บทที่ 27
ความจริง
ผู้เป็บิดายินดีอย่างยิ่งที่ได้พบเจอกับบุตรสาวอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็เพียงในนิมิตก็ตาม การรอคอยของจิ่วหรูเฟิ่งกำลังจะสิ้นสุดลงในอีกไม่ช้า จากนี้เขาก็คงไม่มีสิ่งอื่นใดให้ต้องห่วงอีกต่อไปแล้ว
อดีตของจิ่วหรูเฟิ่งที่ผ่านมาอย่างเนิ่นนาน และความจริงที่จิ่วเหรินต้องได้รับรู้
ภายในห้องสี่เหลี่ยมนั้นเปลี่ยนเป็ป่าแห่งหนึ่ง จิ่วเหรินยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้ไปไหน ภาพที่เห็นคือชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังโอบกอดกันอยู่ นางเป็เซียนเทพที่บำเพ็ญเพียรอยู่ในป่า จิ่วเหรินขมวดหัวคิ้วตนเองและคิดว่านางต้องรู้จักป่านี้แน่ มันดูคุ้นตาไปเสียทุกสิ่งแม้กระทั่งภาพวาด
“ชายหญิงผู้นั้นคือข้าและมารดาของเ้า”
“!!!”
“นางมีนามว่า ซ่างฉือ เป็เทพชั้นสูงที่บำเพ็ญเพียรจนกระทั่งบรรลุ อีกทั้งนางยังเป็ดังมารดาของสรรพชีวิตที่อยู่ในป่านั้น สี่สัตว์เทพล้วนให้ความเคารพยำเกรงนาง”
ใบหน้าของสตรีผู้นั้นไร้การแต่งแต้มประทินโฉมอย่างสตรีทั่วไป นางอยู่ในอาภรณ์สีเรียบเช่นเดียวกับจิ่วเหริน ทั้งยังงดงามและเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา ในทุกวันนอกจากการบำเพ็ญแล้ว นางยังสอนสรรพชีวิตให้ได้รู้จักการบำเพ็ญวิถีเซียนเพื่อให้พ้นจากทุกข์
จิ่วเหรินเผยรอยยิ้มน้อยเมื่อเห็นว่าตนเองนั้นมีส่วนเหมือนมารดาอย่างเห็นได้ชัด
ภาพนั้นเปลี่ยนไปตามลำดับเหตุการณ์ เหมือนว่ากำลังดูละครเื่หนึ่งอยู่ จิ่วเหรินตื่นตาตื่นใจที่ได้พบกับอดีตที่ถูกปิดซ่อนมานาน นับจากนี้นางคงไม่ต้องหลับตาฝันจินตนาการถึงพวกท่านอีกแล้ว
“ท่านกับท่านแม่คงรักกันมาก”
“ข้ารักนางมากอย่างที่เ้าว่า ข้ารักนางเสียจนคิดไม่ออกเลยว่าหากไม่มีนางในชีวิตแล้ว ข้าจะอยู่ได้อย่างไร?”
จิ่วหรูเฟิ่งตอบบุตรสาวที่มองภาพอย่างสนใจ จิ่วเหรินนั้นบางมุมก็เหมือนซ่างฉือราวกับคนเดียวกัน
ภาพเปลี่ยนไปเป็ตอนที่จิ่วหรูเฟิ่งพาซ่างฉือมาที่ดินแดนเผ่าฝูถู เพื่อบอกกล่าวแก่ทุกคนว่าเขานั้นอยากววิวาห์กับนาง ด้วยเพราะนางกำลังตั้งท้องลูกของเขาอยู่
แต่มันกลายเป็เื่วิวาทะแทนที่จะเป็เื่น่ายินดี เนื่องจากจิ่วหรูเฟิ่งนั้นมีพันธะสัญญากับแดน์เื่เสกสมรส คู่หมั้นเขาก็เป็ถึงเทวีนิ่งหลางอี้ หลานสาวขององค์เง็กเซียนฮ่องเต้ เพื่อรักษาสายเืวิหคสีชาดเอาไว้
“พวกท่านเป็อะไรกันไปแล้ว! นี่นางกำลังตั้งท้องลูกของข้าอยู่นะ!”
“พอเถอะอาเฟิ่ง ข้าไม่เป็อะไรหรอก..”
“เ้ารู้หรือไม่จิ่วหรูเฟิ่ง สิ่งที่เ้าทำนั้นอาจทำพวกเราเดือดร้อน นี่คืออาญา์เชียวหนา!” พี่ชายบุญธรรมะโออกมาจนหน้าแดง เถียนโจวนั้นเป็พวกชอบอิจฉาอยากดีอยากเด่น เขาด่าทอจิ่วหรูเฟิ่งต่อหน้าพวกผู้เฒ่าราวกับผู้ชนะ
“แบบนั้นท่านก็แต่งเองแล้วกัน อาญา์ที่ท่านหวั่นเกรงน่ะ”
เขาพาภรรยาที่อุ้มท้องอ่อนเดินออกมาจากโถงโดยไม่สนใจเสียงด่าทอตามหลัง ท่านพ่อไปบำเพ็ญเพียรยังไม่กลับมาในเร็ววันนี้ จิ่วหรูเฟิ่งจำต้องยอมถอยเสียก่อน
สองสามีภรรยาใช้ชีวิตอยู่ในเรือนหลังน้อย เรือนนั้นตั้งอยู่กลางป่าที่เงียบสงบ นานวันเข้าซ่างฉือก็ท้องโตขึ้น อีกไม่นานเท่าไรนักนางคงจะให้กำเนิดทารกสายเืวิหคสีชาด
คนของเผ่าฝูถูแวะเวียนมาขอร้องอ้อนวอนให้เขากลับไปเข้าพิธีเสกสมรส ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วัน แต่จิ่วหรูเฟิ่งก็ปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมท่าเดียว จนกระทั่งบิดาของเขาต้องมาขอร้องด้วยตนเอง วิหคเทพไม่อยากให้ต้องเกิดเื่บาดหมางกับ์ อีกทั้งยังห่วงความปลอดภัยของหลานที่กำลังจะเกิดมา
“อาเฟิ่ง พันธะเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องทำตาม”
“ข้าไม่ –”
“ข้าเข้าใจทุกอย่าง ท่านวิหคเทพสัญญาแล้วว่าจะหาทางออกให้เราทั้งสอง เพื่อลูกของเราเ้าต้องทำ”
จิ่วหรูเฟิ่งคว้าภรรยามาสวมกอดแน่นด้วยความรัก เป็ภาพที่จิ่วเหรินย้อนนึกถึงเื่ของตนเอง ท่านพ่อยอมทำทุกอย่างเพื่อความรัก เช่นเดียวกับนางที่ทำทุกอย่างเพื่อซือเหยียน
ภาพเปลี่ยนไปเป็งานเสกสมรสที่ยิ่งใหญ่สมเกียรติ จิ่วหรูเฟิ่งอยู่ในชุดเ้าบ่าวด้วยสีหน้าเ็า ไม่ยินดีกับการแต่งงานอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่เคยพบเทวีนิ่งหลางอี้มาก่อน แต่หลังจากที่เปิดผ้าคลุมไปแล้วเขาก็จะต้องมีนางเป็ภรรยาอีกคน
แน่นอนว่าจิ่วหรูเฟิ่งรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด เขามีรักเดียวคือซ่างฉือ นางเป็แม่ของลูกและภรรยาของเขาเพียงผู้เดียว สตรีนับหมื่นแสนบนโลกหล้านี้เขาหาได้สนใจไม่ คิดได้ดังนั้นจึงหยิบตำราเล่มหนึ่งซ่อนอยู่ภายใต้ชุดแต่งงานที่หนา แทนที่เขาจะเดินไปยังโถงเพื่อเข้าพิธีแต่งงาน เขากลับพาตัวเองออกไปยังดินแดนและทำลายค่ายกลส่งตัวทิ้งเพื่อไม่ให้ใครได้ติดตาม
การหายตัวไปของจิ่วหรูเฟิ่งเป็เื่ใหญ่โตที่จบไม่ลง เทวีนิ่งหลางอี้ต้องกลายเป็หม้ายขันหมาก นางอับอายปล่อยโฮอย่างไม่อายผู้ใด ส่วนวิหคเทพนั้นนำพานางกลับไปบน์ และเอ่ยคำขอโทษต่อสหายรักอย่างเง็กเซียนฮ่องเต้ แม้จะเป็เื่ที่ไม่มีใครทำใจยอมรับได้ลง แต่เง็กเซียนฮ่องเต้ก็ยังทรงยื่นข้อเสนอ เพื่อลดความเสียหน้าของเทวีนิ่งหลางอี้
ข้อเสนอนั้นวิหคเทพรับไว้เป็อย่างดี เอ่ยขอบคุณสหายที่ไม่เคยตอกย้ำซ้ำเติมหรือแค้นเคืองเลยสักครั้ง
ภาพเหตุการณ์เปลี่ยนไปเป็ความเศร้าหมอง เมื่อเทวีนิ่งหลางอี้นั้นะโแท่นปะาปลิดชีพตน เพื่อหลีกหนีความละอายที่ติดอยู่ในใจ ก่อนหน้านั้นนางอภิเษกกับเง็กเซียนฮ่องเต้อย่างจำยอม เพื่อรักษาชื่อเสียงที่ว่านางเป็หม้ายขันหมาก ทว่าหลังจากที่นางประสูติโอรสทายาทของ์แล้ว ก็ปลิดชีพตนโดยไม่สนสิ่งใดในทันที
จากนั้นภาพก็กลายเป็ครอบครัวที่มีความสุข จิ่วเหรินกำเนิดในวันที่จันทร์ทอแสงเต็มดวง ทารกผิวขาวสะอาดอ้วนท้วมสมบูรณ์ ส่งเสียงร้องไห้จ้าจนคนเป็พ่ออดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นอีกครั้ง
“นางได้ชื่อจิ่วเหรินสมใจเ้าแล้ว”
“ข้าััได้ั้แ่นางมีเพียงจิต อย่างไรข้าก็ย่อมรู้ว่าลูกนั้นจะเป็เพศใด”
สองสามีภรรยามีใบหน้าเปื้อนยิ้มจนหุบไม่ลง จิ่วเหรินที่ร้องไห้จ้าก็เงียบเสียงเมื่อได้ดื่มนมจากเต้า ริมฝีปากเล็กดูดกินอย่างหิวโหย ท่าทางตลกเช่นนั้นทำให้บิดาต้องหลุดขำออกมา เด็กน้อยคิ้วขมวดทันทีราวกับว่าไม่พอใจที่ถูกบิดาล้อเลียน
เพียงเจ็ดราตรีเท่านั้นที่จิ่วเหรินมีความสุขกับครอบครัว จิ่วหรูเฟิ่งไปพบบิดาของเขาที่บำเพ็ญเพียรอยู่อีกที่ ส่วนซ่างฉือนั้นต้องอยู่ที่เรือนเพื่อเลี้ยงดูลูกน้อย ขณะที่นางกำลังโอบอุ้มเด็กน้อยเอาไว้ ธนูหลายสิบดอกก็พุ่งมาที่นางอย่างไม่ทันตั้งตัว มันปักอยู่กลางหลังของนางจนโลหิตไหลออกมาชุ่ม
“ท่านแม่!!!!”
จิ่วเหรินเผลอะโออกมา ดวงตาของนางสั่นไหวราวด้วยความหวาดกลัว
แม้นางจะถูกธนูหลายดอกปักอยู่กลางหลัง แต่ก็ยังปกป้องลูกน้อยในอ้อมอกอย่างสุดกำลัง นางพาจิ่วเหรินหนีไปไกลจนถึงป่าสีชาด ความเ็ปจากพิษที่หัวธนูนั้นวิ่งเข้าสู่หัวใจของนาง ซ่างฉือไม่อาจจะรักษาตนเองได้ด้วยซ้ำ การถูกไล่ล่าบีบให้นางต้องใช้พลังเพื่อปกป้องจิ่วเหริน
“ท...ท่านแม่!”
จิ่วเหรินร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นมารดาสิ้นใจอยู่ข้างกายนาง ในตอนนั้นนางยังเป็เด็กทารกที่ไม่รู้เื่ราว แต่ก็ส่งเสียงร้องไห้จ้าที่เห็นมารดาฟุบหลับไม่ยอมตื่นขึ้นมาอีก
ผู้เป็บิดามองเห็นภาพที่เ็ปฉายซ้ำอีกครั้ง ดวงตาหม่นหมองระคนแค้นใจ เื้ัของผู้ที่สั่งการนั้นช่างเป็คนที่สกปรกโสโครก ชีวิตคนบริสุทธิ์ผู้หนึ่งก็ไม่ยอมปล่อยให้หลุดรอด
“ผู้ใดหรือเ้าคะที่ทำเช่นนี้”
“...”
“ท่านต้องบอกข้า บอกทุกสิ่งที่ท่านรู้แก่ข้า”
“แน่นอนว่าข้าย่อมต้องบอกเ้า แต่เื่มันไม่ได้มีแค่นี้หรอกจิ่วเหริน” เขาเอ่ยตอบกลับ พลางพยักหน้าให้จิ่วเหรินกลับไปสนใจภาพที่ปรากฏขึ้นมาต่อ ภาพบาดตาที่นางไม่อยากดูซ้ำให้เ็ป
เด็กน้อยร้องไห้จ้าจนหลับไป ดวงอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า จิ่วหรูเฟิ่งเดินทางกลับมาพอดี ระหว่างที่เขาผ่านป่าสีชาดเพื่อที่จะกลับไปยังเรือนหลังน้อย ความคิดถึงลูกและภรรยาล้นเปี่ยมหัวใจ สายตาก็เห็นเหมือนมีคนฟุบอยู่ที่พื้น ข้างกายมีห่อผ้าหล่นอยู่ ท่าทางก็ดูคุ้นจนจิ่วหรูเฟิ่งรีบวิ่งเข้าไปดู
แล้วเขาก็ต้องใจสลายเมื่อภรรยาอันเป็ที่รักไร้ลมหายใจเสียแล้ว ธนูนับหลายดอกยังปักอยู่กลางหลัง โลหิตชุ่มไหลออกมาเปื้อนซึมอาภรณ์สีเรียบของนาง หัวใจเขากระตุกวูบที่เห็นว่าลูกน้อยเองก็แน่นิ่งเช่นกัน แต่แล้วก็โล่งใจเมื่อจิ่วเหรินเพียงแค่หลับไปเพราะร้องไห้จนอ่อนแรง
“ซ่างฉือ! ใครกันที่ทำโหดร้ายกับเ้า!!!”
เขาดึงธนูออกจากหลังของนางทีละดอก น้ำตาพรั่งพรูไหลรินออกมาไม่หยุด ทั้งแค้นใจและเสียใจจนไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ แต่เมื่อจิ่วเหรินตื่นมาส่งเสียงอ้อแอ้ เขาก็ต้องกล้ำกลืนฝืนยืนขึ้นให้ได้อีกครั้ง เมื่อ์กลั่นแกล้ง เมื่อโชคชะตาไม่ปราณีต่อชีวิตของเขา จิ่วหรูเฟิ่งตัดสินใจสละโลหิตเพื่อเรียกคืนนางอันเป็ที่รักให้กลับมาจากความตาย หากว่าสุดท้ายแล้วเขาทำพลาด อย่างน้อยจิ่วเหรินก็ยังมีคนดูแลต่อไป
“น...นั่น!”
“ถูกแล้วจิ่วเหริน ข้าทำสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดลงไป ข้าสละโลหิตเรียกคืนชีวิตแม่ของเ้า”
ร่างของซ่างฉือสลายไปในอากาศ ดวงจิตของานางหลุดลอยออกจากร่าง เขาขอให้นางกลับไปเป็เทพสูงสุดอีกครั้ง เพื่อที่จะซ่อนจิ่วเหรินจากการเป็วิหคสีชาด
#พันธะโลหิตวิหคสีชาด