



“-----แว้กกก!? มันอันตรายนะ! พวกเธอคิดจะฆ่าฉันรึไงงงง-----!!”
ถึงจะรู้ยิ่งกว่ารู้ว่าเปล่าประโยชน์ แต่โอซาวะ อาคาสึกิก็ยังอดที่จะะโถามไม่ได้
ด้วยความที่กำลังวิ่งสุดฝีเท้า เสียงะโนั้นจึงกังวานเป็ระลอกจากปรากฏการณ์ดอปเพลอร์[1]
เป็เวลารุ่งสางที่ท้องฟ้าฝั่งตะวันออกเพิ่งเริ่มสาดแสงสว่างอาคาสึกิวิ่งอยู่ในป่าลึกที่มีต้นไม้เขียวขจีขึ้นอย่างหนาทึบ
เขาแบกถุงใบใหญ่ประมาณกระสอบทรายไว้บนบ่า ขณะย่ำเท้าหนักๆ ด้วยฝีก้าวยาวๆไปบนพื้น
ห่างออกไปครึ่งก้าวมีลูกธนูพุ่งลงมาปักตามหลังดอกแล้วดอกเล่า
ตามด้วยเสียงซอยเท้าดังแซ่กๆๆประหนึ่งรายล้อมไปทั่วจากเื้ั
อาคาสึกิเหลียวกลับไปมองดูผู้ไล่ล่าให้แน่ใจภาพที่เห็นคือสีน้ำเงินเข้มกับสีขาวของชุดสาวใช้และผ้ากันเปื้อนแต่งระบายซึ่งไม่เข้ากับป่าลึกเอาเสียเลย
ผู้ไล่ล่าเป็เมดแถมยังมีตั้ง 44 คน ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างปัจจุบันขนาดตามท้องถนนย่านอากิฮาบาระก็คงยังยากที่จะได้เห็นเมดเยอะขนาดนี้เลยไม่มีที่ไหนจะฟุ่มเฟือยมากไปกว่านี้อีกแล้ว
พวกที่ตามเขามาประกอบด้วยหญิงสาวและเด็กสาวหน้าตาสะสวยอาคาสึกิอดคิดไม่ได้ว่าถ้าโดนวิ่งไล่บนชายหาดกลางฤดูร้อนคงเป็เื่วิเศษที่สุดอย่างแน่นอน
“แต่ตอนนี้ไม่ใช่ฤดูร้อนและที่นี่ก็ไม่ใช่ชายทะเลเฟ่ย!”
อาคาสึกิตะคอกตัวเอง ดึงสติออกจากความคิดเพ้อฝันกลับสู่ความเป็จริง
จะว่าไป ยังมีปัญหาพื้นฐานที่สำคัญกว่าฤดูและสถานที่อยู่อย่างหนึ่ง
อันดับแรกเลย ที่นี่ไม่ใช่ทั้งอากิฮาบาระ และไม่ใช่โลกด้วยซ้ำ
แต่เป็โลกต่างมิติ
อเลย์ซาร์ด-----คือชื่อของโลกที่โอซาวะ อาคาสึกิย่ำเหยียบไปบนผืนดินอยู่ ณขณะนี้
ด้วยเหตุนี้ เมดทุกคนจึงมาพร้อมกับอาวุธมีคมในมือ ไม่ว่าจะเป็ดาบเอยหอกเอย ธนูเอย
ในการทำความเข้าใจสถานการณ์นี้ จำเป็ต้องรู้ความเป็มาของอาคาสึกิเสียก่อน
-----เมื่อ 5 ปีก่อน อาคาสึกิถูกเรียกตัวมายังโลกที่ชื่ออเลย์ซาร์ดแห่งนี้
โลกที่มีการใช้ดาบกับเวทมนตร์และผู้กล้ากับจอมมารมีตัวตนอยู่จริงนี้ตกอยู่ในสภาวะาเต็มรูปแบบกับเผ่ามารซึ่งนำทัพโดยจอมมารกาลิอุส
ใช่ โลกนี้มีผู้กล้าอยู่ก่อนแล้ว
ดังนั้นเื่ราวจึงไม่ได้ดำเนินตามอย่างนิยายประเภทที่มีเด็กหนุ่มจากต่างโลกเดินทางมาเป็ผู้กล้า
หนำซ้ำ อาคาสึกิที่ถูกเรียกตัวมาใหม่ๆยังเป็แค่เด็กหนุ่มไร้ซึ่งกำลังฝีมือใดๆ แค่ผู้ชมที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับอนาคตของโลกใบนี้เท่านั้น
เป็ความโชคดีในความโชคร้ายที่ตอนถูกเรียกตัวมาอาคาสึกิฟื้นขึ้นในอาณาจักรเวทมนตร์เชอร์ฟีดซึ่งมีผู้กล้าอาศัยอยู่ ผู้คนมากหน้าหลายตาั้แ่ผู้กล้าเลออนเ้าหญิงลิสตี้ นักรบเซคส์ และจอมเวทลูเทีย ต่างต้อนรับเขาด้วยความยินดีไม่เพียงเท่านั้น ยังช่วยค้นคว้าตำราเก่าแก่เพื่อหาวิธีพาเขากลับโลกเดิมอีกด้วย โดยว่ากันว่าที่เอลเดียเมืองหลวงของเชอร์ฟีดซึ่งรายล้อมไปด้วยผืนป่ากว้างใหญ่ มี ‘ประตู่สู่ต่างโลก’ เชื่อมโยงไปยังโลกอื่นในส่วนลึกที่สุดทางตอนเหนือ
และเมื่อถึงเวลาที่อาคาสึกิกำลังจะได้กลับโลกเดิมในที่สุด-----โศกนาฏกรรมก็บังเกิด
กองทัพปีศาจนำโดยจอมมารกาลิอุสบุกเข้าโจมตีเอลเดียเมืองหลวงของเชอร์ฟีดแบบสายฟ้าแลบ
ผู้กล้าเลออนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในาครั้งนั้น
เพื่อปกป้องอาคาสึกิจากคมดาบของจอมมาร
การตายของเลออนยังความสิ้นหวังให้กับทั้งโลกและถูกกระหน่ำซ้ำด้วยความพ่ายแพ้ของเอลเดีย
เป็เื่ธรรมดาที่ชาวเมืองจะพุ่งเป้าการกล่าวโทษมายังอาคาสึกิ
แม้แต่ลิสตี้ซึ่งน่าจะเป็คนเดียวที่สามารถคุ้มครองเขาได้ก็รับความตายของเลออนผู้เป็คนรักไม่ได้เธอต่อว่าเขาอย่างรุนแรง และสาปส่งจากก้นบึ้งของหัวใจ
-----ถ้าเพียงแต่ไม่มีเ้าล่ะก็
เซคส์และลูเทียก็ไม่ช่วยปกป้องเขาไม่นานหลังจากนั้น อาคาสึกิจึงหายตัวไปไหนไม่มีใครรู้ ทุกคนต่างคิดว่าเขาหนีเอาตัวรอดพากันเรียกเขาว่าคนขี้ขลาด
แต่-----อาคาสึกิไม่ได้หนี
เขาเดิมพันชีวิตตัวเองด้วยการมุ่งหน้าไปยัง‘โลกชั้นเทพ’ ที่ซึ่งบรรดาเทพเ้าอาศัยอยู่เพียงลำพัง เพื่อมานะบากบั่นฝึกฝนวิชาอย่างหนักจนแทบรากเืที่นั่นผลลัพธ์คืออาคาสึกิฝึกวิชา ‘ควบคุมปราณ’ จนสำเร็จ สามารถควบคุมพลังชีวิตภายในร่างกายได้ตามใจ้าแล้วจึงกลับไปยังสนามรบอีกครั้ง ช่วยพวกลิสตี้ เซคส์และลูเทียที่กำลังตกที่นั่งลำบากในยุทธการ่ชิงเอลเดียกลับคืนมาไว้ได้
อาคาสึกิก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้กล้าทันทีแต่ถึงตอนนี้ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยรู้สึกไม่ดีกับเื่ที่เขาเป็ต้นเหตุให้เลออนต้องตายโดยเฉพาะการที่พวกลิสตี้ยอมลบล้างความขุ่นข้องหมองใจมาเป็พวกพ้องร่วมรบด้วยกันสำหรับชาวเมืองที่เคารพรักเลออนแล้วเป็เหมือนการราดน้ำมันลงบนเปลวไฟ
ไม่รู้ั้แ่เมื่อไหร่ที่พวกเขาเริ่มเรียกอาคาสึกิด้วยอารมณ์ถากถางว่า
-----ผู้กล้านอกคอก
แต่อาคาสึกิก็พอใจน้อมรับสมญาในทางไม่ดีนั้นไว้ แถมยังใช้ชีวิตอิสระตามใจชอบอย่างไม่แคร์สายตาใครเหมือนจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่วีรบุรุษหรือผู้กล้าใดๆ ทั้งนั้น
ผู้กล้าของอเลย์ซาร์ดคือเลออน เขายังคงคิดอย่างนั้นอยู่จนถึงทุกวันนี้เขาเป็ผู้กล้านอกคอกนั่นแหละดีแล้ว ดังนั้น ระหว่างการเดินทางไปโค่นล้มจอมมารถ้าเจอขุนนางน่าหมั่นไส้ที่คอยกดขี่ข่มเหงชาวเมืองก็จะตรงเข้าไปต่อยจนกระเด็นแบบไม่ถามไถ่อะไรสักคำส่วนถ้าเจอหญิงสาวหรือเด็กสาวที่ขึ้นชื่อว่างดงามก็จะเข้าไปจีบและลวนลาม
หลังจากผ่านการผจญภัยและความยากลำบากต่างๆ นานาอาคาสึกิก็ได้ต่อสู้กับจอมมารกาลิอุส
และ-----ล้มจอมมารได้ในที่สุด
ตรงข้ามกับป่าฝั่งตะวันออกและตะวันตกซึ่งเป็ที่ตั้งของวิหารและสุสาน ป่าที่ทอดตัวไพศาลทางตอนเหนือของปราสาทเอลเดียยังอุดมสมบูรณ์ไม่มีใครเข้าไปแตะต้องเพราะถือกันว่าในส่วนลึกสุดของป่าทางเหนือเป็เขตศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง
ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีการสร้างถนนหนทางมีเพียงทางเดินตามธรรมชาติที่ลดเลี้ยวหลบหลีกบรรดาต้นไม้กระนั้นก็ยังคงมีพืชพรรณขึ้นอยู่ตามใจชอบทั่วไปถ้าไม่ระวังให้ดีจะสะดุดต้นไม้ที่ล้มอยู่ตามทางเป็ระยะหรือเถาวัลย์ไม้เลื้อยต่างๆได้อย่างแน่นอน
-----30 นาที ทั้งๆ ที่วิ่งบนเส้นทางอันแสนวิบากขนาดนั้นมาตั้ง 30 นาทีแล้วจำนวนของคนที่ไล่ตามอยู่ข้างหลังยังไม่ลดลงเลยสักนิด ติดหนึบเป็ซีเมนต์เลยอีกฝ่ายพยายามจะจับเขาให้ได้อย่างเอาจริงเอาจังมาก
มีเสียงดังขึ้นจากเหนือศีรษะของอาคาสึกิที่กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี
“ท่านอาคาสึกิ ทำใจซะเถอะค่ะ!”
เมด 2 คนะโลงมาพร้อมหอกด้ามยาวในมือ กำลังจะขนาบเข้าโจมตีทั้งซ้ายขวา
ถึงอย่างนั้น เขาก็จะยอมให้จับไม่ได้ควรจะทำอย่างไรดีถึงจะขับไล่พวกเธอไปโดยไม่ทำให้าเ็ได้ล่ะ?
จู่ๆ ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นในสมองของอาคาสึกิ เขาจึงทำตามนั้น
“-----ฮึบ”
อาคาสึกิเบี่ยงตัวหลบการโจมตีของหอกและเมื่อพวกเมดะโลงถึงพื้นแล้วหมุนตัวกลับ
““~~~~ฮึก””
ทั้งคู่หน้าแดง แล้วทิ้งตัวลงบนพื้นทั้งอย่างนั้น
เพราะรู้ตัวแล้วว่าถูกจับถอดออกเสียแล้ว
“เฮ่ๆ เป็อะไรไป ไม่เป็ไรใช่หรือเปล่า?”
อาคาสึกิถามด้วยน้ำเสียงบอกความจงใจ ในมือกำผืนผ้าสีขาวซึ่งก็คือกางเกในที่พวกเมดสวมนั่นเองเขายืมมาอย่างว่องไวจากใต้กระโปรงชั่วเสี้ยววินาทีที่สวนกัน
“อะไรน่ะ หรือว่าขาเคล็ด? ไหนขอดูใต้กระโปรงหน่อยซิ”
“ว้าย ไม่น้าาาาา!!”
เมดทั้งสองคนลนลานวิ่งหนีทันที
“อะไรเนี่ย.....เห็นผลทันตาเลยแฮะ”
[1] ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ (Doppler Effect) เป็ปรากฏการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงความถี่ของคลื่นและความยาวคลื่นในมุมมองของผู้สังเกตเมื่อมีการเคลื่อนที่ที่สัมพันธ์กับแหล่งกำเนิดคลื่นนั้นพบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่นเมื่อมีรถพยาบาลส่งสัญญาณไซเรนเคลื่อนเข้าใกล้ ผ่านตัวเรา และวิ่งห่างออกไปคลื่นเสียงที่เราได้ยินจะมีความถี่สูงขึ้น (กว่าคลื่นที่ส่งออกมาตามปกติ)ขณะที่รถเคลื่อนเข้ามาหา คลื่นเสียงมีลักษณะปกติขณะที่รถผ่านตัวและจะมีความถี่ลดลงเมื่อรถวิ่งห่างออกไป (ที่มา : Wikipedia)