เช้าวันใหม่ที่แสนจะสดใส แถบบ้านนอกคอกนาอย่างนี้ในยามเช้ามักจะมีเสียงนกร้องที่ฟังลื่นหูกว่าที่จะเป็เสียงรถที่ขับผ่านในชั่วโมงเร่งด่วนภายในเมือง แถมอากาศ และบรรยากาศก็ยังดีมากอีกด้วย ไม่ว่าเป็ใครก็ต้องหลงใหลกันเป็ธรรมดา
เฟยที่ตื่นเช้ามาวิ่งบริเวณรอบหมู่บ้าน แน่นอนว่ามันทำให้ผู้คนในชุมชนต่างก็สงสัยกันว่าชายหนุ่มคนนี้เป็ใคร แต่หลังจากที่เฟยได้แนะนำตัวไป พวกเขาถึงกับทำตาโตเท่าไข่ของห่าน เพราะว่ามันแทบจะเรียกได้เลยว่าอย่างกับคนละคนอย่างไรอย่างนั้น..
“เจ็ดโมงเช้าแล้วแฮะ! รีบกลับบ้านไปอาบน้ำเตรียมตัวดีกว่า..”
เฟยกล่าวกับตัวเองพลางยืดเส้นยืดสายไปด้วย ในระหว่างทางนั้นเขาก็เห็นประกาศซื้อ-ขายที่ดินที่นาอีกหลายแปลงด้วยกัน ซึ่งมันก็เป็แผนหนึ่งที่จะเปลี่ยนแปลงที่นี่ให้เป็บ้านสวนตามที่เขา้า เฟยไม่ลืมที่จะถ่ายรูปเก็บเอาไว้ก่อน เพื่อพิจารณาว่าจะซื้อมันดีหรือไม่ในภายหลัง..
“โธ่พี่เฟย.. ทำไมถึงมาช้าจังล่ะ คนอื่นเขาพร้อมกันหมดแล้วเนี่ย” ฟางที่เห็นพี่ชายของตนที่ออกไปวิ่ง และเพิ่งจะกลับมาก็โวยใส่ทันที แน่นอนว่าเธออยากจะที่จะไปซื้อของ ซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านใหม่แล้ว อีกอย่างเธออยากจะเห็นรถยนต์ที่เธอจะได้ในอนาคตอันใกล้นี้เพื่อเป็กำลังใจในการอ่านหนังสือให้มากขึ้นแล้ว
“อ่าๆ โทษที ออกกำลังกายเพลินไปหน่อย จะไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้แหละ!” เฟยกล่าวพร้อมกับคิดในใจทำนองที่ว่าครอบครัวของเขาจะพร้อมอะไรกันเบอร์นั้น น้องสาวที่แต่งตัว แถมยังแต่งหน้าสวยเลิศ แม่กับพ่อที่นานๆจะแต่งตัวอย่างเป็ทางการอย่างนั้นด้วยก็อีก เห็นแล้วมันก็ให้ความรู้สึกแปลกๆยังไงชอบกล
เฟยเดินเข้าไปอาบน้ำตามที่บอก ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าออกจากช่องมิติเก็บของ เขาใช้เวลาเพียงราวๆ 15 นาทีเท่านั้นก็พร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว ซึ่งคนที่พร้อมกว่าเขาเห็นจะเป็น้องสาวที่ตอนนี้ไปนั่งรออยู่ในรถเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เฟยที่เห็นอย่างนั้นถึงกับส่ายหัวให้กับเธอเบาๆ..
“ว่าจะถามั้แ่เมื่อวานแล้ว แกซื้อรถอะไรให้พ่อกับแม่งั้นเหรอ” พ่อภูมิที่จู่ๆก็เอ่ยถามหลังจากรถยนต์ของเฟยแล่นออกมาได้สักพัก..
“ก็รถเอสยูวีขนาดเล็กน่ะพ่อ มันแพงกว่ารถคันนี้เสียอีก รุ่น HR-V น่ะครับ” เฟยกล่าวตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่เมื่อพ่อได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มแป้นออกมาเลยทีเดียว
“ไอ้ภูมิเอ้ย! เอ็งมีบุญจะได้ขับรถคันหรูๆอย่างคนอื่นเขาบ้างแล้วเว้ย ฮ่าๆ”
พ่อภูมิกล่าวพลางหัวเราะเสียงดังลั่น จนผู้เป็ภรรยาได้แต่ส่ายหัวให้กับสามีของตน ทั้งที่เมื่อวันสองวันที่แล้วยังนอนป่วยแทบจะเป็จะตายอยู่แล้ว แต่วันนี้กลับหัวเราะลั่นเพราะจะได้รถคันใหม่ซะอย่างนั้น แต่เธอก็เข้าใจดี เพราะว่าครอบครัวไม่ได้มีรถคันอย่างนี้มาก่อนเลย จะตื่นเต้นบ้างก็ไม่เสียหายอะไร
หลังจากนั้นก็เป็ฟางที่ถามกับเฟยขึ้นมาด้วยอีกคนว่ารถของเธอนั้นเป็รุ่นไหนอะไรยังไง ซึ่งเฟยก็ตอบกลับไปอย่างไม่ปิดบังอะไร ซึ่งฟางเมื่อได้ยินคำตอบก็รีบค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก่อนจะยิ้มกว้างๆออกมาคนเดียว
“จริงสิครับ.. หลังจากนี้พ่อกับแม่ไม่ต้องให้เงินค่าขนมกับน้องแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะโอนเข้าบัญชีของน้องเองทุกเดือนให้น้องบริหารเงินเอง แล้วก็พ่อ..ห้ามเด็ดขาดเลยนะครับ แม่ยังไงก็ช่วยดูพ่อไว้ด้วยนะครับ ไม่งั้นน้องก็ไม่โตสักที..” เฟยกล่าวพร้อมกับพ่อที่หน้ามุ้ยไปในทันที ส่วนแม่ก็ได้แต่หัวเราะเบาๆ
“แล้วพี่จะโอนให้หนูเท่าไรต่อเดือนเหรอ..” ฟางที่ได้ยินอย่างนั้นก็สงสัย จึงกล่าวถามกับพี่ชายทันที
“พี่คิดว่าน่าจะเดือนละ 2 หมื่นบาทล่ะมั้ง แต่เงินจำนวนนี้รวมทุกอย่างแล้วนะ ค่ากิน ค่าขนม รวมถึงเที่ยวเล่น ในอนาคตถ้าได้รถไปขับจริงๆ พี่จะเพิ่มให้เป็ 25,000 บาทเอาไว้เติมน้ำมันไปไหนมาไหน พี่จะตั้งโอนให้เราทุกวันที่ 1 ของเดือนก็แล้วกัน ตกลงไหม” เฟยกล่าวตอบ
“เดี๋ยวก่อนนะพี่เฟย.. วันนี้วันที่ 10 แล้ว ก็หมายความว่าเดือนนี้หนูจะได้พิเศษอย่างนั้นเหรอ” ฟางกล่าวถามกลับพร้อมกับอาการที่คาดหวัง หัวใจของเธอเต้นรัวตุบตับ ั้แ่เด็กจนโต เธอไม่เคยได้เห็นเงินหมื่นในมือเลยสักครั้ง อย่างมากก็แค่ประมาณ 2-3 พันบาทเป็ค่าหนังสือที่โรงเรียนเท่านั้น แต่หลังจากที่ได้ยินว่าเธอจะได้รับเงินเดือนเป็หมื่นสองหมื่นหัวใจมันก็เต้นไม่เป็จังหวะเลยจริงๆ
ส่วนเฟยที่ได้ยินน้องสาวกล่าวด้วยความหัวหมอพร้อมกับสีหน้าที่ดูเหมือนจะหวังเอาไว้มาก เขาก็ถึงกับส่ายหัวให้น้องสาวของตนเองอีกครั้ง ก่อนที่จะตอบกลับไปอย่างที่เธอคาดหวังเอาไว้ว่า ‘ก็ตามนั้นแหละ’ ซึ่งแน่นอนว่าฟางยิ้มหวานมุมปากกว้างฉีกจนถึงหูเลยทีเดียว ก่อนที่เธอจะะโตัวเขามาหอมแก้มพี่ชายของเธอจนพ่อนั้นอิจฉาเป็การใหญ่..
“เชอะ! แล้วแกจะให้แต่น้องสาวแกหรือยังไง ใช่สิ๊.. โตเป็ผู้ใหญ่ก็ไม่เห็นหัวกันแล้วนี่” พ่อกล่าวเชิงงอนๆ เฟยที่ได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะออกมาลั่น..
“ฮ่าๆ ถึงจะทำตัวงอนเป็เด็กๆไปก็ไม่ช่วยให้พ่อดูน่ารักขึ้นหรอกนะครับ.. เงินของพ่อกับแม่นั้นเดี๋ยวผมก็ไปจัดการพร้อมกับของน้องนี่แหละ แต่ของพ่อจะพิเศษหน่อย ต้องให้แม่อนุมัติก่อนถึงจะเอาเงินออกมาใช้ได้ ตกลงไหมครับ”
เฟยกล่าวตอบ แม่ไหมที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยกนิ้วโป้งให้กับลูกชายของเธอที่รู้งาน ส่วนพ่อภูมิเขาก็แกล้งๆทำหน้าเศร้าๆไปอย่างนั้น แต่ในใจของเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ยังไงก่อนหน้านี้เงินของครอบครัวก็เก็บเอาไว้ที่ภรรยาอยู่แล้ว ถึงเฟยจะไม่กำหนดเงื่อนไข ภรรยาของเขาก็จัดการอยู่ดี ดังนั้นมันจึงไม่ต่างกันเท่าไร
ในระหว่างทางเฟยก็ได้พูดถึงโปรเจคที่จะทำบ้านสวนที่บ้านหลังเก่าหลายร้อยไร่ แน่นอนว่าเขาจะซื้อที่ดินเอาไว้ให้พ่อกับแม่ใช้ทำกิน นอกจากนี้เขายังจะให้พวกท่านทั้งสองไปเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเกษตร ไม่ว่าจะเป็การทำนา ทำสวน ทำพันธุ์ต้นไม้ดอกไม้ เลี้ยงสัตว์ และอื่นๆอีกที่เกี่ยวข้องกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
ซึ่งพ่อกับแม่ก็ไม่ขัดอะไร ถือว่าดีเสียอีกที่จะได้ทำอะไรตามที่ตัวเองนั้นใฝ่ฝัน เพราะจะให้พวกเขาไปทำอย่างอื่นมันก็คงจะไม่ชิน ไม่ถนัด หรือจะให้อยู่บ้านเฉยๆมันก็คงจะเบื่อ และเหงาตายแน่นอน..
เื่รายละเอียดของเื่นี้พวกเขาจะต้องพักเอาไว้ก่อน เพราะว่าในตอนนี้พวกเขาเดินทางมาถึงหมู่บ้านดรีมแลนด์แอนด์เฮ้าท์เป็ที่เรียบร้อย ซึ่งมันก็มีผู้คนหลายคนรออยู่ เพราะมันเป็เวลาเกือบจะแปดโมงครึ่งแล้วนั่นเอง เฟยไม่สนใจใครทั้งนั้นเขาเลื่อนรถมาจอดภายในบ้านก่อนจะดับเครื่องรถยนต์ลง..
“อรุณสวัสดิ์ครับบอส!..” พิทักษ์ที่วิ่งจากหน้าบ้านตามเข้ามาภายในคฤหาสน์เพื่อที่จะต้อนรับผู้เป็นายอย่างใกล้ชิด ซึ่งแน่นอนว่าเหล่าลูกน้องของเขาอีกหลายคนก็ตามมาด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ก็รวมถึงนายตำรวจที่เป็ร้อยเวรที่สถานีตำรวจแถวบ้านเก่ากับคุณทนายเองก็ด้วย..
“อื้มมม.. ว้า! คุณทนายกับคุณตำรวจเองก็มาด้วยอย่างนั้นเหรอครับเนี่ย หรือว่าจะตามมายัดเยียดเงิน 2 หมื่นบาทนั้นให้กับผมอีกงั้นเหรอ” เฟยกล่าวถามกับทั้งสองคนไป ทั้งๆที่เขารู้อยู่แล้วว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น แต่ก็แค่อยากจะแกล้งอะไรพวกเขาสักหน่อยเท่านั้นเอง
“เออ.. บอสครับ ที่ผ่านมาผมต้องขอโทษกับเื่ที่เกิดขึ้นด้วยครับ ผมพร้อมที่จะรับโทษตามที่บอส้าครับ แต่อย่าเอาถึงตายเลยนะครับ ผมยังมีลูกเมียที่ต้องดูแลด้วยเหมือนกันครับ” ทนายกล่าว ซึ่งผู้กองเองก็กล่าวในทำนองเช่นเดียวกัน เฟยที่ไม่ค่อยอยากจะเสียเวลา เขาก็ได้แต่ตอบปัดๆไปเท่านั้น..
“จริงๆผมก็ไม่ใช่เ้านายโดยตรงของพวกคุณสักหน่อย.. เื่นั้นก็แล้วแต่นายก็แล้วกัน พิทักษ์ นายก็จัดการไปก็แล้วกัน.. ส่วนคุณมาส่งรถหรือเปล่าครับ”
เฟยกล่าวกับพิทักษ์ก่อนจะตบไหล่เขาเล็กน้อย มันเหมือนเป็การวัดใจว่าพิทักษ์จะจัดการกับสองคนนั้นอย่างไร ก่อนที่เขาจะหันไปสนใจกับคนที่มาส่งรถที่ซื้อเอาไว้เมื่อวาน ซึ่งเ้าคนที่ถูกเรียกก็ใเล็กน้อย เพราะไม่ว่าจะดูยังไงชายตรงหน้าน่าจะเป็คนที่มีอิทธิพลสูงมาก เขาจะต้องสุภาพให้ได้มากที่สุด..
“ใช่ครับท่าน!..” ชายคนส่งรถตอบกลับก่อนจะวิ่งหน้าตั้งเข้ามามอบเอกสารให้กับเฟยนั้นเซ็น
“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ครับ.. ถ้ายังไงก็ช่วยเอารถเข้าไปจอดที่โรงจอดรถทีนะครับ แล้วเื่รถคันนี้น่ะ ช่วยดูให้หน่อยว่าจะทำยังไงกับมันได้บ้าง..” เฟยกล่าวพร้อมกับเซ็นเอกสารรับรถไปอย่างสบายๆ ส่วนคนที่ส่งรถก็หันไปมองรถที่ชายตรงหน้าเพิ่งจะขับเข้ามา ซึ่งมันมีรอยทุบจากของแข็งอยู่หลายจุด และมันทำให้เขาถึงกับเหงื่อตกออกมาเมื่อมองไปยังเหล่าคนที่ถูกจับมัดไว้บริเวณแถวนั้น..
‘อึก! แล้วตรูจะตอบยังไงดีล่ะเนี่ย’ เขากลืนน้ำลายเหนียวๆดังอึก! เพราะจากที่เขาประเมินแล้ว มันไม่เข้าข่ายการคุ้มครองของประกันเลยแม้แต่นิดเดียว รอยทุบจากฝีมือคนมันไม่สามารถเครมได้แน่นอนต่อให้มันยังเป็รถใหม่ที่มีประกันชั้น 1 ก็เถอะ..
“เออ.. ผมคงจะต้องกล่าวตามตรงครับท่าน ผมคิดว่าประกันคงจะไม่รับผิดชอบใดๆในกรณีอย่างนี้ครับ” ชายคนส่งรถกล่าว เฟยเองก็คิดเอาไว้อยู่แล้วจึงไม่ได้ติดใจอะไร ก่อนจะให้ชายคนดังกล่าวทำตามที่ตนร้องขอไปก่อนหน้านี้คือเอารถเข้าไปจอดที่โรงจอดรถเก็บเอาไว้ก่อน
“บอสครับ! เื่รถของบอสผมจัดการให้เรียบร้อยแล้วครับ.. ส่วนรถคันนี้ถ้าบอสไม่้ามันแล้ว ผมคิดว่าซ่อมมัน และขายออกสู่ตลาดก็คงจะได้เงินคืนไม่ใช่น้อยเลยล่ะครับ” พิทักษ์ที่เห็นโอกาสแทรก เขาก็รีบเอ่ยขึ้นมาทันควัน ซึ่งเฟยก็พยักหน้าเป็เชิงอนุญาตไป ก่อนที่เขาจะหันมาถามเกี่ยวกับพวกผู้คนที่ถูกจับมัดบริเวณด้านหลังของพวกพิทักษ์ แถมยังมีบอดี้การ์ดอีกหลายชีวิตคุมเชิงพวกมันอยู่..
“เ้าพวกนั้นคือคนที่ลงมือกับพ่อของฉันอย่างนั้นเหรอ..” เฟยกล่าวถามกับพิทักษ์ด้วยรอยยิ้มปีศาจ ซึ่งพิทักษ์ที่เห็นอย่างนั้นความทรงจำเก่าๆเมื่อคืนมันก็ย้อนกลับมาด้วยเช่นกัน ก่อนที่เขาจะตอบกลับกับเฟยไปอย่างสุภาพเช่นเดิม..
“ใช่แล้วครับบอส!...”