บทที่ 25 จุดเด่นของเราคือความเรียบง่ายตรงไปตรงมา!
ท่านผู้เฒ่าเดินไปมาในห้องพลางไพล่มือไว้ข้างหลัง สุดท้ายก็พูดว่า "ข้าจะกลับไปหาหัวหน้าตระกูล ให้คนในตระกูลมาช่วยงาน อย่างอื่นอาจทำไม่ได้ แต่ช่วยสกัดน้ำแข็งและขนน้ำแข็งน่าจะพอไหว"
"ส่วนช่างแกะสลักที่มีฝีมือ เ้ารองไปหาคนที่รู้จัก บ้านเราจะจ่ายค่าแรงหรือจ่ายเป็ข้าวก็ได้ ราคาเท่าไหร่ เ้าตัดสินใจเองก็ได้"
ไท่จี้จงรีบตอบทันที "ขอรับท่านพ่อ ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้"
ไท่จี้จู่ก็พูดว่า "ท่านพ่อ ท่านไม่ควรเดินทางยามกลางคืนคนเดียว ให้หย่งอันไปด้วยเถิด"
ชายชราโบกมือปฏิเสธ พูดอย่างห้าวหาญว่า "ตระกูลิ่ให้เงินมัดจำมากขนาดนั้น ข้าจะมาทำตัวลำบากทำไม? คราวนี้ข้าจะจ้างรถม้า ไปมาก็สะดวก ไม่เสียเวลา"
ทุกคนพากันหัวเราะ จริงอยู่ เมื่อเทียบกับค่าจ้างหลายสิบตำลึงเงิน การจ้างรถม้าเพียงไม่กี่สิบอีแปะก็ไม่ถือว่าเป็อะไร
ไม่นาน ไท่ลิ่วเย่และไท่จี้จงก็ออกจากบ้านไปด้วยกัน พวกเขารีบออกไปก่อนที่ประตูเมืองจะปิด จ้างรถม้าสองคันแล้วแยกย้ายกันไปทำงาน
เมื่อไท่จี้เย่ตื่นเต้นกลับมาจากจวนตระกูลิ่ พอได้ยินว่าบิดากับพี่ชายคนรองออกไปหาคนมาช่วยแล้ว เขาก็ดีใจจนตัวโก่ง รีบลากพี่ชายคนโตกับพี่สะใภ้มาปรึกษากัน
จวนตระกูลิ่มีห้าชั้น พื้นที่กว้างขวางมาก หากจะตกแต่งด้วยโคมไฟน้ำแข็งทั้งหมด คนในตระกูลไท่ทั้งหมดคงทำไม่ไหวต่อให้ทำจนตายก็ตาม
โชคดีที่ตระกูลิ่ก็รู้ว่าเวลาค่อนข้างกระชั้นชิด
สรุปก็คือ จำเป็ต้องตกแต่งเฉพาะห้องโถงหลักสำหรับงานเลี้ยง เส้นทางจากห้องโถงหลักไปยังสวน และสวนเท่านั้น แต่ถึงแม้จะลดทอนลงแล้ว รูปสลักน้ำแข็งที่้าก็ยังไม่น้อยกว่าสองร้อยชิ้น
สิ่งสำคัญที่สุดคือแม่น้ำนอกเมืองมีขนาดเล็กเกินไป หากเอาน้ำแข็งไปเพียงเล็กน้อยก็ยังพอได้ แต่ถ้า้าในปริมาณมาก ก็จำเป็ต้องไปที่แม่น้ำซึ่งห่างออกไปยี่สิบลี้
พรุ่งนี้จะต้องปวดหัวกับปัญหานี้ แต่อย่างน้อยบิดาผู้เฒ่าก็ได้แก้ปัญหาเื่กำลังคนแล้ว
...
ลมเหนือพัดหวีดหวิวผ่านหมู่บ้านบนูเาอย่างซุกซน มันพัดเปิดมุมหนึ่งของหลังคาบ้านมุงหญ้าหลังหนึ่ง ขณะกำลังจะก่อความวุ่นวาย ก็มีรถม้าเข้ามาในหมู่บ้านพอดี
ปัจจุบันทุกบ้านกินไม่อิ่มท้อง ย่อมไม่มีอาหารเหลือเฟือสำหรับเลี้ยงสุนัข จึงไม่มีเสียงเห่าเตือนภัยอีกต่อไป
ประตูบ้านของผู้เฒ่าไท่ซานเย่ถูกเคาะดังขึ้น ทำเอาทุกคนทั้งแก่และเด็กใมาก ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อพาไท่ลิ่วเย่เข้ามาในบ้าน แล้วเห็นรถม้าที่จอดรออยู่ข้างนอก ทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็ยิ่งรู้สึกสงสัย
ลูกชายคนเล็กของไท่ซานเย่ ไท่จี้ไฉ ถามตรง ๆ ว่า "ท่านอาหก ท่านร่ำรวยแล้วหรือ?"
ท่านผู้เฒ่าไท่หัวเราะฮ่า ๆ ไม่ได้ถือสาที่เขาพูดจาไม่ทันคิด แล้วจับมือพี่ชายคนโตพลางกล่าวว่า "พี่สาม เ้าหนูจี้เย่มันไม่น่าเชื่อถือ ปกติมันก็สร้างเื่เสมอ แต่คราวนี้มันโชคดีได้งานดี จี้จู่และจี้จงก็กำลังช่วยงานในเมือง แต่ยังขาดคน”
"ข้าอยากหาคนงานที่มีฝีมือดีสักยี่สิบคนในหมู่บ้านมาช่วยสกัดก้อนน้ำแข็งและขนย้ายมัน งานนี้ใช้เวลาประมาณสามสี่วัน ทางบ้านเราจะรับผิดชอบเื่อาหารและที่พัก ค่าแรงก็คิดวันละสามสิบอีแปะต่อวัน หรือจะให้เป็ข้าวฟ่างสามจินก็ได้"
"ท่านช่วยดูหน่อยว่าบ้านไหนที่พอจะมีคนว่างมาช่วยข้าจัดการเื่นี้ได้บ้าง"
ยังมีงานดี ๆ แบบนี้ด้วย?!
ไท่ซานเย่ถึงกับดีใจจนตัวลอย รีบมอบหมายงานให้ลูกชายสองคนของตัวเองทันที
ใน่ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด ไม่ใช่ทุกคนที่อยากอยู่บ้านทนหนาวและอดอยาก แต่ความจริงก็คือไม่มีช่องทางหาเงินนั่นเอง ตอนนี้มีงานมาส่งถึงบ้าน ไม่เพียงแต่จะช่วยลดปากที่ต้องกินข้าว ช่วยประหยัดข้าวในบ้าน แต่ยังหาเงินกลับมาได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็เื่ดีเหมือนขนมเปี๊ยะที่ร่วงลงมาจากฟ้า!
ไม่นาน หัวหน้าครอบครัวแต่ละบ้านก็ถูกเรียกให้ตื่นขึ้นมา พวกเขาหาวหวอด คอหดลง มารวมตัวกันที่บ้านของไท่ซานเย่
เมื่อชายชราเล่าเื่ให้ฟัง ก็เป็ไปตามคาด จำนวนที่เหลืออยู่สิบกว่าคนถูกแย่งชิงกันทันที
สุดท้ายไท่ลิ่วเย่ต้องเป็คนตัดสิน โดยรวบรวมสมาชิกในตระกูลที่ยังแข็งแรงมารวมกัน แล้วหยิบไม้ยาวสั้นหลายอันมาให้จับฉลาก
คนที่จับได้ไม้ยาวจะได้เข้าเมือง ส่วนคนที่จับได้ไม้สั้นก็ต้องรอโอกาสครั้งหน้า
ไม่จำเป็ต้องพูดถึง คนที่จับฉลากได้ก็ดีใจจนตัวลอย ส่วนคนที่จับไม่ได้ก็เศร้าซึมเสียใจ
เพิ่งผ่านเที่ยงคืนไป ทุกคนก็พากันหอบหิ้วเครื่องมือนั่งรถม้ามุ่งหน้าเข้าไปในเมือง
ที่นอกประตูเมือง บังเอิญได้พบกับไท่จี้จงอีกครั้ง เขาได้พาช่างฝีมือที่คุ้นเคยกันห้าหกคนมาด้วย...
ทันทีที่ประตูเมืองเปิดออก ไท่จี้เย่ก็รีบวิ่งกลับเข้ามา เขายังว่าจ้างรถเข็นแผ่นไม้เจ็ดแปดคัน พาทุกคนตรงไปยังปากแม่น้ำ
เดิมทีคิดว่าการตัดน้ำแข็งจะเหนื่อยมาก แต่ไม่คิดว่าทหารจากค่ายตุนเหอที่อยู่ไม่ไกลกำลังตัดน้ำแข็งเพื่อจับปลากันอยู่
จับปลาได้ไม่กี่ตัว แต่ก้อนน้ำแข็งกลับถูกโยนทิ้งไว้เต็มพื้น
ปากหวาน ๆ ของไท่จี้เย่ ไม่มีอะไรที่จัดการไม่ได้ แค่ยัดเงินก้อนเล็ก ๆ ให้กับนายทหารผู้รับผิดชอบ ก้อนน้ำแข็งก็พร้อมให้พวกเขาลากกลับไปได้ตามใจ
ถ้าไม่พอ พวกทหารยังสามารถช่วยขุดเพิ่มได้อีก......
ทุกอย่างราบรื่นเกินคาดกว่าที่คาดไว้ ทำให้ทุกคนมีกำลังใจเต็มเปี่ยม
ยังไม่ถึงเที่ยงวัน ก้อนน้ำแข็งชุดแรกก็ถูกขนเข้าประตูเมืองแล้ว
นี่ไม่เหมือนกับเมื่อวานที่ขนน้ำแข็งมาแค่รถเดียวเท่านั้น ขบวนใหญ่โตแบบนี้ดึงดูดความสนใจจากทั้งเมืองแทบจะทันที
เมื่อมีคนถาม ไท่จี้เย่ก็ไม่ปิดบังอีกต่อไป เขาตอบอย่างเปิดเผยว่า "พวกเราได้รับมอบหมายจากตระกูลิ่ วันเกิดของคุณหนูิ่ใกล้จะถึงแล้ว ในฤดูหนาวแบบนี้ไม่มีทิวทัศน์สวยงามอะไรมากนัก นายท่านและฮูหยินิ่รักเอ็นดูบุตรสาวมาก สั่งให้พวกเราสร้างสวนดอกไม้น้ำแข็งที่แปลกใหม่และสวยงามขึ้นมา!"
สวนดอกไม้น้ำแข็ง?!
แม้จะยังไม่ได้เห็น แค่ได้ยินสามคำนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้คนรู้สึกหลงใหล
ความน่าเบื่อหน่ายของฤดูหนาว คนมั่งมีในยามว่างกลัวที่สุดคือไม่มีอะไรแปลกใหม่ให้ดู เมื่อรู้เื่นี้ก็ย่อมพลาดไม่ได้
ดังนั้นจวนตระกูลิ่จึงได้รับข่าวจากหลายบ้านติดต่อกัน ทุกคน้ามาร่วมอวยพรวันเกิดให้กับบุตรของพวกเขา พอลองสืบดู จึงรู้ว่าต้นตอมาจากครอบครัวไท่
ปกติทำบุญทำการกุศลมากมาย ยังไม่แน่ว่าจะได้ชื่อเสียง แต่ตอนนี้กลับได้รับชื่อเสียงเพราะโคมไฟน้ำแข็งไม่กี่ดวง...
ด้วยเหตุนี้ผู้ดูแลิ่จึงถูกเรียกตัวไปพบเ้านาย และได้รับมอบหมายให้ดูแลครอบครัวไท่ทำโคมไฟน้ำแข็ง โดยห้ามไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดใด ๆ แม้แต่น้อย
ต้องรู้ไว้ว่า ท่านนายอำเภอเองก็ส่งเทียบมาแล้ว ว่าจะพาลูก ๆ มาร่วมแสดงความยินดีและชมโคมไฟด้วย!
ผู้ดูแลิ่จึงตัดสินใจแต่งตัวให้หนาขึ้น พาบ่าวรับใช้สองคนไปประจำการที่บ้านร้างทางตอนเหนือของเมือง พวกเขาขนตุ๊กตาน้ำแข็งออกไปทันทีที่ทำเสร็จแต่ละชุด ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่น้อย!
ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในครอบครัวไท่ไม่คิดว่าจะได้รับความสนใจมากมายขนาดนี้ ทุกคนจึงตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ไม่มีใครได้หยุดพักแม้แต่น้อย
สามสิบกว่าคนกินข้าวด้วยกัน ตอนกลางคืนก็ผลัดกันนอนบนเตียงใหญ่ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก
หยางลี่ฮวาและหลิวตงเหนียงพาหย่งหนิงคอยดูแลเื่เล็กน้อยต่าง ๆ พวกนางแทบอยากจะแบ่งร่างเป็สิบร่างเพื่อทำงานให้ทัน
ดังนั้น…
จูจูที่นั่งอยู่ในอ้อมกอดของผู้ดูแลิ่ มือน้อย ๆ ประคองขนม กินจนยิ้มแย้มอย่างมีความสุข
ครู่หนึ่งมองทางนี้ ครู่หนึ่งมองทางนั้น เหมือนหนูตัวน้อยที่แอบหนีออกมากินขนม แก้มป่อง ๆ น่ารักมาก
ผู้ดูแลิ่คอยดึงเสื้อคลุมตัวใหญ่ของตัวเอง ใช้ปกป้องเด็กน้อยตัวอ้วนกลมจากลมหนาว กลัวว่านางจะหนาวเกินไป ข้าง ๆ เก้าอี้ยังมีกระถางไฟที่มีถ่านไม้สีแดงเรื่อ ๆ กำลังลุกไหม้อยู่ ทำให้ไม่รู้สึกหนาวแม้แต่น้อย
หยางลี่ฮวาต้มน้ำร้อนแล้วยกออกมา เมื่อเห็นภาพเช่นนั้นก็รู้สึกเขินอาย จึงเดินเข้ามาขอบคุณ
"ผู้ดูแลิ่ ขออภัยที่เด็กน้อยบ้านข้ารบกวนท่านเช่นนี้"
ผู้ดูแลิ่กลับยิ้มและโบกมือ ตอบว่า "พี่สะใภ้ไท่ไม่ต้องเกรงใจ ลูกสาวข้าก็โตประมาณนี้แล้ว น่าเสียดายที่ส่งไปอยู่บ้านเกิดั้แ่เล็ก พอได้เจอจูจูแล้วนางช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก!”
"อีกอย่าง จูจูช่วยข้าได้มากทีเดียว โคมไฟที่นางบอกว่าสวย คุณหนูก็ชอบมากเช่นกัน เห็นได้ว่าความชอบของเด็ก ๆ นั้นเหมือนกัน!"
จูจูอุ้มขนมไว้ ยิ้มให้มารดา เผยให้เห็นฟันขาวเล็ก ๆ สองแถว...
ชาวบ้านทั้งหลายถึงจะทำงานยุ่งแต่พอมองเห็นภาพนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา
ครอบครัวท่านอาหกมีโชควาสนาจริง ๆ ไม่เพียงแต่ได้งานในเมืองเท่านั้น ยังคบหาสมาคมกับคนมีฐานะอีกด้วย!