หลายสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่คำสารภาพทั้งน้ำตาของมีนาในอพาร์ตเมนต์ของอันนามีนากลับมาสนิทกับอันนาและพีทมากขึ้นทั้งสามรู้สึกเหมือนสนิทกันมากขึ้นกว่าสมัยมัธยมเสียอีกถึงแม้พีทเลือกที่จะรักษาระยะห่างกับมีนาเอาไว้บ้างแต่เหตุนั้นไม่ใช่เพราะความโกรธหรือความไม่พอใจแต่เพราะเขารู้สึกว่าอาจจะไม่ค่อยเหมาะ เพราะเขาเองยังคงคบกับพี่นิวอยู่เหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นกับมีนาและพี่นิวอาจจะทำให้พี่นิวไม่สบายใจถ้าเขาดูสนิทสนมกับมีนาจนเกินไปอันนาดูมีความสุขขึ้นเมื่อมีมีนากลับอยู่ข้าง ๆ แค่เพียงเท่านี้พีทก็ดีใจมากพอแล้ว
แต่ในช่วงไม่กี่วันมานี้มีบางอย่างเริ่มกัดกินใจของพีท—รอยฟกช้ำ… รอยใหม่ ๆ บนร่างกายของอันนาที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เขาเห็นเธอพีทพยายามบอกตัวเองว่าอันนาแค่ซุ่มซ่ามแต่หัวใจของเขากลับไม่ยอมรับข้อสันนิษฐานง่าย ๆ นั้นความกังวลของเขาจึงเริ่มเพิ่มขึ้นทุกวัน
“เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?” เขาถามเธอครั้งหนึ่งขณะเดินกลับหอพักพร้อมกันในค่ำคืนหนึ่ง
“ฉันแค่เผลอเดินชนโต๊ะในห้องน่ะไม่ต้องห่วงหรอกพีท” อันนาแค่หัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนี
คำตอบของเธอฟังดูเหมือนข้อแก้ตัวที่รีบคิดขึ้นมาทันทีพีทขมวดคิ้วมองเธออย่างไม่เชื่อ แต่ก็เลือกที่จะไม่ถามต่อในตอนนั้น
โทรศัพท์ของพีทสั่นขึ้นมาในค่ำคืนอันเงียบสงัดข้อความจากมีนาเพียงไม่กี่คำทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น
“มาที่ห้องของอันนา ด่วน!”
พีทไม่รอช้าคว้ากุญแจแล้วรีบขับรถฝ่าสายฝนไปที่อพาร์ตเมนต์ของเธอ เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปสิ่งที่เห็นทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบ—มีนายืนอยู่กลางห้องสายตาเธอเต็มไปด้วยความตึงเครียด และที่โซฟา อันนานั่งกอดเข่าตัวเองใบหน้าซีดเซียว
พีทก้าวเข้าไปช้าๆ ก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อตาของเขาเห็นรอยฟกช้ำขนาดใหญ่บนใบหน้าของอันนา
“อันนา…เกิดอะไรขึ้น? ใครทำเธอแบบนี้?” น้ำเสียงของเขาเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความห่วงใย
เธอหลบตาพยายามเม้มริมฝีปากแน่น แต่มีนาไม่ปล่อยให้เธอหลีกเลี่ยง
“บอกเขาเถอะอันนามันถึงเวลาที่พีทต้องรู้เรื่องนี้แล้ว” มีนากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
อันนากำมือแน่นก่อนจะหลุดเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดออกมา “พี่มาร์ค...”
“อะไรนะ?” พีทถาม เสมือนยังประมวลผลไม่ได้
“นี่ไม่ใช่ครั้งแรก” มีนาพูดต่อน้ำเสียงของเธอแฝงความโกรธ “นี่แหละที่เป็นสาเหตุของรอยฟกช้ำทั้งหมดเธอไม่อยากบอกนาย”
“จริงเหรอ?” พีทหันไปมองอันนาความรู้สึกเหมือนโดนบีบหัวใจ
เธอเงยหน้าขึ้นในที่สุดดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา “ฉันคิดว่าฉันจัดการได้” เธอพูดเสียงของเธอเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ฉันไม่อยากให้พวกนายต้องกังวล”
คำพูดของเธอเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจพีท
เขายืนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่ความโกรธจะระเบิดออกมามือของเขากำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือมีนาขยับเข้ามาห้ามแต่สายตาของพีทเต็มไปด้วยแรงอาฆาตที่หยุดยั้งไม่ได้
“มันอยู่ที่ไหน?” เสียงของเขาต่ำลึกและเย็นยะเยือกกว่าที่เคย
มีนาพยายามจับแขนพีทไว้ “พีทอย่าทำอะไรโง่ ๆ—”
แต่พีทสะบัดแขนออกเขาก้าวออกจากห้องไปโดยไม่ฟังคำทัดทานใด ๆ มีนาเรียกชื่อเขาแต่ไร้ผลพีทรู้เพียงอย่างเดียว—เขาจะไม่ปล่อยให้มาร์คลอยนวลไปได้
สนามบินเต็มไปด้วยผู้คนแต่สายตาของฉันจับจ้องเป้าหมายเพียงคนเดียว ฉันเห็นมาร์คอยู่ใกล้เคาน์เตอร์เช็กอินเขากำลังเลื่อนดูโทรศัพท์อย่างไม่สนใจโลก
“ไอ้มาร์ค!” พีทตะโกนพลางพุ่งตรงไปหาเขา
เขาเงยหน้าขึ้นสายตาตื่นตกใจ แต่ไม่ทันได้ทำอะไร หมัดของพีทก็ซัดเข้าไปที่กรามของเขาเต็มแรง
แรงหมัดทำให้เขาเซไปข้างหลังพีทไม่ให้เขามีโอกาสตั้งตัว หมัดต่อไปตามมาอย่างรวดเร็ว ปลดปล่อยความโกรธทั้งหมดที่เขาเก็บไว้
“แกกล้าทำร้ายอันนาได้ยังไง!?” พีทตะโกนสุดเสียงเต็มไปด้วยความโกรธ
มาร์คพยายามดันตัวพีทออกใบหน้าเขาเปื้อนเลือด “นายบ้าไปแล้ว!” เขาตะโกน น้ำเสียงตื่นตระหนก
“นายยังไม่ได้เห็นว่าบ้าจริง ๆ มันเป็นยังไง!”พีทตะโกนอีกครั้ง ขณะที่คนอื่นเข้ามาห้าม
ไม่นานหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สนามบินก็มาถึง พวกเขาดึงตัวพีทออกจากมาร์คและกดตัวเขาลงกับพื้น พีทถูกใส่กุญแจมือและพาตัวไปที่สถานีตำรวจ
พีทนั่งอยู่ในห้องขังเล็กๆ ที่สถานีตำรวจ มือของเขาบวมเป่ง แต่ความเจ็บปวดนั้นเทียบกับความโกรธแค้นที่เขามีต่อมาร์คไม่ได้เลย
ประตูเปิดออกและอันนา มีนา และพี่นิวเดินเข้ามา
อันนาเป็นคนแรกที่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นด้วยความโกรธ“นายคิดอะไรของนายอยู่? นายเป็นเชฟ พีท! มือของนายคือทุกอย่างและดูมือของนายตอนนี้สิ!”
“ฉันไม่ได้คิดอะไรเลย” พีทยอมรับพลางเงยหน้ามองเธอ “ฉันแค่… ฉันทนไม่ได้ที่มันมาทำร้ายเธอแบบั้น”
“แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านายต้องใช้กำลัง!”เธอตะโกน “ถ้าเขาเอาเรื่อง นายนายต้องติดคุกขึ้นมาทำไง? แล้วชีวิตนายจะเป็นยังไง?”
พีทสบตาเธอ น้ำเสียงของเขานิ่ง “ฉันรักการทำอาหารนะอันนา แต่ฉันรักเธอมากกว่า ฉันทนไม่ไหวที่จะเห็นเธอเจ็บปวด”
อันนาและมีนานิ่งไปดวงตาของเธอเบิกกว้าง
พี่นิวที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอยืนนิ่งเธอไม่พูดอะไร แต่หันหลังเดินออกจากสถานีไปทันที
“พี่นิว!” พีทเรียกตาม แต่เธอไม่หยุด
มีนาเอามือแตะไหล่อันนาน้ำเสียงอ่อนโยน “เขาทำเพราะเขาห่วงเธอ อาจจะมากกว่าที่เขารู้ตัวด้วยซ้ำ”
อันนาไม่ตอบอะไร
หลายชั่วโมงต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินเข้ามาหาพีท
“นายได้รับการปล่อยตัวแล้ว”
พีทขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “ใครเป็นคนประกันตัวผม?”
เจ้าหน้าที่หยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “พ่อของนาย”
ประตูเปิดออกและคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือพ่อของพีท
หัวใจของพีทหล่นวูบ
“ขยันทำเรื่องวุ่นนะ พีท” เขาพูดน้ำเสียงเย็นชาและเฉียบคม
พีทจ้องเขา พูดอะไรไม่ออกในบรรดาคนที่เขาคาดว่าจะเดินเข้ามาในห้องนี้ เขาคือคนสุดท้ายที่พีทคิดถึง
เจ้าหน้าที่ส่งคืนของใช้ส่วนตัวให้กับพีทเขาเดินตามพ่อออกจากสถานีตำรวจ ความหนักอึ้งของคืนที่ผ่านมาบีบหัวใจเขาจนแทบหายใจไม่ออก
ในตอนนี้ พีทไม่รู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป