ เสี่ยวไป๋"
ว่าพลางเดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กเรื่อยๆ ส่วนร่างเล็กก็ถอยไปจนติดกำแพงห้องอาบน้ำ ร่างสูงใช้แขนทั้งสองข้างยันผนังเอาไว้ เพื่อกักร่างเล็กไว้ในวงแขนของเขา
"ข้าไม่ได้ขู่นะ"
"เ้าสู้ข้าไม่ได้หรอกเสี่ยวไป๋"
พูดพลางก้มหน้าลงมาใกล้ร่างเล็กเรื่อยๆ จน
ผลัวะ!!
"โอ๊ยเ้าทำอะไรกับข้า"ร่างสูงพูดออกมาพลางยกมือขึ้นกุมดวงตาข้างหนึ่งด้วยความเ็ป เพราะฝีมือของร่างเล็ก
(นี่แค่เบาะๆ เอง)
"ก็ข้าห้ามท่านแล้ว"
"มานี่เลย วันนี้ข้าจะลงโทษเ้าที่กล้าทำร้ายข้า" เดินเข้ามาหาร่างเล็ก
"ท่านอย่าเข้ามานะ ข้ายังทำได้มากกว่านี้อีก หากท่านคิดรังแกข้า ข้าขอสู้ตาย"
"คิดว่าข้าจะกลัวรึ มานี่เลย"ว่าพลางดึงร่างเล็กตรงมายังสระน้ำ ก่อนที่จะ
ตูม!!!
..........................
อ่า... ใครกันที่ตกน้ำ