“นี่มันหมายความว่ายังไงกัน”
ยูดาสมองไปที่ไดอันน่าที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกราะรัดรูปสีขาวดำ ทรวดทรงของเธอนั้นดูดีเป็อย่างมาก ยูดาสได้แต่มองก่อนที่จะกลืนน้ำลาย เธอในตอนนี้นั่งพิงขอบโต๊ะอยู่ บนโต๊ะมีป้ายบางอย่างตั้งไว้อยู่ ยูดาสในตอนนี้สามารถอ่านตัวอักษรทั้งหมดได้ มันเขียนไว้ว่า
[Guild Master Diana Mercy](หัวหน้ากิลด์ ไดอันน่า เมอร์ซี่)
ยูดาสไม่เคยคิดมาก่อนว่านามสกุลของไดอันน่านั้นคือเมอร์ซี่(ความเมตตา) เธอนั้นไม่ได้มีอะไรที่สมกับนามสกุลของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
เธอในตอนนี้มองไปที่ยูดาสด้วยรอยยิ้ม เขารู้ว่าทุกการยิ้มของเธอนั้นมันมีอะไรซ่อนอยู่
“ไดอันน่านี่มันหมายความว่ายังไง ฉัน้าให้เธอสอนฉันเื่วิทยาศาสตร์ ทำไมเธอพาฉันมาที่นี่ ที่กิลด์? แล้วนี่อีก โปรเจคเซอร์วายวอลแคมป์ เธอ้าจะให้ฉันเข้าร่วมกับมันเพราะอะไร”
ไดอันน่าฟังที่ยูดาสบ่น เธอได้แต่กอดอกก่อนที่จะพูดขึ้น
“ไม่ต้องรีบร้อนๆ ฉันสอนเธอแน่ๆเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ แต่ทว่านอกจากวิทยาศาสตร์แล้ว เธอจำเป็ที่จะต้องเรียนรู้ทุกอย่าง เท่าที่โลกนี้จะมีให้เธอ และแน่นอนที่ๆเหมาะสมที่สุดคือการเข้าแคมป์ที่กิลด์ เธออายุเท่าไหร่นะ”
ยูดาสถอนหายใจก่อนที่จะตอบ
“สิบห้า”
“นั่นสินะ สิบห้าปี ถ้าเป็ที่โลกนี้อายุแค่สิบห้าปีก็ยังคงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดอยู่ในแคมป์ และจะเป็ผู้ใหญ่ได้ก็ต่อเมื่อมีอายุยี่สิบปีขึ้นไป เคยได้ยินคำพูดนี้ไหม เข้าเมืองตาหลิวก็ต้องหลิวตาตาม”
ไดอันน่าพูดพร้อมกับหันหลังโชว์เนินก้นของเธอ เธอในตอนนี้กำลังหาอะไรบางอย่างในลิ้นชัด รอยยิ้มของเธอไม่เคยหายไปจากบนใบหน้า ยูดาสได้แต่หึมออกมาก่อนที่จะพูดขึ้น
“ฉันเข้าใจที่เธอพูด แต่ฉันไม่้าเข้าแคมป์ ทำไมเธอถึงไม่สอนวิทยาศาตร์กับฉัน”
ไดอันน่าได้แต่ส่ายหัว
“ฉันไม่ได้มีเวลามากมายที่จะมาสอนเธอนะยูดาส ที่ฉันพาเธอมาที่นี่เพราะที่นี่มีสอนเกี่ยวกับวิทยาศาตร์เหมือนกัน เธอรู้ไหมว่ามีใครหลายต่อหลายคน้าเข้าแคมป์ที่กิลด์ แต่ไม่มีความสามารถมากพอ เธอได้เข้าแคมป์ฟรีๆและง่ายๆ เธอยังจะบ่นอะไรอีก”
ไดอันน่าพูดอย่างจริงจัง ยูดาสในตอนนี้ไม่มีทางเลือกมากนัก
“เข้าใจแล้ว ฉันจะเข้าแคมป์ก็ได้ แล้ว...เื่ที่อยู่เธอจะให้ฉันไปอยู่ที่ไหน”
หวังว่าเธอคงไม่ให้เขาอยู่ในห้องขังหรอกนะ ไดอันน่าหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาก่อนที่จะยื่นให้กับยูดาส
“นี่เอกสารสำคัญในการขอเข้าอยู่ภายในเขตพื้นที่ 7 เธอสามารถอาศัยอยู่ที่นั่นได้ฟรีเป็ระยะเวลา 30 วัน ก่อนที่เธอจะต้องสำรองค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด แล้วอีกอย่างหนึ่ง เห็นของที่อยู่ตรงมุมห้องไหม”
ยูดาสมองไปที่มุมห้อง เขาเห็นอุปกรณ์แปลกๆเต็มไปหมด เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร
“เธอจะต้องหาที่ตั้งเต้นท์เอาเอง มีแต่เ้าหน้าที่ระดับสูงเท่านั้นที่จะได้อยู่ในห้องพักตามอาคารต่างๆ ค่าเช่าพื้นที่จ่ายโดยตรงกับเ้าหน้าที่ทหารประจำพื้นที่”
ยูดาสได้แต่ถอนหายใจออกมา ที่นี่แม้แต่พื้นที่ว่างๆยังคงต้องจ่ายค่าเช่า มันดูถูกเอาเปรียบยังไงก็ไม่รู้ แต่พอมาคิดดูดีๆ โลกเป็แบบนี้ การที่จะมีพื้นที่ๆปลอดภัยอาศัยอยู่โดยเสียเงินนิดๆหน่อยๆก็ถือว่าดีมากแล้ว
“เท่านี้แหละที่ฉันจะสามารถทำให้ได้ แล้วก็นี่ตราประจำตัวของเธอ รับมันไปซะและตรงไปยังจุดที่นัดหมาย เธอถือว่าเป็ส่วนหนึ่งของกิลด์ของฉันแล้ว”
ยูดาสไม่พูดอะไรมากหลังจากนั้น เขารับตราสัญลักษณ์ และอุปกรณ์ต่างๆในการตั้งเต้นท์ ไดอันน่า้าจะบอกว่าให้เขาทิ้งของไว้นี่ก่อน เลิกแคมป์แล้วค่อยมาเอามันไป ทว่ายูดาสสามารถเก็บมันเข้าไปในช่องเก็บของๆเขาได้ ไดอันน่าได้แต่มองไปที่ยูดาสก่อนที่จะส่ายหัวและพูดขึ้น
“เวทย์มนต์นี่มันสะดวกดีจริงๆ”
ไดอันน่าปล่อยให้เขาทำตามใจชอบ ทางเบื้องบนมีคำสั่งลงมาว่าให้จับตาดูเขาตลอดเวลา แต่ไดอันน่าเป็ใคร เธอไม่ได้ว่างขนาดนั้น อีกอย่างดูจากการสนทนากันแล้ว ยูดาสนั้นไม่ใช่คนที่ชั่วร้ายอะไร เขานั้นรู้อยู่แล้วว่าข้างนอกกำแพงนั้นอันตรายขนาดไหน ไดอันน่าไม่ต้องห่วงว่าเขาจะหนีไปไหน เขาไม่ใช่คนโง่
“เอาละในเมื่อเก็บของหมดแล้วก็ไปที่จุดนัดหมายซะ ฉันมีงานต้องไปจัดการอีก ถ้าเกิดเธอมีอะไรสงสัยติดต่อมาที่เบอร์นี้ ใช้อุปกรณ์สื่อสารที่ให้ไปเป็แล้วใช่ไหม”
ก่อนหน้านี้ไดอันน่าได้ให้เครื่องมือสื่อสารกับเขาไป เธอนั้นไม่ได้ให้เครื่องมือสื่อสารราคาสูง เธอให้ของที่มีเหลืออยู่ในห้องเก็บของเท่านั้น
ยูดาสถึงจะมีพลังวิเศษไม่ได้หมายความว่าไดอันน่าจะต้องประคบประหงมเขา ดูจากเ้าตัวแล้วเ้าตัวน่าจะชอบวิธีการเข้าหาแบบนี้มากกว่า
ยูดาสพยักหน้า เขานั้นหยิบเครื่องมือสือสารขึ้นมาก่อนที่จะทำการบันทึกเบอร์โทรของไดอันน่าไว้
เขาหลังจากนั้นก็เดิกออกมาจากห้องของผู้อำนวยการและตรงไปยังจุดนัดหมายที่ไดอันน่าบอกในทันที
ไดอันน่ามองดูยูดาสเดินจากไป เธอได้แต่ยิ้มออกมา เธอรู้สึกว่าเขาจะต้องเป็ตัวแปรสำคัญมากๆสำหรับเธอในอนาคตอย่างแน่นอน