ภพสุดท้ายกลายเป็นเซียน

    เล่มที่2 ตอนที่53 เทพปะทะเทพ

         ใต้ท้องทะเลลึกทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของแผ่นดินใหญ่
         ร่างเงาสายหนึ่งกำลังแหวกว่ายไล่สังหารเหล่าสัตว์อสูรวิญญาณเพื่อมาบ่มเพาะ ร่างเงานี้มิใช่ร่างของสิ่งใดนอกเสียจาก 'จักพรรดิมัจฉา' สัตว์เทพที่กลายเป็นมารร้ายแห่งมหาสมุทรแดนใต้ ทำลายสมดุลแห่งท้องทะเลใต้เหตุนี้เองหลุมลึกแห่งมหาสมุทรจึงเริ่มสั่นไหว
         การสั่นไหวนี้มิใช่สิ่งใดนอกเสียจากจ้าวสมุทรแดนใต้ได้ลืมตาตื่นจากการจำศีลอันยาวนาน ดวงตาสีม่วงแผ่กลิ่นอายยั่วยวนหลงไหล เผยให้เห็นประกายเกล็ดสีม่วงอ่อนบางเบา ก่อนจะหายไปในความมืดมิดคราหนึ่งแล้ววูบไหวออกมาจากด้านล่างอย่างรวดเร็ว..เห็นชัดเจนเพียงลำตัวยางที่มีเกล็ดสีม่วงปกคลุมเอาไว้เท่านั้น
         "มารร้าย!"เสียงก้องกังวาลดังสะท้อนตามมาหลังจากร่างยาวลึกลับได้ออกไปจากหลุมลึก
         บนภูเขาลูกหนึ่งของแผ่นดินใหญ่
         ครุฑตนหนึ่งกำลังสั่งเหล่าปักษาซึ่งเป็นสัตว์อสูรวิญญาณใต้อาณัติของมันให้ออกทำลายเมืองและทำร้ายผู้คนจนกว่าจะหาตัวของหลินหลงพบ มิเพียงเท่านั้น..มันยังออกไปสังหารผู้คนกระทั่งสงหารผู้ฝึกตนอย่างบ้าคลั่งเพื่อระบายความแค้นถึงขั้นที่เจ้าสำนัก สำนักหนึ่งต้องมาจัดการและยามนี้ครุฑและเจ้าสำนักกำลังเผชิญหน้ากันอยู่บนยอดเขา
         "เป็นถึงสัตว์เทพกลับสังหารคนไร้ทางสู้น่าสังเวชเสียจริง...เจ้าครุฑ"
         "มนุษย์น่ารังเกรียจข้าจะฆ่าเจ้า"ครุฑกล่าวเสียงต่ำ สีหน้าท่าทางมันบ่งบอกถึงรังเกรียจบุคคลด้านหน้าของมันอย่างมิปิดบัง ที่เป็นเช่นนี้ต้นเหตุมาจากหลินหลงที่ยั่วยุมันซ้ำยังพาอสรพิษดำคู่แค้นของมันหลบหนีไปมันจึงเหมารวมโกรธแค้นมนุษย์ทั้งหมด แต่มันหารู้ไม่ว่าหลินหลงนั้นมิได้สนใจผู้ใดในแผ่นดินใหญ่นี้แม้แต่ผู้เดียวซ้ำยังรู้สึกเคืองแค้นฉิงเหรินเป็นพิเศษ
         "เรามิได้มีนามว่ามนุษย์น่ารังเกรียจ ข้าคือเจ้าสำนักหงเหม่ย ซินเหมย ประมุขผู้งดงามหนึ่งเดียวแห่งสามสำนักหง"
         "หุบปาก! มนุษย์ก็คือมนุษย์น่ารังเกรียจสุดในสามโลก..เพียงเป็นมนุษย์เหตุผลที่ต้องฆ่านั้นมีมากมายนับสิบ"
         "โกรธแค้นคนผู้หนึ่งกลับคิดสังหารทุกผู้คน..สมกับเป็นครุฑน่าสังเวช ยามตกตายไปสวรรค์จักไม่เห็นใจเจ้า"ซินเหมยมิได้เพียงกล่าว แต่เธอนั้นชี้หน้าครุฑอย่างขุ่นเคือง เพราะมันคิดสังหารผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ถึงอย่างไรแล้วเธออยากจะเจอผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้และลงโทษมันเสียมากกว่า
         "ข้ามิสน..หากเจ้าหามนุษย์นั่นพบข้าจักมิสังหารผู้ใดเป็นเช่นไรเล่า ทว่า..ข้าจักสังหารมนุษย์ไปตลอดจนกว่าจักพบมัน ฮ่าๆๆ"ครุฑกล่าวเสียงแข็งความโกรธแค้นของมันถูกใส่เข้าไปในน้ำเสียง ท่าทางที่มันแสดงออกมาราวกับมีพลังอำนาจเทียมฟ้าไร้ผู้ใดหาญกล้าต่อกร
         "เช่นนั้นเจ้ากับเราต้องตายกันไปเสียข้าหนึ่ง"ซินเหมยกล่าวตัดบทพลางปลดปล่อยพลังปราณขั้นเทพนภาออกมามากล้น ครุฑเห็นเช่นนั้นมันก็ปลดปล่อยพลังปราณด้วยเช่นกันเพื่อมิให้มันถูกกดดันอยู่ฝ่ายเดียว
         เทพนภากับเทพนภา คลื่นพลังทัดเทียมต่างฝ่ายต่างมิอาจสะกดข่มเสมือนคนสองคนยืนจ้องหน้า ต่างกันเพียงทั้งสองยืนอยู่บนอากาศเสื้อผ้าและขนพริ้วไหวไปตามกระแสลมปราณ ทั้งสองมิอาจวัดกันด้วยพลังได้ ในเรื่องแพ้ชนะนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์และทักษะวิชาท่วงท่าต่างๆ
         หวิ๊บ!
         ร่างของซินเหมยและครุฑหายไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย มิน่านนักร่างเงาสองสายสายจึงได้ปะทะกันใต้ก้อนเมฆเหนือภูเขา ท่วงท่าวิชาต่อสู้ระยะประชิดถูกใช้ออกรุกรับระรัว
         หมัดเพลิง!
         กายาวายุ!
         หมัดเปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชนจากซินเหมยพุ่งเข้าหาใบหน้าของครุฑ เสี้ยววิต่อมาบนร่างครุฑเกิดลมหมุนเป็นเกราะป้องกันกายของมันเอาไว้มิให้ถูกหมัดเพลิง
         หมัดเพลิงปะทะกายาวายุเพลิงบนหมัดอันร้อนแรงพลันถูกดึกดูดโคจรเข้าไปในสายลมคุ้มกันกายมันอย่างรวดเร็ว จากสีเขียวกลายเป็นสีส้มก่อนจะกลายเป็นสีแดงเข้มแล้วเริ่มเผาไหม้ขนสีขาวทองนวลของมัน
         "มนุษย์!"ครุฑเค้นเสียงทั้งๆที่มันกัดฟันแน่นพร้อมบินถอยออกจากซินเหมย
         "หึ! ชู่เสิ่งบังอาจขึ้นเสียงกับข้าเช่นนั้นรึ"ซินเหมยกล่าวเสียงเย็น ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาน้อยคนนักที่กล้าขึ้นเสียงกับนาง
         "มนุษย์..บัง..บังอาจ"ครุฑปากสั่นไปมาด้วยความโกรธแค้น คำกล่าวของซินเหมยช่างกระตุ้นความโกรธแค้นมันได้ดียิ่งนัก
         "กล้าขึ้นเสียงกับเราสาวงามผู้นี้สมควรแล้ว"ซินเหมยกล่าวพลางใช้นิ้วหมุนผมยาวสลวยของนางเล่นราวผู้ชนะ ทว่า..นางนั้นดูแคลนครุฑมากเกินไป เพราะตอนนี้มันกำลังใช้ออกด้วยเขตแดนวายุสบั้น สายลมไร้สีไร้กลิ่นแต่ยังคงมีเสียงหวีดหวินกำลังกลื่นกินพื้นที่สิบกิโลเมตรรอบด้านโดยมีครุฑเป็นจุดศูนย์กลาง
         เขตแดนวายุสบั้น!
         "เจี้ยนเหริน เจ้ามันสุนัขลอบกัด..เขตแดนดอกไม้แดง!"ซินเหมยก่นด่าครุฑแล้วใช้ออกด้วยเขตแดนของเธอ
         จากพื้นที่ว่างเปล่ากลับกลายมามีลมอันคมกริบพัดไปมารอบตัวซินเหมยและครุฑ ก่อนดอกไม้สีแดงเข้มจะปรากฎซ้อนทับ เพียงแต่ดอกไม้แดงถูกวายุสบั้นจนเหลือแต่ใบปลิ้วไปตามลม ทว่า ความคมของมันก็สามารถทำร้ายครุฑได้ หากว่าเขตแดนทำร้ายผู้ใช้แล้วเกรงว่าทั้งสองคงต้องตกตายพร้อมกันในเวลามินานนัก
         .     .     .     .     .
         ใต้ก้นมหาสมุทร
         จักรพรรดิมัจฉาถูกเจ้าสำนักหงไห่ นาม 'หง'  กับเจ้าสำนักซานไห่ นาม 'ต้าไห่' ใช้วิชาเทพระดับปฐพีโจมตีต่อเนื่อง แม้ว่าเจ้าสำนักทั้งสองจักอยู่ในขั้นเทพปฐพีและจักรพรรดิมัจฉาเป็นเพียงเทพวิญญาณก็ยังสูสี เพราะต่อสู้ในน้ำลึกเช่นนี้ทำให้ทั้งสองเสียเปรียบต่อให้ทั้งสองสามารถต่อสู้ในน้ำได้ดีกว่าผู้ใดอย่างไรย่อมด้วยกว่าเหล่ามัจฉา
         ใต้ก้นมหาสมุทรนี้ไร้คำกล่าวสนทนาใดๆ มีเพียงคลื่นพลังและฟองอากาศเท่านั้น เจ้าสำนักทั้งสองใช้ดาบคนละเล่มซึ่งเป็นอาวุธเทพก็ยังมิสามารถทำให้จักรพรรดิมัจฉาเกิดรอบบาดแผลได้ เพราะทั้งสองมิสามารถเข้าใกล้มันได้เลย หากเข้าไปใกล้มันเกินไปมันจักปล่อยพิษสีดำทมิฬกับไอมารออกมาพร้อมกัน
         หงและต้าหันมามองหน้ากันครู่ มินานก็พยักหน้าต้าไห่จึงพุ่งเข้าหาจักรพรรดิมัจฉาก่อนหง คมดาบของต้าไห่เรืองแสงสีน้ำเงินประกายฟ้าขณะพุ่งเข้าหาจักรพรรดิมัจฉา
         ตัดธารา!
         วูบ
         เส้นแสงสีน้ำเงินประกายฟ้าถูกส่งออกจากใบดาบของต้าไห่ นี่ย่อมเป็นลมปราณของผู้อยู่ในขอบเขตอาณาจักรเทพ
         "หง!"ต้าไห่ใช้ลมปราณเปลี่ยนเป้นเสียงบอกกล่าวหงเจ้าสำนักหงไห่ให้ใช้ออกด้วยท่าไม้ตาย
         วูบวาบ!
         ร่างของหงหายไปจากจุดเดิมพุ่งตามจักรพรรดิฉลามที่ใช้หางปัดตัดธาราของต้าไห่จนเกิดบาดแผล ก่อนดายสีแดงฉานในมือของเขาจัดส่องประกายแสงออกมา
         มัจจุราช!
         ฟิ้ว!
         เส้นแสงสีแดงถูกปล่อยออกจากใบดาย ไม่นานมันก็กลายเป็นร่างสีแดงอันน่าหวาดกลัวหายเข้าไปในร่างจักรพรรดิมัจฉา ก่อนบนร่สางมันจักเกิดเป็นรอบแผลถึงเนื้อนับไม่ถ้วนทั้งๆที่ตัดธาราตัดชั้นหนังมันไปถึงครึ่งแล้ว
         "บัดซบจักเป็นไปได้เช่นไร.."หงกล่าวอย่างมิเชื่อสายตา ทว่า!..เขาถูกโคนของจักรพรรดิมัจฉาปะทะหน้าออกอย่างรุนแรงถึงขั้นกระเด็นถอยไปท่ามกลางมวลน้ำอันหนาแน่นพร้อมกับโลหิตที่พวยพุงออกมาจากปาก
         -----โปรดติดตามชมตอนต่อไป-----
         ไรท์:ช่วงนี้จะออกวันละตอนนะ..ว่าแต่รู้สึกยังไงกับการตั้งชื่อของไนท์ง่ะ บอกที
         ติชมได้นะ