“อะไรกัน ยังไม่กลับมาอีก”
ศุภิสรานอนหลับไปได้ตื่นหนึ่ง ก็ยังไม่เห็นโดมินิคกลับมาสักที จึงอดที่จะบ่นกระปอดกระแปดออกมาไม่ได้ ดวงตากลมโตคู่สวยมองไปที่ประตูห้องพักฟื้นคนไข้ คิ้วโก้งโค้งคู่สวยขมวดเข้าหากันด้วยความรู้สึกเป็นห่วง
ศุภิสราอดรนทนนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงไม่ไหว จึงค่อยๆ ขยับตัวลงจากเตียงนอนคนไข้ช้าๆ มายืนอยู่ข้างๆ เตียงนอนคนไข้ ไม่ใช่ว่าเธอจะลงมาเดินไปไหนมาไหนไม่ได้ เธอเดินได้แต่ก็ต้องคอยเดินอย่างระมัดระวัง และไม่เดินนานจนเกินไป
แกร๊กกกกก.........
“นี่!... จะไปไหนน่ะ?”
ศุภิสราได้ยินเสียงประตูเปิด ตามมาด้วยคำถามจากเสียงคุ้นหู ซึ่งเสียงนี้จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากโดมินิค เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาหาศุภิสรา ยื่นมือใหญ่มาโอบประคองร่างบาง อย่างทะนุถนอมและระมัดระวัง
“ไม่ได้จะไปไหนสักหน่อย ว่าแต่ว่าทำไมไปนานนักละ?”
“ก็ขนมบ้าบิ่นที่เธอให้ไปซื้อ มันหาซื้อยากมาก แถวนี้ไม่มีสักกะร้าน ก็เลยไปตามหาซื้อไกลหน่อย และก็ได้มาจนได้”
ศุภิสรามองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ดวงตาสีนิลวาว ขณะที่ฟังเขาสาธยายเกี่ยวกับการไปซื้อขนมบ้าบิ่นมาให้กับเธอ พอได้ฟังเขาพูดเธอก็ต้องอมยิ้มอย่างขบขัน และรู้สึกดีต่อใจมิใช่น้อย ที่เขาอุตส่าห์ไปหาซื้อขนมบ้าบิ่นมาให้เธอจนได้
“ทำหน้าแบบนี้ คืออะไร?”
“เปล่า ไม่มีอะไร”
โดมินิคหรี่ตามองสบประสานสายตากับดวงตากลมโตคู่สวย เขาให้รู้สึกตงิดๆ เหมือนกับเขากำลังโดนแกล้งเข้าให้แล้วยังไงยังงั้น หญิงสาวตัวเล็กทำเฉไฉ ไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะทำเป็นเดินตรงไปยังห้องน้ำ โดมินิคจึงโอบประคองพาเดินไป โดยไม่ได้เซ้าซี้เอาคำตอบอะไรให้มากความอีก
ศุภิสราหายเข้าไปในห้องน้ำราวๆ สิบนาที ก็เปิดประตูห้องน้ำเดินออกมา โดมินิคที่ยืนอยู่ก็เข้าไปโอบประคับประคอง พาเดินมาที่เตียงนอนคนไข้ ศุภิสราเห็นมีจานมะม่วงเปรี้ยว และจานขนมบ้าบิ่นวางรออยู่ที่โต๊ะอาหารพร้อมให้เธอกินแล้ว ซึ่งขนมบ้าบิ่นนะไม่เท่าไหร่หรอก แต่มะม่วงเปรี้ยวนี่ทำให้เธอน้ำลายสอ แทบจะกระโดดเข้าไปหยิบกินในทันทีเลยก็ว่าได้
“.........”
ศุภิสราขึ้นไปกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงนอนคนไข้เรียบร้อยแล้ว เธอก็ตั้งอกตั้งใจกินมะม่วงอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่สนใจขนมบ้าบิ่นเลยในตอนเริ่ม แต่พอกินมะม่วงหมดแล้ว จะไม่กินขนมบ้าบิ่นก็ไม่ได้ เพราะเดี๋ยวโดมินิคจะรู้ว่าเธอแกล้ง จึงหยิบขนมบ้าบิ่นขึ้นมากินชิ้นสองชิ้น
“อิ่มแล้วเหรอ?”
โดมินิคขมวดคิ้วเข้มหนาเข้าหากัน เมื่อเห็นศุภิสราหยุดกินขนมบ้าบิ่น โดยที่ในจานยังเหลือขนมบ้าบิ่นอยู่อีกตั้งเยอะ ซึ่งดูจะไม่คุ้มค่ากับที่เขาอุตส่าห์ตระเวนหาซื้อเลย กว่าจะหาร้านขายได้ก็ให้คนของเขาขับไปตั้งไกลอะนะ
“อิ่มแล้ว อยากจะเอนหลังแล้ว”
ศุภิสราพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ทำเป็นนิ่งเฉยไม่ให้เขาจับพิรุธเธอได้ พอพูดจบก็กดรีโมทปรับหัวเตียงนอน โดมินิคจึงเลื่อนโต๊ะอาหารออกไป ศุภิสราทำทีหลับตาลง ตอนแรกคิดว่าจะทำเพียงหลับตานิ่งเฉยๆ แต่ไปๆ มาๆ เธอกลับหลับสนิทไปจริงๆ
โดมินิคมองใบหน้าสวยหวาน ที่หลับตาพริ้ม หายใจเข้าออกสม่ำเสมอ เขาคิดว่าเขารู้แหละว่าถูกแกล้ง แต่ถึงรู้จะทำยังไงได้ล่ะ ช่วงนี้หากศุภิสราอยากจะแกล้งอะไรเขา หากไม่หนักหนาอะไร เขาก็ปล่อยให้เธอแกล้ง โดยไม่ขุ่นเคืองแต่อย่างใดทั้งนั้น
๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑