"กำลังคิดถึงข้ากันใช่หรือไม่"เสียงใสเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของทุกคนดูเป็กังวล คงจะเพราะนางยังไม่มาถึงก็เป็ได้
"อวิ๋นเฟยเฟิ่ง ข้าเป็ห่วงเ้าแทบแย่"โจวจื่อซินเป็คนแรกที่เดินเข้ามาเมื่อเห็นคนที่กำลังเอ่ยถึงปรากฏตัวขึ้น
"พอดีข้าถูกส่งออกไปไกลจากใจกลางป่าไปหน่อยเลยช้า"อวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่ได้อธิบายอะไรมากถึงพูดไปก็รังแต่จะทำให้ทุกคนเป็ห่วง
"นี่พวกเ้าก็อยู่ด้วยหรือ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งมองไปทางฟางเจี้ยนิและหลิงซวงก็อยู่ด้วย
"อืม ข้าเจอกับจื่อซินั้แ่เข้ามาแต่แรกเลยมากับนาง"หลิงซวงตอบ
"เอ่อ ข้าก็ไม่รู้จะไปไหนก็เลยมาที่นี่"ฟางเจี้ยนิเกาศีรษะตอบอย่างไม่มั่นใจ
"เ้ามาก็ดีแล้ว ข้ากำลังคิดว่าจะออกไปตามอยู่เหมือนกัน"อู๋เหล่ยกล่าวขึ้นอย่างโล่งใจ
"พวกเ้าได้แผ่นป้ายกันเพียงพอหรือยัง"อวิ๋นเฟยเฟิ่ง ถามขึ้นหากว่ายังนางจะช่วยพวกเขาให้ได้แผ่นป้ายมาแต่ถ้าหากว่ามีเพียงพอแล้ว นางคิดว่าจะพาพวกเขาสำรวจป่าลึกลับแห่งนี้อย่างจริงจัง ด้วยสงสัยว่าเหล่าสัตว์ิญญาหายไปไหนหมด
"พวกข้ามีมากพอแล้วล่ะ"โจวจื่อซินตอบพลางยกแผ่นป้ายให้อวิ๋นเฟยเฟิ่งดู คนอื่นๆก็พยักหน้าว่าพอแล้วเช่นกัน
"เรายังเหลือเวลาอีกหลายวัน ข้าคิดว่าเราไปสำรวจป่าแห่งให้ทั่วกันเถอะ ตลอดทางที่มาที่นี่ข้าไม่พบเจอสัตว์ิญญาเลยสักตัวพวกเ้าเห็นหรือไม่"เื่นี้เป็เื่ที่คาใจอวิ๋นเฟยเฟิ่งอย่างมาก
"อ๋อ เื่สัตว์ิญญาข้าก็พึ่งรู้ว่าตรงเขตที่สอบคัดเลือกศิษย์ทางสำนักได้สร้างเขตอาคมขึ้นโดยเฉพาะ สนามสอบแห่งนี้จึงมีเพียงผู้เข้าสอบเท่านั้น แต่ถ้าหากออกจากเขตอาคมแล้วละก็ข้าเดาว่าสถานที่แห่งนี้คงเต็มไปด้วยสัตว์ิญญาอย่างแน่นอน ข้ารู้มาว่าตรงทางทิศใต้จะเป็ทางออกไป"อู๋เหล่ยไขความกระจ่างให้กับทุกคนฟัง
"เป็เช่นนี้ แล้วพวกเ้าไม่สนใจอยากออกไปหาประสบการณ์ด้านนอกบ้างหรือ หลิงซวงเ้าเป็ผู้ฝึกสัตว์มิใช่หรือไม่อยากลองสยบสัตว์ิญญาเพื่อฝึกบ้างล่ะ จื่อซินข้าว่าด้านนอกเขตอาคมจะต้องมีสมุนไพรมากมายไม่แน่อาจจะมีสมุนไพริญญาด้วยก็ได้ที่รอให้เ้าไปเก็บเพื่อมาปรุงโอสถ อู๋เหล่ยเ้าเป็ผู้มีพลังธาตุสายฟ้าจะต้องปกป้องพวกเราได้แน่ เจี้ยนิเ้าไม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้างหรือ การฝึกฝนและเผชิญความกลัวก็เป็สิ่งที่อาจจะเพิ่มความกล้าของเ้ามากขึ้นและมีความมั่นใจมากขึ้นก็ได้"
อวิ๋นเฟยเฟิ่งเชื่อว่าในสถานที่แห่งนี้จะต้องมีโชควาสนาในพวกตนได้เก็บเกี่ยวไม่มากก็น้อยบ้างล่ะ
สิ่งที่อวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวมานั้นทำให้พวกเขาคิดตามก็จริงอย่างนางว่า การจะเข้ามาที่ป่าลึกลับแห่งนี้คงมีโอกาสเพียงแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว เพราะที่นี่ไม่เปิดให้คนภายนอกเข้ามาง่ายๆ
"ข้าอยากไป"หลิงซวงตัดสินใจจะไป หนึ่งเพื่อฝึกฝนและหาประสบการณ์จริง สองหากนางทำได้ก็จะดีต่อนางไม่น้อย ด้วยเพราะพลังิญญายุทธ์ของนางที่มีแค่ระดับแก่นแท้เท่านั้นจึงเป็ไปได้ยากที่จะสยบสัตว์ิญญาได้
"ข้าด้วย"ฟางเจี้ยนิก็อยากท้าทายความสามารถของตัวเองเช่นกันเขาอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีความกล้ากว่านี้
"ได้ งั้นเราก็เดินทางกันเถอะ"โจวจื่อซินเอาด้วย
"เฮ่อ~ พวกเ้า! เอาก็เอาว่ะ"อู๋เหล่ยได้แต่ทอดถอนใจกับเหล่าสหาย ยังดีว่ามีแผ่นป้ายหากเกิดเื่ที่ร้ายแรงรับมือไม่ได้ทางเลือกสุดท้ายคือต้องทำลายแผ่นป้ายแล้วหนีออกไป
จากนั้นทั้งห้าคนก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังทิศใต้ทันทีโดยมีอู๋เหล่ยเป็คนนำทาง ระหว่างทางที่เดินทางพวกเขาก็เจอผู้เข้าสอบคัดเลือกบางคน หรือบางกลุ่มแต่ก็ไม่ได้ต่อสู้แย่งชิงแผ่นป้ายกันต่างคนต่างก็หลีกเลี่ยงกันเสียมากกว่าเพราะในมือของทุกคนตอนนี้ต่างมีแผ่นป้ายพอที่จะผ่านการคัดเลือกแล้วนั้นเอง
เดินทางหนึ่งวันเต็มก็มาถึงเขตอาคม แต่ด้วยเพราะเวลานี้ฟ้าเริ่มไร้แสงแล้ว พวกเขาจึงนอนพักรอวันพรุ่งนี้ค่อยข้ามเขตอาคมไป หากไปในเวลานี้คิดว่าจะอันตรายเกินไป
"วันนี้นอนพักผ่อนเอาแรงกันก่อน พรุ่งนี้ไปจนถึงวันสอบวันสุดท้ายคงไม่มีโอกาสนอนหลับเต็มอิ่มอีกแล้ว"จะเอ่ยเช่นนั้นก็ไม่ผิดนักเพราะเมื่อไหร่ที่ข้ามเขตอาคมไป ทุกพื้นที่ย่อมมีแต่อันตราย อวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่ได้ประมาทที่พาเหล่าสหายไปยังพื้นที่นอกเขตอาคม หากเกิดอะไรขึ้นจริงนางก็จะพาพวกเขาเข้ามาในมิติจิตของนางจากนั้นก็หายตัวไปยังเขตอาคมนี่เป็แผนที่นางเตรียมรับมือกับสิ่งที่เกินความคาดหมาย
"ข้าหวังว่าจะสามารถสยบสัตว์ิญญาได้ หากข้าทำได้ข้าจะสยบมันให้กับพวกเ้าทุกคนเลย"หลิงซวงเอ่ยต้องรู้ก่อนว่าน้อยคนนักในดินแดนมนุษย์จะมีสัตว์ิญญาในพันธสัญญา ส่วนมากที่มีมักเป็ศิษย์ในสำนักต่างๆแต่ก็ไม่ใช่ว่าศิษย์ทุกคนจะมี เพราะสัตว์ิญญาก็ไม่ได้อ่อนแอถึงจะจับมันมาได้ง่ายๆ
"ข้าเชื่อว่าเ้าทำได้"อู๋เหล่ยให้ความมั่นใจแก่หลิงซวง
"แล้วเ้าล่ะ เจี้ยนิเ้าเคยปราบปีศาจหรือไม่"หลิงซวงเอ่ยถามฟางเจี้ยนิ
"ข้ายังไม่เคย แต่ว่าเคยเห็นท่านพ่อปราบปีศาจอยู่บ่อยครั้ง ตระกูลของข้าก็คล้ายๆกับนักบวชอะไรประมาณนั้นแหละมีคัมภีร์ปราบปีศาจต่างๆ คัมภีร์เวทอักขระของพวกข้ามีแค่สามเล่มเท่านั้น แต่ว่าปีศาจก็มีไม่มากหรอกในดินแดนมนุษย์ส่วนมากพวกมันจะอาศัยอยู่ดินแดนมารมากกว่า"
ฟางเจี้ยนิเขาได้เรียนรู้เวทอักขระทั้งสามเล่มจนครบและจดจำขึ้นใจได้หมดเพียงแต่ว่าเขาไม่เคยลงมือจริงๆจังๆเลยสักครั้ง
"ที่แท้เ้าก็เป็นักอักขระระดับแก่นแท้ขั้นกลาง ไม่อยากเชื่อว่าข้าจะได้รู้จักนักอักขระที่มีน้อยยิ่งกว่านิ้วในมือข้าเสียอีก"โจวจื่อซินมองฟางเจี้ยนิอย่างทึ่ง
"มีแค่สามเล่มเองหรือ?"อู๋เหล่ยไม่เข้าใจนักแค่ตำราสามเล่มจะสามารถปราบปีศาจได้จริงหรือ
"เ้าจะรู้อะไรแค่สามเล่มก็เป็ยอดฝีมือได้แล้ว เวทอักขระเชียวนะ!"หลิงซวงเอ่ยขึ้น
ฟางเจี้ยนินำคัมภีร์อักขระเล่มหนึ่งออกมาจากแหวนมิติให้เหล่าสหายดู แน่นอนว่าแค่เล่มเดียวก็ทำให้อู๋เหล่ยหมดคำจะกล่าว เพราะตำราที่เขาว่าเพียงแค่สามเล่มไม่คิดว่ามันจะหนากว่าศีรษะของเขาเสียอีก
อวิ๋นเฟยเฟิ่งมองคัมภีร์เวทอักขระที่ฟางเจี้ยนินำออกมาให้ดู ถึงว่าละว่าทำไมนักอักขระถึงมีน้อยนักกว่าจะจดจำอักขระแต่ละตัวได้จะไม่ใช้ทั้งชีวิตเลยหรือ อวิ๋นเฟยเฟิ่งนั่งฟังเื่ราวของแต่ละคนอยู่เงียบๆนับว่าทุกคนที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้เป็ผู้มีความสามารถมากทีเดียวถึงจะมีแค่พลังิญญายุทธ์ระดับแก่นแท้ก็ตาม
รุ่งอรุณมาเยือนแสงสว่างจากดวงอาทิตย์สาดส่องบ่งบอกว่าเช้าแล้ว อวิ๋นเฟยเฟิ่งตื่นเพื่อเตรียมความพร้อมข้ามเขตอาคม ต้องบอกก่อนว่าเขตอาคมนี้ภายนอกเข้าไปได้แต่ภายในไม่สามารถออกมาได้
"ทุกคนพร้อมแล้วใช่ไหม"อวิ๋นเฟยเฟิ่งหันไปมองหน้าทุกคนเมื่อเห็นว่าเหล่าสหายพยักหน้าเตรียมความพร้อมนางก็เดินนำทุกคนข้ามเขตอาคมเข้าไป
เมื่อข้ามเขตอาคมมาแล้วบรรยากาศโดยรอบนั้นไม่ต่างจากสนามสอบเท่าไหร่นัก เพียงแค่ที่นี่จะรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างราวกับว่ามีใครคอยจ้องมองพวกเขาตลอดเวลา
"ข้าไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมที่เหมือนมีใครจ้องมองเราอยู่"โจวจื่อซินเอ่ยเสียงเบาราวกับกลัวว่าจะมีใครได้ยิน
"ระวังตัวด้วย"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเดินนำเข้าไปก่อนนางััได้ถึงสัตว์ิญญาที่อยู่รอบๆพวกนางมากมายหลายตัวเห็นจะได้แต่ละตัวมีอายุประมาณห้าร้อยปีจนถึงหนึ่งพันปีก็มี หรืออาจจะหมื่นปี!
ถึงพวกมันจะไม่ใช่สัตว์เทพแต่ด้วยปริมาณที่มากกว่าก็ตึงมือเช่นกัน น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆก็มีสมุนไพริญญามากมายขึ้นเต็มไปหมด โจวจื่อซินเก็บสมุนไพริญญาอย่างเริงร่าลืมเื่ที่มีคนมองตลอดเวลาไปเสียสนิท อวิ๋นเฟยเฟิ่งปล่อยให้โจวจื่อซินเก็บเพียงคนเดียวสมุนไพรเหล่านี้ในมิติจิตของนางก็มีจึงไม่สนใจเท่าไหร่
"นายหญิงด้วยพลังิญญาที่ท่านมี ณ ตอนนี้และมีข้าอยู่ไม่มีอะไรน่ากังวลเ้าค่ะ ในสุสานกระบี่มารบรรพชนหนักหนากว่านี้เราก็ผ่านมาแล้วนายหญิงโปรดวางใจ"หงหงสื่อสารทางจิตกับอวิ๋นเฟยเฟิ่งเมื่อรับรู้ถึงความเป็กังวลใจของผู้เป็นาย
"อืมข้ารู้แล้วแต่ก็อย่าประมาณจะดีกว่า"เพราะตอนนี้มีเหล่าสหายมาด้วยทั้งยังมีพลังิญญายุทธ์แค่แก่นแท้เท่านั้น
แกร่ก! แกร่ก!
เสียงเหมือนฝีเท้าเดินย้ำเข้ามาในทิศทางที่พวกนางอยู่ทำให้ทุกคนหยุดอยู่กับที่แล้วค่อยๆขยับหันหลังชนกันเป็วงกลมไว้เพื่อรอดูว่าเสียงที่กำลังเดินเข้ามาคือสิ่งใด
บรุ๊วววว! บระ! บะ! บรุ๊ววววว!
ชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้ามันคือสิ่งใดทุกคนเตรียมรับมืออย่างเคร่งเครียดเพราะหมาป่าพวกมันมักอยู่เป็ฝูง ก็ได้แต่หวังว่าฝูงที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าด้วยจะเป็ฝูงหมาป่าเล็กๆ
อึดใจต่อมาหมาป่าตัวใหญ่สีขาวก็ปรากฏตัวออกมาเรื่อยๆ นับดูคร่าวๆมีประมาณเกือบร้อยตัว
"พวกมนุษย์เหล่านี้กล้าบุกเข้ามาในเขตของพวกเรา"
"จัดการพวกมันเลยเถอะ"
"แต่ดูเหมือนพวกเขาจะเป็แค่เด็กจะไม่ดูใจร้ายไปหน่อยรึ"
"ข้าว่าอาจจะหลงทางแต่ละคนมีพลังิญญาแค่แก่นแท้เท่านั้น"
"ไม่มีกลิ่นอายของจิตสังหาร"
"นี่ไม่ใช่เื่ที่เราจะตัดสินใจได้"
เหล่าหมาป่าพูดคุยถกเถียงกันแน่นอนว่าพวกเขาย่อมฟังไม่ออก เสียงที่ได้ยินคือเสียงหอนของหมาป่าที่ดังระงมทั่วป่าเท่านั้น แต่ต้องยกเว้นอวิ๋นเฟยเฟิ่งเพราะนางฟังสิ่งที่เหล่าหมาป่าคุยกันออกทุกคำ อย่างที่รู้กันว่าหากไม่ใช่ระดับจักรพรรดิขึ้นไปจะไม่สามารถสื่อสารกับสัตว์ิญญาได้ ที่แท้พวกนางก็หลงเข้ามาในถิ่นของหมาป่าฝูงนี้และดูเหมือนพวกมันกำลังรออะไรอยู่
"รอจ่าฝูงตัดสินใจก่อนเถอะ"หมาป่าตัวหนึ่งกล่าวจบจู่ๆก็มีหมาป่าสีขาวตัวใหญ่มีสามหางเป็พวงสวย บนหน้าผาของมันมีสัญลักษณ์บางอย่างหูของมันเป็สีแดง ดวงตาของมันเป็สีฟ้าครามแลดูลึกลับ
"ฆ่าพวกมันทิ้งให้หมด!"หมาป่าที่คาดว่าเป็จ่าฝูงออกคำสั่งและยืนจ้องมองมนุษย์ทั้งห้าอย่างเฉยชา
สิ้นคำสั่งพวกมันก็กระโจนเข้าใส่กลุ่มมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าทันที หมาป่าฝูงนี้คือหมาป่าเหมันต์เป็สัตว์ิญญามีอายุห้าร้อยปีขึ้นไปและตัวจ่าฝูงน่าจะมีอายุประมาณหกหมื่นปีเห็นจะได้
อวิ๋นเฟยเฟิ่งเรียกเถาวัลย์ออกมาและฟาดเข้าใส่หมาป่าสองตัวที่จู่โจมเข้าใส่นาง จากนั้นก็ทะยานขึ้นที่สูงก่อนจะใช้เถาวัลย์ดึงหลิงซวงหลบจากกรงเล็บของหมาป่าที่กำลังจะถึงตัว จากนั้นอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็ะโลงพื้นตวัดเท้าแตะหมาป่าตัวที่ใกล้ที่สุดจนมันกระเด็นออกไป
อันที่จริงอวิ๋นเฟยเฟิ่งอยากจัดการพวกมันทีเดียวจบไปเลย แต่ว่านางก็อยากให้เหล่าสหายได้ฝึกฝนและเผชิญหน้ากับอันตรายเพื่อตัวของพวกเขาเอง และนางไม่อยากเรียกหงหงออกมาเพราะไม่จำเป็
"ไม่ไหวพวกมันเยอะเกินไป"อู๋เหล่ยะโบอกก่อนจะะโหลับกรงเล็บหมาป่าสามตัวที่พยายามจะขย้ำเนื้อเขา อู๋เหล่ยเรียกพลังธาตุสายฟ้าลงมาห้าเส้นฟาดเข้าใส่หมาป่าที่อยู่ใกล้เขา แต่เพราะหมาป่าฝูงนี้มีจำนวนเยอะเกินไปพลังที่ใช้ก็เริ่มหมดแรง ถามว่าทำไมไม่เรียกสายฟ้าของเขาให้ได้มากกว่านี้ด้วยพลังตอนนี้ของเขาเรียกพลังธาตุสายฟ้าได้ห้าเส้นก็นับว่าเก่งมากแล้ว
"ทุกคนจัดการจ่าฝูงของมัน!"อวิ๋นเฟยเฟิ่งร้องบอกทุกคน จัดการหัวหน้าของพวกมันดูจะเป็วิธีที่ง่ายแต่ก็ไม่ง่ายเลย เพราะจ่าฝูงของหมาป่านั้นยืนดูอยู่นอกวง คนที่อยู่ใกล้ที่สุดคือโจวจื่อซิน
"ข้าจะฝ่าไปจัดการจ่าฝูงเอง"โจวจื่อซินซัดลูกไฟเข้าใส่กลุ่มหมาป่ารั่วๆพร้อมทั้งะโถอยหลังหลบหลีกหมาป่าทั้งหลายที่กระโจนเข้าหาหาไม่ขาดสายไม่ต่างจากคนอื่นๆ
เมื่อได้ฟังอวิ๋นเฟยเฟิ่งบอกทุกคนก็มุ่งเป้าไปที่จ่าฝูงที่ยืนสง่างามมองดูการต่ออยู่นอกวง เพื่อเป็การเปิดทางให้เหล่าสหายอวิ๋นเฟยเฟิ่งจำเป็ต้องใช้พลังธาตุน้ำแข็งควบคู่กับพลังธาตุพฤกษา เมื่อทุกคนเห็นอย่างนั้นก็ต้องประหลาดใจต่อมาก็เลิกสนใจเื่นี้ชั่วคราว เส้นทางสะดวกแล้วฟางเจี้ยนิที่มีพลังธาตุลมเข้าโจมตีหมาป่าจ่าฝูงก่อนใครเพื่อน