แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างของอาคารเรียน โรงเรียนนานาชาติที่อาคิระศึกษาอยู่เป็สถานที่ที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา อาคารทันสมัยถูกออกแบบให้กลมกลืนกับพื้นที่สีเขียวโดยรอบ ทำให้บรรยากาศสดใสและเป็กันเอง นักเรียนหลากหลายเชื้อชาติต่างสานสัมพันธ์กันผ่านกิจกรรมและบทเรียนที่แฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์
อาคิระเดินเข้าห้องเรียนพร้อมกระเป๋าเป้ที่พาดบ่า หูฟังข้างหนึ่งยังเสียบอยู่ในหู เพลงโปรดจากลิสต์ของเขาคลอเบา ๆ ขณะที่เขาก้าวเท้าเข้าไปในห้อง เมย์ หรือ ณิชาพัชร์ วงศ์ปรีชา เพื่อนสนิทั้แ่สมัยเด็กของเขาเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะเรียนพร้อมโบกมือให้
“อาคิน! มาแล้วเหรอ?” เมย์เรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่เขาคุ้นเคย
“สายอีกแล้วนะ กีกี้” จิน หรือ ชลธิชา สุขสมบัติ เพื่อนผู้ร่าเริงแซวทันที ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ก็ไม่ได้สายขนาดนั้นสักหน่อย” อาคิระตอบพลางหัวเราะเบา ๆ
“อากี้!” วิน หรือ ธนวินท์ สุขเจริญ ทักขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะ “ฉันเกือบจะโทรไปลากนายมาจากบ้านแล้วนะ!”
“นายไม่ต้องห่วงขนาดนั้นก็ได้” อาคิระตอบพร้อมยิ้มกว้าง เขารู้สึกอบอุ่นทุกครั้งเมื่ออยู่ท่ามกลางเพื่อน ๆ
“หวังว่านายจะไม่ลืมแผนที่พวกเราซ้อมเมื่อวานนะ” นนท์ หรือ อนนท์ วิริยะศักดิ์ ผู้จริงจังประจำกลุ่มเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจขณะก้มหน้าจดอะไรบางอย่างในสมุด
“ไม่น่าลืมหรอก” อาคิระตอบพลางยักไหล่ ก่อนเดินไปนั่งที่โต๊ะของเขา ซึ่งอยู่ข้างเมย์
เสียงพูดคุยของเพื่อน ๆ เต็มไปด้วยความสนุกสนานและบรรยากาศที่แสนผ่อนคลาย จินขยับเข้าไปนั่งใกล้เมย์ พร้อมแซวนนท์ที่ยังคงจดแผนอย่างตั้งอกตั้งใจ
“นนท์ นายจริงจังเกินไปหรือเปล่า?” จินถามพร้อมหัวเราะ
“ถ้าจะทำ ต้องทำให้ดีที่สุด” นนท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ก็จริงนะ” วินเสริม “แต่ถ้าเราได้รางวัลใหญ่ด้วย มันจะเจ๋งสุด ๆ ไปเลย!”
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุย เสียงกระซิบแ่เบาก็ดังขึ้นในหัวของอาคิระ มันฟังดูเหมือนเสียงเรียกชื่อเขา “อาคิน…”
เขาขมวดคิ้ว หันไปมองเมย์ด้วยความสงสัย “เมย์ เธอเรียกฉันเหรอ?”
“ไม่ได้เรียกนะ” เมย์ตอบพลางยิ้ม “มีอะไรหรอ?”
“เปล่า… ไม่มีอะไร” อาคิระตอบ แต่ความสงสัยยังคงติดอยู่ในใจ
เสียงกริ่งบอกเวลาพักกลางวันดังขึ้น นักเรียนคนอื่นพากันมุ่งหน้าไปยังโรงอาหาร แต่กลุ่มของอาคิระเลือกเดินไปยังสนามกีฬาที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ซึ่งเป็จุดนัดพบประจำของพวกเขา
เมย์หยิบกล่องข้าวที่เตรียมมาเองออกมาเปิด เผยให้เห็นข้าวปั้นสอดไส้ที่จัดไว้อย่างสวยงาม
“วันนี้ฉันทำข้าวปั้นมาด้วย ลองสิ อาคิน นายด้วย” เมย์พูดพลางยื่นข้าวปั้นให้เพื่อน ๆ
อาคิระกัดคำแรกก่อนจะพยักหน้า “อื้ม อร่อยมากเลย ฝีมือไม่เคยตกจริง ๆ นะ”
“อร่อยจนเหมือนซื้อจากร้านดังเลย!” วินเสริมพร้อมหยิบอีกชิ้นเข้าปาก
“ขอบคุณนะ” เมย์พูดพร้อมรอยยิ้มเขิน ๆ แต่สีหน้าของเธอเปี่ยมไปด้วยความดีใจ
ขณะที่พวกเขากำลังเพลิดเพลินกับมื้อเที่ยง เสียงกระซิบแ่เบานั้นดังขึ้นอีกครั้งในหัวของอาคิระ “อาคิน… มานี่สิ…”
เขาสะดุ้งเงียบ ๆ ก่อนหันไปมองรอบตัว แต่ไม่มีอะไรผิดปกติ
“เป็อะไรหรือเปล่า?” เมย์ถามด้วยความเป็ห่วง
“เปล่าหรอก แค่คิดอะไรนิดหน่อย” อาคิระตอบ พยายามทำตัวให้ปกติ
หลังจากมื้อเที่ยงจบลง ทุกคนเริ่มพูดคุยถึงแผนการซ้อมเกมในตอนเย็น นนท์หยิบสมุดจดของเขาออกมาอธิบายกลยุทธ์ใหม่ เมย์และจินช่วยเติมไอเดีย ขณะที่วินฟังอย่างตั้งใจ
“ฉันว่าเราเริ่มด้วยการบุกป่าฝั่งตรงข้ามก่อนดีไหม?” เมย์เสนอ
“ถ้าทำแบบนั้นต้องดูจังหวะดี ๆ อย่าให้เสียเปรียบกลางเกม” อาคิระเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แผนนี้ดูใช้ได้เลย” วินพูดพลางพยักหน้า “แต่ถ้าฝั่งตรงข้ามบุกสวนกลับจะทำไงดี?”
“ถ้าเป็อย่างนั้น คงต้องถอยมาตั้งรับก่อน” นนท์ตอบพร้อมวาดเส้นบนแผนที่
จินหยิบกล้องโพลารอยด์ขึ้นมาถ่ายรูปกลุ่ม “มา ๆ ถ่ายไว้เผื่อวันไหนเราไม่ได้มารวมตัวกันแบบนี้อีก”
อาคิระมองภาพถ่ายในมือ รู้สึกถึงมิตรภาพที่แน่นแฟ้นของพวกเขา
“พวกเรานี่เจ๋งที่สุดจริง ๆ” วินพูดพลางยิ้ม
“แน่นอน!” อาคิระตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง
แม้เสียงหัวเราะจะเติมเต็ม่เวลานั้น แต่เสียงกระซิบที่ดังก้องอยู่ในหัวของอาคิระก็ยังคงคอยรบกวนเขา มันเป็เสียงที่เขารู้สึกว่ากำลังเรียกเขาไปสู่อะไรบางอย่างที่เขาไม่อาจเข้าใจได้ในตอนนี้…