“ขุนเขาเทียบเคียงฟ้าเสาะหา สกุณาโผบินขุนเขา มารร้ายอย่างข้าน่าเศร้า ทนเหงาไร้คู่เคียงใจ” ชายหนุ่มมือก่ายหน้าผากนอนหนุนรากไม้ที่ต้นของมันแผ่ปกคลุมทางเข้าสู่ป่านรกเหม่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืนพึมพำบทกลอนจนผู้คุ้มกันสาวต้องร้องถามขึ้นในทันที
“เ้ารู้หรือไม่ว่าหนทางข้างหน้าเป็เช่นไรหากท่านธิดาเทพไม่ใช้ข้าให้มาคุ้มกันเ้าอย่าหวังว่าข้าจะร่วมเดินทางมากับเ้าเช่นนี้”แม่นางหน้าขาวกระชับกระบี่ในมือก่อนจะลุกขึ้นยืนกอดอกมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังเหม่อมองหมู่ดาวบนท้องฟ้า
“เ้าคงจะเหนื่อยเมื่อยล้าเหมือนกับข้าเร่งรีบเดินทางขนาดนี้เหมือนอยากจะส่งข้าให้ถึงที่หมายโดยเร็วคงรำคาญข้ามากสินะ หากเ้าไม่เต็มใจข้าก็ไม่ขัดใจเ้า เอาแผนที่มาให้ข้า แล้วเ้าก็กลับไปได้แล้วแม่นางหน้าขาว”ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งแบมือขอแผนที่นำทางไปยังป่านรก
“เอาไปสิแผนที่และหวังว่าเ้าจะไม่ถูกราชสีห์ขนทองระดับมหาเทพ คาบไปกินเสียก่อนแค่เสียงคำรามของมันอาจทำให้เ้าหูแตกตายเลยก็ว่าได้”หญิงสาวยื่นแผนที่ให้แต่ชายหนุ่มผลักมือนางกลับไป
“มีข้ามีเ้า กันแค่ 2 คน จะเอาอะไรไปสู้กับราชสีห์ขนทองพลังปราณในตัวข้ามีแค่ขั้นแรกเริ่มเท่านั้นต่อให้วิ่งเร็วยังไม่แน่ว่าจะรอดไปได้”ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นนั่งและผายมือให้แม่นางนั่งลงข้างๆตนเอง
“เ้าเป็ถึงนายน้อยพรรคมารและเป็ลูกบุญธรรมของธิดาพรรคมารไหนเลยจะไร้ซึ่งวิชามาร ข้าไม่เชื่อเ้าหรอก”หญิงสาวขยับออกห่างแต่ชายหนุ่มขยับตัวตามจนหญิงสาวต้องลุกขึ้นยืน
“ถึงข้าจะพยายามเรียนมันแต่กลับไร้ผลเหมือนมีพลังบางอย่างขับไล่มันออกจากตัวข้าทุกครั้งจนท่านแม่ของข้าเอ่ยปากให้ข้าไปฝึกตนแทนที่จะฝึกมารซึ่งตัวข้าก็ไม่อยากเรียนอะไรทั้งนั้น”
“เ้าไม่กลัวหรือว่าสักวันหนึ่งหากเ้าฝึกตนจนสำเร็จแล้วจะต้องฆ่าฟันกับพวกพ้องพรรคมารของเ้าแล้วธิดาพรรคมารจะต้องกลายมาเป็ศัตรูกับเ้านะเฉินฟู่ฟู”
“ข้าเคยถามท่านแม่แล้วท่านแม่ตอบแต่เพียงว่า นั่นคือชะตากรรมของข้ากับพรรคมาร หากวันใดที่ข้าทำสำเร็จท่านแม่จะไม่เสียใจเลยขอเพียงให้ข้าปลอดภัย เอ๊ะ! ทำไมดาวบนท้องฟ้าถึงค่อยๆดับลงทีละดวง หอม หอมจังหรือจะเป็กลิ่นตัวของเ้าแม่นางหน้าขาว” พอจบคำชายหนุ่มค่อยๆเอียงคอลงจนซบลงที่ไหล่ของหญิงสาว
“เ้า! เ้า! ขี้เซาอีกแล้ว เอาตัวออกไปห่างๆข้าเดี๋ยวนี้นะเ้าทึ่ม”ชิงเหลียนพยายามผลักร่างชายหนุ่มให้ออกห่างแต่กลับทำให้ร่างนั้นทิ้งตัวลงนอนกรนอย่างสบายใจหญิงสาวอมยิ้มที่มุมปากและลังเลใจที่จะทำตามคำสั่งของแม่เฒ่าพยากรณ์ที่้าให้ตัดไฟเสียแต่ต้นลมจนสายลมพัดผ่านแว่วเสียงที่ดังมานับพันลี้
“ชิงเหลียนทำไมเ้าไม่ฆ่ามัน” หญิงสาวยืนขึ้นโค้งคำนับรับคำ
“ท่านแม่เฒ่าข้า...” ชิงเหลียนร้องขึ้นและเหลียวมองชายหนุ่มที่กำลังพลิกตัวหันหน้ามา
“หากเ้ากลัวว่าธิดาเทพจะล่วงรู้ก็ส่งเ้ามารน้อยนั่นให้สัตว์ผลึกเวทสีม่วงในป่าพิสดารจัดการแทนเ้าก็ได้”
“ท่านหมายถึงาาแห่งป่านรกราชสีห์ขนทอง ผลึกเวทระดับ 4 ขั้นมหาเทพ”ชิงเหลียนทวนคำ
“ต่อให้มันมีปีกบินก็ยากที่จะรอดไปได้รับรองธิดาเทพมิกล้าตำหนิเ้าแน่ชิงเหลียน หึ หึ”
“ขอบคุณท่านแม่เฒ่าที่ช่วยชี้แนะข้ารับรองว่า ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”หญิงสาวโค้งคำนับรับคำเสียงหัวเราะดังแ่เบาไปตามสายลม
“เ้าทึ่มข้าขอให้เ้าเชื่อใจข้า” หญิงสาวหยิบฟืนเติมลงในกองไฟ และค่อยๆเอนหลังพิงต้นไม้ เหม่อมองแสงไฟด้วยความกังวล
ป่านรก…
ชายหนุ่มลืมตาลุกขึ้นบิดตัวไปมาชูแขนกางออกหมุนคอไปมาจนคลายความเมื่อยล้าเหลียวมองหญิงสาวที่นั่งหลับอยู่ข้างๆกอดกระบี่แแ่และแน่นิ่งจนคิดแผนการบางอย่างที่จะทำให้นางได้สารภาพความในใจออกมา
“เฉินฟู่ฟูนี่เ้า รีบแก้มัดให้ข้าเดี๋ยวนี้”หญิงสาวร้องขึ้น
“ชิงเหลียนเ้ามีอะไรปิดบังข้าอยู่ รีบสารภาพมาโดยเร็ว มิเช่นนั้นข้าจะจัดการเ้าขั้นเด็ดขาด”ชายหนุ่มล่วงมือเข้าไปในเสื้อเพื่อจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาแต่หยุดไว้เพื่อรอท่าทีหญิงสาว
“เ้าบ้าไปแล้วหรือไงเฉินฟู่ฟู ธิดาเทพส่งข้ามาเพื่อคุมกันเ้าไหนเลยจะมีเื่อื่นแอบแฝง”หญิงสาวพยายามดิ้นแต่เชือกมัดไว้แน่นมากเกินกำลังที่จะหลุดออกได้
“ข้าเตือนเ้าแล้วนะแม่นางหน้าขาวสารภาพมาซะโดยดีก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน”
“หากเ้าไม่เชื่อใจข้าก็ใช้กระบี่สังหารข้าได้เลย”
ชายหนุ่มฟังคำหญิงสาวหยิบกระบี่และดึงมันออกจากฝักหญิงสาวชันคอและหลับตาลงแต่เฉินฟู่ฟูกลับโยนมันลงพื้นอย่างไม่ลังเลล้มตัวลงนั่งชันเข่าดึงขาของนางให้เหยียดตรงแล้วดึงรองเท้าออกทั้งสองข้างจนเห็นนิ้วเท้าและฝ่าเท้าอันขาวเนียนบิดไปมาแต่ชายหนุ่มไม่รอช้าหยิบขนนกสีขาวในกระเป๋าเสื้อออกมาหันไปยักคิ้วยิ้มเยาะแล้วลากขึ้นลงไปมาอย่างอ่อนเบาจนหญิงสาวบิดตัวไปมากลั้นเสียงหัวเราะไว้ที่มุมปากแต่ชายหนุ่มยังคงทรมานฝ่าเท้าของนางต่อไป
“เ้ามารน้อยเฉินฟู่ฟูเ้ามันคนเนรคุณ ข้าช่วยเหลือเ้าแต่เ้ากลับทำกับข้าเยี่ยงนี้”
“ข้าก็แค่อยากได้ยินเสียงหัวเราะดังๆที่ออกมาจากปากของเ้าก็เท่านั้นหากเ้าไม่ชอบจะหัวเราะทำไมกัน”ขนนกยังถูขึ้นลงอย่างต่อเนื่องจนตามมาด้วยเสียงหอบแห่งความสุข
“เ้า ข้าหะ หะ หะ หยุดได้แล้ว ข้า ข้า ข้าเหนื่อย หะหะ”
“รีบพูดออกมาโดยเร็ว”ชายหนุ่มหยิบขนนกสีขาวขึ้นมาอีกแต่คราวนี้ยื่นเข้าไปที่ปลายจมูกของนาง
“ข้าไม่มีความลับใดๆแล้วจะให้ข้าบอกอะไรกับเ้า”นางหันหน้าหลบขนนกปลายเรียวที่แหวกช่องจมูกให้นางจามได้อย่างน่ารำคาญ
“ทำไมถึงไม่สังหารข้า”
“แสดงว่าเ้ารู้”
“ข้าคิดอยู่เสมอว่าแม่เฒ่าไม่น่าจะปล่อยข้าไปง่ายๆแบบนี้แต่เ้ายังลังเลที่จะสังหารข้า”ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนที่จะแก้มัดให้กับนาง
“เมื่อเ้ารู้อย่างนี้แล้วทำไมถึงไม่ใช้กระบี่ตัดคอข้าเสียให้ตายเพื่อระบายความแค้นในใจเ้า”หญิงสาวหลับตาเพื่อให้เฉินฟู่ฟูสังหารนางเสีย
เฉินฟู่ฟูก้มลงหยิบกระบี่แล้วดึงมันออกจากฝักจ้องมองความมันวาวและรับรู้ถึงกลิ่นไอความอำมหิตที่รอสังเวยเืเสียงในใจสะท้อนออกมาเป็ภาพใต้จิตสำนึกยังฝังรากลึกให้เวียนวนแห่งการล้างแค้นให้กับคนตระกูลเฉินเพื่อส่งดวงิญญาทุกดวงให้สู่สุคติภพแต่ในที่สุดก็ต้องทิ้งกระบี่ลงพื้นแล้วกลั้นน้ำตาหันไปพูดกับนางด้วยน้ำเสียงเ็า
“ข้าฆ่าเ้าไม่ได้เพราะเ้าเป็ผู้สืบทอดแห่งธิดาเทพจงกลับไปและอย่าได้เจอหน้ากันอีก”ชายหนุ่มหันหลังกลับเพื่อจะเดินจากมาและรู้ว่าแค่เชือกเส้นเดียวนางแก้มันได้อย่างง่ายดายแต่นางเลือกที่จะให้เขาแกล้งนางอย่างสาสมใจ
“นั่นเ้าจะไปไหนเฉินฟู่ฟู”เสียงเรียกที่ไร้การตอบรับใดๆ
หญิงสาวลุกขึ้นคลายเชือกออกจากตัวรีบก้มหยิบกระบี่และเดินตามไปพยายามร้องเรียกให้ชายหนุ่มหยุดแต่เหมือนทำให้เขายิ่งก้าวเท้าเร็วขึ้นจนหายไปในกลุ่มหมอกควันหญิงสาวในชุดดำแนบริมฝีปากที่ขลุ่ยขยับปลายนิ้วบรรเลงท่วงทำนองจนใบไม้พัดปลิวราวกับต้องมนต์สะกดจนทำให้ชิงเหลียนต้องหยุดก้าวเท้าเพื่อมองหาผู้มาเยือน