เมื่อตะวันใกล้ลับขอบฟ้าร่างของ เฟิ่งหนิง ก็เริ่มขยับอีกครั้ง นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ในตาดำกรอกกลิ้งไปมา ในใจพลันคิดนี่ฉันตายแล้วไม่ใช่หรือไงกัน
แล้วนี่มันที่ไหนหรือที่นี่จะเป็นรกไม่ใช่สิ์อย่างนั้นสินะ บ้าน่าเธอพึมพำในใจและรู้สึกคอแห้งมากจึงยกมือลูบตรงลำคอ
ทันใดนั้นเธอจึงเริ่มสังเกตว่าบนร่างกายของเธอมีชุดแปลกๆ มีทั้งกำไลข้อมือ สร้อยคอ แหวน เครื่องประดับต่าง ๆ
แต่งกายเหมือนนิยายจีนโบราณที่เธอชอบอ่านยามว่าง หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงไม่เป็จังหวะจนได้ยินอย่างชัดเจน
เธอดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วสำรวจร่างกายตัวเองไม่มีาแเป็ไปได้ยังไงเธอสบถออกมาด้วยความใ
"นี่มันเื่บ้าอะไรกันวะเนี่ยฉันจำได้แม่นเลยว่าฉันดึงสลักะเิออกแล้วมันก็ะเิแบบไม่ต้องสงสัยใช่แล้วทั้งฉันและคนพวกนั้นไม่มีใครหนีรอดไปได้แน่ ๆ "
เธอเดินไปเดินมาอย่างครุ่นคิดแล้วพูดขึ้นว่า
"เป็ไปไม่ได้แน่แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันนะ "
สักพักเธอก็คิดถึงนิยายจีนโบราณที่เธอเคยอ่านแล้วพึมพำ
"หรือว่านี่จะเป็การใช้ร่างคืนิญญาเพื่อข้ามภพ "
ทันทีที่เธอพึมพำจบประโยคเธอก็รู้สึกว่าในหัวขาวโพนไปหมดทั้งใและแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เธอตั้งสติเดินไปทางลำธารใกล้ ๆ น้ำในลำธารใสมากบวกกับแสงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินสาดส่องลงมาทำให้เธอมองเห็นใบหน้านั้นอย่างชัดเจน
เธอใช้สองมือลูบใบหน้านั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อแล้วสบถออกมาอีกครั้งว่า
" นี่ นี่ นี่ นี่มัน หน้าฉันนี่มันจะเป็ไปได้ยังไงกัน "
เธออึ้งไปพักนึงแล้วก็ต้องตื่นเพราะความเ็ปที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเธอ แต่ละฉาก แต่ละตอนผู้คนและความทรงจำ ต่าง ๆ ทั้งเลือนรางบ้างชัดเจนบ้างและที่ชัดเจนที่สุดก็เห็นจะเป็ฉากก่อนจะลาโลกของเ้าของร่างเดิมที่แสนจะเ็ปทางด้านจิตใจ
เธอใช้สองมือของเธอกุมหัวแน่นล้มตัวลงนอนด้วยความเ็ปดวงตาทั้งสองมีน้ำตาไหลรินออกมาแต่เธอเม้มริมฝีปากแน่นไม่โดยที่ไม่ยอมให้เสียงเล็ดลอดออกเลยสักนิด
จึงไม่รู้ว่าน้ำตาที่ไหลออกมาเป็เพราะเธอเ็ปหรือ เป็ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจของเ้าของร่างเดิมกันแน่
เวลาผ่านไปเธอเริ่มนิ่งทุกอย่างกับเข้าสู่สภาวะปกติเธอค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งอีกครั้งและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
สายตาทอดมองไปยังท้องฟ้าสีทองที่กำลังจะลับขอบฟ้า ทันใดนั้นมุมปากของเธอก็กระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ ไม่รู้ว่ายิ้มให้กับโชคชะตาของเ้าของร่างเดิมที่ประมาทจนต้องมาตายอย่างไร้ความยุติธรรมเช่นนี้ หรือเธอกำลังยิ้มเยาะให้กับชีวิตของตัวเธอเองที่ต้องมา่ชิงร่างต่อจากร่างเดิมเช่นนี้โดยที่ทั้งสองก็ตายเพราะคนใกล้ชิดเช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างไรเธอก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้วนอกจากต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น เธอพึมพำเสียงเบาอย่างอดไม่ได้และไม่รู้ว่ากำลังยิ้มเยาะให้กับตัวของเธอเองหรือเป็เพราะเยาะเย้ยความประมาทของเ้าของร่างเดิมจนต้องสังเวยชีวิตให้กับผู้อื่นอย่างไร้ความยุติธรรมเช่นนี้
"เยว่ลี่จู เอ๋ย เยว่ลี่จู ผลกรรมนี้เธอจะต้องชดใช้คืนอย่างสาสมแน่ชีวิตเธอต่อจากนี้ต้องเป็ฉันที่เป็ฝ่ายควบคุมอย่าเพิ่งให้ใครจัดการหล่อนล่ะรอฉันก่อน"
เธอเดินไปที่ลำธารอีกครั้งเพื่อดื่มน้ำและเธอก็รู้แล้วว่าในร่างนี้มีพิษและต้องแก้ให้ทันในเวลาก่อนสามวัน
ดีที่ชาติก่อนนอกจากการต่อสู้แล้วเธอยังถูกฝึกให้เป็อัจฉริยะแทบทุกด้านั้แ่เด็กโดยเฉพาะเื่ยาและการใช้พิษเธอจึงพอรู้แล้วว่าร่างกายนี้โดนพิษอะไรเข้าไป
ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้วบริเวณรอบ ๆ เริ่มมืดลงเธอจึงมองหาต้นไม้ใหญ่ใกล้ลำธารเธอปีนขึ้นไปพักผ่อนเพื่อรอให้วันพรุ่งนี้มาถึง
ส่วน ลี่จู เมื่อกลับถึงจวนนางก็ทำทุกอย่างตามแผนบอกทุกคนว่า เฟิ่งหนิง อยากอยู่ปฏิบัติธรรมที่อารามบนเขาต่อจึงให้นางกลับจวนมาเพียงผู้เดียวก่อน
ส่วนฮูหยินรองผู้รู้ทุกอย่างก็ชื่นชมลูกสาวตัวเองไม่ขาดปาก
" อืม...ทำได้ดีมากลูกแม่ ขอแค่เวลาผ่านไปสักพักค่อยให้คนไปรับแล้วแจ้งให้ผู้คนรู้ว่านางได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หึ ครานี้ทุกอย่างก็ตกอยู่ในมือของเราแม่ลูกแล้ว ฮ่าๆๆๆ"
สองแม่ลูกคุยกันพักใหญ่แล้ว ลี่จู ก็ขอตัวกลับเรือนตัวเองไป
โดยไม่รู้เลยว่าคนที่นางจัดการเมื่อตอนกลางวันนั้นในอนาคตจะเตรียมรางวัลชิ้นใหญ่ไว้ให้นางแล้ว