Chapter 3
นักวิทยาศาสตร์กับชัยชนะ
กระทิงั์สีดำทะมึนเริ่มออกวิ่งอีกครั้งเพื่อไล่ตามหมาจิ้งจอกที่ริอาจเข้ามาแย่งเหยื่อของมัน
ในสายตาของฟอเรสต์เบฮีมอธ มอเตอไซค์ของโนบิลคงดูเป็เช่นนั้น
โนบิลยืดตัวขึ้นยืนแล้วเบี่ยงตัวไปด้านข้าง ก่อนจะวางนักเวทสาวลงบนตำแหน่งคนขับแทน
หญิงสาวยังอยู่ในอาการงุนงง หัวใจของเธอยังคงเต้นแรงพร้อมกับร่างกายที่สั่นระริกเพราะความหวาดกลัวที่ยังไม่จางหายไป เธอได้แต่จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าโดยมีคำถามผุดขึ้นมาในหัวมากมาย
ชายคนนี้ขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปโฉบเอาตัวของเธอออกมาจากปลายเขาของฟอเรสต์เบฮีมอธ แม้จะฟังดูเรียบง่าย แต่นี่เป็เื่ซับซ้อนกว่าที่เห็น ทั้งจังหวะเวลาและตำแหน่งที่เข้าถึงต้องมีความแม่นยำไม่งั้นอาจกลายเป็การพุ่งชน หรือเป็ฝ่ายถูกขวิดแทน
นอกจากนี้ หากผ่อนน้ำหนักไม่ดีตอนเข้าไปดึงเธอออกมาจะทำให้เกิดแรงกระชาก เสี่ยงต่อการาเ็ทั้งสองฝ่าย แต่หญิงสาวกลับไม่รู้สึกอะไรเลย แปลว่าเขาสามารถสลายแรงปะทะได้อย่างพอเหมาะ นี่เป็เื่ที่ใช้ทั้งประสาทััและศักยภาพทางร่างกายประกอบกัน
“รถคันนี้มีระบบขับขี่แบบอัตโนมัติอยู่ เธอแค่จับไว้แน่น ๆ ก็พอ”
คำกล่าวของโนบิลทำให้นักเวทสาวหลุดจากห้วงความคิด เธอจึงพยักหน้า
โนบิลปล่อยมือจากคันเร่งแล้วก้าวไปนั่งชันเข่าลงบนเบาะด้านหลังคนขับ โดยหันหลังให้กับเส้นทางเบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง ทำให้หญิงสาวต้องรีบเอื้อมมือไปคว้าคันเร่งด้วยความใ แต่เธอก็พบว่ามอเตอไซค์คันนี้กำลังวิ่งด้วยตัวเองอยู่จริง ๆ
วัวั์สีดำทะมึนยังวิ่งไล่ตามพวกเขามาอย่างไม่ลดละ ความจริงมอเตอร์ไซค์ของโนบิลสามารถทำความเร็วได้มากกว่านี้ แต่เพราะกำลังวิ่งอยู่บนไหล่ทางนอกถนนสายหลัก พื้นดินที่มีระดับไม่ค่อยสม่ำเสมอจึงเป็อุปสรรคต่อการใช้ความเร็วเต็มที่
โนบิลซึ่งนั่งชันเข่าอยู่ตรงท้ายมอเตอร์ไซค์จ้องมองไปยังวัวั์ที่กำลังไล่ตามมาพร้อมกับครุ่นคิด
นักเวทสาวคนนี้มีอายุราว ๆ ยี่สิบปี เธอมีเส้นผมสีน้ำตาลยาวประบ่า หน้าตาก็จัดว่าเกินมาตรฐานอยู่เล็กน้อย หากพบกันในสถานการณ์อื่น โนบิลก็ไม่รังเกียจที่จะชวนเธอไปดื่มกาแฟหรือขอแลกเปลี่ยนช่องทางติดต่อเพื่อสานสัมพันธ์ในอนาคต
แต่นักผจญภัยกลุ่มนี้มีทั้งหมดสี่คน เป็ชายสองหญิงสอง
โอกาสที่ชายหญิงแต่ละคู่จะเป็คนรักกันนับว่าค่อนข้างสูง มันเป็เื่ปกติของหนุ่มสาวที่ยังมีฮอร์โมนเป็ตัวเหนี่ยวนำพฤติกรรม ถึงมีคำกล่าวที่ว่ารักแท้มักแพ้ใกล้ชิด กลุ่มคนสนิทที่ใช้เวลาร่วมกันอย่างสม่ำเสมอย่อมง่ายต่อการพัฒนาความสัมพันธ์
หรือต่อให้นักผจญภัยชายคนใดคนหนึ่งไม่ใช่แฟนของเธอ หญิงสาวก็น่าจะมีแฟนอยู่แล้ว
ผู้หญิงหน้าตาดีที่อายุยี่สิบต้น ๆ จะมีแฟนแล้วก็ไม่ใช่เื่แปลก
อันที่จริงโนบิลไม่ได้ใส่ใจเื่ที่ว่าอีกฝ่ายจะมีแฟนแล้วสักเท่าไหร่ แค่เธอไม่ได้สวยขนาดที่เขาอยากจะลงทุนลงแรงเพื่อแย่งชิง
อย่างไรก็ตาม ถ้าเธอยังไม่มีแฟน แปลว่าต้องมีปัญหาอะไรสักอย่าง
เธออาจเป็พวกเ้าอารมณ์ ขี้หึง เอาแต่ใจ ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ขี้บงการ เอาตัวเองเป็ใหญ่ ทำให้ไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ได้ จึงยังคงความโสดจนถึงทุกวันนี้ ถึงมีคำกล่าวที่ว่าดูคนจะดูเพียงเปลือกนอกไม่ได้
โอกาสที่หญิงสาวจะโสดเพียงเพราะยังไม่เจอคนที่ถูกใจก็ยังพอมีอยู่ แต่ถ้าอายุยี่สิบกว่าก็ยังไม่เจอคนที่ถูกใจแปลว่าสเป็คของเธอค่อนข้างสูง หรือไม่ก็มีความจำเพาะเจาะจงจริง ๆ
ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือ วันนี้เขาจะเดินทางไปฟิวเจอร์รีชแล้ว การคบหาเพื่อสานสัมพันธ์แบบระยะไกลเป็เื่ยากและมีโอกาสสำเร็จต่ำ พอรวมเื่นี้เข้าไป โนบิลจึงได้ข้อสรุปว่า เขาคงไม่ขอช่องทางติดต่อกับนักเวทสาวหลังจากทุกอย่างจบลง
โนบิลรู้สึกเสียดายเล็กน้อย เพราะการที่เขาช่วยชีวิตอีกฝ่ายเอาไว้ควรจะสร้างแต้มต่อในการสานความสัมพันธ์ได้พอสมควร แต่เมื่อประเมินปัจจัยและความเป็ไปได้ทั้งหมดดูแล้ว มันยังไม่เพียงพอ
ความเสี่ยงสูงเกินไป โอกาสสำเร็จต่ำเกินไป
กระทิงั์สีดำสนิทวิ่งใกล้เข้ามา
แม้แต่ตัวมันเองก็ไม่ได้สังเกตว่า ตรงขาหน้าข้างซ้ายของมันมีวัตถุแปลกปลอมติดอยู่
วัตถุนั้นดูคล้ายกับก้อนดินซึ่งห่อหุ้มอุปกรณ์อิเล็คโทรนิกส์ทรงสี่เหลี่ยมเอาไว้ ที่ปลายด้านหนึ่งของวัตถุยังมีไฟสีแดงดวงเล็ก ๆ ปรากฏอยู่ด้วย
โนบิลเป็คนโยนมันไปติดไว้ที่ขาของฟอเรสต์เบฮีมอธในขณะที่เขาเข้าไปช่วยหญิงสาวออกมา
อีกไม่กี่สิบเมตรจะกลับเข้าสู่ถนนสายหลัก ไหล่ทางจึงเพิ่มความลาดชันมากขึ้น แต่ก็ไม่ทำให้ความเร็วของฟอเรสต์เบฮีมอธลดลงแม้แต่น้อย
นิ้วชี้ของโนบิลจ่ออยู่ตรงหน้าปัดนาฬิกาตลอดเวลา จนกระทั่งวัวั์เข้ามาในภูมิประเทศที่เหมาะสม เขาก็แตะที่หน้าปัดจังหวะเดียวกับที่มันกำลังย่ำเท้าลง
วัตถุแปลกปลอมนั้นปะทุออกก่อให้เกิดแสงสว่างจ้าพร้อมกับคลื่นกระแทกที่แผ่ไปทุกทิศทาง
การะเินี้ทำให้ฟอเรสต์เบฮีมอธเสียหลักในทันที มันล้มคะมำลงจนหน้าทิ่ม ความลาดเอียงของพื้นยิ่งเป็ตัวหนุนให้มันกลิ้งต่อไปอีกหลายตลบจนเกิดเสียงครืนครั่นคล้ายกับหินก้อนใหญ่ถล่มลงจากูเา ทำเอาฝุ่นดินคละคลุ้งเป็ทางยาว
โนบิละโลงจากรถ เพราะรถวิ่งไปในทางตรงข้าม ร่างของเขาจึงลอยถอยหลังไปตามแรงเฉื่อยด้วยความเร็วค่อนข้างมาก แต่ในขณะที่ลอยตัวอยู่รองเท้าผ้าใบสีฟ้าอ่อนที่เขาสวมก็มีเส้นแสงปรากฏขึ้น แสงที่วิ่งไปตามเส้นสื่อถึงระบบที่กำลังทำงาน ทันใดนั้นความเร็วในการลอยตัวของโนบิลก็ค่อย ๆ ลดลง เพียงไม่นานเท้าของเขาก็ลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล
นี่เป็รองเท้าที่มีระบบควบคุมแรงโน้มถ่วงติดตั้งอยู่ เป็หนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ชิ้นโปรดที่โนบิลออกแบบและสร้างขึ้นมาเอง ถึงตอนนี้มันจะยังควบคุมแรงโน้มถ่วงได้แค่ในระดับต่ำ ไม่ถึงขนาดช่วยให้ลอยขึ้นจากพื้นหรือเหินบิน แต่ถ้าแค่ชะลอการตกหรือลดความเร็วในการเคลื่อนที่ก็สามารถทำได้สบายมาก
โนบิลเดินเข้าไปหาม่านฝุ่นอย่างใจเย็น ภายในนั้น เงาร่างขนาดใหญ่ของกระทิงั์ก็ค่อย ๆ เด่นชัดขึ้น มันพยายามหยัดตัวขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก เพราะขาหน้าข้างหนึ่งบิดหักจนผิดรูปไป
สิ่งที่โนบิลโยนไปติดไว้บนขาหน้าของฟอเรสต์เบฮีมอธคือะเิพลาสติกที่เขาปรับแต่ง สาระเิที่ห่อหุ้มตัวจุดชนวนแบบรีโมทอยู่นั้นมีคุณสมบัติในการเกาะยึดสูง จึงไม่หลุดออกจากพื้นผิวแม้จะมีการเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วง
คุณสมบัตินี้ต้องแลกมากับแรงะเิที่ลดลง แต่โนบิลไม่ได้ตั้งใจจะใช้มันสร้างความาเ็ให้กับฟอเรสต์เบฮีมอธโดยตรงอยู่แล้ว เพราะต่อให้ใช้ะเิที่มีพลังทำลายสูงกว่านี้ อย่างมากก็แค่ทำให้เปลือกที่หุ้มขาหน้าเกิดการปริแตก หรือสร้างความาเ็ในระดับกล้ามเนื้อเพียงผิวเผิน
เขาจึงเล็งไปที่การใช้น้ำหนักตัวของอีกฝ่ายเป็อาวุธ
ฟอเรสต์เบฮีมอธเป็สัตว์ที่มีร่างกายใหญ่โตและน้ำหนักมหาศาล โนบิลตั้งใจกดะเิในจังหวะที่มันกำลังย่ำเท้าลงเพื่อให้มันเสียหลัก พื้นอันลาดเอียงทำให้น้ำหนักตัวของมันโถมทับลงไปยังขาข้างเดียวที่กำลังบิดงอ ส่งผลให้ขาข้างนั้นถูกแรงกดอันมหาศาลบีบอัดจนหักไป
หลังจากทุลักทุเลอยู่พักหนึ่ง ฟอเรสต์เบฮีมอธก็ยืนขึ้นได้โดยใช้ขาหน้าเพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างถูกยกค้างไว้เพราะไม่สามารถใช้งานได้
มันหายใจรุนแรงจนมีไอน้ำพุ่งออกมาทางจมูก ดวงตาแดงก่ำยังจับจ้องไปยังชายหนุ่มสวมแว่นที่เดินเข้ามาใกล้ การาเ็ทำให้มันโกรธเกรี้ยว แต่ขณะเดียวกันก็มีท่าทีระแวดระวังเพิ่มขึ้นหลายส่วน
เป็ความระแวดระวังที่เกิดจากสัญชาติญาณ
โนบิลหยุดเดินเมื่ออยู่ห่างจากกระทิงั์ไม่ถึงยี่สิบเมตร เขาสบตากับมัน ฟอเรสต์เบฮีมอธยังจ้องมองด้วยดวงตาดุดัน แต่แววตาของโนบิลกลับดูสงบเยือกเย็น
ในระหว่างที่สบตากับอีกฝ่าย โนบิลก็ยกแขนขึ้นแล้วชี้นิ้วไปทางชายป่า
ฟอเรสต์เบฮีมอธยังจ้องมองเขาอยู่อีกครู่หนึ่ง มันมีท่าทีลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมหันหัวไปทางทิศที่โนบิลชี้ ก่อนจะเดินโขยกเขยกกลับเข้าแนวไม้ไป
“ชัยชนะของวิทยาศาสตร์”
โนบิลยกมือขึ้นมาดันแว่น พลางกล่าวกับตัวเอง
รถมอเตอร์ไซค์ของโนบิลวนกลับมาหาเขาพร้อมกับนักเวทสาว การกระทำของโนบิลทำให้เธอรู้สึกงุนงงมากกว่าเดิม พอรถหยุด เธอก็โดดลงจากรถและเอ่ยถาม
“ทำไมถึงไม่จัดการมันล่ะคะ? คุณน่าจะทำได้นี่นา”
“ฟอเรสต์เบฮีมอธไม่ใช่สัตว์กระหายเื มันจะจู่โจมเฉพาะคนที่ล้ำเข้าไปในอาณาเขตของมัน และปกติก็เป็สัตว์ที่อาศัยอยู่แต่ในป่าลึก การที่มันออกมาถึงนี่แปลว่ามีคนเข้าไปก่อกวนจนเกิดคลั่งขึ้นมา ถ้าให้เดาก็คงเป็ทีมนักผจญภัยที่ได้รับภารกิจกวาดล้างมอนสเตอร์ในเขตชายป่าฉวยโอกาสเข้าไปล่ามอนสเตอร์ในส่วนลึกของป่าด้วย นี่ไม่ใช่ความผิดของมัน ผมไม่เห็นความจำเป็ที่จะต้องฆ่ามัน”
คำตอบของโนบิลทำให้นักเวทสาวต้องอึ้งไป สำหรับเธอแล้ว ฟอเรสต์เบฮีมอธเป็มอสเตอร์ระดับบอสที่มีมูลค่าสูง ทั้งค่าหัวในการล่าและวัตถุดิบที่ได้จากการแยกส่วนร่างกายล้วนเป็เงินก้อนโต แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
ในทีแรกเธอคิดว่าเขาเป็นักผจญภัยของสายวิทย์ เพราะในผู้ศึกษาวิชาสายวิทย์เองก็มีนักผจญภัยอยู่เช่นกัน ซึ่งชายหนุ่มก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีคุณสมบัตินั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นักผจญภัยของสายวิทย์หรือสายเวทก็ไม่มีใครมองเมินเงินรางวัลจากการล่าเป็แน่ ทำให้เธอยิ่งรู้สึกสงสัย
ชายหนุ่มคนนี้ดูจะมีจิตใจตรงกันข้ามกับท่าทีเ็าที่แสดงออก ก่อนหน้านี้ก็ยังเสี่ยงอันตรายเข้าไปช่วยชีวิตเธอด้วย ทำให้หญิงสาวรู้สึกประทับใจเป็ทบทวี
ห่างออกไปเล็กน้อย ปาร์ตี้ของหญิงสาวและทหารรักษาการณ์กำลังวิ่งมาสมทบ ทั้งหมดต่างมีอารมณ์ที่หลากหลาย บางคนก็ยินดี บางคนก็ประหลาดใจ และบางคนก็ฉงนสงสัย เพราะไม่รู้ว่าชายหนุ่มนักวิทย์ใช้วิธีอะไรล้มฟอเรสต์เบฮีมอธแล้วไล่มันกลับเข้าป่าไปได้
โนบิลไม่อยากเสียเวลาอธิบาย ที่สำคัญคือถ้าใช้เวลามากไปกว่านี้เขาอาจพลาดเที่ยวบินรอบถัดไปก็ได้ จึงขึ้นมอเตอร์ไซค์เพื่อเตรียมเดินทางต่อ
“ดะ.. เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณ.. ชื่ออะไรเหรอคะ?”
นักเวทสาวเอ่ยถามโดยกุมไม้เท้าแน่นด้วยมือทั้งสองข้าง เธอมีท่าทีเขินอายเล็กน้อย
“...คนที่ช่วยชีวิตคุณไว้ก็คือ ก็อทลีพ วิลเฮ็ล์ม ไดม์เลอร์”
โนบิลตอบ ก่อนจะบิดมอเตอร์ไซค์คู่ใจออกไป
หญิงสาวรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะชื่อของอีกฝ่ายฟังดูไม่ค่อยเหมือนชาวเทมเพอเรียสักเท่าไหร่ แต่เธอคิดว่าบางทีเขาอาจมาจากอาณาจักรอื่นก็ได้
“คุณก็อทลีพ...”
เธอเอ่ยชื่ออีกฝ่ายเบา ๆ ในขณะมองดูมอเตอร์ไซค์ของโนบิลแล่นห่างออกไป
นักเวทสาวรู้สึกประทับใจในตัวชายหนุ่มมาก หลังจากอธิบายเื่ทุกอย่างและแยกย้ายกับคนในปาร์ตี้แล้ว สิ่งแรกที่เธอทำหลังกลับถึงบ้านก็คือเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วค้นหาชื่อของอีกฝ่ายบนอินเตอร์เน็ท เพราะอยากจะรู้เกี่ยวกับตัวเขามากกว่านี้ ถ้าชายหนุ่มเป็คนสายวิทย์ เขาก็น่าจะใช้อินเตอร์เน็ตเป็กิจวัตร และมีตัวตนหรือข้อมูลใด ๆ อยู่บนนั้นไม่มากก็น้อย
แล้วเธอก็พบว่า ก็อทลีพ วิลเฮ็ล์ม ไดม์เลอร์ คือชื่อของวิศวกรที่สร้างรถมอเตอร์ไซค์คันแรกของโลก เมื่อตอนสมัยโลกเก่า
---------------------------------------------------------------------------