บทที่ 14 ให้ทาน
“อ๊า!”เสียงกรีดร้องแหลมสูงของเซียวเย่ว์หยาดังลั่นไปทั่วเรือนบรรดาสาวใช้ต่างหน้าซีดเผือด หวาดกลัวจนตัวสั่นระริก
น่ากลัวเกินไปแล้ว!คุณหนูใหญ่ถึงกับหักแขนคุณหนูรองได้ลงคอ!
เซียวหลิงอวิ๋นผลักอีกฝ่ายออกพร้อมยิ้มเ็าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“คราวหน้าหากคิดจะลอบโจมตีข้าอีก ก็อย่าหวังว่าจะจบแค่แขนเดียว!ตอนนี้...ไสหัวออกไปให้หมด!”
สายตาเย็นเยียบของเซียวหลิงอวิ๋นกวาดมองบรรดาสาวใช้พวกนางรีบพากันเข้าไปประคองเซียวเย่ว์หยาที่คงร้องโอดครวญไม่หยุดออกจากลานไปทันที
เซียวเย่ว์หยาร้องไปด่าทอไป“เซียวหลิงอวิ๋น! เ้ากล้าหักแขนข้ารึ! คอยดูเถอะ!ข้าจะไปฟ้องท่านแม่ให้นางฆ่าเ้าซะ!”
บรรดาสาวใช้ยิ่งได้ยินก็ยิ่งเร่งฝีเท้ารีบพานางไปให้ไกลที่สุด กลัวว่าเซียวหลิงอวิ๋นจะลงมือฆ่าปิดปากพวกตน
ลานเรือนกลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง
เซียวหลิงอวิ๋นไม่ใส่ใจคำขู่ของเซียวเย่ว์หยาแม้แต่น้อย
นางกับซ่างกวนหลิวหวังจะเอาเปรียบข้า? ฝันไปเถอะ!
นางหันไปมองทางเรือนของซ่างกวนหลิวเห็นกลุ่มหมอกดำลอยวนเหนือหลังคาพลันหัวเราะในใจ
หึ...ละครเริ่มขึ้นแล้วล่ะ
เรือนหรูหลิว
เสียงคร่ำครวญของเซียวเย่ว์หยาดังต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนนางร่ำไห้พลางโวยวาย
“ท่านแม่! เซียวหลิงอวิ๋นนางสารเลวนั่น! ไม่เพียงยึดเรือนของข้ายังหักแขนข้าอีกด้วย! ท่านแม่ ข้าทนไม่ไหวแล้ว ข้าจะฆ่านาง!”
ซ่างกวนหลิวเห็นบุตรสาวสภาพยับเยินหน้าดำดั่งก้นหม้อจากนั้นก็เหลือบไปมองบ่าวรับใช้พวกนั้นยืนก้มหน้าเรียงกันก็ยิ่งโมโหตบโต๊ะลั่นแล้วะโ
“ยังจะยืนบื้อกันอยู่ทำไม! รีบไปตามนักหลอมโอสถมาสิ!”
พูดจบนางก็รู้สึกหน้ามืดจนต้องยึดโต๊ะพยุงตัวยืนสีหน้ายังเต็มไปด้วยความโกรธจัด พลางด่าทออย่างเดือดดาล
“เซียวหลิงอวิ๋นช่างไร้ยางอายสิ้นดี! ตอนนี้ถึงกับกล้าแตะต้องลูกข้า!หากเด็กในท้องเ้าเป็อะไรไป ข้าจะ...!”
คำพูดยังไม่ทันจบดีทันใดนั้นภาพเบื้องหน้าก็วูบไหวอีกครั้ง ครั้นนางรู้สึกตัวอีกทีตัวนางก็ล้มตึงอยู่กับพื้น ดวงตาเบิกโพลง มองคนในห้องอย่างตื่นตระหนก
ซ่างกวนหลิวตกตะลึงสุดขีด
นี่มันเกิดอะไรขึ้น!ทำไมข้าขยับไม่ได้เลย!
“ท่านแม่! ท่านเป็อะไรไป?!”
“ฮูหยิน! เป็อันใดไปเ้าคะ! รีบไปตามนักหลอมโอสถมาเร็วเข้า!”
ซ่างกวนหลิวใสุดขีดร่างกายไม่อาจขยับแม้แต่น้อย แม้แต่ลิ้นก็แข็งจนพูดไม่ออก นางอยากร้องแต่ไม่มีเสียงใดเปล่งออกมาได้เลย มีเพียงดวงตาที่ยังกลอกไปมาได้เท่านั้น
นักหลอมโอสถหลิวถูกตามตัวมาอย่างรวดเร็วทว่าเซียวเย่ว์หยากลับร้องลั่น
“เร็วเข้า! นักหลอมโอสถหลิว รีบช่วยข้าก่อน! ต่อแขนให้ข้าทีข้าปวดจะตายอยู่แล้ว! ท่านแม่ยังไม่สลบ แค่ขยับไม่ได้เท่านั้นเดี๋ยวค่อยตรวจท่านแม่ทีหลังก็ได้!”
ซ่างกวนหลิวได้ยินดังนั้นก็แทบหน้ามืดซ้ำบุตรสาวของนางไม่คิดห่วงแม้แต่น้อยว่านางจะเป็หรือตาย กลับเลือกรักษาตัวเองก่อน!
นักหลอมโอสถหลิวไม่กล้าขัดใจจวนเจิ้นกั๋วโหวจึงรีบต่อรักษาแขนให้เซียวเย่ว์หยาก่อน แล้วจึงหันมาตรวจอาการของซ่างกวนหลิวจากนั้นก็ส่ายหน้าอย่างหมดหนทาง
“ขออภัยฮูหยิน ข้าไร้ความสามารถ อาการของฮูหยินคือพิษโทสะย้อนกลับทำให้เส้นเืในสมองแตก เป็อัมพาตกะทันหัน”
“อะไรนะ!” เซียวเย่ว์หยาใสุดขีด
“จะทำอย่างไรดี! ท่านแม่จะเป็อัมพาตไม่ได้เด็ดขาดนะ!แล้วเื่แต่งงานของข้าจะทำอย่างไร!”
ซ่างกวนหลิวแทบกระอักเืตนเพิ่งล้มทั้งยืน ลูกสาวกลับกังวลแต่เื่แต่งของตนเอง!
นักหลอมโอสถหลิวทำได้แค่ส่ายหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“อาการนี้พวกข้าคงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว คงต้องพึ่งนักหลอมโอสถขั้นห้าเท่านั้น”
พอวินิจฉัยเสร็จนักหลอมโอสถหลิวก็รีบขอตัวออกไปทันที
ซ่างกวนหลิวเต็มไปด้วยความสิ้นหวังทันใดนั้นก็นึกถึงคำพูดของเซียวหลิงอวิ๋นเมื่อวันก่อนขึ้นมาได้
นางบอกว่าไอชั่วร้ายบนหน้าผากของข้าเข้มขึ้นแล้วหากไม่ระวังจะเส้นเืในสมองแตก...
แล้ววันนี้นางก็เส้นเืในสมองแตกจริงๆ!
หรือว่าเซียวหลิงอวิ๋น...จะทำนายดวงชะตาได้? นางรู้ศาสตร์ทำนายฟ้าจริงๆ?!
เป็ไปไม่ได้!เป็ไปไม่ได้แน่! ทุกการเคลื่อนไหวของเซียวหลิงอวิ๋น ข้าควบคุมอยู่ทั้งหมด!นางไม่มีทางรู้ศาสตร์ทำนายฟ้า! นี่เป็แค่เื่บังเอิญ!
แม้นางจะปลอบใจตัวเองเช่นนั้นแต่ไม่อาจปกปิดความหวาดกลัวในดวงตากลับได้เลย
เซียวเย่ว์หยาเริ่มร้องไห้โฮอย่างควบคุมไม่อยู่
“ท่านแม่! ท่านแม่ ท่านจะเป็อัมพาตได้อย่างไร! แล้วข้าจะทำอย่างไรเล่า!”
แม้ซ่างกวนหลิวจะโมโหที่ลูกสาวเห็นแก่ตัวแต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็บุตรสาวของตนนางจึงรวบรวมเรี่ยวแรงเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบากว่า
“องค์...ชาย...สาม...สื่อ...วิญ...ญาณ...”
รีบให้องค์ชายสามไปเชิญปรมาจารย์สื่อิญญามารักษาข้า!
ไม่ว่าที่เซียวหลิงอวิ๋นพูดจะเป็ความจริงหรือไม่แต่หากปรมาจารย์สื่อิญญามาตรวจให้ น่าจะรักษานางได้แน่นอน!
คำพูดเพียงไม่กี่คำของซ่างกวนหลิวกลับต้องใช้กำลังมหาศาลพูดจบนางก็หมดแรง นอนนิ่งอยู่บนเตียง
เซียวเย่ว์หยาได้สติขึ้นมาทันทีร้องสั่งเสียงดังด้วยท่าทีลนลาน
“ใช่ ใช่แล้ว! พี่เทียนเหยียนต้องมีวิธีแน่! ใครก็ได้!รีบไปตามองค์ชายสามมาเดี๋ยวนี้!”
น่าเสียดาย...องค์ชายสามที่เซียวเย่ว์หยาเห็นเป็ที่พึ่งกลับไม่ได้ปรากฏตัวเลยข้ารับใช้กลับมารายงานว่า องค์ชายสามกำลังรับรองปรมาจารย์สื่อิญญาอยู่ไม่อาจปลีกตัวมาได้
เซียวเย่ว์หยาถึงกับร้องไห้อย่างสิ้นหวังดั่งหญิงที่ถูกทอดทิ้งพลางสั่งให้บ่าวไปตามอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อขอพบองค์ชายสามให้ได้
นางไม่มีแก่ใจไปสนใจเื่ที่เรือนถูกเซียวหลิงอวิ๋นยึดไปแม้แต่น้อย
ซ่างกวนหลิวยิ่งเดือดดาลจนใจเต้นแรงหน้ามืดวูบวาบราวกับจะหมดสติได้ทุกเมื่อ
ยามโพล้เพล้ของวันนั้นจวนสกุลเซียวเต็มไปด้วยความวุ่นวายข่าวเื่ซ่างกวนหลิวกลายเป็อัมพาตแพร่สะพัดไปทั่ว
แม้ข้างกายเซียวหลิงอวิ๋นจะไม่มีสาวใช้สักคนแต่เสียงซุบซิบหน้าลานของบรรดาบ่าวรับใช้ที่วิ่งวุ่นอยู่ก็ดังพอให้นางได้ยินชัด
เซียวหลิงอวิ๋นเพียงยกริมฝีปากยิ้มเย็น
ข้าดูออกนานแล้วว่าซ่างกวนหลิวต้องเจอเคราะห์...เดิมทีนางยังไม่ควรเป็ตอนนี้หรอกแต่ก็เพราะเซียวเย่ว์หยา บุตรสาวคนดีคนนั้นแท้ๆทำเื่พาซวยจนเร่งให้มารดาตนต้องประสบเคราะห์ร้ายก่อนกำหนด!
เคราะห์กรรมทั้งหมดนี้เป็สิ่งที่พวกนางก่อเองทั้งนั้น...
รอให้เจิ้นกั๋วโหวกลับมาก่อนเถอะข้าจะสะสางทุกอย่างกับพวกนางให้สิ้นซาก ความปรารถนาของเ้าของร่างเดิมการทวงคืนความบริสุทธิ์และเกียรติยศของมารดา ข้าจะทำให้เป็จริงให้หมด!
อารมณ์ของเซียวหลิงอวิ๋นแจ่มใสอย่างยิ่งนางกวาดตามองเรือนเย่ว์หยาที่หรูหราโอ่อ่า แล้วสั่งห้องเครื่องให้จัดมื้อดีๆมื้อใหญ่หนึ่งมื้อ
อีกด้านหนึ่งภายในกระท่อมเก่าทรุดโทรมซอมซ่อจนแทบจะพังเซียวหลิงเย่เล่าเื่ให้เซียวหลิงเฟิงและมารดาฟังอย่างตื่นเต้น
“ท่านแม่! พี่ใหญ่! พี่สาวน่ะเก่งสุดๆ ไปเลย!พี่สาวบอกว่าข้าจะขายหนังอสูรได้หมดในวันนี้ แล้วก็ขายได้จริงๆ ด้วย!แถมได้เงินถึงหนึ่งร้อยหกสิบหกเหรียญแน่ะ!พี่สาวต้องเป็ปรมาจารย์สื่อิญญาไม่ผิดแน่!”
เซียวหลิงเย่พูดพลางควักเงินหนึ่งร้อยหกสิบหกเหรียญออกมาโชว์อย่างภาคภูมิ
เซียวหลิงเฟิงที่วันนี้ออกไปล่าอสูรแต่กลับมามือเปล่าพอเห็นเงินกองอยู่บนโต๊ะก็ทั้งใทั้งไม่สบอารมณ์ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงประชด
“หลิงเย่ เ้าพูดเพ้อเจ้ออะไร ปรมาจารย์สื่อิญญาเป็กันได้ง่ายๆเช่นนั้นรึ คุณหนูใหญ่แห่งจวนเจิ้นกั๋วโหวแค่บังเอิญเดาถูกเท่านั้น อีกอย่างใครจะไปรู้ว่าไอ้คนที่ซื้อหนังอสูรนั่นใช่คนที่นางจัดฉากไว้หรือเปล่า เงินนี่พรุ่งนี้เ้าเอาไปคืนให้คุณหนูใหญ่ซะ! เราไม่้าการให้ทานของนาง!”