ในเช้าวันจันทร์ ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม สิ่งที่แตกต่างจากปกติหน่อยก็คือวันนี้อากาศค่อนข้างร้อน
แม่โจวตื่นมาทำอาหารั้แ่ตี4แล้ว พร้อมกันกับหลี่เฟิง โจวชิงเทียน และ เหลียนอี้เฟย ทั้งสี่คนคือแรงงานของร้านอาหาร
ชิงเหมย หลี่หลิง และสองแฝด โจวฮุ่ยิ กับโจวฮุ่ยหลิง ก็ตื่นมาตอนตีห้ากว่าๆ วันนี้สองแฝดได้นอนห้องส่วนตัวเป็ครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นหน่อยๆ
ล้อมวงทานอาหารเช้ากันแล้วเสร็จแล้ว โจวชิงเทียนก็เข็นรถเข็นออกไปพร้อมกับหลี่เฟิงและเหลียนอี้เฟย
สองพี่น้องเตรียมตัวไปโรงเรียนประมาณ7โมงเช้า
"พี่ฮุ่ยหลิงพี่ฮุ่ยหลินคะ ไม่ต้องรีบร้อนเย็บมากนะคะ ลุกมาพักบ้าง เดี๋ยวแม่จะดุหนูว่าใช้แรงงานพี่ๆหนัก"
สองฝาแฝดหัวเราะคิกคักกับความขี้เล่นของน้องสาว
ชิงเหมยกับหลี่หลิงก็พากันเดินไปโรงเรียน แต่ในหัวของเธอ ไม่ได้คิดเื่เรียนเลยสักนิด ชิงเหมยกำลังคิดอยู่ว่า สมควรจะไปขายชุดกระโปรงที่ไหนดี แน่นอนว่าต่อไปคงต้องเช่าร้าน ทำเป็ร้านขายชุดแบบยุคใหม่ไปเลย แต่นั่นแหละคงต้องหาเงินก่อนเป็อันดับแรก
ถ้ายังเช่าร้านไม่ได้ ก็คงต้องซื้อรถเข็นมาอีกคัน แล้วเข็นไปขายเป็แผงลอยก่อน น่าจะไม่มีปัญหา
ส่วนสถานที่นั้นคงต้องถามพี่อี้เฟยว่าที่ไหนน่าจะดี แต่ชิงเหมยก็จะไปเดินดูแถวๆห้างสรรพสินค้าของเมืองเจิ้งโจวก่อน เปิดแผงลอยหน้าห้างน่าจะดีที่สุด
สองพี่น้องเดินมาถึงโรงเรียน วันนี้ได้เจอกับหลี่เหวินเทียนแล้ว หลี่เหวินเทียน หลานรักของย่าหลี่ที่ย่าหลี่หวังว่าจะสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ จบออกมาได้ทำงานกับรัฐบาล จะได้เป็เกียรติแก่วงศ์ตระกูล ซึ่งตอนนี้คนที่เป็เกียรติของวงศ์ตระกูล กำลังขี่รถมอเตอร์ไซค์คันใหม่ผ่านสองพี่น้องไป หลี่เหวินเทียนหันมามองสองพี่น้องนิดนึงแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร
ชิงเหมยกับหลี่หลิงก็ไม่สนใจเช่นกัน แต่ชิงเหมย เห็นว่าหลี่เหวินเทียนขี่ผ่านโรงเรียนไป ไม่ได้เข้ามาเรียน แต่ก็ช่างเถอะ ไม่ได้มีอะไรมาเกี่ยวข้องกัน
ชิงเหมยนั่งเรียนไปด้วยใจเหม่อลอย ถึงกิจการใหม่นี้ ต้องรีบหาเงินจะได้หาเช่าร้านดีๆได้ ถ้าเป็ไปได้ก็ต้องหาซื้อไว้เลย ก้าวนี้สำคัญมาก เพราะคนที่ทำมาเก็ตติ้งอย่างชิงเหมยรู้ดีว่า ถ้าสามารถทำร้านขายเสื้อผ้าสมัยใหม่นี้ได้เร็ว ฐานะของครอบครัวเธอก็จะก้าวะโเลยทันที และอีกอย่างที่สำคัญและจะช้าไม่ได้เลย ก็เพราะว่า อีกไม่นาน ร้านขายเสื้อผ้าสมัยใหม่นี้ จะผุดขึ้นมาเป็ดอกเห็ดเลยทีเดียวล่ะ
หลังจากเรียนเสร็จในตอนเย็น ชิงเหมยจึงชวนน้องสาวตนไปห้างสรรพสินค้า
"หลิงเอ๋อ เราไปเดินที่ห้างกันนะวันนี้"
สองพี่น้องเดินจากโรงเรียนไปที่ห้างสรรพสินค้าของเมืองเจิ้งโจว เป็ห้างแห่งเดียวในเมืองนี้ มีขนาดใหญ่ จำนวนสามชั้น
ชิงเหมยกับหลี่หลิงเดินเข้าไปดูข้างในห้าง ที่มีคนมาเดินจับจ่ายซื้อของเป็จำนวนมาก และในห้างนี้ก็มีร้านค้าเต็มไปหมดเช่นกัน
แต่ชิงเหมยเดินดูตามชั้นต่างๆ ก็เป็ไปอย่างที่เธอคิด ร้านเสื้อผ้าในห้างนี้ ไม่มีแบบเสื้อผ้าทันสมัยเลยซักร้าน เต็มที่ก็เป็กระโปรงลายดอกไม้ กับเสื้อลายลูกไม้ ซึ่งเป็ชุดนี่นิยมใส่กันมาหลายปีแล้ว
และคนที่เดินจับจ่ายใช้สอยในห้าง ส่วนมากก็จะใส่เสื้อผ้าประมาณนี้
"หึๆๆ"ชิงเหมยเริ่มหัวเราะขึ้นมาอีกแล้ว หลี่หลิงอดขนลุกไม่ได้
พอเดินดูหมดทุกชั้นแล้ว ชิงเหมยถามน้องสาวว่าอยากได้อะไรไหม แต่หลี่หลิงไม่อยากได้ ทั้งคู่เลยพากันเดินกลับบ้าน
" กลับมาแล้วค่ะ "
"ไปไหนกันมาจ้ะ แม่เป็ห่วงนะรู้ไหม" โจวชิงหลานนั่งรอลูกของตนอยู่ที่ม้านั่งหน้าบ้านเอ่ยถาม
"ขอโทษค่ะแม่ หนูพาน้องไปที่ห้างมาค่ะ ไปดูสถานที่จะขายเสื้อผ้าด้วย"
"ทีหลังถ้ายังไงก็บอกแม่ก่อนสิจ้ะ ป่ะ ไปกินข้าวกันก่อน หิวกันรึยัง"
ทั้งหมดก็ล้อมวงกันกินข้าวเย็นกัน พอกินกันเสร็จ ชิงเหมยก็ไปดูชุดที่สองแฝดเย็บกันได้ในวันนี้
ฮุ่ยหลินเย็บได้6ตัว ส่วนฮุ่ยหลิงเย็บได้5ตัว ตัวที่6 เหลืออีกไม่นานก็จะเสร็จแล้ว ฮุ่ยหลิงเลยมานั่งเย็บต่อ
"พวกพี่นั่งเย็บกันทั้งวันเลยเหรอคะ"
"ไม่หรอกจ้ะ ชิงเหมย พอคล่องแล้ว มันก็เลยทำได้ไวขึ้นนะจ้ะ นี่พวกพี่ก็พักกันบ้าง ไม่ต้องเป็ห่วงนะจ้ะ"
สองแฝดถือว่าตัดเย็บกันได้เร็วมากเลยทีเดียว วันนี้ก็มีชุดกระโปรงคละสีรวมกันได้ 22 ตัวแล้ว
"พี่ฮุ่ยหลิง พี่ฮุ่ยหลิน พี่อี้เฟย มานี่หน่อยค่ะ พวกพี่เอาชุดไปเปลี่ยนให้หนูดูหน่อย"
"จะดีหรือจ้ะ ชิงเหมย! " ทั้งสามคนแทบจะพูดพร้อมกัน
"ดีสิคะ"
ทั้งสามจำเป็ต้องเอาชุดไปเปลี่ยนที่ห้องของตน
ไม่นาน ทั้งสามคนก็เปลี่ยนชุดออกมา โจวฮุ่ยหลินใส่ชุดสีแดง โจวฮุ่ยหลิงใส่ชุดสีชมพู ส่วนพี่อี้เฟย ก็ใส่ชุดสีฟ้า
ต้องบอกว่าคู่แฝดนี้หุ่นดีมากจริงๆ ทรวดทรงของ ฮุ่ยหลินกับฮุ่ยหลิงนั้นถือว่าใส่ชุดกระโปรงนี้ได้สวยมาก
เหลียนอี้เฟยก็ไม่น้อยหน้า ถึงจะเป็คนอวบ แต่ก็ไม่ได้อ้วน หน้าอกที่เบียดกันอยู่นั่น ทำให้โจวชิงเทียนมองตาไม่กระพริบเลยทีเดียว
"สวย-มาก-ค่ะ"
ชิงเหมยบอกได้แค่สามคำ
"พี่ๆเก็บชุดพวกนี้ไว้ใส่เลยนะคะ พี่อี้เฟยคะ พี่สนใจไปขายชุดกระโปรงนี้ด้วยกันไม๊คะ พวกหนูคิดให้พี่ราคาพิเศษเลยค่ะ"
"หรือพี่อยากมาร่วมทุนกับพวกหนูด้วยไหมคะ?"
เหลียนอี้เฟย ตอนนี้ก็มีเงินเก็บมากกว่า200หยวนแล้ว ถ้าจะให้ร่วมทุนกันก็ให้ได้ อย่างน้อยก็ครอบครัวเดียวกัน
"ได้หรือจ้ะ แล้วพี่จะเอาเปรียบพวกน้องรึเปล่า แค่นี้พี่ก็รบกวนชิงเหมยมากแล้วนะจ้ะ"
" พี่อี้เฟย อย่าคิดมากค่ะ เราครอบครัวเดียวกัน แต่พี่ต้องช่วยกันลงทุนด้วย ค่าจักร กับค่าผ้าพวกนี้หนูคิดพี่แค่100 หยวน แต่พี่ได้ร่วมหุ้นแค่15%นะคะ ของพี่ฮุ่ยหลินกับพี่ฮุ่ยหลิง35% ของหนู 50% ของพี่อี้เฟย 15% แต่พี่ต้องไปช่วยขายด้วยนะคะ ถ้าพี่ตกลง ก็เอามาให้หนู100หยวนเลยค่ะ"
"พี่ฮุ่ยหลินกับพี่ฮุ่ยหลิงไม่ว่าหนูนะคะ "
"พวกพี่ไม่ว่าอะไรหรอกจ้ะ แค่นี้ก็เหมือนพวกพี่ได้มาแบบไม่ต้องเสียอะไรเลย"
"พี่เอาด้วยจ้ะ ชิงเหมย ถ้าชิงเหมยไม่ว่าอะไรพี่นะ พี่ขอเอาด้วยจ้ะ" เหลียนอี้เฟย รีบเข้าไปในห้อง เอาเงินมาให้ชิงเหมยทันที100หยวน
เหลียนอี้เฟยที่ตอนแรกๆ ไม่มั่นใจว่าจะออกจากโรงงานมาทำงานกับชิงเหมยดีหรือไม่ แต่ตอนนี้หลังจากได้รับรายได้มาเดือนแรกนี้เกือบจะ200หยวนแล้ว ใหนเลยจะชักช้า เหลียนอี้เฟย กลายเป็ เอฟซีของชิงเหมย ตามโจวชิงหลานไปอีกคนแล้ว