ฟิ๊ววว ฉึก! ตู้ม~~~~~
อ๊าก~~~ ฉึก!
เสียงต่อสู้ของเหล่าทหารกล้าที่โห่ร้องเรียกพลังและข่มขวัญข้าศึกฝ่ายตรงข้ามดังกึกก้องไปทั่วนภา พอๆกับเสียงม้าที่วิ่งไปทั่วสนามรบ ลมพายุฝนกระหน่ำเทลงมาจากฟากฟ้า เหมือนมันกำลังช่วยชะล้างคราบโลหิตสีแดงสดจากร่างไร้ิญญา จนแทบกลายเป็ทะเลโลหิตก็มิปาน
“ท่านอ๋อง แคว้นเป่ยเทียน ถอยกำลังไปแล้วขอรับ”
ทหารนายหนึ่งควบม้าศึกมารายงานผู้เป็นาย”
“ทหาร~~~ บุกยึดแคว้นเป่ยเทียน ห้ามให้รอดไปได้แม้คนเดียว”
เสียงเข้มะโดังลั่นทั่วสนามรบ เหล่าทหารวิ่งบุกฝ่ายตรงข้ามด้วยท่าทีไม่เกรงกลัว แม่ทัพผู้องอาจเป็แบบอย่างและขวัญกำลังใจให้ทหารกล้าทั้งหลายร่วมใจกันฝ่าฝัน เว่ยตงหยางควบม้าประชิดแม้ทัพแห่งแคว้นเป่ยเทียน ความสามารถและวรยุทธ์ของเขาเป็ที่ประจักษ์อย่างไม่มีข้อกังขา เพียงใช้ไม่กี่กระบวนท่าก็สามารถสะบั้นหัวของแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย
ร่างใหญ่กำย่ำสมชายชาตรีส่วมชุดเกาะทหารดูองอาจ คราบโลหิตสีแดงสดเปอะเปื้อนไปทั้งตัว ดวงตาคมสีสนิมท่อประกายของความภาคภูมิใจ เขาะโลงจากหลังม้าเพื่อนคู่ใจก่อนที่จะรับธงแคว้นฉินจากทหารผู้ร่วมรบ ปักมันบนแผ่นดินแคว้นเป่ยเทียน
“แคว้นฉินชนะแล้ว เว่ยอ๋องชนะแล้ว แคว้นฉินชนะแล้ว เว่ยอ๋องชนะแล้ว”
เสียงเหล่าทหารกล้าะโลั่นอย่างประกาศชัยชนะในสนามรบบนแผ่นดินแคว้นเป่ยเทียน
.…
กลางฤดูคิมหันต์อากาศร้องอบอ้าวสลับกับฝนพายุจนสร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านที่ทำการเพาะปลูกไม่น้อย เรือนเก่าๆ ที่อายุการใช้งานมานานนับ 10 ปี แต่กลับดูสะอาดสะอ้านข้าวของถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ บนเตียงกว้างมีหญิงสาวที่กำลังนอนอุดอู้ แกว่งเท้าไปมาอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้านางจะเรียกว่าอัปลักษณ์ก็ไม่ งดงามหรือก็ไม่ นับว่าพอดูได้อย่างเฉกเช่นชาวบ้านทั่วไป เสื้อผ้าหน้าผมก็มิได้หรูหราหรือขาดริ้ว มีรอยปะจากการขาดที่ใส่มันหลายปีแล้วเท่านั้น ภายในห้องเล็กๆ แห่งนี้ไม่มีข้าวของมีค่า มีเพียงหนังสือละครเต็มไปหมด
“ซิ่วอิง เ้าจะนอนเช่นนั้นอีกนานหรือไม่”
เสียงของหญิงวัยกลางคนดังเข้ามาภายในห้องเล็กๆ เสียงดังเหมือนอย่างกับพูดต่อหน้าเลยก็มิปาน ห้องที่ไม่เก็บเสียงดังจนได้ยินไปไกลถึงบ้านของผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง
“หลี่ซิ่วอิง!”
หญิงสาวถูกเรียกชื่ออีกครั้งหลังจากที่นางไม่ได้ตอบกลับผู้เป็มารดา ร่างบางที่นอนอ่านหนังสือถึงกลับต้องกรอกตามองบนด้วยความเบื่อหน่าย นางกำลังอ่านหนังสือละครที่พึ่งได้มาใหม่เมื่อหลายวันก่อน ถึง่กำลังสนุกแล้วแท้ๆ
” ท่านแม่ ข้ากำลังอ่านหนังสืออยู่นะเ้าคะ”
” อ่านหนังสือ อ่านตำราอันใด เ้านี่หรือมิเคยเล่าเรียน บ้านเรามิได้ร่ำรวย หยุดโกหกข้าแล้วมาผ่าฟื้นส่ะ”
” เ้าค่ะ”
ซิ่วอิงเดินไปยังฟืนไม้ที่กองพูนอยู่หน้าเรือนเก่าๆ ด้วยใบหน้าเกียจคร้าน อากาศในวันนี้ดูจะร้อนอบอ้าวไปนิด หากเป็โลกปัจจุบันคงมีแอร์เย็นๆ พอคิดถึงตอนนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจ นี่ผ่านมาเกือบ 7 เดือนแล้วที่นางมาอยู่ที่นี่ หากเป็คนอื่นคงสนุกสนานน่าดู นางน่ะหรืออ่านนิยายมานับเป็พันเล่มแล้วล่ะในโลกปัจจุบัน นางเอกหลงเข้ามาอยู่ในนิยายจีนโบราณ มาอยู่ในร่างนางเอกบ้าง นางร้ายบ้าง ฮองเฮา บางคนฉลาดเป็กรด มีความสามารถ มีความรู้ทางการแพทย์ สุดท้ายตอนจบก็ได้ครองคู่กับใครสักคน แล้วอย่างไร นางมิได้มีความรู้อะไรเป็เพียงพนักงานออฟฟิตธรรดา ที่วันๆโหยหาแต่วันหยุดเพื่อดูซีรีส์หรือไม่ก็อ่านนิยายเงียบๆกับแมวในห้องเล็กๆเท่านั้น ใครจะคิดว่าตัวเองจะได้มาอยู่ที่นี่ อยู่ในร่างของหญิงสาวธรรมดา ไม่ได้มีแม่เลี้ยงใจร้าย ตระกูลใหญ่ ใกล้ชิดเชื้อพระวงศ์ วันๆตื่นมากินอิ่ม นอนหลับ ท่านพ่อกับท่านแม่ร่างนี้ก็ดีกับนางเป็อย่างมาก หากใครจะบอกว่าได้เข้ามาอยู่ในนิยายที่ตัวเองอ่านทั้งที แล้วทำไมไม่ทำให้ชีวิตและร่างนี้อยู่ดีกินดี เป็เพราะนางถือคติที่ว่าคนขยันอยู่ที่ไหนก็ลำบาก
ที่นี่คือแคว้นฉิน บ้านของหญิงสาวอยู่ในเมืองหลวงก็จริง แต่อยู่รอบนอก เพราะฉะนั้นมิได้อยู่ใกล้จวนขุนนางใหญ่ และก็อยู่ไกลจากวังหลวงมากพอสมควร แค่นี้หลี่ซิ่วอิงก็สบายใจแล้ว เพราะ 7 เดือนที่ผ่านมานางรู้ตัวแล้วว่าตัวเองนั้นเข้ามาอยู่ในนิยายของนักเขียนชื่อดังที่อ่านจบไปนานแล้ว นางชอบเื่นี้มาก พระนางหรือที่ทุกคนเรียกว่าตัวเอกเหมาะสมกัน ส่วนตัวร้ายก็มีจุดจบที่ดีถึงแม้จะขัดใจนางบ้างก็ตาม เพราะงั้นนางจะไม่เอาตัวเองเข้าไปเป็ตัวขัดขวางเนื้อเื่ หรือทำให้ใครเป็คนดี ไม่อยากรู้อยากเห็นว่าจากตัวหนังสือที่อ่านกับสถานที่จริงหรือเื่จริงจะเป็อย่างไร นี้ชีวิตจริงนางเข้ามาอยู่ในนิยายมีชีวิตจริงๆ หากทำอันใดผิดพลาดเพียงนิดอาจรักษาชีวิตไว้ไม่ได้ นางเองรักชีวิตรักตัวเองมาก ขอเพียงใช้ชีวิตได้ดี สงบสุข ในโลกก่อนนางเป็เด็กกำพร้า ต้องทำงานั้แ่เด็ก ความยากจนก็ไม่ต่างจากที่นี่มากหนัก แต่ก็มีบ้างที่แอบเอาความสามารถจากโลกก่อนมาใช้เพื่อหาเงิน เช่น วาดภาพ แต่งกลอน ทำขนม แต่ก็เป็อะไรที่ไม่ได้แปลกใหม่มากหนัก และแน่นอนก็ต้องแอบทำอย่างลับๆ ขอแค่ไม่ลำบากใช้ชีวิตเรียบง่ายก็พอแล้ว
ปั๊ก!!
เสียงโยนคว้านในมือลงพื้นด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนร่างบางจะนั่งลงกับพื้นดินอย่างไม่ใส่ใจ ชีวิตประจำวันของนางไม่มีอันใดมาก มารดานางชื่อหลี่ซูหลินวันๆรับผ้าจากคนในหมู่บ้านมาซ่อม ส่วนบิดาชื่อหลี่กวางิมักออกไปล่าสัตว์มากิน หากเหลือก็นำไปขาย ไม่ได้ร่ำรวยมากแต่ก็มิได้ยากจนเสียจนไม่มีอันจะกิน ทั้งคู่เลี้ยงดูหลี่ซิ่วอิงมาตลอด จวบจนตอนนี้นางอายุ 20 ปีแล้ว แต่กลับมิได้ออกเรือนเหมือนกับบ้านอื่นที่เพียงแค่อายุเพียง 15 ปี ก็เริ่มออกเรือนกันเสียแล้ว นี่นับเป็เื่ดีหากนางเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่แต่งงานแล้วคงลำบากใจมิน้อย นับว่า์ยังสงสารนางอยู่บ้าง
..
” ท่านพ่อกับท่านแม่มีอะไรก็บอกข้ามาเถอะเ้าค่ะ”
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทั้งสองท่านส่งสายตาให้กันไปมาเหมือนจะเอ่ยกับนางแต่ไม่กล้า ในขณะที่กำลังทานข้าวอยู่
"นี่เ้าก็อายุ 20 แล้ว มีคนรักแล้วหรือไม่"
หลี่ซูหลินผู้เป็มารดาเอ่ยขึ้นในที่สุด
เพล้ง!
เสียงตะเกียบกระทบจานข้าวทันทีหลังได้ยินผู้เป็มารดาเอ่ยถาม
"ท่านแม่....."
"ข้ามิได้จะไล่เ้า แต่ข้าสองคนก็แก่มากแล้ว หากภายภาคหน้าเ้ามิมีผู้ดูแลจะทำเช่นไร"
"แล้วอย่างไรเ้าคะ ข้าก็อยู่คนเดียวได้ หรือพวกท่านไม่รักข้าแล้วหรือ"
"เฮ้อ~ มิใช่เช่นนั้นซิ่วเออร์ เ้าก็รู้ว่าครอบครัวเรามีเพียงกินอิ่มนอนหลับเท่านั้น อำนาจมิได้มีเฉกเช่นครอบครัวขุนนาง หากวันใดอยากให้เราผิดหรือเราถูกก็ง่ายเพียงนิด"
หลี่กวางิ ผู้เป็นบิดาเอ่ยอธิบาย
"เราก็อยู่เงียบๆ ไม่หาเื่หรือพาตนเองเข้าใกล้พวกเขาก็สิ้นเื่มิใช่หรือเ้าคะ"
ซิ่วอิงเอ่ยขึ้นอย่างหาทางออกให้กับเื่นี้ นางคิดว่าหากใช้ชีวิตอย่างไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับคนใหญ่โตหรือทางวังหลวงก็สามารถรอดพ้นจากสิ่งที่อาจเป็อันตราย
"ซิ่วเออร์ แม่มิอยากให้เ้าต้องทนทุกข์หากเลือกได้ ก็อยากให้เ้าออกเรือนกับชาวบ้านธรรมดาที่เ้าพึงพอใจ''
ผู้เป็มารดา หันมาเอ่ยกับบุตรสาว พร้อมยื่นมือไปกุมเอาไว้อย่างอ่อนโยน
"เฉินเต๋อิ เสนาบดีกรมพิธีการ อยากหาอนุให้แก่บุตรชาย เฉินชินหยาน เมื่อหลายวันก่อนพ่อนำสัตว์ที่ล่าได้ไปขาย เห็นเ้าที่ยังมิได้ออกเรือน เลยอยากได้เ้าไปเป็อนุ"
"ตระกูลเฉิน บุตรชายที่แต่งงานมีฮูหยินและอนุอีกหกคนนั่นหรือเ้าค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างใ ในนิยายคนผู้นี้นิสัยทั้งเ้าชู้และโง่งม ถึงมีอำนาจจะตระกูลแต่กลับเป็หมันไม่สามารถมีทายาทได้'
"แล้วท่านพ่อ เอ่ยตอบไปว่าเช่นไรเ้าคะ"
"ข้าเพียงบอกว่าเ้าป่วยหนัก แต่เมื่อวานคนของคนจวนเฉินมาสอดส่องที่หน้าเรือนเรา คาดว่าคงไม่เชื่อคำพูดที่ข้าบอกไปเป็แน่ ่นี้เ้าก็เก็บตัวอยู่ในเรือน "
ผู้เป็พ่อเอ่ยอย่างลำบากใจ หากตนไม่ไปที่จวนสกุลเฉิน บุตรสาวของตนคงไม่ต้องมาเจอเื่เช่นนี้
"เราเป็เพียงชาวบ้าน ส่วนเขาเป็ถึงขุนนางในวังหลวง หากแจ้งทางการก็คงไม่พ้นต้องตกไปอยู่ที่จวนนั้น ข้าไม่มีคนรักที่สามารถออกเรือนได้ในพรุ่งนี้หรือในเร็วๆ นี้ เกรงว่าจะหนีไม่พ้น"
หญิงสาวเอ่ยอย่างใช้ความคิด ในนิยายไม่มีเื่เช่นนี้กล่าวถึง เพราะว่าร่างนี้เป็ตัวประกอบที่ไม่ถูกเอ่ยถึงในนิยาย เกรงว่าถึงนางจะแต่งเข้าไปหรือไม่แต่งเข้าไปก็ไม่ได้มีผลอะไรกับเนื้อเื่หลัก แต่แล้วอย่างไรนี้ชีวิตนางเลยนะ จะให้เข้าไปเป็อนุคนที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ได้อย่างไร หากนางแต่งเข้าไปแล้วไม่ตั้งครรย์สักทีเกรงว่าจะอยู่ไม่เป็สุข
"ท่านพ่อท่านแม่เ้าคะ ท่านไม่ต้องห่วงข้านะเ้าคะ เื่นี้ขอข้าจัดการเอง ข้าสัญญาจะไม่ทำให้ท่านทั้งสองต้องเป็กังวล"
หญิงสาวเอ่ยจบก็เดินเข้าห้องของตนเองไป
"ซิ่วเออร์ฉลาด ต้องเลือกทางที่ดีให้ตนเองเป็แน่"
หลี่กวางิเอ่ยปลอบฮูหยินของตนเมื่อเห็นแสดงสีหน้าของความเป็กังลออกมา เขาเป็เพียงชาวบ้านธรรมดาหากโชคดีหน่อยนางก็คงออกเรือนกับคนรักใช้ชีวิตธรรมดามิต้องไปเป็อนุจวนไหน แต่นางกลับโชคร้ายเช่นนี้เขาผู้เป็บิดาก็ยิ่งทุก์ใจยิ่งนัก
.…
ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ หญิงสาวกางแผ่นกระดาษกว้างจากนั้นจรดพู่กันลงกระดาษอย่างตั้งใจ จนเวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยามก็เงยหน้าขึ้น ระหว่างคิ้วของนางยังคงผูกกันเป็ปม หญิงสาวกำลังเขียนวงจรตัวละครทั้งหมดในนิยายออกมาเพื่อหาทางรอด ในโลกที่อำนาจอยู่เหนือทางการเช่นนี้
สถานะนางตอนนี้ต้องหนีจากการเป็แค่ฐานะชาวบ้านธรรมดาที่ทำมาหากิน ฐานะถัดจากชาวบ้านธรรมดาคือการเป็พ่อค้าแม่ค้าในท้องตลาด แต่อาชีพนี้อย่างไรก็หนีไม่พ้นการถูกจับเข้าไปเป็อนุอยู่ดี ทางที่นางสามารถออกจากวงวารการถูกจับไปก็คงหนีไม่พ้นไปอยู่ใต้ชายคาเรือนของผู้ที่มีอำนาจ ดูสภาพและหน้าตาของร่างนี้สิ่งที่ทำได้คงต้องขายตัวเข้าไปเป็บ่าวรับใช้จวนไหนสักจวน
"จวนสกุลโจ้ว เป็จวนของโจ้วยู่ร์เฟิง พระเอกในนิยาย หากข้าจะเข้าไปอยู่คงมิใช่เื่ง่าย จากเนื้อเื่นั้นเป็จวนที่เข้ายากที่สุดและถูกตรวจสอบนานกว่าจะได้เข้าไปทำงานเป็บ่าวรับใช้ได้ เกรงว่าคงไม่ทันการถูกจับไปเป็อนุก่อนเป็แน่"
หญิงสาวเอ่ยออกมากับตัวเองอย่างไล่เรียงเหตุการ์ในนิยาย จากนั้นจับพู่กันจุ่มหมึกสีแดงกากบาทที่ชื่อจวนสถุลโจ้วออก
"จวนสกุลจาง เป็จวนของจางเซี่ยวเหยียน นางเอกในนิยาย แต่ในภายหลังถูกกล่าวหาว่าทุจริตทำให้ถูกยึดทรัพย์และสาวรับใช้ถูกขายไปกว่าครึ่งจวน ไม่ได้ๆ ข้าจะเอาชีวิตตัวเองไปไว้ที่ๆไม่แน่นอนแบบนั้นไม่ได้ จวนสกุลอู่ก็ไม่ถูกกับจวนสกุลเฉิน หากนางเข้าไปเื่ที่นางไม่ไปเป็อนุ เกรงว่าจะมาเอาเื่กับท่านพ่อท่านแม่ข้าเป็แน่"
ในกระดาษที่ก่อนหน้านี้ถูกวาดเขียนชื่อจวนสกุลต่างๆ ไว้ ถูกหมึกสีแดงกาทิ้งไปจนทั้งกระดาษเต็มไปด้วยหมึกสีแดง
"จริงหรือนี่..."
มือเรียวบางวงรอบชื่อจวนสกุลเว่ยในกระดาษ สกุลเว่ยเป็จวนของอ่องเว่ย หรือเว่ยตงหยาง ตัวร้ายในนิยายเมื่อตอนที่อ่านนิยายจบนางยังนึกสงสารที่ตัวร้ายทำตัวไม่สมกับการเป็ตัวร้าย ทั้งรูปงามไม่แพ้พระเอก ฉลาด มีกำลังในมือมากมาย แต่กลับยอมให้กับนางเอก นี่เรียกเสียสละตนเองเพื่อให้คนที่รักมีความสุข หากจะให้เรียกตัวร้ายคงไม่เหมาะ เรียกว่าพระเอกตัวจริงน่าจะถูกเสียกว่า แต่ถึงอย่างนั้นหากเข้าไปเป็สาวใช้จริงๆ นางจะทำตัวให้กลืนกินไปกับกำแพงจวนเลย ไม่เข้าไปวุ่นวายและจะเป็บ่าวรับใช้ที่ไม่โพล่หน้าเข้าไปให้เขาเห็นเด็ดขาด
……………
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————