บรรยากาศดูอึ้มครึมอยู่อีกนานมาก และราวกับเขาเพิ่งคิดได้ว่าความเงียบที่ผสมอยู่ด้วยบรรยากาศตึงเครียดนี้ มันเหลือจะทนต่อไปได้อีกแล้วมิสเตอร์ฟอล์คเนอร์จึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความร้อนใจว่า
“ใต้เท้าขอรับ กระผมหวังว่าใต้เท้าจะอนุญาตให้กระผมไปได้แล้วนะขอรับเพราะกระผมยังมีนัดหมายต่างๆรวมทั้งงานที่ท่านพ่อของใต้เท้าสั่งการไว้อีกหลายอย่างขอรับ”
เมื่อเห็นลอร์ด อลิสแตร์ ไม่ตอบ มิสเตอร์ฟอล์คเนอร์ก็กล่าวต่ออีกว่า
“กระผม้ายืนยันเพื่อความแน่ใจว่าพรุ่งนี้จะมีเรือที่ออกจากทิลเบอรี่แต่เช้าตรู่เพื่อที่เราจะเดินทางไปอเบอดีนซึ่งเรือยอร์ทช์ของท่านพ่อใต้เท้ารอเราอยู่ที่นั่นขอรับ”
แต่ลอร์ด อลิสแตร์ ก็ยังคงเงียบงันอยู่เหมือนเดิมสีหน้าที่บ่งบอกถึงการหมกมุ่นครุ่นคิดอย่างหนักในยามนี้เหลือที่จะอ่านได้เมื่อเป็เช่นนั้นมิสเตอร์ฟอล์คเนอร์จึงทำได้เพียงแค่โค้งคำนับและรีบรุดออกจากห้อง
จนเมื่อทนายความของท่านดยุคกลับไปแล้ว ลอร์ด อลิสแตร์ จึงได้รู้สึกว่าตัวเองกำมือไว้แน่นเพื่อควบคุมสติอารมณ์ไว้มั่น
บัดนี้เขากำลังถามตัวเองอย่างคั่งแค้นอยู่ว่าเขาจะอดทนต่ออนาคตที่ท่านพ่อกำหนดไว้ให้ต่อไปได้อย่างไร...?
มันเป็ความยุ่งยากลำบากใจมากจนเกินพออยู่แล้วสำหรับการที่จะต้องยอมรับตำแหน่งบุตรชายคนโตของท่านพ่อซึ่งจะต้องดำรงตำแหน่งผู้ครองแคว้นหรือหัวหน้าเผ่าสืบทอดจากท่านแต่นี่เขายังจะต้องแต่งงานกับหญิงสาวชาวสก็อตต์ที่เขาไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าค่าตามันออกจะเป็การดูิ่ศักดิ์ศรีกันมากเกินไปลอร์ด อลิสแตร์ กำลังรู้สึกอยู่ว่า ถ้าเื่มันจะต้องเป็เช่นนี้ต่อไปแล้วเขาเห็นจะยอมใช้ชีวิตอยู่กับความยากจนเสียยังจะสบายใจกว่า
อย่างไรก็ตามเขาออกจะแน่ใจว่ามิสเตอร์ฟอล์คเนอร์ไม่ได้พูดเล่นเลยเมื่อบอกว่า ถ้าเขาปฏิเสธที่จะเดินทางกลับสู่สกอตแลนด์แล้วละก็ท่านพ่อจะตัดขาดเขาทันที
ซึ่งถ้าเป็เช่นนั้นย่อมมีความหมายว่าทุกสิ่งที่เขากำลังจะมีโอกาสเป็เ้าของจะต้องหลุดลอยไปเหลือเพียงแค่เงินปีละไม่กี่ร้อยปอนด์ที่ท่านแม่ทิ้งเป็มรดกไว้ให้ก่อนที่ท่านจะอำลาจากโลกนี้ไป
เมื่อครั้งที่ท่านพำนักพักพิงอยู่กับท่านพ่อของเธอนั้นท่านไม่เพียงแต่จะช่วยเหลือเกื้อกูลเธอทุกอย่างแต่ท่านยังรับภาระเกื้อกูลทางด้านการศึกษา ส่งเสียให้เขาได้เล่าเรียน จนกระทั่งสำเร็จจากมหาวิทยาลัยด้วย
ดังนั้น... เงินค่าเลี้ยงดูที่ท่านพ่อส่งมาให้จากสกอตแลนด์จึงเหลือมากพอที่จะนำมาใช้จ่ายเป็ค่าเสื้อผ้าค่าใช้จ่ายในการจัดงานรับรองแเื่ในโอกาสต่างๆและกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขากับท่านแม่้ามีไว้เพื่อบำรุงบำเรอความสุข
ตอนที่เขายังเป็เพียงเด็กชายตัวเล็กท่านแม่ได้พาเขาเดินทางท่องเที่ยวไปหลายประเทศ และเมื่อเขาโตเป็หนุ่มก็ยังได้ท่องเที่ยวไปตามแคว้นต่างๆ ในยุโรปมีความสุขกับประสบการณ์หลากหลายที่ได้รับอย่างยิ่ง
ซึ่งการเดินทางนั้นจำเป็จะต้องใช้เงินจำนวนมากแต่ที่สามารถเป็ไปได้ก็เพราะทั้งท่านปู่และท่านตาของเขาล้วนแล้วแต่มีความเมตตาในตัวเขากับท่านแม่เป็พิเศษด้วยกันทั้งคู่
กับความคิดที่ว่า เขาจะต้องดำเนินชีวิตอยู่ในโลกนี้ต่อไปโดยไม่มีม้าไม่มีคฤหาสน์หลังงานพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นที่เขาอยู่อาศัยในเวลานี้ไม่มีเงินทองที่จะจับจ่ายใช้สอยสบายมืออย่างที่เคยเป็อยู่เพียงแค่คิดเขาก็แทบจะทนไม่ได้อยู่แล้ว
ทว่า...มันยังจะมีเงินจำนวนใดอีกเล่าที่จะสามารถชดเชยกับการที่เขาจะต้องไปใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอยู่ในปราสาทแห่งนั้นแถมยังจะต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่านอกจากหน้าตาจะไม่สะสวยชวนมองแล้วก็ยังมีเค้าว่าจะได้รับการศึกษาเพียงแค่อ่านออกเขียนได้เท่านั้น...!
พอคิดไปถึงสุภาพบุรุษทั้งหลายในแวดวงการเมืองและวงสังคมขั้นสูงที่ล้วนแล้วแต่เป็ผู้ที่มีสติปัญญาฉลาดหลักแหลม คิดไปถึงสาวงามทั้งหลายที่เคยมีสัมพันธ์สวาทต่อกันมันทำให้เขาถึงกับขนลุกอย่างช่วยไม่ได้
ทันใดนั้น...ราวกับเชือกช่วยชีวิตถูกมือของใครบางคนโยนลงมาตกลงตรงหน้าความคิดอย่างหนึ่งได้ผ่านแวบเข้ามาในสมองของเขา...
มันเป็ความคิดที่ว่า ถ้าสมมุติว่าเขาแต่งงานเสียก่อนหน้าที่จะเดินทางไปสกอตแลนด์นั่นย่อมหมายความว่าเขาจะไม่ต้องถูกบังคับให้เป็สามีของเลดี้โมเรกแน่นอนทั้งท่านพ่อก็ไม่มีทางที่จะทำอะไรเขาได้ด้วย...
แม้ว่ามันจะไม่ใช่คำตอบของปัญหาทั้งหมด แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยลดความน่าสยดสยองของสถานการณ์ลงได้ไม่น้อยเลยและโดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนการอันน่ากลัวที่ท่านพ่อได้วางไว้ให้กับอนาคตของเขาเรียบร้อยแล้ว
รอยยิ้มอ่อนๆ ฉาบขึ้นบนริมฝีปากของลอร์ดอลิสแตร์เมื่อเขาคิดเลยไปถึงว่า เขาน่าจะสามารถเกลี้ยกล่อมให้โอลีฟแต่งงานกับเขาได้เขาค่อนข้างแน่ใจว่าหล่อนจะต้องเต็มใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะมีบรรดาศักดิ์เป็มาควิส
ความคิดดังกล่าวทำให้เขาเกิดกำลังใจขึ้นอย่างมหาศาลฝีเท้าของเขาเบาหวิวราวติดสปริงขณะเดินออกจากห้องรับประทานอาหารตรงไปยังห้องนอนซึ่งในห้องนั้นแชมป์คินส์รอรับใช้อยู่แล้ว
เสื้อนอกหางเต่าตัวใหม่เพิ่งส่งมาจากชูลทช์บรัมเมลช่างตัดเสื้อประจำตัวเป็เสื้อตัวที่ตัดได้รูปทรงสง่างามมากแม้แต่แชมป์คินส์เองก็ยังเอ่ยปากชม
“ฝีมือของมิสเตอร์บรัมเมล ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ นะขอรับใต้เท้าเพียงแค่หันรูปร่างของใต้เท้าก็สามารถตัดเสื้อออกมาได้ขนาดนี้แล้ว”
“ฉันเชื่อว่าอย่างนั้น แชมป์คินส์ ”
ลอร์ด อลิสแตร์สนองตอบอย่างไม่ใส่ใจ เพราะลึกลงไปในใจเขารู้อยู่ว่าเสื้อตัวนี้มีราคาสูงลิบลิ่วเพียงไร และเมื่อมาถึงวันนี้เขาก็เป็หนี้ชูลทซ์อยู่เป็จำนวนไม่น้อยเลย
อีกครั้งหนึ่งที่มันตอกย้ำเข้าไปในสมองของเขาว่าในฐานะทายาทของท่านพ่อเขาสามารถชดใช้หนี้สินทั้งหมดที่ก่อขึ้นไว้ได้อย่างง่ายดายแต่ถ้าเมื่อใดเขาคิดต่อต้านหรือปฏิเสธในความประสงค์ของท่านพ่อแล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะต้องถูกจับและถูกส่งตัวเข้าคุก ค่าที่ไม่มีเงินชำระหนี้สินดังกล่าว
“นี่ใต้เท้ากำลังจะออกไปข้างนอกหรือขอรับ...?”
คนสนิทถาม
ลอร์ด อลิสแตร์ เพียงพยักหน้ารับ และแชมป์คินส์ก็ส่งหมวกทรงสูงไม้เท้าหัวทองคำ รวมทั้งถุงมือมาให้
เขารู้ว่ากางเกงขาสามส่วนแบบเดียวกับกางเกงขี่ม้าที่เรียกว่าแพนทะลูนสีม่วงเข้ม รองเท้าหนังหัวแหลมขัดจนเป็เงามันปลาบราวกระจกเงาหมวกทรงสูงกับปลายคางแหลมที่เชิดขึ้นอย่างไว้ตัวนั้นมันทำให้เขาดูสมาร์ทยิ่งนักขณะเดินออกจากคฤหาสน์ที่ตั้งอยู่บนถนนสายที่มีชื่อว่าฮาล์ฟ มูน สตรีท
เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาเขาไม่ได้สั่งรถม้าให้มารอรับวันนี้เขาจึงไม่มีรถใช้
ดังนั้น ลอร์ด อลิสแตร์ จึงเดินเรื่อยๆ ไปทางพิคคาดิลลี่มีความสุขอยู่กับการได้ออกมาเดินในท่ามกลางแสงตะวันและในท่ามกลางผู้คนที่นั่งรถม้าผ่านไปมาอยู่ใกล้ตัวเพราะภาพในจินตนาการของเขาเกี่ยวกับแผ่นดินสกอตแลนด์ยามนี้มันไม่ได้มีอะไรเลยนอกจากที่ดินอันรกร้างเต็มไปด้วยวัชพืชไร้ค่าทั้งผู้คนก็ช่างยากจนแสนเข็ญ
ไม่เพียงเท่านั้น เขาแทบจะได้รสเค็มที่แฝงอยู่ในไอน้ำทะเลยามสายลมแรงพัดมาต้องตัว...
ขณะที่เขาเดินผ่านเข้าไปในย่านพิคคาดิลลี่เขาได้พบปะทักทายผู้คนที่รู้จักมักคุ้นมากหน้าหลายตาบรรดาสาวสวยทั้งหลายที่นั่งอยู่ในรถม้าคันงามสวมหมวกบอนเน็ตประดับลูกไม้หรูหรา ต่างโบกมือทักทายเขาเกรียวกราวอยู่ลอร์ดอลิสแตร์มีความรู้สึกอยากจะดูดซับทุกภาพที่ได้เห็นในวันนี้เข้าไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในยามนี้ เขารู้สึกชื่นชมแม้กระทั่งบาทวิถีที่รองรับอยู่ใต้ฝ่าเท้าความเขียวชอุ่มมองแมกไม้ในสวนสาธารณะ...
“นี่คือชีวิตของเรา นี่คือจุดศูนย์กลางของความเป็ประเทศ...”
เขาครุ่นคิดอยู่ในใจ
“ถ้าเราจะต้องกลับไปอยู่ไฮท์แลนด์ เราจะมีอะไรให้คิดมีเื่ราวอะไรให้พูดคุยมีอะไรที่จะััความรู้สึกของเราได้ในเมื่อที่นั่นมันมีแต่เพียงความว่างเปล่า ทั้งในบรรยากาศก็มีแต่ความหม่นหมองแบบนี้...?”
มันเป็สิ่งที่สร้างความเ็ปให้แก่เขาอย่างที่สุด ลอร์ด อลิสแตร์ตัดสินใจว่า เขายังไม่ควรเล่าให้ใครฟัง ว่าตัวเองกำลังจะต้องไปจากที่นี่แล้ว...
พรุ่งนี้แล้วที่เขาจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็มาควิส แห่งคิลโดนอนแต่ถึงอย่างไร วันนี้เขาก็ยังเป็ลอร์ด อลิสแตร์แมคโดนอนอยู่ ลอร์ด อลิสแตร์ผู้มีบุคลิกน่าประทับใจชายหนุ่มผู้เป็ที่ปองปรารถนาของสาวงามทั้งหลายในแวดวงสังคมชั้นสูง...
แม้มิสเตอร์ฟอร์คเนอร์จะไม่เล่าให้ฟัง แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่างานชิ้นหนึ่งที่ท่านพ่อมอบหมายให้ทนายความผู้ซื่อสัตย์มาทำก็คือการประกาศข่าวความตายของพี่ชายทั้งสองในหน้าหนังสือพิมพ์
พรุ่งนี้ หนังสือพิมพ์รายวันทั้งเดอะ ไทม์ และ เดอะมอร์นิ่ง โพสต์จะต้องพาดหัวข่าวโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แต่สำหรับวันนี้ยังพอมีเวลาสำหรับการเป็ตัวของตัวเองอยู่ ไม่ใช่ลูกชายของท่านพ่อที่จะต้องรอรับคำสั่งราวกับเป็ทาสรับใช้...!