เพญ่าใช้ลูกอ้อนจ้องมองผมด้วยสายตาที่น่าสงสาร แต่มันกลับฉายแววของความร้ายเลห์ดั่งกับว่าผมจะติดบ่วงของเธอแน่ ผมถามทวนด้วยเสียงที่ขำในลำคอ เพราะมันเป็นเรื่องที่น่าตลกสิ้นดี
“ฉันน่ะหรอ รักเธอ?! หึ”
“…..”
“ไม่ใช่เพราะเธอท้องกับผู้กำกับ แต่เขามีครอบครัวอยู่แล้ว เลยบังคับให้เธอทำแท้งเพื่อแลกกับการดันเธอเข้าวงการหรอกหรอ”
ผมพยายามพูดจี้ปมของเธอ เพื่อให้เธอโมโหจนคุมสติเล่นละครนี้ต่อไม่ได้
“...แล้วยังไง?! มันก็คือความพยายามไม่ใช่หรอ”
“ความพยายาม ? หึ” ผมหัวเราะออกไปด้วยความสมเพช
“นายคิดว่ามันง่ายนักหรอ กว่าที่ฉันจะถึงมาจุดนี้ได้ ฉันยอมเสียตัวให้ไอ้แก่บ้ากามนั่น เพื่ออนาคตตัวเองนะ! แล้วใครจะไปรู้วะว่าแก่ๆ อย่างมันเชื้อจะยังทำงานอยู่อีก”
“เพญ่า เธอดูภูมิใจกับความพยายามนั้นเหลือเกินนะ”
“ใช่! ฉันภูมิใจ อย่างน้อยฉันก็มีชื่อเสียง มีเงิน มีคนสนับสนุน ต่อให้ทำผิดแค่ฉันร้องไห้ ขอโทษผ่านสื่อ ทุกคนก็พร้อมจะให้อภัย....”
“เพราะเรื่องพวกนั้น เธอก็เลยกล้าฆ่าลูกตัวเอง เพื่อชื่อเสียงงั้นหรอ ..”
“…..” เธอชะงักปาก สายตาล่อกแล่ก เหมือนกำลังคิดหาคำมาโต้กับผม
“แบบนี้หรอที่เรียกว่ารักของเธอ เธอโผล่มาเพื่อปั่นครอบครัวฉันให้แตก แล้วเรียกร้องว่าเป็นฝ่ายถูกกระทำงั้นหรอ”
“ฉันมาทวงสิทธิ์ต่างหาก!”
“สิทธิ์อะไรเพญ่า! เธอไม่มีสิทธิ์ตั้งแต่คลอดเดียร์น่าทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลแล้ว เธอไม่มาดูหน้าลูกเลยสักครั้ง แต่มาบอกว่าตัวเองเป็น แม่ งั้นหรอ”
“ก็อีเด็กนั่นมันไม่ควรเกิดมาตั้งแต่แรกนิ...”
กรอดดดด
ปั้ง!
ผมกัดฟันกรอดด้วยความโกธรที่เธอพูดถึงลูกสาวผมแบบนั้น ใช้กำปั้นทุบโต๊ะกระจกอย่างแรง จนเธอสะดุ้งเอนหลังหนี มองผมด้วยความหวาดหวั่น
“หุบปากเน่าๆ ที่พูดถึงลูกของฉันแบบนั้นเพญ่า เธอมันไม่ใช่แม่คน และไม่ควรจะเป็นแม่คนด้วยซ้ำ”
เมื่อถึงทางตันเธอตีบทคน (แกล้ง) สำนึกผิด คุกเข่า กุมมือผม ร้องไห้อย่างหนัก ไหล่ของเธอสั่นสะอึกสะอื้นจนน่าสงสาร
‘…เธอคือนักแสดง ท่องเอาไว้ไอ้ติณณ์ อย่าหลงกลเด็ดขาด….’
“ฮึก ติณณ์ คิดดูดีๆ สิ นายดูแลฉันตลอดที่เรียนหมอด้วยกัน คอยปลอบใจตอนที่ฉันทะเลาะกับพ่อแม่ .. ตอนเจอปัญหาใหญ่นายก็ยื่นมือมาช่วยตลอด นายจะคอยอยู่ข้างๆ วันที่ฉันจะฆ่าตัวตายไม่ใช่หรอ”
“เพราะฉันสงสารและสมเพชเธอไงล่ะ! ฉันรับไม่ได้ที่เด็กคนนึงที่ไม่รู้ประสีประสา เกิดจากความมักง่ายของเธอ ต้องถูกฆ่าตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก”
“…”
“เพราะแบบนี้ฉันถึงขอให้เธอเก็บเด็กเอาไว้ และจะเลี้ยงดูเอง มันก็ควรจะจบตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนี่”
“...ฮึก ฮือออ ทำไมนายพูดแบบนี้ นายไม่รักฉันแล้วหรอ”
“ฉันไม่เคยรักเธอเลย ไม่เคยคิดอะไรแบบนั้น และจะไม่มีวันรักด้วย เพญ่า เมื่อก่อนฉันยังมองว่าเธอเป็นเพื่อนนะ แต่ตอนนี้แม้แต่คนรู้จัก เธอก็ไม่ใช่”
“ฮือออ ติณณ์....”
“ถ้ายังมีความเป็นแม่อยู่ ก็ช่วยสงสารลูกเธอด้วย สิ่งที่เธอทำ มันกำลังทำร้ายเดียร์น่าอยู่”
“ฮึก ติณณ์ ขอร้องล่ะ.. ฮือออ เราเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะ”
“ไม่มีอะไรให้เริ่มทั้งนั้น ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ...หยุดเรื่องนี้ซะเพญ่า”
เธอยังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจอยู่ที่พื้น ผมสะบัดมือเธอทิ้ง จากนั้นเตรียมจะเดินออก
“ไอ้หมอโง่…หึๆ”
เธอหยุดร้องไห้ดั่งกลับสั่งระบบในร่างกายได้ ลุกขึ้นมองผมด้วยสายตาที่ไร้แววความน่าสงสาร
“.....”
“ได้! ในเมื่อฉันเล่นบทนางเอก แล้วนายยังดื้อด้านแบบนี้ งั้นก็เชิญใช้ชีวิตเป็นหมอกระจอกๆ กับอีเด็กออฟฟิศนั่นไปแล้วกัน”
“ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะคิดยังไง รีบกลับที่ของเธอไปซะ...”
“ถ้าฉันเอ่ยปากบอกพวกแฟนคลับไปว่าถูกอีนั่นตามข่มขู่ แฟนคลับต้องไปจิกหัวมันแทนฉันแน่นอน” เธอเริ่มพร่ำเพ้อ ตาลอย ยิ้มอย่างน่ากลัว
“ห้ามแตะต้องเขมนะเพญ่า!”
“ทำไมจะไม่ได้! ถ้าฉันไม่มีความสุข พวกแกก็ต้องไม่มีความสุขเหมือนกัน”
“พวกคนที่เข้าไปรุมทำร้ายเขมเป็นฝีมือเธอเหมือนกันใช่ไหม”
“ใช่ แล้วทำไมล่ะ อีนั่นมันก็สมควรโดนแล้วนี่ ใครให้มันสะเออะมายืนแทนที่ฉันล่ะ และมันจะโดนหนักกว่านี้อีกถ้ายังหน้าด้านไม่ยอมไสหัวไปซะที”
“เพญ่า!! เธอรู้รึเปล่าว่าสิ่งที่เธอทำมันร้ายแรงแค่ไหน นั่นมันชีวิตคนนะ!”
“แล้วไงล่! ถ้าจะโทษก็ไปโทษอีพวกนั้นที่มือหนัก ตีนหนักสิ ฉันไม่ได้ไปเฝ้ากำกับมันซะหน่อย” เธอตอบกลับอย่างไม่รู้สึกผิด
“นี่เธอ!!”
ผมกัดกรามแน่น ลมหายใจถี่หนัก ความอดทนของผมในตอนนี้มันเหลือน้อยนิดอย่างกับเส้นฟางบางๆ ผมพยายามควบคุมตัวเองและยั่วอารมณ์ง้างปากเธอให้มากที่สุด
“ฉันอุตส่าห์หยิบยื่นโอกาสที่นายจะได้ใช้ชีวิตดีๆ มีเงิน มีอำนาจสนับสนุน ถ้าฉันยื่นมือเข้าช่วย นายอาจจะมีโรงพยาบาลเป็นของตัวเองได้เลยด้วยซ้ำ ไม่ต้องทำงานงกๆ แบบนี้ ลูกนายก็จะได้มีแม่เป็นซุปตาร์ ครอบครัวมีชื่อเสียง ไปไหนก็มีแต่คนรุมล้อม”
“ฉันไม่ใช่คนที่ขาดความรัก ความอบอุ่นแบบเธอเพญ่า”
“….”
“ฉันพอใจกับความสุขที่ฉันมีในตอนนี้แล้ว ฉันอาจจะโง่ที่ปฏิเสธเธอ แต่รู้เอาไว้ฉันฉลาดพอที่จะเลือกว่าใครเหมาะกับการเป็นเมีย และแม่ของลูกฉัน”
ซ่าาาา
ไวน์รสเฝื่อนจากแบรนด์หรูถูกสาดกระทบใบหน้า น้ำสีม่วงไหลเปรอะบนเสื้อเชิ๊ตสีขาวหยดลงสู่พื้นเหนียวไปทั้งตัว ผมกำหมัดแน่น พยายามห้ามตัวเองไม่ให้สติแตกไปแตะต้องเนื้อตัวของเธอ
“ฉันจะทำให้พวกแก ลงนรกไปด้วยกันทั้งโคตร”
“ก็ลองดูสิ ฉันหมดความอดทนที่จะเล่นกับเธอแล้ว ..มาดูกันว่าดาวอย่างเธอ จะค้างฟ้าได้อยู่ไหม”
ผมพูดทิ้งท้าย จ้องเขม็งแสดงเจตจำนงค์ต่อเธอ ผมยอมเธอมามากพอแล้ว จากที่คิดว่าจะมาเจรจาดีๆ สงสัยผมต้องหักไม้แข็งนี่ทิ้งสักที
“เธอทำให้ฉันต้องร้ายเองนะเพญ่า”