ในเวลาเดียวกัน ในห้องถัดไปบนชั้นห้าของหอเมฆา มีกลุ่มคนจากแคว้นเป่ยิกำลังจับกลุ่มกันอยู่ชายสองคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะสวมชุดคลุมสีดำหรูหราพร้อมลายปักดอกบัวขนาดใหญ่ที่ดูโดดเด่นคนที่ดูเด็กกว่าอายุดูจะประมาณสิบสี่หรือสิบห้าปีใบหน้าของเขาดูสง่างามและมีเสน่ห์แบบเฉพาะตัวและยังดูเหมือนว่าจะเป็คนที่ร่าเริงกว่า
ชายอีกคนดูเหมือนว่าเขาจะอายุประมาณยี่สิบสองหรือยี่สิบสามปีและยังดูสง่างามเป็พิเศษเขามีกลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้และดูสูงส่งราวกับว่าเขาอยู่เหนือผู้คนทั้งโลกหล้าในขณะนี้มีชายสวมชุดดำกำลังคุกเข่าอยู่ต่อหน้าชายสองคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ
"พูด" หาน ม่อเจ๋อ คนที่ดูเป็ผู้ใหญ่กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจากนั้นเขาก็กวาดสายตามองไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาบนพื้น
แม้ว่าเขาจะพูดเพียงคำเดียว แต่ก็ไม่ยากที่จะแยกแยะพลังดึงดูดอันแรงกล้าและความใสราวกับน้ำพุที่ไหลออกมาจากขัวน้ำแข็งในน้ำเสียงของเขาเขามีน้ำเสียงที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกถึงทุกคำพูดของเขาด้วยจิติญญาโดยไม่รู้ตัว
ทั่วร่างของผู้ใต้บังคับบัญชาที่คุกเข่าอยู่บนพื้นสั่นสะท้านจากกลิ่นอายกดดันที่แผ่กระจายออกมาจากตัวเขา
ก่อนจะพยายามอย่างยากลำบากที่จะหายใจออกมาเบาๆ และรายงานขึ้นด้วยความเคารพ"กระหม่อม ได้ตรวจสอบเื้ัของคุณหนูสามผู้นี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ และยังพบว่านางไปยังสถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทิวาโลหิตอยู่บ่อยครั้งฉากหลัง นางอาจจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับใครบางคน ที่ทรงพลังก็เป็ไปได้นอกจากนี้ ชื่อเสียงของคุณหนูสามนั้นไม่ค่อยดีนัก มันเริ่มมาจากการแข่งขันที่จัดขึ้นในเมืองหลวงนางได้ลำดับสุดท้ายและกลายเป็คนงี่เง่า แต่เหนือไปกว่านั้น เหมือนกับมีคนจงใจเผยแพร่ข่าวนี้ออกไปเพื่อให้นางกลายเป็ตัวตลกของคนทั้งเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ"
หาน ม่อซี สังเกตเห็นสีหน้าที่ดูเ็าและไม่แยแสของ หาน ม่อเจ๋อจากนั้นก็ลดสายตาลงและยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาที่สวมชุดสีดำ
“พวกเ้าได้ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างนางกับกลุ่มทิวาโลหิตแล้วหรือยัง?” เขาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไพเราะจับใจ
"กระหม่อมเองก็ไม่แน่ใจพ่ะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมสืบพบว่าวรยุทธของคุณหนูสามนั้นเป็รูปแบบเฉพาะของกลู่มทิวาโลหิตมันทำให้นางดูพลิ้วไหวราวกับนกนางแอ่นและทำให้ดูราวกับว่านางกำลังร่ายรำคนธรรมดาทั่วไปจะคิดว่านางกำลังร่ายรำอยู่ แต่สำหรับผู้ฝึกยุทธนั้นจะรู้ว่านั้นคือหนึ่งในเคล็ดวิชาของกลุ่มทิวาโลหิต”
ทันใดนั้น ความเยือกเย็นในดวงตาของหาน ม่อเจ๋อ ก็ดำดิ่งลงในขณะที่เขาถามขึ้น"ผู้หญิงคนนี้เก่งกาจไม่เบาที่สามารถซ่อนตัวตนที่แท้จริงของนางเอาไว้ได้คนธรรมดาไม่สามารถเข้าเป็หนึ่งในกลุ่มทิวาโลหิตได้ นางเป็ใครกันแน่"
“เสด็จพี่ ท่านแน่ใจหรือว่า้าผู้หญิงแบบนั้น” หาน ม่อซีถามขึ้นในขณะที่เขายิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับหาน ม่อเจ๋อ
หาน ม่อเจ๋อ เหลือบมองชายในชุดดำและพูดอย่างเฉยชาขึ้น"ออกไป"
“พ่ะย่ะค่ะ” เขาตอบด้วยความเคารพ ก่อนจะหันหลังและก้าวออกไป
มีแววตาที่สงบนิ่งและลึกล้ำในดวงตาของหาน มอเจ๋อ ก่อนที่เขาจะพูดขึ้น “บางทีนางอาจจะไม่ได้แต่ง” เขาพูดขึ้นอย่างเ็า
"ฮองเต้ของแคว้นหนานหลี่ไม่อาจมองข้ามได้จริงๆ!พวกเขารู้ว่าท่านมีชื่อเสียงที่ไม่ดี ดังนั้นพวกเขาจึงยอมให้คนโง่คนหนึ่งออกมาแต่งงานแทน"หาน ม่อซีพูดด้วยความไม่พอใจ แต่เขาก็อดสงสัยเล็กน้อยไม่ได้เกี่ยวกับคุณหนูสามของจวนเสนาบดีหลิวว่านางไปรู้เคล็ดลับวิชาของกลุ่มทิวาโลหิตได้อย่างไร?
“บางทีนางอาจไม่ใช่คนโง่และนางก็เพียงแค่ซ่อนเขี้ยวเล็บที่แท้จริงเอาไว้บางครั้งสิ่งเหล่านี้อาจปกป้องตัวเ้าได้” เขาพูดเงียบๆ ในขณะที่แววตาของเขาเปลี่ยนไป
หาน ม่อซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง บางทีมันอาจจะเป็อย่างนั้นจริงๆก็ได้“พวกเราจะได้รู้ เมื่อเราพบนางในงานเลี้ยงของคณะทูตในคืนนี้” เขาหัวเราะขึ้นเบา ๆ
หาน ม่อเจ๋อ นึกถึงผู้หญิงหลายคนในวังหลังของแคว้นเป๋ยิ "ผู้หญิงธรรมดาดีที่สุดไม่ใช่เหรอหรือ" เขาถามขึ้นเสียงเข้ม
หาน ม่อซี ยิ้มด้วยดวงตาอ่อนโยนและตอบขึ้น"บางทีสตรีผู้สูงศักดิ์แห่งแคว้นหนานหลี่อาจจะอยากแต่งงานกับท่านเมื่อพวกนางเห็นว่าท่านนั้นรูปงามเพียงใด เช่นนี้เสด็จพี่ ท่านก็เลือกคนที่ดูไม่ธรรมดามาสักคนเถอะ"
หาน ม่อเจ๋อ ส่ายหัวและยิ้มขึ้น จนถึงวันนี้ เขายังไม่พบเจอผู้หญิงที่เขาชอบพอเลยหากเขาได้พบกับนางในวันหนึ่ง เขาจะต้องดูแลนางเป็อย่างดีอย่างแน่นอน
หาน ม่อซีสังเกตเห็นสีหน้าสิ้นหวังของหาน ม่อเจ๋อและหัวเราะขึ้น“ข้าสงสัยเหลือเกินว่าผู้หญิงแบบไหนที่ท่าน้า เสด็จพี่ของข้า”
หาน ม่อเจ๋อ ยิ้มขณะที่เขาเลิกคิ้วขึ้น “เป็คนที่องอาจ สง่างาม เก่งกาจมีไหวพริบ”เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
หาน ม่อซีถอนหายใจเบาๆ "ยังไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ยังคงสามารถรักษาความองอาจสง่างาม เก่งกาจมีไหวพริบไว้ได้ เมื่อพบเจอคนระดับท่าน"
หาน ม่อเจ๋อ ยิ้มเยาะและไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ อีก