เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 119 เฉียบแหลม

            เยี่ยนเจาเจาเดาว่านั่นคือกัวซีฉือ

            ดูเหมือนว่านางดอกบัวขาวจะลบหลู่ดอกไม้งดงามร้อนแรงนี้เข้าทำให้กัวซีฉืออยากลงมือปราบนางแล้ว

            เยี่ยนเจาเจาไม่มีอารมณ์ทำตัวเด่นเวลานี้ เพียงเหลือบมองไป๋ฝูฉวีที่ทรุดลงร่ำไห้กับพื้นอย่างเอื่อยเฉื่อยเห็นเนื้อตัวนางไร้ระเบียบ ใบหน้าแลดูน่าสงสาร นัยน์ตาก็แฝงแววเหยียดหยามแล้วหมุนตัวเดินจากไป

            เฉินเหลียนเอ๋อร์ร่างอ้วนท้วมดันสายตาเฉียบแหลมเหลือบเห็นเยี่ยนเจาเจาจึงตะโกนเสียงดังลั่นขึ้น “หยวนชิงจ้าว!หากเจ้ามีความสามารถก็แสดงความกล้าออกมาเสีย ตอนนี้เพื่อนร่วมห้องนอนเจ้าโดนรังแกเจ้าจะหมุนตัวเดินจากไปเช่นนี้หรือ?”

            ความจริง ที่ใดมีคนที่นั่นย่อมมีความขัดแย้ง และสถานศึกษาสตรีก็ไม่มีข้อยกเว้น

            โดยเฉพาะเมื่อเด็กสาวมาอยู่รวมกันยิ่งแต่ละคนล้วนเป็นแก้วตาดวงใจของบิดามารดา ก็มีแนวโน้มจะเกิดความขัดแย้งง่ายขึ้น

            เฉินเหลียนเอ๋อร์กล่าวเช่นนี้ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะไปกระตุ้นนักเรียนหญิงรอบๆ ให้ส่งสายตาพินิจหลากหลายรูปแบบมามองเยี่ยนเจาเจา

            ไป๋ฝูฉวีก็มองเยี่ยนเจาเจาด้วยดวงตาพร่าเลือนแม้นางไม่ได้ตั้งใจตำหนิแต่สายตาอ่อนแอรีรอราวกับกำลังอ้อนวอนก็ทำให้เยี่ยนเจาเจารู้สึกขยะแขยงอย่างถึงที่สุดราวกับว่าเยี่ยนเจาเจาไม่ออกหน้าช่วยเหลือเป็นเรื่องไร้ศีลธรรมเสียอย่างนั้น

            เยี่ยนเจาเจาเกลียดคนที่ทำเป็นยืนอยู่บนศีลธรรมอันสูงส่งแล้วมาวิจารณ์ผู้อื่นความเกลียดชังต่อไป๋ฝูฉวีเลยยิ่งลึกขึ้นไปอีกชั้น

            เยี่ยนเจาเจายืนอยู่ที่เดิมปล่อยให้สายตามากมายนับไม่ถ้วนรอบข้างจับจ้อง เวลานี้ท้องฟ้ามืดลงโดยสมบูรณ์เหลือเพียงโคมไฟไม่กี่ดวงที่ถูกจุดขึ้นบนทางเท้าและระเบียงทางเดินส่ายไหวไปมาตามสายลมยามราตรี

            แสงตะเกียงกะพริบริบหรี่สะท้อนบนใบหน้าของเยี่ยนเจาเจาดวงหน้ากว่าครึ่งของนางถูกความมืดปกคลุม ยกเว้นดวงตาคู่นั้นที่ส่องประกายวูบวาบ

            เยี่ยนเจาเจาถอนหายใจ

            นางมิได้ทอดถอนใจเพราะความโกรธ เพียงรู้สึกว่าเหตุใดบนโลกมักจะมีคนไร้หัวคิดเสมอหากเฉินเหลียนเอ๋อร์ไม่เอ่ยประโยคนี้ นางก็คงจะยินดีทำเป็นไม่เห็นสภาพจนตรอกของไป๋ฝูฉวีวันนี้

            แต่สองคนนี้ดันอยากจะลากนางลงน้ำเสียเหลือเกิน

            ทุกคนจ้องนาง ดูว่านางจะตอบสนองเช่นไร ก็เห็นดวงตาคู่นั้นของเยี่ยนเจาเจาค่อยๆเผยรอยยิ้มขึ้น นางเยื้องย่างไปทางไป๋ฝูฉวีทีละก้าวโดยไม่ได้กล่าวคำใด

             ธรรมชาติของมนุษย์ชอบดูชมเรื่องสนุกเยี่ยนเจาเจาก้มหน้าลง ไม่ได้มีความหมายอื่นใดเมื่อผู้คนรอบๆมองเห็นนางกระทำเช่นนี้ ก็รู้สึกว่าเรื่องวันนี้ไม่มีอะไรน่าดูแล้ว

            แต่หากนางต้องการช่วยไป๋ฝูฉวีผู้นี้จริงๆก็มีโอกาสจะไปยั่วโทสะหมิ่นเหยียนจวิ้นจู่ที่แบ่งแยกความรักและเกลียดชังอย่างชัดเจนในห้อง

            “พี่หญิงไป๋ ข้าขอบอกท่านหนึ่งอย่างหากท่านมีใจอยากศึกษาเล่าเรียนจริง ก็ลุกขึ้นมาตั้งใจเรียนดีกว่า

            ล้มลงร้องไห้กับพื้นไม่หยุดคนที่รู้เรื่องจะคิดว่าท่านกระทำผิดจนถูกตำหนิส่วนคนที่ไม่รู้จะคิดว่าท่านอยากบอกคนอื่นว่าโดนจวิ้นจู่ข่มเหงรังแกบางทีอาจถึงขั้นคิดว่ามีคุณชายตระกูลใหญ่โตอยู่ใกล้ๆ ด้วยทำให้ท่านตีหน้าซื่อเช่นนี้”

            น้ำเสียงเยี่ยนเจาเจาอ่อนโยนกระทั่งริมฝีปากเล็กดุจผลอิงเถายังแต้มรอยยิ้ม แต่ทุกประโยคกลับทิ่มแทงไม่มีคำไหนน่าฟังเลยสักนิด

            นัยน์ตานางเจือแววถากถางเย็นชา แฝงความสงสารและยิ้มเยาะอยู่บางเบาเสมือนกำลังดูเรื่องน่าขัน

            แต่รูปลักษณ์ภายนอกของนางสดใสและนุ่มนวล พอเหน็บแนมหยิ่งผยองเช่นนี้จึงไม่น่ารังเกียจ

            จากนั้นเยี่ยนเจาเจาก็หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนเรียบออกมาจากข้างเอวโยนมันลงแผ่วเบา ผ้าเช็ดหน้าปลิวง่อนแง่นตกลงข้างรองเท้าปักของไป๋ฝูฉวีพอดิบพอดี

            “เช็ดหน้าเสีย สกปรก”

            คำว่า “สกปรก”สุดท้ายของเยี่ยนเจาเจาเบาจนเหมือนจะพัดหายไปกับสายลมแต่ไป๋ฝูฉวีกลับรู้สึกเหมือนมีน้ำหนักกว่าพันจวิน [1] กดทับลงบนร่าง

            ไป๋ฝูฉวีจำได้ว่าใครเป็นคนพูดประโยคนี้มาก่อนตอนนั้นนางก็ตกอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกัน ท่านแม่พานางไปร้องไห้อยู่ในลานเรือนเล็กไม่คาดคิดว่าคนที่ควรมากลับไม่มา กลับพบสตรีชั้นสูงดวงหน้างดงามแทน

            นางดันปิ่นทองบนมวยผมด้วยเรียวนิ้วที่ย้อมน้ำมันทาเล็บสีแสงสดแววตาจับผิดเหยียดหยามกวาดมองบนร่างนางและมารดานางสองครั้ง ก่อนหมดความสนใจเตรียมจะจากไป

            “คิดว่าอะไรเสียอีก ก็แค่นักแสดงงิ้วที่ถูกเลี้ยงดูข้างนอกตอนนี้รูปโฉมเสียหาย พาเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าที่เลี้ยงมากับคนพวกเดียวกันกล้ามารบกวนนายท่านขอเข้าเรือนของข้าไฉนข้าต้องเลี้ยงสิ่งมีชีวิตน่ารังเกียจนั่นด้วย”

            คำพูดเหยียดหยามและน่ารังเกียจของนางดูจะเป็นเรื่องจริงมือที่ได้รับการดูแลอย่างดีชี้ไปยังไป๋ฝูฉวีที่ขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของมารดาไป๋

            มือของมารดาไป๋หยาบกระด้างแตกระแหงจากการทำงานหนักมาตลอดหลายปีขณะที่มือของสตรีชั้นสูงกลับนุ่มนวลงดงาม ทั้งสองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

            ดวงตาของไป๋ฝูฉวีวัยเยาว์เปลี่ยนเป็นแดงก่ำเพราะความแตกต่างนี้ท่านแม่นางต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดูนาง แต่หญิงชั้นสูงและลูกๆ ของนางกลับสามารถอยู่อย่างมีเกียรติและสุขสบายไปได้ชั่วชีวิต

            ความรู้สึกไม่ยุติธรรมหนักหน่วงทำไป๋ฝูฉวีแทบหายใจไม่ทันแต่เสียงหัวเราะของหญิงสาวกลับเสียดแทงราวกับคมมีดบ่าวหญิงชราที่ติดตามข้างกายสตรีนางนั้นก็หัวเราะอย่างเหยียดหยามออกมาเช่นกัน

            “เป็นหญิงชั้นต่ำยังคิดว่าตนคู่ควรไม่หัดมองความโสมมของตัวเองบ้างเลย”

            น้ำเสียงพวกนางไม่ได้กระแทกกระทั้นแต่ก็ดูแคลนกันอยู่ดี ทุกคำทุกประโยคราวกับเข็มเหล็กทิ่มแทงหัวใจของไป๋ฝูฉวี

            คำว่า “สกปรก” ของเยี่ยนเจาเจาดึงไป๋ฝูฉวีให้ย้อนกลับไปที่ลานเรือนเล็กเมื่อสิบปีก่อนความขยะแขยงและรังเกียจที่สตรีชั้นสูงไม่คิดปิดบัง ทำให้น้ำตาเบื้องหน้านางเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ

            ไม่...

            ไม่!

            ไป๋ฝูฉวีไม่มีวันยินยอม!

            คนพวกนี้อาศัยว่าฐานะสูงศักดิ์ไม่เห็นผู้อื่นอยู่ในสายตา แล้วดูถูกรังแกตามอำเภอใจทั้งที่ความจริงก็แค่คลานออกมาจากท้องของชนชั้นสูงด้วยตัวเองเท่านั้น!

            นาง ไป๋ฝูฉวี พื้นเพต่ำต้อยแต่จะไม่ยอมจำนนให้เดนมนุษย์เหล่านี้เด็ดขาด!

            นางก้มศีรษะลงปิดใบหน้าตัวเองร้องไห้โฮอย่างขมขื่น แต่นัยน์ตาปรากฏความชิงชังที่มิอาจลบเลือน

            แต่แม้นางไม่ยินยอมจนใบหน้าแทบบิดเบี้ยวนางยังจำได้ว่าตนมาที่นี่เพื่ออะไร

            ไป๋ฝูฉวีระงับคำสาปแช่งที่ตนอยากระเบิดออกมาแล้วเก็บสีหน้าตนเองดูแล้วไม่แตกต่างกับท่าทางอ่อนแอก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ถึงขั้นที่เอ่ยคำพูดดีๆ กับเยี่ยนเจาเจาได้

            เยี่ยนเจาเจามองบรรยากาศที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบนร่างนางราวกับกำลังชมงิ้วรู้สึกเพียงว่าตลกดี

            “ใครมาสถานศึกษาแล้วไม่อยากเล่าเรียนให้หนักกันวันพรุ่งยังต้องทำข้อสอบเหล่าศิษย์พี่หญิงทั้งหลายที่อยู่ในสถานศึกษาก็มีชั้นเรียนวันพรุ่งนี้ไม่รู้ศิษย์พี่หญิงไป๋เอะอะโวยวายยามวิกาลเช่นนี้เพื่ออะไรมีความสุขที่ได้เสียงดังรบกวนคนอื่นหรือเจ้าคะ?”

            ไม่รู้ว่าเจินเจินและอ้ายอ้ายมาตั้งแต่เมื่อใด

            พวกนางทั้งสองมีฐานะเช่นเดียวกับเยี่ยนเจาเจาอีกทั้งบนศีรษะมีตัวอักษรหยวนตัวเบ้อเร่อพาดอยู่นักเรียนหญิงที่รู้อยู่แก่ใจย่อมเคารพและไว้หน้าพวกนางสองส่วน

            อ้ายอ้ายนิสัยค่อนข้างสุขุมนุ่มนวลส่วนเจินเจินนั้นเถรตรงกว่า คนอื่นมิอาจแยกพวกนางจากรูปลักษณ์ภายนอกแต่เยี่ยนเจาเจาฟังอย่างเดียวก็บอกได้ว่าคนที่พูดคือเจินเจิน

            มีนักเรียนหญิงน้อยคนที่เลือกโจมตีซึ่งหน้าเช่นเดียวกับเยี่ยนเจาเจาและเจินเจิน

            แม้เลี่ยงไม่ได้ที่เหล่านักเรียนหญิงจะมีความคิดมุ่งร้ายต่อใครบางคนในใจแต่ไม่ค่อยมีใครยินดีเผยความเกลียดชังออกมานัก

            เยี่ยนเจาเจาพูดความจริงจนหมดเปลือกในคราวเดียวเลยทำให้ผู้คนตกตะลึง

            ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับไป๋ฝูฉวีนับว่าบาดหมางกันแล้วดังนั้นไม่มีความจำเป็นต้องมาไกล่เกลี่ยให้เข้าใจต่อหน้าคนอื่น นางเยี่ยนเจาเจายังไม่ถึงขนาดโดนสามัญชนกดจนหายใจไม่ออก

            หากคนอื่นจะบอกว่าพี่น้องสกุลหยวนรวมหัวกันกลั่นแกล้งผู้อื่นรังแกแล้วอย่างไรเล่า คงบอกได้เพียงว่าไป๋ฝูฉวีทำตัวเอง

            นางสมควรโดน!

            เยี่ยนเจาเจาพูดเชิงรังเกียจเด่นชัดกลับกลายเป็นทำให้คนมุงอดลอบชื่นชมว่านางตรงไปตรงมาไม่เสแสร้งในใจไม่ได้

            ร่องรอยร้อนรนปรากฏบนใบหน้าของไป๋ฝูฉวีเยี่ยนเจาเจาแสดงความรังเกียจนางอย่างชัดเจนหยวนอีเจินและหยวนอีอ้ายอีกฝั่งก็มองนางด้วยสายตาไม่ยอมรับนางจึงตระหนักในพลันว่าสถานการณ์ไม่เป็นผลดีกับตนเอง

            แผนการเดิมที่คำนวณไว้ไม่เหมาะสมแล้วนางจึงลุกขึ้นจากพื้น พิงซบเฉินเหลียนเอ๋อร์ข้างกายราวกับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าที่เยี่ยนเจาเจาโยนลงบนพื้นเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าจริงๆช่างปรับตัวเก่งนัก

            “พี่หญิงน้องหญิงทั้งหลายสอนถูกแล้วเป็นฝูฉวีคิดไม่รอบคอบ รบกวนเวลาพักผ่อนของพี่หญิงน้องหญิง ทั้งยังทำให้ชื่อเสียงอันดีงามของจวิ้นจู่เสื่อมเสียเป็นความผิดข้าเอง”

            รอยยิ้มละอายใจฉาบบนดวงหน้านางและเป็นฝ่ายเดินมาตรงหน้าทางเยี่ยนเจาเจา ยอบตัวขอโทษก่อน

            เยี่ยนเจาเจาแปลกใจเล็กน้อย แต่มิได้เอ่ยสิ่งใดเพียงยอมตัวตอบ

            ในแง่ของความอดทนเยี่ยนเจาเจานับเป็นผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่ง ในเมื่อไป๋ฝูฉวีต้องการมีความสัมพันธ์ฉันพี่น้องกับนางเยี่ยนเจาเจาก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่นางแค่ขี้เกียจจะอดทนเกือบตลอดเวลาเท่านั้นเอง

            หากพูดจาอวดดีหน่อยก็คือ ตัวเจ้าเป็นใครกันเล่าถึงคู่ควรให้ข้าอดทน?

            นัยน์ตาเยี่ยนเจาเจาลึกล้ำรอยยิ้มไป๋ฝูฉวีงดงามหมดจดแต่กลับฉายความเป็นดอกบัวขาวชั้นยอดออกมาอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง

            ไป๋ฝูฉวีเดินออกไปจากด้านหน้าเยี่ยนเจาเจาสีหน้านุ่มนวล มีเพียงกรามที่ตึงขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเดินไปหาคนมุงดูทุกคนแล้วยอบตัวขอโทษจากใจจริง

            นัยน์ตาเยี่ยนเจาเจาไหวระริกอย่างต้องการหัวเราะหากนำความคิดและความอดทนพวกนี้ไปใช้ในทางที่ถูก ไป๋ฝูฉวีคงเป็นคนร้ายกาจคนหนึ่งแต่ดันมาหมกมุ่นคิดเรื่องไร้อารยะเหล่านี้ ก็กำหนดมาแล้วว่านางไปได้ไม่ไกล

            ไป๋ฝูฉวีขอโทษอย่างจริงจังจนบางคนรับไม่ไหวเพียงโบกมือเดินจากไป ไม่นานลานเรือนเล็กๆที่มีคนมากมายรอบบริเวณเมื่อครู่ก็ว่างเปล่าลง

            สุดท้ายไป๋ฝูฉวีก็เดินไปหน้าห้องของหมิ่นเหยียนจวิ้นจู่แม้หมิ่นเหยียนจวิ้นจู่จะไม่ส่งเสียงใดตั้งแต่ต้นจนจบ นางยังก้มตัวคารวะอย่างงดงามเอวบางอ่อนช้อยอย่างยิ่ง “จวิ้นจู่ วันนี้ฝูฉวีทำผิดพลาดไป ขออภัยจวิ้นจู่ ณที่นี้แล้วเจ้าค่ะ”

            “เจ้ายังอยู่?”

            เงาร่างของกัวซีฉือที่สะท้อนบนกระดาษปิดหน้าต่างขยับไหวคงแหงนหน้าขึ้นเหลือบมอง แต่ชัดเจนว่าไม่ได้มองไป๋ฝูฉวีน่าจะจ้องเยี่ยนเจาเจาที่อยู่ไม่ไกลออกไปผ่านทางกระดาษหน้าต่างแทน

            น้ำเสียงของกัวซีฉือแตกต่างจากเหล่าคุณหนูอ่อนเยาว์ทั้งหลายเสียงของนางค่อนข้างทุ้มต่ำ แยกเพศยาก เมื่อเอ่ยเรียบนิ่งเลยดูเย็นชาเป็นพิเศษและประโยคนี้ก็ไม่อ่อนโยนสักนิด

            เอ่ยถามเพียงยังอยู่หรือหมายความว่ากัวซีฉือไม่เห็นทุกการกระทำของไป๋ฝูฉวีเมื่อครู่ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือมิได้เก็บมาใส่ใจ

            การดูถูกจากคุณหนูตระกูลใหญ่มักสัมผัสได้โดยตรงและเปิดเผยเสมอเป็นอีกครั้งที่ไป๋ฝูฉวีรู้สึกถึงความต่างชั้นระหว่างพวกนางกับตนเองแต่ใจกลับยิ่งไม่ยินยอม

            “เจ้าทำสิ่งใดผิดไปแล้วย่อมเป็นเรื่องดีที่รู้ตัวว่าผิด มันก็เท่านั้นเอง”

            เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ กัวซีฉือวางพู่กันขนสุนัขด้ามเล็กในมือลงยิ้มบางเบา “ข้าไม่ยอมรับคำขอโทษของเจ้า ตัวข้ากัวซีฉือไม่เคยได้รับความไม่เป็นธรรมเจ้าจะให้ข้ารู้สึกอยุติธรรมก็ต้องประมาณกำลังตนเองด้วย

            ไป๋ฝูฉวี ต่อไปเจ้าจงคิดให้ดีหากยังกล้าใช้ข้าเป็นเครื่องมือ เป็นข้ออ้างข้าขอไม่เกรงใจที่จะสอนให้เจ้ารู้ว่าอาศัยอำนาจรังแกผู้อื่นหมายความว่าอย่างไร”

            ทุกประโยคของกัวซีฉือทั้งชัดถ้อยชัดคำและไร้ซึ่งคำดูถูกแต่กลับเปี่ยมไปด้วยความเหยียดหยาม

            สิ่งที่กัวซีฉือกล่าวนั้นชัดเจน นางรังเกียจไป๋ฝูฉวีทั้งยังไม่กลัวที่จะทำให้ไป๋ฝูฉวีทุกข์ทรมานด้วย

            อาศัยอำนาจรังแกคน!

            วลีนี้จุดประกายในดวงตาของเยี่ยนเจาเจาขึ้นทันใดต้องทราบก่อนว่าวลีนี้เป็นดั่งสามัญสำนึกของเยี่ยนเจาเจาในปัจจุบัน

            มี “อำนาจ” ไม่จำเป็นต้องโง่งมอาศัยอำนาจการรังแกคนก็เป็นเรื่องน่าสนใจ หากสามารถควบคุมได้อย่างเหมาะสม

            ดูท่ากัวซีฉือผู้นี้น่าจะเข้ากันได้ดีกับเยี่ยนเจาเจาจริงๆน้อยครั้งเยี่ยนเจาเจาจะเกิดความสนใจต่อคนที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน

            กัวซีฉือ... เยี่ยนเจาเจาเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออกสีหน้าเกิดความซับซ้อนไปชั่วขณะ

            “เอาละ ศิษย์น้องไป๋ เจ้ากลับไปได้แล้วลานเรือนข้านั้นเล็กเกินกว่าจะรองรับแม่พระเช่นเจ้า เชิญ”

            กัวซีฉือหันหน้ากลับไปอีกครั้ง บนมือถือม้วนตำราเป็นนัยว่าไม่ใส่ใจจะพูดมากความกับไป๋ฝูฉวีอีก

            “เจ้าค่ะ”

            ไป๋ฝูฉวีเม้มริมฝีปากอย่างน่าสงสารดูเหมือนยอมกระทำตามอย่างว่าง่าย แต่ความจริงกำลังคิดสิ่งใดอยู่มีเพียงนางที่รู้

            “พี่หญิงเจินเจิน พี่หญิงอ้ายอ้ายพวกเรากลับกันเถอะ”

            เยี่ยนเจาเจารู้สึกว่างิ้วฉากสนุกจบลงแล้วจึงเตรียมเดินจากไป

            วันนี้ดูเหมือนว่ากัวซีฉือมีการบ้านต้องทำและเยี่ยนเจาเจาก็ไม่อยากไปรบกวน วันหน้ามีเวลาค่อยพบกันอย่างเป็นทางการ เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องดีกว่าหรือ?

            ----------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] จวิน หมายถึง หน่วยวัดน้ำหนักของจีน เท่ากับ 30 ชั่ง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508