ความสามารถในการสร้างสุดยอดเมด ที่โคตรจะโอพี

    ตอนที่ 32 สกิลของเมดช่วยเหลือเพื่อน

    ตอนที่ 32 สกิลของเมดช่วยเหลือเพื่อน

     

     

    ฝุ่นจากดินเริ่มเจือจางร่างของราชาวานรผมแดงนอนแน่นิ่ง ร่างกายบางส่วนถูกทับด้วยก้อนดิน

    ล่ามคนสนิทยังชื่นชมองค์ชายอยู่ภายในใจหลังจากที่ได้เห็นสภาพของลิงจ่อตรงหน้า…

     

    ~~~~

    “แคร็ง! แคร็ง!~”

    ผืนดินที่ทับถมร่างของราชาวานรผมแดงเริ่มสั่นไหวและขยับเขยื้อน~

     

    “ป-เป็นไปไม่ได้!!!”

    ล่ามคนสนิทกล่าวด้วยจิตใจที่สั่นไหว

     

    “รอร์!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

    ราชาวานรลุกขึ้นมาในสภาพที่โกรธเกรี้ยวแบบขั้นสุดดวงตาของมันแดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

     

    แล้วหลังจากนั้นมันได้กำมือทั้งสองข้างเคาะไปที่หน้าอกของตัวเองเป็นจังหวะที่ดุดันเหมือนลั่นกลองสงคราม

    “ตึง! ตึง!ตึง! ตึง! ตึง!”

     

    ใบหน้าของมันหันไปมองโดยรอบ...

    และเพียงไม่นาน มันก็พบเป้าหมายของมัน

     

    “รอร์!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

    ราชาวานรผมแดงแยกเขี้ยวขู่ไปทางองค์ชายเอลฟ์...

     

    แรงกดดัน และคลื่นเสียงคำรามที่แสนหวาดหวั่นอัดใส่ใบหน้าขององค์ชายจนเผลอก้าวถอยหลัง

     

    “ทำไมมันยังไม่ตาย!!!”

    รอยยิ้มขององค์ชายหายไปแทบจะในทันทีภาพตรงหน้าทำให้เขาถึงกับต้องอึ้งค้าง...

    โดนไปขนาดนั้นแล้วยังไม่ตายอีกเขาไม่รู้จะต้องทำยังไงแล้ว

     

    ...ราชาวานรผมแดงแม้สภาพร่างกายจะเต็มไปด้วยรอยไหม้แต่เส้นขนและเส้นผมทุกส่วนแทบจะคงสภาพเดิม เหมือนรอยไหม้ทั้งหมดนั้น เป็นเพียงแค่คราบเขม่าสีดำเท่านั้น...

    หนามดินขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นจากลูกแก้วธาตุดินที่แทงสวนขึ้นไปยังร่างของมันที่ร่วงลงมา...ก็ทำได้เพียงแค่รอยช้ำเล็กๆบริเวณหน้าที่ได้แค่รู้สึกคันๆ

     

    ...

    และเพียงไม่นานหลังจากนั้น

    “รอร์!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

    ราชาวานรผมแดงพุ่งตัวเข้าหาองค์ชายด้วยความว่องไวที่หน้าเหลือเชื่อพร้อมกับง้างกำปั้นยักษ์ของมันมาจากระยะไกล แผ่ออร่าแห่งความตายออกมา

     

    “องค์ชายระวัง!!!”

    องค์ชายที่ยังคงยืนนิ่งอยู่นั้นเมื่อได้ยินเสียงเรียกสติของล่ามคนสนิทก็รู้สึกตัวขึ้นมาทันที

    ...แต่นั้นมันก็สายไปแล้ว

     

    ...

    “กำแพงเหล็ก!!!”

    ล่ามคนสนิทใช้สกิลสร้างคำแพงเหล็กขึ้นมาขั้นระหว่างราชาวานรและองค์ชายไว้

    กำแพงเหล็กนั้นมีความหนามากกว่า 20เซนติเมตร เป็นเหล็กกล้าที่มีความทนทางสูง

     

    “ตู๊มมมม!!!!!”

    หมัดของราชาวานรผมแดงปะทะเข้ากับกำแพงเหล็กจนเกิดคลื่นลมที่มหาศาล...เหล็กที่รับแรงกระแทกไม่ไหวเกิดความร้อนจนเปลี่ยนเป็นสีส้มและเปลี่ยนไปเป็นสีแดง...

    และเรื่องที่เกินคาดหมายก็เกิดขึ้น...เพียงแค่หมัดเดียวของราชาวานรก็ทะลวงกำแพงเหล็กไปกระแทกอัดหน้าขององค์ชายเข้าอย่างจัง

     

    “ปัค!!!”

    ใบหน้าขององค์ชายบิดเบี้ยว พร้อมกับร่างกายที่หมุนตามแรงหมัดลอยกระเด็นไปกระแทกต้นไม้จนหักล้มไปห้าต้น...

     

    “องค์ชาย!!!!!!”

    ล่ามคนสนิทรีบวิ่งเข้าหาองค์ชายในทันทีเขาพยายามพยุงร่างขององค์ชาย แล้วปลุกให้ตื่นจะอาการหมดสติ...

     

    “อัค! อึก!”

    นับเป็นโชคดีที่องค์ชายที่เขายังไม่ตายอาจจะเพราะแรงดูดซับของกำแพงเหล็ก...แล้วองค์ชายจะไอออกมาเป็นเลือด

    ....ในตอนนี้พวกเขาต้องทำอะไรบางอย่างไม่งั้นก็ต้องตายในสภาพที่ไม่ต่างจากเอลฟ์ตัวอื่นเป็นแน่

    .

    .

    เพียงแต่ราชาวานรไม่ปล่อยให้พวกเขาได้หยุดพัก...

    ราชาวานรผมแดงดึงดาบยักษ์พระจันทร์เสี้ยวของมันออกมาพร้อมกับง้างดาบขึ้นสูงตั้งท่าเหมือนที่จะเตรียมปาบูมเมอแรง

     

    ...

    “มันตั้งท่าดาบอะไรของมัน...จากระยะนี้เนี่ยนะ”

    ล่ามคนสนิทมองด้วยความแปลกใจเพราะตอนนี้ระยะห่างระหว่างราชาวานรและองค์ชายไกลพอสมควร

    ...แต่ไม่นานตัวเขาก็ไหวตัวทันเมือสัมผัสได้ถึงออร่าแห่งความตายอีกครั้ง

     

    “กำแพงเหล็ก!!!”

    กำแพงเหล็กถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง...แต่ในครั้งนี้มันมีมากถึงห้าชั้น

     

    “ฟิ้ว!!!!!!”

    เมื่อตั้งท่าเสร็จราชาวานรก็ปาใบดาบเสี้ยวพระจันทร์ออกไปทันที

    ...ดาบเสี้ยวพระจันทร์นั้นสามารถแยกส่วนได้ตอนปามันออกไปโดยที่ใบดาบเท่านั้นที่พุ่งออกไป ในมือของราชาวานรยังมีด้ามจับอยู่

    ...ใบดาบเสี้ยวพระจันทร์นั้นหมุนเร็วยิ่งกว่าใบเลื่อยและพุ่งไปเร็วยิ่งกว่ากระสุนปืน

     

    แม้คนสนิทจะไหวตัวทันและได้สร้างกำแพงเหล็กที่หนากว่า 20 เซนติเมตรไว้ถึง 5 ชั้น

    ...แต่นั้นมันก็ไม่เพียงพอ

     

    “ฉึบ! ฉึบ!ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!”

    กำแพงเหล็กทั้งห้าชั้นถูกใบดาบเสี้ยวพระจันทร์พุ่งผ่านไปอย่างง่ายดายเหมือนเป็นเพียงการตัดอากาศ

    ...ก่อนที่มันจะพุ่งต่อไปทำลวงผ่านร่างของล่ามคนสนิท

     

    “ม่ายยยย!!!!!!!!!”

    ร่างกายของเขาขาดเป็นสองส่วนทันที อวัยวะภายในทะลักออกมาจากลอยบาดแผล

     

    “อ-องงค์ชาย…หนีไป”

    คำพูดสุดท้ายที่มีต่อองค์ชาย ของล่ามคนสนิท...ก่อนที่ตัวของเขาจะตายคากองเลือด

     

    ...ในตอนนี้องค์ชายเข้าใจดีแล้วว่าทำไมเอลฟ์บางตัวถึงตายในสภาพที่ร่างกายเหมือนถูกสับเป็นชิ้น

     

    แม้มานาในร่างกายจะมีเหลืออีกเยอะแต่เขาก็รู้สถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้เป็นอย่างดี

    ...ตัวของเขาไม่มีทางเอาชนะอสูรกายบ้าเลือดตรงหน้านี้ได้อย่างแน่นอนความแข็งแกร่งของมันหากไปบอกใครคงไม่มีทางเชื่อแน่ว่าเป็นลิงผมแดง...การที่จะสู้กับมันต่อให้จะมีกี่สิบชีวิตก็คงไม่พอ

     

    ...ร่างกายขององค์ชายสั่นด้วยความหวาดกลัวเขาต้องการที่จะหนีในทันที

     

    ลูกแก้วธาตุลมถูกเรียกออกมาก่อนที่จะสร้างลมพายุใต้ฝ่าเท้าพาร่างกายของเขาลอยขึ้นไปบนฟ้าเหมือนกับนั่งอยู่บนพรมวิเศษ เคลื่อนที่หนีราชาวานรอย่างรวดเร็ว

     

    ---ราชาวานรทำได้เพียงแค่มองร่างขององค์ชายเอลฟ์ลอยหายไป

    ก่อนที่มันจะเรียกใบดาบเสี้ยวพระจันทร์บินกลับมาต่อด้ามจับของดาบที่มันถืออยู่...

    .

    .

    .

    เมื่อองค์ชายเอลฟ์บินหนีเข้าไปภายในเขตของฝั่งเอลฟ์ได้แล้วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งในทันที...

     

    “คอยดูเถอะเจ้ามนุษย์หัวขโมย แล้วก็เจ้าลิงยักษ์ผมแดง...เรื่องนี้ต้องถึงหูท่านพ่อแน่ชั้นจะกลับมาจัดการพวกแกอย่างสาสม”

    องค์ชายเอลฟ์พูดด้วยความแค้นแบบเลือดขึ้นหน้าสุดจะอดกลั้นเขาเสียไปหลายอย่างทั้งลูกน้อง และคนสนิท

    ...ความคิดของเขาในตอนนี้ พยายามจินตนาการถึงฉากทรมานต่างๆที่เขาต้องการที่จะทำกับเจ้ามนุษย์หัวขโมยและลิงยักษ์ผมแดงตัวนั้น เพื่อระบายแค้น...

    .

    .

    ...

    “ฉับ! ฉับ!ฉับ! ฉับ!”

    เสียของบางสิ่งบางอย่างบินตัดผ่าอากาศพุ่งมาทางเขาอย่างรวดเร็ว...

     

    “ม-ไม่จริง!!!”

    องค์ชายเอลฟ์พูดอย่างตกตลึง ดาบพระจันทร์เสี้ยวกำลังพุ่งเข้าหาเขา...

     

    “ฉึก!!!”

    ร่างของขององค์ชายเอลฟ์ถูกผ่าครึ่ง...ร่างกายของเขาแยกออกจากกันแล้วร่วงลงจากท้องฟ้า

    .

    .

    .

    ----ราชาวานรมองภาพชิ้นส่วนร่างกายขององค์ชายเอลฟ์ร่วงลงจากท้องฟ้าอย่างเบื่อหน่าย

    แล้วหลังจากนั้นใบมีดเสี้ยวพระจันทร์ของในก็บินกลับมาพร้อมกับคราบเลือดขององค์ชายเอลฟ์

     

    ...ผู้บุกรุกที่เป็นเอลฟ์ตายหมดแล้วแต่ยังเหลือมนุษย์อยู่อีกคน

    มันได้ไปหามนุษย์คนนั้นตามลอยเลือด

    .

    .

    -----ไรจิที่ได้ยินเสียงย่ำเท้าเข้ามาใกล้เขากลัวจนสติแทบจะหลุด

    ในตอนนี้เขากำลังแกล้งตายอยู่...แต่ร่างกายที่สั่นจนทำให้การแกล้งตายของเขามันไม่เนียนเอาเสียเลย

     

    “แปะ”

    เหมือนอะไรบางอย่างสัมผัสร่างกายของเขา...

     

    “ฮี๊!!! อย่าๆอย่าทำอะไรชั้นเลย ชั้นยังไม่อยากตาย!!!”

    ไรจิร่ำไห้ออกมาพร้อมกับร้องขอชีวิตแม้รู้ว่าเจ้าราชาวานรผมแดงนั่นจะไม่เข้าใจก็ตาม…

    .

    .

    “ไรจิ นี่ชั้นเอง...”

    จู่ๆเสียงของกอนก็ดังขึ้นตรงหน้าของเขาและเมื่อเขาหันไปมองก็พบว่ามันเป็นเจ้ากอนจริงๆ

     

    ...และที่สำคัญราชาวานรก็เดินผ่านเขาไป เหมือนมันมองไม่เห็นร่างของเขาเลย

     

    “ไงไรจิชั้นมาช่วยแล้วนะ”

    แล้วข้างๆของกอนก็มีเสียงคาร์ลดังขึ้น พร้อมกับเก๊กท่าหลอเท่

     

    ...แต่ไรจิมองแล้วกับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดๆ

    .

    .

    .

    ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic

    คล้ายกับเรื่องความสามารถในการสร้างสุดยอดเมด ที่โคตรจะโอพี ที่คุณอ่าน