ฉันกลืนน้ำลายลงคอ คว้าเอกสารปึกหนามาเปิดดู และเป็ไปอย่างที่เขาว่า ..
‘บ้าชิบ สมองฉันเป็อะไรไปหมดนะ’
ฉันกล่นด่าตัวเองในใจ ปิดเอกสารแล้วโค้งหัวขอโทษเขา
“ขะ ขอโทษค่ะหัวหน้าทีม ฉันตรวจไม่รอบคอบเอง ฉันจะแก้ไข..“
“ไม่ต้องแล้วครับ” เขาพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“...”
“วางเอกสารนั่นไว้ เดี๋ยวผมจัดการเอง .. ถ้ารอคุณ ผมคงต้องสั่งแก้อีกกี่สิบรอบก็ไม่รู้ แผนงานอื่นก็รอยาวเหยียด ผมจะมานั่งใจเย็นรอคุณแก้งานทั้งวันไม่ได้หรอกคุณยู”
“อึก ขะ ขอโทษค่ะหัวหน้าทีม”
“เชิญออกไปได้ครับ”
ฉันโค้งหัวคำนับด้วยความสำนึกผิดสุดๆ แล้วหันหลังเตรียมเฉดหัวตัวเองออกตามสั่ง
“ปกติคุณเป็คนทำงานดีนี่ครับ … ผมไม่ทราบหรอกว่าคุณมีปัญหาอะไร แต่ว่า แยกเื่งานกับเื่ส่วนตัวด้วยครับ”
“...”
“ถ้าเป็แบบนี้ต่อไป คุณจะกลายเป็ ‘จุดอ่อน‘ ของทีม และจะถ่วงคนอื่นให้ช้าไปด้วย”
ฉึก!!!
จุดอ่อน.. ตัวถ่วง.. รู้ว่าพลาดจริง แต่ใช้คำแรงไปไหมตาคุณหัวหน้าทีม !!
กรี้ดดดดดด
“....” ฉันทำได้แค่ด่าในใจและยืนเม้มปาก ก้มหน้ารับคำติจากเขา
“เข้าใจไหมครับ”
“ขะ เข้าใจค่ะ …ฉันจะปรับปรุงตัว ขอโทษอีกครั้งค่ะหัวหน้าทีม”
ฉันหันไปโค้งหัวจนแทบชนพื้นอีกครั้ง ก้มหน้าต่ำมองปลายเท้าตัวเอง พลางกัดฟันซ่อนน้ำตาเอาไว้
หลังออกจากห้องจำลองขุมนรกนั่น ฉันวิ่งดิ่งขึ้นมากระทืบเท้า กรี้ดไร้เสียงที่ดาดฟ้าโชว์นกที่บินผ่านไปผ่านมา
“พ่อก็ไม่ใช่ ทำไมด่าเจ็บขนาดนี้วะ!”
ฉันสบถเบาๆ พลางยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่เอ่อไหลออกมาแบบห้ามไม่อยู่นี้
‘แฟนก็ทิ้ง แถมโดนเ้านายด่าว่าเป็ตัวถ่วงอีก
…แม่งเอ้ยยยยยยย’
“ผู้ช่วยอีค้าาา” ทันทีที่เลิกงาน ฉันเดินอ้อนเสียงหวานใส่ผู้ช่วยอี เพื่อนเลิฟของฉัน
“อะไรยะ คุณยูอึนอา” เธอหันมาจีบปากจีบคอพูด
“วันนี้ไปดื่มกัน ฉันเซ็งๆ อ่ะ”
“ได้ แต่เลี้ยงเนื้อย่างฉันเป็ค่าจ้างด้วยล่ะ”
“ได้เสมอจ้ะ”
ฉันคล้องแขนเพื่อนเลิฟ มุ่งสู่ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีใกล้บริษัททันที
“จั๊นนนนนนน” ฉันยกแก้วเป้กสีขาวใสชนกับยัยยูรา แล้วดื่มหมดแก้ว
“อ้าาา ชื่นใจ ไม่มีอะไรดีไปกว่าโชจูกับเนื้อย่างอีกแล้ว” ยูราพูด พลางห่อเนื้อย่างยัดปากคำเบอเร่อ
“ว่าแต่ แล้วแกจะทำไงต่ออ่ะ”
“เื่อะไรหรอ” ฉันทวนถาม
ปึ้ง!!
“ก็ไอ้บ้าแจฮยอนไง” ยูราขึ้นเสียงโวยวาย วางแก้วเป๊กกระแทกโต๊ะ
“เอ่อ ก็ทำใจมั้ง ล่าสุดเขาบล็อคเบอร์ฉันแล้วน่ะ เมลล์ก็ไม่อ่าน ..”
“อย่าบอกนะ ว่าแกยังตามง้อมันอยู่” ยูราถาม พลางจิ้มนิ้วชี้ลงบนแก้มฉัน
“ใช่ที่ไหนเล่า! ฉะ ฉันแค่ ถามสารทุกข์สุขดิบทั่วๆ ไปเอง”
“ปล่อยๆ มันไปเถอะ บางที นี่อาจจะเป็จุดเปลี่ยนให้แกเจอเนื้อคู่ก็ได้นะ”
“ตอนนี้ฉันไม่อยากได้เนื้อคู่หรอกย่ะ..เถ้าแก่ เอาเนื้อย่างเพิ่มค่าาา”
ฉันพูดปนขำกับยูรา แล้วหันไปะโสั่งเนื้อกับเถ้าแก่มาเพิ่ม
“เบาๆ รู้อยู่ว่าพรุ่งนี้หล่อนหยุด แต่ฉันยังต้องมาทำงานนะ” ยูราบ่น
“อ่าา รู้แล้วน่าา ก็สั่งให้แกไง ส่วนฉันจะซัดโซจูย้อมใจแบบจุกๆ ไปเลยน่ะ”
“เฮ้อ ยัยขี้เมา… แล้วนี่ เมื่อกลางวันเห็นวิ่งขึ้นดาดฟ้า ไปกรี้ดมาอีกแล้วหรอ”
“อืม น้อยครั้งมากเลย ที่ฉันจะไม่กรี้ดหลังจากออกห้องทำงานของหัวหน้าทีมน่ะ”
“แหม่ ฉันนั่งร้องไห้ต่อหน้าก็ทำมาแล้ว แกยังน้อยนะ ฉันไม่ค่อยเห็นเขาเรียกแกไปติเลย ตอนแรกก็น้อยใจว่าเพราะแกสวยเขาเลยอนุโลมให้รึเปล่า”
“ยัยบ้า อย่างหัวหน้าทีมอ่ะนะ เดือนนึงคุยกับฉันนับคำได้เลย ขนาดอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน หันมองฉันสักแวบนึงยังไม่มี … รึจริงๆ หัวหน้าทีมเขาเกลียดฉันนะ” ฉันบ่นยาว
“ฮ่าๆ ถ้าแกไม่ได้สร้างเื่ให้เขาเดือดร้อน เขาก็ไม่เกลียดแกหรอก”
“ประเด็นคือฉันสร้างน่ะสิ เนี้ย คำว่าจุดอ่อนกับถ่วงทีม ยังดังก้องหู หลอนประสาทฉันอยู่เลย”
“เอาน่าาา ก็่นี้แกมันทำตัวน่าตีจริงๆ นิ อีกอย่าง ทำงานมา 2 ปี แล้ว แกก็รู้ว่าหัวหน้าทีมน่ะ ถึงจะด่าเจ็บจี้ดและชอบทำหน้าเบื่อโลกยังไง แต่เขาก็แยกเื่งานกับอารมณ์ส่วนตัวออก..” ยูราพูด พลางเหล่ตามามองฉัน
“นี่แกกำลังแขวะฉันหรอ”
“ป๊าวววว ใครจะไปทำอย่างนั้นกับเพื่อนคนสวยของฉันล่ะยะ” ยูราพูด พลางเอนตัวมาซบไหล่ฉัน
“ชิ… แล้วไปย่ะ”
เรานั่งระบายอารมณ์ แบบสาวๆ กันจนดึก เกือบเที่ยงคืนสามียูราก็โทรมาตาม หลังคิดเงินกันแล้วก็แยกกันกลับ เพราะคอนโดฉันกับบ้านยูราคนละทางกัน