หลันหลันที่ตอนนี้ได้เข้ามาอยู่ในร่างของถิงหลันเด็กหญิงอายุ8 ขวบอย่างช่วยไม่ได้ หญิงสาวพยายามนึกหาเหตุผลต่าง ๆ เพื่อตอบคำถามเหล่านี้แต่ก็จนปัญญาจนต้องยอมแพ้และยอมรับในชะตากรรมเหล่านี้อย่างจนใจ
“แล้ว...คนชื่อหยาง จี้”
“อ่อหากคุณหนูหมายถึงองค์ชายหยางจี้แล้วล่ะก็ดูเหมือนจะเป็โอรสที่ฮ่องเต้มิทรงใส่พระทัยมากนัก ยิ่งหลังจากที่พระสนมเซี่ยทรงสิ้นไปจึงทำให้ขาดคนดูแลแต่ถึงกระนั้นก็มิมีผู้ใดกล้าทำอะไรองค์ชายหยางจี้มากนักเพราะต่างเกรงบารมีของแคว้นเซี่ยแคว้นเกิดของพระสนมมารดาขององค์ชายเพคะ”
“ทำไมเ้ารู้เื่พวกนี้เยอะจัง”
“คุณหนูล่ะก็ก็ทุกคนที่เอ่ยถึงล้วนแล้วแต่ถูกคุณหนูแกล้งมาทั้งนั้น”
“ห๊ะ!!!”
หลันหลันทำหน้าใก่อนจะค่อยๆ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น
“รวมถึงหยางจี้ด้วยหรือ”
“องค์ชายจี้นั้นยังมิเคยพบจึงยังมิทันได้แกล้งเ้าค่ะ”
หลันหลันถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอก ‘ถิงหลันเอ๋ยถิงหลัน เธอเกือบไม่เหลือทางเดินให้ฉันแล้วนะเนี่ย’ หญิงสาวพิจารณารายชื่อที่เขียนบนกระดาษก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“ถ้าเราไม่แย่งองค์ชายรองที่เป็พระเอกและทำดีกับนางเอกของเื่ที่เป็ญาติผู้พี่เราก็คงไม่ต้องมีจุดจบเร็วเกินไป อีกทั้งหากเราเข้าหาหยางจี้เราอาจเดินเื่ไปจนจบได้....เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน”
“คุณหนูว่าอะไรนะเ้าคะ”
หลันหลันรีบโบกมือปฏิเสธก่อนจะไล่จางจูออกไป
“เ้าออกไปเถอะข้าจะพักเสียหน่อย”
“เ้าค่ะ”
เด็กรับใช้ตัวน้อยเดินออกไปปล่อยหลันหลันนั่งเพียงผู้เดียวในห้องหญิงสาวที่อยู่บนเตียงนึกอะไรบางอย่างได้จึงมองบนแขนของตนอย่างแปลกใจ
“ดีจังที่กำไลนี้ตามมาด้วย”
หญิงสาวหยิบลูกอมที่ตนชื่นชอบมากินอย่างเอร็ดอร่อย‘ของพวกนี้แตกต่างจากของที่นี่ทั้งสิ้นเช่นนั้นคงต้องหาข้ออ้างเพื่อให้มันมีที่มาที่ไปเสียแล้ว....แต่จะทำอย่างไร’หลันหลันค่อย ๆ นึกจนเผลอหลับไป
“คุณหนูๆ ได้เวลาอาหารเย็นแล้วเ้าค่ะ”
เสียงจางจูเอ่ยเรียกหญิงสาวเบาๆ หลันหลันค่อย ๆ ลืมตามองรอบ ๆ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ ‘มิใช่ความฝันหรอกหรือ’จางจูช่วยหลันหลันแต่งกาย หญิงสาวมองตนเองในกระจกร่างเด็กน้อยหน้าตาน่ารักมีแก้มดั่งก้อนซาลาเปาแปะไว้อีกทั้งเืฝาดบนแก้วทำให้รู้ว่าเด็กคนนี้ถูกเลี้ยงดูมาเป็อย่างดีหน้าตาของถิงหลันเหมือนพี่ชายร่วมบิดา 4-5 ส่วนเช่นกันและต้องยอมรับว่าสามพี่น้องนี้หน้าตาดีไม่น้อยหญิงสาวถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปทานอาหารเย็นร่วมกับครอบครัว
ในห้องที่ไม่ใหญ่ไม่เล็กแต่บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกอบอุ่นบุรุษมากอายุนั่งหลังตรงแม้อายุที่ดูจะมากแล้วแต่กลับมิได้ทำให้ความหล่อเหลาลดน้อยลงด้านข้างคือฮูหยินถิงมารดาของถิงหลันที่แม้จะมีอายุน้อยกว่าราชครูถิงแต่ความงดงามก็มิได้ลดน้อยลง‘ไม่แปลกใจเลยทำไมบุตรชายหญิงของคนตระกูลนี้จึงหน้าตาดี’ อนุหวังที่นั่งอยู่ก็ยังดูงดงามแม้จะน้อยกว่าฮูหยินถิงอยู่แต่ก็น้อยกว่าไม่มากนัก
“มาสิหลันหลันมานั่งข้างพ่อมา”
หลันหลันยกคิ้วน้อยนั้นอย่างแปลกใจเดิมทีการนั่งของคนในครอบครัวก็ยังต้องมีลำดับาุโแต่นี่... ‘ถิงหลันช่างเป็ลูกรักดั่งที่จางจูบอกจริงๆ’
“เ้าค่ะท่านพ่อ”
เด็กหญิงตัวน้อยค่อยๆ เดินมานั่งระหว่างบิดาและมารดาทุกคนเริ่มลงมือทานอาหารแต่จานของเด็กหญิงนั้นล้นไปด้วยอาหารที่ทุกคนต่างตักให้จนเด็กหญิงต้องรีบเอ่ยห้าม
“หากท่านพ่อท่านแม่ ท่านพี่และอนุหวังยังตักให้หลันหลันแบบนี้หลันหลันกินหมดคงได้กลิ้งออกประตูอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”
“ฮ่าๆ ๆ ดูเด็กคนนี้พูดเข้า”
ราชครูถิงหัวเราะชอบใจก่อนจะลูบศีรษะบุตรสาวของตนเบาๆ อย่างเอ็นดูทุกคนบนโต๊ะเองก็ส่งสายตามองเด็กหญิงตัวเล็กด้วยความเอ็นดูไม่ต่างกัน
“หากข้าอ้วนจนไม่สามารถออกเรือนได้ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องเลี้ยงข้าไปจนตายนะเ้าคะ”
เด็กหญิงบ่นกะปอดกะแปดเรียกเสียงหัวเราะรอบโต๊ะได้เป็อย่างดี
“หากเป็เช่นนั้นจริงพ่อกับแม่ย่อมต้องเลี้ยงดูเ้าอย่างแน่นอน”
“ท่านพี่ล่ะก็ให้ท้ายลูกอยู่เรื่อย”
ฮูหยินถิงค้อนสามีเบาๆ พอเป็พิธีก่อนจะหันมาคีบอาหารให้บุตรสาวและบุตรชายของตน หลันหลันมองบุคคลรอบ ๆโต๊ะก่อนจะยกยิ้ม ‘ถิงหลันชาติก่อนฉันได้เสียครอบครัวไปเพราะอุบัติเหตุจึงมิได้มีความสุขเช่นนี้ในเมื่อเธอมอบโอกาสนี้ให้แก่ฉันแล้วฉันขอสัญญาว่าจะรักและดูแลครอบครัวนี้แทนเธอเป็อย่างดีอย่างแน่นอนขอบใจมากนะถิงหลัน’
“อนุหวังท่านก็กินให้มาก ๆ นะ”
หลันหลันคีบอาหารใส่จานอนุหวังสตรีที่นั่งอยู่มองหน้าเด็กน้อยก่อนดวงตาจะพร่าเลือนไปเพราะน้ำตาที่เอ่อเต็มตาของนางทุกคนบนโต๊ะอาหารต่างมองถิงหลันและอนุหวังสลับกันไปมา
“ข้านึกว่า....”
“มิใช่ข้ามิชอบท่านหรอกนะอนุหวังเมื่อก่อนข้าอาจจะมิรู้ความจึงเล่น....อะไรแผลง ๆ กับท่านไป ท่านที่เป็ผู้ใหญ่คงมิถือสาหาความข้าใช่หรือไม่”
เด็กหญิงฉีกยิ้มกว้างไปทางอนุหวังก่อนจะร้องโอดโอยขึ้นมา
“ดูพูดเข้า”
ไป๋จื่อหยิกแก้มบุตรสาวอย่างหมั่นเขี้ยวแม้นางและอนุหวังจะเป็ภรรยาของราชครูถิงแต่พวกนางก็มิได้มิชอบกันแต่กลับรักและเอาใจใส่กันดั่งพี่น้องแท้ๆ มีเพียงถิงหลันเท่านั้นที่ดูเหมือนจะชอบแกล้งอนุหวังแต่นางก็มิเคยถือสาทั้งยังคงรักและเอ็นดูถิงหลันเหมือนลูกเสมอเสียงหัวเราะและความอบอุ่นหลั่งไหลเข้าสู่จิตใจที่เหือดแห้งของหลันหลันหญิงสาวรู้สึกยินดีที่เกิดเื่นี้มากกว่าเสียใจเสียอีก
“พวกเ้าเองก็กินเข้า”
ไป๋จื่อเอ่ยกับถิงโม่หานและถิงอู่อย่างอารมณ์ดีบุตรสาวของนางคนนี้นางรอกว่าสิบปีถึงจะมีแม้กระทั่งอนุหวังเองก็มิมีบุตรีให้เชยชมแม้สักคนพวกเขาทั้งสองต่างพยายามมีบุตรีแต่กลับไร้วาสนาจนเมื่อไป๋จื่อรู้ว่าตั้งครรภ์อีกครั้งนางดีใจมากแต่หลังจากนั้นไม่นานกลับมีนักพรตพเนจรมาทำนายบุตรในท้องของนางว่าจะมีเคราะห์และมีอายุไม่ยืนยาวดั่งดวงแก้วที่หลุดลอยไปแต่เมื่อได้คืนดวงแก้วนี้จะส่องสว่างให้คนทั้งครอบครัวดังนั้นนางจึงทนุถนอมถิงหลันยิ่งกว่าเดิมจนเมื่อยามสายของวันนางและอนุหวังเดินเล่นตามปกตินางเห็นถิงหลันปีนขึ้นต้นพลับใจนางอยากวิ่งออกไปห้ามแต่กลับถูกอนุหวังดึงไว้
“พี่หญิงท่านอย่างเพิ่งออกไปตอนนี้ ท่านลืมเื่คำทำนายนั่นแล้วหรือ”
“แต่หลันหลัน”
“หากแม้นางเป็อะไรไปข้าเองก็เสียใจมิต่างจากพี่หญิง พวกเรารอดูกันต่อไปเถอะ”
จนเมื่อนางเห็นเด็กน้อยตกจากต้นพลับน้ำตาของนางไหลพรากอยากจะวิ่งไปกอดร่างน้อยที่นอนแน่นิ่งบนพื้นนั้นแต่ร่างของอนุหวังก็ได้กอดนางไว้พร้อมกับน้ำตาเช่นกัน
“พี่หญิงอดทนอีกนิด ข้าเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น”
“เ้า!!!.
ขณะที่ทั้งสองกำลังยื้อยุดกันไปมาอยู่นั้นจู่ๆ เด็กหญิงตัวน้อยได้ลืมตาฟื้นขึ้น พวกนางทั้งสองจึงได้รีบหลบไปในทันที ในเรือนของไป๋จื่ออนุหวังคุกเข่าลงขอให้ไป๋จื่อลงโทษนางที่ได้กระทำเื่ที่ไม่น่าให้อภัยนั้นไป๋จื่อเดินเข้าไปประคองอนุหวังขึ้นมา
“ข้ารู้ว่าเ้าเองก็รักหลันหลันไม่น้อยไปกว่าข้าแต่อย่าให้มีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นอีกเพราะใจของข้าแทบแตกสลาย เ้ารู้หรือไม่”
“น้องทราบแล้ว”
ทั้งสองมองหน้ากันและกันด้วยรอยยิ้มทั้งที่ดวงตาเปรอะไปด้วยคราบน้ำตาก่อนจะบรรจงเช็ดให้กันก่อนจะวางแผนทำอาหารมือเย็นที่ถิงหลันชอบกิน