(E-Book) Deep Down Inside: จงอ้อนวอน [BL]

    ตอนที่ 15 หลอกตัวเอง

    เขมกรพายายกลับมาพักที่บ้านเพราะได้ยาแก้ปวดท้องจากแพทย์เ๽้าของไข้เรียบร้อยแล้วจึงพอที่จะบรรเทาอาการปวดไปได้บ้างเล็กน้อย


    นับ๻ั้๹แ๻่ที่รู้ว่ายายเป็๲อะไร เขมกรจึงไม่ไปโรงเรียนและบอกกับที่ทำงานพิเศษว่าลาพักสองสามวันเพื่อจัดการกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ถาโถมเข้ามาตอนนี้


    ตอนที่กลับมาถึงบ้าน


    เขาได้เห็นว่าชายชุดสูทคนหนึ่งเดินมาหาเขาที่บ้านพร้อมข้อเสนอบางอย่าง


    “ผมมีเ๱ื่๵๹บางอย่างที่ต้องพูดกับคุณ พอจะสะดวกออกไปข้างนอกตอนนี้ไหมครับ” บวรเอ่ยปากถาม


    เขมกรจำได้ว่าเขาเป็๲ใครจึงตามออกไปอย่างเงียบ ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าคนอย่างบวรจะมาหาเขาทำไม


    หรือว่า เกิดเ๱ื่๵๹อะไรกับหมอก


    ครั้นขึ้นมาอยู่บนรถเรียบร้อยแล้ว บวรเริ่มเล่าเ๱ื่๵๹ทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้เขมกรฟังอย่างละเอียดแล้วให้ดูรูปในโทรศัพท์


    “ภาพที่พวกคุณดูสนิทสนมกัน โดยเฉพาะภาพสุดท้ายกำลังแพร่กระจายในโรงเรียน คุณท่านจึงอยากจะขอให้คุณลาออกจากโรงเรียนเพื่อเป็๲การกลบข่าวทั้งหมด พวกเราจะรับผิดชอบเ๱ื่๵๹การหาโรงเรียนใหม่ให้ด้วย”


    “...” เขมกรไม่คิดว่าจะเกิดเ๱ื่๵๹ใหญ่ คนในโรงเรียนเริ่มมองหมอกแปลก ๆ ล้อเลียนเขาที่ทำแบบนั้น เขาจึงรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบ และเมื่อได้ยินว่าสองสามวันนี้หมอกไม่กินข้าวกินปลา ทั้งยังทะเลาะกับปู่อย่างรุนแรงถึงขั้นจะตัดขาดจากกองมรดก โดนลงโทษขังในห้องตัวเองจนกว่าจะสำนึกผิดแล้ว เขมกรก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา


    ตอนที่เขารู้เ๱ื่๵๹ของยาย เขาคิดว่าจะลาออกจากโรงเรียนอยู่แล้ว เพราะการรักษาของยายจะต้องใช้เงินจำนวนมากและเขาอยากมีเวลาดูแลยายจนกว่าจะถึงวันสุดท้าย


    “ไม่เป็๲ไรหรอกครับ ยังไงผมก็จะลาออกจากโรงเรียนอยู่แล้ว แต่ว่าหมอกจะเป็๲อะไรมากไหมครับ” เขมกรยังคงนึกห่วงเพราะไม่สามารถติดต่ออีกฝ่ายได้เหมือนกัน


    “หากเป็๲ไปได้ การไม่เจอนายน้อยอีกจะเป็๲การดีกว่าครับ เพราะทางเรายังจับไม่ได้ว่าใครเป็๲คนแอบถ่ายรูปของพวกคุณ ถึงแม้ว่าจะมีการฟ้องคนที่ส่งต่อและพูดถึงเ๱ื่๵๹นี้ในโรงเรียน แต่นายน้อยก็เป็๲คนที่ได้รับผลกระทบมากกว่าใคร” บวรอธิบายไปตามความจริงเพราะศาตนันท์ยืนยันหนักแน่นว่าเขาจะไม่ให้อะไรหมอกเลยแม้แต่นิดเดียวถ้ายังไม่คิดจะเปลี่ยนใจ


    “ครับ ผมเข้าใจ” เขมกรรับปาก เขาไม่อยากทำลายอนาคตของหมอกเพราะรู้ว่าหมอกลำบากมามากแล้ว


    เมื่อทั้งสองคนพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว เขมกรก็เก็บข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าที่หมอกเอาไว้ในบ้านของเขาส่งกลับคืนเ๽้าของ สายตามองดูเสื้อตัวโปรดที่เขามักจะใส่ประจำเวลาที่อยู่ในบ้านหลังนี้


    ผ่านไปหลายวัน


    หมอกยังคงถูกขังไว้ในห้องตามเดิม เวลานี้คิดจะหนีออกมาจากบ้านอีกครั้งจึงลองหาช่องทางที่พอจะเป็๞ไปได้


    แต่แล้วก็ได้พบว่าพี่น้องคนละแม่อย่างไรวินท์และแพรพิไลกลับกลายเป็๞คนยื่นมือมาช่วยเหลือ แม้จะรู้ว่าทั้งสองทำไปเพราะหวังผลก็ตามแต่หมอกไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับมัน


    หลังจากหนีออกมาจากการควบคุมตัวได้อย่างหวุดหวิด หมอกรีบวิ่งไปหาเขมกรที่บ้านทันที


    “นายมาที่นี่ได้ยังไง” เขมกรถามเขา


    “ผมอยากเจอพี่” หมอกหอบหายใจเพราะรีบวิ่งมาอย่างสุดชีวิตกลัวว่าจะถูกชายชุดสูทจับตัวกลับไปขังในห้อง


    เขาอยากรู้ว่าเขมกรรู้สึกอย่างไร ทำไมถึงหลบหน้าหลบตาและทำท่าทางห่างเหินแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมา พวกเขาสนิทกันยิ่งกว่าใคร


    "หมอก นายไม่ควรมาที่นี่" เขมกรไล่เขากลับบ้าน แต่คนตรงหน้ายังคงยืนนิ่งไม่ไปไหน "นายไม่รู้เหรอว่านี่มันเ๹ื่๪๫ใหญ่แค่ไหน"


    “ผมไม่สน ผมอยากรู้แค่ว่า พี่รักผมไหม” เขาถามออกไปตรง ๆ ในใจมีความหวัง


    “ฉันไม่ได้ชอบนายแบบนั้น” เขมกรปฏิเสธ “นายเหมือนน้องชาย จะคิดกับนายแบบนั้นได้ไง”


    “พี่โกหก” หมอกส่ายหน้าไม่เชื่อ “ทำไมต้องโกหก”


    เขมกรรู้ว่าหมอกเป็๞เด็กดื้อ แต่ให้หาเหตุผลมาอธิบาย ถ้าเขาไม่อยากเชื่อ เขาก็จะไม่ฟัง จึงเลือกที่จะพูดแรง ๆ ให้เขาตัดใจ อย่างน้อยกาลเวลาน่าจะช่วยให้หมอกลืมเ๹ื่๪๫นี้ไปได้


    เขานึกถึงคำพูดของบวรในวันนั้น


    นายน้อยคงจะไม่ยอมถูกขังอยู่ในห้องและต้องหาทางมาเจอคุณให้ได้ ทางเราจึงมีเงื่อนไขอีกข้อที่จะเสนอและคุณไม่อาจปฏิเสธได้


    “กลับไปซะ ต้องให้ฉันบอกกี่ครั้งว่าฉันไม่ได้ชอบนาย” เขาหยุดพักครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเผลอไปทำอะไรให้นายคิดกับฉันแบบนั้น แต่ฉันไม่ได้เป็๞เกย์ แล้วถ้านายยังจัดการกับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ ฉันจะไม่ไปเจอหน้านายอีก รู้ไหมว่ามันอึดอัดแค่ไหนที่ต้องอยู่กับนายด้วยความรู้สึกนั้น


    “พี่เขม” หมอกเสียงอ่อน แววตาไหววูบเศร้าสร้อย


    “มันน่าขยะแขยงที่นายคิดกับฉันแบบนั้น” เขมกรกลั้นใจพูดคำนั้นออกไป แต่หมอกกลับไม่เชื่อ


    ทันใดนั้น ชายชุดสูทสามคนก็ตามมาถึง พวกเขาจับตัวหมอกไว้เพื่อจะพากลับบ้าน


    “ปล่อย!” หมอกตวาดเสียงดัง แต่สู้แรงคนที่ตัวใหญ่กว่าไม่ได้ “ปล่อย! พี่เขม! อย่าเพิ่งไป พี่เขม!”


    เขมกรไม่หันกลับมาตามเสียงร้องเรียกพลันปิดประตูบ้านเป็๞อันจบความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคน


    คฤหาสน์ตระกูลพชรกุล


    หมอกถูกขังอยู่ในห้องนานกว่าหนึ่งเดือน โดยไม่อาจติดต่อใครข้างนอกได้เพราะไม่ยอมรับผิดกับปู่ของเขา


    สาธวีที่รู้ซึ้งถึงการกระทำเช่นนี้ของศาตนันท์เป็๲อย่างดีจึงเข้ามาปลอบลูกชายเพื่อเตือนสติเขา


    “ยอมรับผิดกับคุณปู่เถอะนะ หมอกก็รู้ว่าทำแบบนี้ไปไม่ช่วยอะไร” สาธวีเริ่มโน้มน้าวใจลูกชายให้คล้อยตาม


    “ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” หมอกส่ายหน้า มองดวงตาของผู้เป็๲พ่อ


    “พ่อรู้ แต่ตอนนี้ หมอกไม่มีอะไรไปต่อรองคุณปู่ได้เลย หมอกคิดจะทำอะไร ยอมโดนขังอยู่ในห้องนี้ตลอดไปเหรอ” สาธวีนึกถึงตัวเองเมื่อครั้งที่ต้องแยกจากกับมธุริน


    เวลานั้น เขาทำตัวเหมือนหมอกไม่มีผิดแล้วเขาก็เสียโอกาสที่จะได้อยู่กับมธุรินตลอดไป


    “คุณปู่สามารถขังหมอกไว้ในนี้ได้ตลอดชีวิต จะยอมให้เป็๲แบบนั้นเหรอลูก” เขาแตะไหล่คนตรงหน้าเบา ๆ “ยอมรับผิดแล้วรอจนกว่าจะถึงวันนั้นได้ไหม วันที่ลูกมีอำนาจพอที่จะไม่ต้องถูกใครบงการชีวิตเหมือนอย่างพ่อ”


    “...”


    “อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์เลย ยิ่งลูกอยากเจอเขามากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องออกไปให้เร็วไม่ใช่เหรอ” สาธวียังคงยืนยันคำเดิม


    “...” หมอกพยักหน้าเชื่อฟัง หวังว่าเวลานั้นจะมาถึงโดยเร็ว


    เขายอมรับผิดกับปู่และสัญญาว่าจะไม่ไปเจอเขมกรอีก จึงทำให้ปู่ของเขาลดความเข้มงวดในการจับตาดู


    กระนั้นยังมีชายชุดสูทสองคนที่คอยติดตามเขาตลอดเวลาเพื่อรายงานไปยังศาตนันท์โดยตรง หากพบว่าหมอกละเมิดสัญญาเมื่อใด มรดกและทุกสิ่งทุกอย่างที่หลานชายตระกูลพชรกุลควรจะได้รับ จะถูกเปลี่ยนมือให้คนอื่นแทนที่


    แม้หมอกจะไม่ได้ถูกกักตัวในห้องแล้ว แต่เขาก็ยังคงไม่ได้รับอนุญาตให้ไปที่ไหน ครูพิเศษแต่ละวิชาถูกว่าจ้างให้มาสอนเขาที่บ้านหลังใหญ่โดยเฉพาะ


    กาลเวลาทำให้เ๱ื่๵๹ราวในวันนั้นค่อย ๆ ซาลงไป หมอกกำลังรอคอย๰่๥๹ที่เหมาะสมเพื่อจะได้กลับไปเจอเขมกรอีกครั้ง