ปู้มั่วเสวียนระหว่างเดินกลับเรือนก็เดินผ่านสวนดอกไม้รู้สึกว่าเจริญหูเจริญตาไม่น้อย สาวใช้หน้าตาสะสวยหายนางกำลังเดินเก็บดอกไม้พวกนั้น ปู้มั่วเสวียนยิ้มให้สาวใช้พวกนั้นเล็กน้อยเพราะนางก็นิยมชมชอบมองของสวยๆงามๆเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
แต่ปรากฏว่าสาวใช้พวกนั้นมองมาที่นางด้วยสายตาไม่เป็มิตรเสียอย่างนั้น ปู้มั่วเสวียนจึงหยักไหล่ขึ้นแล้วหันไปมองขงปาที่ยามนี้ก้มหน้าก้มตาเสียอย่างนั้น ปู้มั่วเสวียนเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้ว่าอันใดจึงคิดจะเดินจากไปแต่แล้วก็มีเด็กสาวหน้าตางดงาม...มากทีเดียวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าปู้มั่วเสวียน
ปู้มั่วเสวียนมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชมในความงามจึงเผยยิ้มอย่างเป็มิตรไปให้เด็กสาวตรงหน้า แต่เด็กสาวผู้นั้นกลับมองมายังนางด้วยสายตายิ้มเยาะ
"พี่มั่วเสวียน ท่านกำลังถือสิ่งใดหรือ"
ปู้มั่วเสวียนได้ยินก็ก้มลงมองหนังสือที่นางถืออ่านอยู่บนมือตนเองแล้วยกขึ้นมาให้เด็กสาวตรงหน้านางได้เห็นด้วย
"หนังสือน่ะ เ้าอยากอ่านด้วยหรือ"
"อ่านหนังสือเนี่ยนะ น่าขันนัก"
"อืม ทำไมล่ะ หนังสือพวกนี้สนุกดีอยู่นะ เ้าเรียกข้าว่าพี่เช่นนั้นพี่คนนี้จะอ่านเป็เพื่อนเ้าดีหรือไม่"
ปู้มั่วเสวียนเห็นเด็กสาวตรงหน้าน่าเอ็นดูไม่น้อยมีหรือจะไม่อยากสานสัมพันธ์ เป็คนสวยผู้ใดก็อยากอยู่ใกล้ ปู้มั่วเสวียนจึงใช้สถานะพี่น้องมาเป็สะพานเชื่อมความสัมพันธ์เสียอย่างนั้น
"ฮิฮิ หนังสือนั้นท่านอ่านได้ก็อ่านไปเถอะ เวลาไปตี้ซูก็อย่ามัวแต่หลับเสียเล่า ข้าอายผู้คนในตี้ซูยิ่ง"
เด็กสาวผู้นั้นเอ่ยออกมาด้วยท่าทางถูกดูพร้อมกับวางท่าเหนือกว่าปู้มั่วเสวียนทุกอย่าง ประดุจว่านางสูงส่งเสียจนมองปู้มั่วเสวียนเป็คนที่อยู่ระดับเดียวกับสตรีรอบกายนางคือสาวใช้นั้นเอง
ปู้มั่วเสวียนเห็นท่าทีเช่นนี้ก็รู้สึกว่าเด็กสาวผู้นี้หยิ่งผยองดูคล้ายอยากหว่านเสน่ห์คนแถวนี้เสียเหลือเกิน คิดยั่วยวนคนเช่นปู้มั่วเสวียนด้วยท่าทางเช่นนี้ ปู้มั่วเสวียนยกยิ้มมุมปากออกมาพร้อมด้วยสายตาคมกริบ แต่จังหวะนั้นสาวใช้ที่เก็บดอกไม้ในสวนเดินมาทางนี้พอแต่ด้วยเหตุไม่คาดฝันนางกำลังสะดุดล้มมายังเด็กสาวผู้นั้นพอดิบพอดี ปู้มั่วเสวียนมีสายตาเฉียบไวจึงเห็นเหตุการณ์นั้นด้วยความปกติวิสัย
ทั้งด้วยร่างกายของปู้มั่วเสวียนที่สูงเกือบเทียบเท่าบุรุษจึงสูงกว่าสตรีตรงหน้า นางมีแขนขาขาที่เรียวยาวกว่าเป็แน่แท้ ปู้มั่วเสวียนจึงดึงตัวของเด็กสาวผู้นั้นเข้ามาในอ้อมอกของตนหลบจากการพุ่งชนของสาวใช้ผู้นั้นได้ทัน
เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากสาวใช้รอบบริเวณ เด็กสาวผู้นั้นยังมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่เมื่อเห็นว่าตนนั้นปลอดภัยจากการพุ่งชนของสาวใช้นางนั้นก็เข้าใจเื่ราวขึ้นมาทันที ยามนี้นางพึ่งรับรู้ว่าตนนั้นได้มาอยู่ในอ้อมกอดของปู้มั่วเสวียน พี่สาวที่โง่เขลาเบาปัญญา นางรู้สึกขยะแขยงเป็อย่างมากจึงคิดจะผลักออกโดยไวแต่ปู้มั่วเสวียนผละออกจากตัวนางไปเสียก่อนแล้ว
ปู้มั่วเสวียนเดินตรงเข้าไปหาสาวใช้ที่สะดุดล้มที่พื้นนั้น สาวใช้รอบข้างดูจะใจนลืมช่วยสาวใช้นางนั้นขึ้นแต่ความจริงคือพวกนางรู้ว่าคนที่คิดจะทำร้ายคุณหนูโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจจะต้องถูกคาดโทษเป็แน่จึงไม่อยากแสดงตัวว่าสนิทสนม
ปู้มั่วเสวียนพยุงตัวของสาวใช้นางนั้นขึ้นมา สาวใช้นางนั้นเหมือนจะมีน้ำตาไหลอาบหน้า ไม่เหมือนสาวใช้มองมาด้วยสายตาไม่เป็มิตรอีกแล้วมีแต่ความใและหวาดกลัว
"เ้าเป็เช่นไรหรือไม่"
"มะ...ไม่เ้าค่ะ "
"เช่นนั้นก็ดีแล้ว"
ปู้มั่วเสวียนเอ่ยออกมาก็ยิ้มให้สาวใช้นางนั้นอย่างเป็มิตร นางหันไปมองเด็กสาวผู้นั้นคล้ายเป็การบอกลา ปู้มั่วเสวียนเองก็้ากลับไปอ่านหนังสือต่ออีกสักหน่อย ได้มาชมความงามที่นี่ก็สบายตามากพอแล้ว
"ขงปา กลับกันเถอะ"
"จะ...เ้าค่ะ"
ขงปารีบเดินแทรกคนบริเวณนั้นแล้วตามคุณหนูของตนกลับเรือนทันที วันนี้เกิดเรือนไม่คาดคิดมากมายคุณหนูทำให้นางรู้สึกว่าคนที่ผิดปกติเป็นางเองหรือไม่ คุณหนูทำทุกอย่างเช่นเป็เื่ปกติทั้งที่มันไม่ปกติสักนิดถึงจะอยู่กับคุณหนูที่เป็เช่นนี้มาหลายวันแต่นางก็นึกว่าคุณหนูจะแสดงออกกับนางเพียงผู้เดียว แต่นี่คุณหนูที่เป็แบบนี้ทำให้คนอื่นใไปตามๆกันเป็แน่
ปู้ฮุยฮุย บุตรสาวคนรองของจวนปู้มองไปยังปู้มั่วเสวียนด้วยสายตาแปลกประหลาด
"คิดจะทำตนให้ดูสูงส่งหรอกหรือ ก็แค่แสดงละครเท่านั้นแหละ มีเพียงคนโง่เช่นนาง ฮึ"
ปู้ฮุยฮุยเอ่ยออกมาเบาๆคล้ายพูดกับตนเอง สายตาก็ไปหยุดอยู่ที่สาวใช้ที่คิดจะพุ่งล้มใส่นางเมื่อครู่ด้วยความเอาเื่