ตอนที่ 1
หญิงงามทั้งสอง
"ทูลท่านอ๋อง หญิงงามทั้งสองรออยู่ที่ห้องโถงแล้วพ่ะย่ะค่ะ"ทันทีที่ท่านอ๋องเสด็จลงมาจากรถม้าพ่อบ้านเก่าแก่ดูแลจวนอ๋องมายาวนานก็รายงานให้กับพระองค์ทราบ
อ๋องหลี่เหยียนจวิ๋นพยักหน้าเล็กน้อยคล้ายไม่ใส่ใจ เพียงเท่านี้พ่อบ้านก็สามารถเข้าใจความหมายได้
ฮ่องเต้น้อยส่งสาวงามมาให้กับท่านอ๋องหลี่เหยียนจวิ๋นนับครั้งไม่ถ้วนดังนั้นครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีอะไรเป็พิเศษนักอ๋องหลี่เหยียนจวิ๋นเดินเข้าไปยังเรือนหลังใหญ่ของตนเองเพื่อพักผ่อนหลังจากที่พาทหารหนึ่งพันนายกลับมาถึงเมืองหลวงเมื่อ่สายของวันพรุ่งนี้ถึงจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้น้อย
พ่อบ้านรับคำสั่งแล้วเดินย้อนกลับไปที่ห้องโถงใหญ่สั่งให้สาวใช้นำทางสาวงามทั้งสองไปยังเรือนรับรอง
หญิงงามทั้งสองที่ถูกเลือกเข้ามาคล้ายจะมีคำถามที่้าคำตอบจากพ่อบ้าน
"ท่านอ๋องให้พวกท่านทั้งสองรออยู่ที่นี่"
พ่อบ้านเดินจากไปแล้วเหลือทิ้งไว้เพียงสาวงามทั้งสองที่เพิ่งถูกพาตัวมายังจวนแห่งนี้เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนที่ท่านอ๋องจะเสด็จกลับมาถึงจวน
คนหนึ่งรับราชโองการจากฮ่องเต้เป็ตัวแทนตระกูลอันเพื่อเข้ามายังจวนอ๋อง ส่วนอีกคนถูกไถ่ตัวมาจากหอนางโลมชื่อดังในเมืองหลวงแม้จะต่างสถานที่ต่างชนชั้น เมื่อเข้าสู่จวนอ๋องแล้วล้วนอยู่ในสถานะเดียวกันนั่นคือสตรีในจวนอ๋อง
คุณหนูอันหลงซีในวัยสิบห้าปีพาสาวใช้ติดตามมาด้วยหนึ่งคนนั่งอยู่อีกมุมของห้องในเรือนรับรอง ใบหน้าจัดว่าเป็สาวงามคนหนึ่งในเมืองหลวงกิริยามารยาทล้วนงดงามอ่อนหวานน่ารักสมวัย
นางมีร่างกายที่อ่อนแอมาั้แ่เด็กมักเจ็บป่วยอยู่เป็ประจำ และครั้งนี้ดูเหมือนอาการป่วยของนางจะหนักกว่าครั้งไหนๆทุกครั้งที่ไอมักจะมีเืปะปนออกมาด้วย ใบหน้าที่จัดว่าซีดอยู่แล้วยิ่งซีดมากกว่าเดิม
เสียงไอของนางทำให้หญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งอดไม่ได้ที่จะหันไปมองดู
จูเหลี่ยวหมินคือหญิงงามที่บุรุษทั่วทั้งเมืองหลวงใฝ่ฝันอยากนางขายศิลป์ไม่ได้ขายเรือนร่างอย่างเช่นหญิงสาวหลายคนในหอนางโลมกระทำกัน
ทุกการเคลื่อนไหวล้วนดูเหย้ายวนไปเสียทุกส่วนแม้เป็สตรีด้วยกันยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉานางจูเหลี่ยวหมินขึ้นชื่อเื่ความเย่อหยิ่งที่สุดในหอนางโลมนางไม่ได้ออกมารับแขกเหมือนเช่นหญิงนางอื่นนอกจากเล่นดนตรีเพื่อความสำราญแก่แขกที่เข้ามาใช้บริการในหอนางโลมแล้วเื่อื่นใดล้วนไม่เกี่ยวข้องกับนาง
เพราะความเข้าถึงตัวยากส่งผลให้บุรุษหลายต่อหลายคนคิดกันไปเองว่านางกำลังท้าทายพวกเขาอยู่ยิ่งยากยิ่งอยากที่จะเอาชนะให้ได้
"คุณหนูเ้าคะ ให้ข้าตามท่านหมอเถอะเ้าคะ"สาวใช้นามว่าจิงฮุยสีหน้าดูเป็กังวลยามกล่าวกับผู้เป็นาย
อันหลงซีส่ายหน้าเบาๆ"อย่าทำให้ผู้อื่นตื่นตระหนก" จากนั้นก็ไออีกสองครั้งติดต่อกัน
จูเหลี่ยวหมินมองดูสองนายบ่าวเงียบๆไม่คิดที่จะเข้าไปวุ่นวายกับพวกเขาทั้งสองแต่อย่างใดจนกระทั่งเวลาล่วงเลยจนถึงมื้อเที่ยง อาหารจึงถูกยกเข้ามา
จูเหลี่ยวหมินไม่ได้มีสาวใช้ติดตามอย่างเช่นคุณหนูอันหลงซีถึงแม้นางจะอยู่อย่างสุขสบายในหอนางโลมมาหลายสิบปีก็ตามที
ภายในเรือนรับรองมีห้องสำหรับแขกทั้งหมดสองห้องหญิงสาวทั้งสองจึงเลือกจับจองกันคนละห้อง
ท่าทีสงบของจูเหลี่ยวหมินที่มีต่อคุณหนูอันหลงซีดูเป็ธรรมชาติมากนางนั่งทานอาหารในส่วนของตนเองไปไม่กี่คำก็วางตะเกียบลงก่อนจะเดินเข้าห้องของตนเองไป
คุณหนูอันหลงซีมองตามหลังหญิงสาวไปจนกระทั่งอีกฝ่ายหายลับไปจึงดึงสายตากลับมายังอาหารตรงหน้า นางวางตะเกียบลงบนโต๊ะเช่นเดียวกัน
สาวใช้คะยั้นคะยอให้เ้านายทานอีกสักคำสองคำทว่าผู้เป็นายกลับส่ายหน้าแล้วลุกขึ้นเดินออกไปหน้าเรือนรับรองสายตามองเลยผ่านไปยังเรือนหลังใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากเรือนที่ตนเองกำลังยืนอยู่นัก
"เหตุใดท่านอ๋องถึงไม่เสด็จมา" นางบ่นพึมพำเสียงเบาใบหน้าดูเศร้าสร้อย
"ท่านอ๋องอาจจะติดพันงานสำคัญอยู่ก็ได้เ้าค่ะคุณหนู"สาวใช้ปลอบใจผู้เป็นาย "คุณหนูจะให้บ่าวไปแจ้งกับท่านอ๋องหรือไม่เ้าคะ"
"ไม่ต้อง" แม้จะอยากพบหน้าบุรุษที่นางคิดถึงทุกค่ำคืนเพียงใดทำได้เพียงอดทนรอ
ยิ่งยืนตากลมอาการไอของนางก็ยิ่งกำเริบมากขึ้นเสียงไอถี่ๆติดต่อกันหลายครั้ง ส่งผลให้ร่างกายทรุดหนักยิ่งกว่าเดิมสุดท้ายนางก็ล้มพับลงกับพื้นโดยไม่รู้ตัว
สาวใช้ร้องเรียกผู้เป็นายด้วยสีหน้าตื่นตระหนกะโให้สาวใช้ที่อยู่ในบริเวณนั้นรีบไปรายงานกับท่านอ๋องเพื่อตามหมอมารักษาโดยด่วน
เสียงวุ่นวายด้านหน้าเรือนรับรองดึงดูดให้จูเหลี่ยวหมินต้องออกมาดูด้วยความสนใจ
ร่างไร้สติของคุณหนูอันหลงซีถูกหามเข้ามาด้านในเพียงไม่กี่อึดใจเ้าของจวนก็ปรากฏตัวในเรือนรับรองแห่งนี้
เป็ครั้งแรกที่จูเหลี่ยวหมินได้พบกับท่านอ๋องหลี่เหยียนจวิ๋นในระยะใกล้เอื้อมนางมองดูแววตาและการกระทำที่เขามีต่อคุณหนูอันด้วยความสนใจ
บุรุษนักรบที่ไม่เคยต้องตาสตรีใดในใต้หล้ากลับมีสีหน้าท่าทางห่วงใยคุณหนูอันหลงซีดูลึกซึ้งเกินกว่าคนเพิ่งรู้จักกัน
พ่อบ้านเร่งฝีเท้าเข้ามาพร้อมกับหมอวัยกลางคนและผู้ช่วยจากนั้นก็รีบเข้าไปตรวจอาการของคุณหนูอันหลงซีตามรับสั่งของท่านอ๋อง
หลังจากตรวจอาการป่วยได้สักพักท่านหมอกับผู้ช่วยก็เดินออกมารายงานกับท่านอ๋องด้วยสีหน้าไม่ดีนัก
"ทูลท่านอ๋อง อาการของคุณหนูท่านนี้ยากที่จะรักษาแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
"นางป่วยเป็โรคอะไร ทำไมถึงรักษาไม่ได้!!!"
น้ำเสียงของท่านอ๋องราวกับยมทูตกำลังกระชากิญญาชายวัยกลางคนให้หลุดลอยออกจากร่างไปท่านหมอรีบคุกเข่ากับพื้นเสียงดังตึงด้วยสีหน้าตื่นกลัวบุคคลตรงหน้า
"กระหม่อมไร้ความสามารถ ขอท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิตด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
ชีพจรของหญิงสาวนางนี้อ่อนแรงและซับซ้อนมากอีกทั้งเืลมของนางยังติดขัดอยู่หลายจุดอาการเช่นนี้คงอยู่ได้ไม่พ้นถึงสามวันเป็แน่
ตอนนี้ท่านหมอยังไม่กล้าวินิจฉัยโรคที่นางเป็ออกมาต่อหน้าท่านอ๋องเขายังรู้สึกไม่มั่นใจกับโรคและพิษบางอย่างที่อยู่ในตัวของคุณหนูท่านนี้โรคบางโรคจำเป็ต้องใช้พิษบางชนิดรักษาร่วมด้วยอาการถึงจะดีขึ้นท่าทางอ้ำอึ้งของท่านหมอสร้างความหงุดหงิดแก่ท่านอ๋องเป็อย่างมาก
อ๋องหลี่เหยียนจวิ๋นทราบว่านางมีร่างกายที่อ่อนแอมาั้แ่เด็กทุกครั้งที่ล้มป่วยต้องกินยานานเป็เดือนถึงจะหายเมื่อปีที่แล้วเขาเสาะหายาดีเพื่อนาง ผ่านไปครึ่งปีอาการป่วยของนางดีขึ้นจนเกือบหายเป็ปกติ แล้วเหตุใดในเวลานี้ถึงได้กลายเป็เช่นนี้ไปได้ต้องมีบางอย่างผิดพลาดอย่างแน่นอน
ทุกคนให้ความสนใจกับอาการป่วยของคุณหนูอันหลงซีทั้งหมดจึงไม่ได้สนใจสตรีอีกนางที่ยืนอยู่ข้างหลังของพวกเขา
จูเหลี่ยวหมินทำตัวกลมกลืนกับพวกเขาไปอย่างแเีคอยเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่เอาไว้ในใจ
ท่านหมอกลับออกไปแล้วบรรยากาศภายในเรือนรับรองดูอึมครึมท่านอ๋องหลี่เหยียนจวิ๋นนั่งอยู่ข้างเตียงนอนของคุณหนูอันหลงซีฝ่ามือหนาที่ผ่านการจับกระบี่ฆ่าฟันศัตรูมามากมายกอบกุมมือเล็กบางของหญิงสาวเอาไว้ไม่ห่าง
"ข้าจะหาหมอเทวดามารักษาเ้าให้หาย เ้าต้องอดทนไว้"
อันหลงซียกยิ้มแววตาเศร้านางรู้ดีว่าเวลาของนางเหลืออยู่ไม่มากแล้วภายในใจย่อมซาบซึ้งในความห่วงใยที่เขามีให้
จวิ๋นอ๋องรู้สึกเ็ปใจเขาต้องทนมองดูนางทุกข์ทรมานกายแต่กลับช่วยเหลือสิ่งใดไม่ได้เลยก่อนกลับไปชายแดนเมื่อต้นปีก่อน เขาบอกให้นางรอ หลังจากพ้นวัยปักปิ่นแล้วจะส่งแม่สื่อไปสู่ของนางมาเป็พระชายาเอก
กลับมาคราวนี้เขาตั้งใจที่จะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับนางแต่ไม่คิดว่าฮ่องเต้น้อยจะมีราชโองการให้ตระกูลอันคัดเลือกสตรีประทานมายังจวนอ๋องจึงไม่ได้ใส่พระทัยเมื่อพ่อบ้านเข้ามารายงาน
จวิ๋นอ๋องนั่งเฝ้าหญิงสาวจนนางหลับไปจึงค่อยเดินออกมานอกห้อง สั่งให้พ่อบ้านเข้ามาพบในห้องหนังสือเขาจะทำพิธีแต่งงานกับนางให้ถูกต้องแม้ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะทำให้นางได้รับเพียงตำแหน่งพระชายารองแต่เขาสัญญาว่าตำแหน่งพระชายาเอกที่ว่างอยู่จะเป็ของนางในอีกไม่ช้า
ใน่บ่ายจวนอ๋องดูวุ่นวายทั้งสาวใช้และบ่าวรับใช้ชายต่างวิ่งวุ่นช่วยกันจัดเตรียมงานให้ทันกับวันพรุ่งนี้โดยว่าที่พระชายารองยังคงนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงนอนไร้เรี่ยวแรงที่จะลุกออกมาชื่นชมงานแต่งงานที่ท่านอ๋องได้สั่งให้พ่อบ้านจัดเตรียมไว้ให้กับนาง
ในยามนี้จูเหลี่ยวหมินรู้แล้วว่าพื้นที่ในใจของท่านอ๋องหลี่เหยียนจวิ๋นมีเพียงคุณหนูอันหลงซีคงเหลือเพียงนางที่ตอนนี้ที่ไร้สถานะในจวนอ๋องไม่แน่ว่าหลังจากงานแต่งงานของท่านอ๋องกับคุณหนูอันหลงซีผ่านพ้นไปนางอาจจะถูกส่งให้ไปเป็สตรีของทหารในความรับผิดชอบของท่านอ๋องเหมือนกับสตรีหลายคนที่ผ่านมาก็อาจเป็ได้
"คุณหนูอันหลงซีอาการของนางเป็อย่างบ้าง"จูเหลี่ยวหมินเดินเข้ามาในห้องของอีกฝ่าย เอ่ยถามกับสาวใช้
ท่าทีดูเป็มิตรของจูเหลี่ยวหมินที่มีต่อสองนายบ่าวทำให้จิงฮุยสาวใช้คนสนิทของคุณหนูอันหลงซีคลายความระมัดระวังลงในระดับหนึ่ง"ดีขึ้นแล้วเ้าค่ะ" สาวใช้โป้ปดไปคำโต
จูเหลี่ยวหมินพยักหน้าไม่ได้กล่าวถามสิ่งใดอีกนางมองดูใบหน้าซีดไร้สีเืของคุณหนูอันหลงซีเพียงครู่จึงเดินออกมาและกลับเข้าห้องของตนเอง
สาวใช้ทราบดีว่าอาการของเ้านายตนไม่ได้ดีขึ้นตามคำที่บอกกับหญิงสาวไป
อันหลงซีตื่นขึ้นมาอีกครั้งใน่กลางดึกลำคอรู้สึกกระหายน้ำ แต่ไม่สามารถเปล่งเสียงปลุกสาวใช้ได้นางไอตลอดหลายวันที่ผ่านมา ในลำคอจึงรู้สึกเจ็บระบมไปหมดจึงลุกจากเตียงไปหยิบน้ำเอง
มือที่เอื้อมจวนจะถึงกาน้ำชาอยู่ๆก็หมดแรง นางไออยู่สองสามครั้งติดต่อกัน กลิ่นคาวเืสดก็พุ่งออกมาเต็มปากอันหลงซีใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่จะคว้าเอากาน้ำชามาดื่ม
น่าเสียดายที่นางทำมันไม่สำเร็จ