จวนตระกูลหยวน
วันปักปิ่น ยามเหม่า (เวลา 05.00-06.59 น.)
โคมไฟในจวนเริ่มสว่างไสว คุณหนูใหญ่จื่อฮวาตื่นขึ้นมา เพื่อเตรียมตัวดูแลคุณหนูจื่อหลิงและคุณหนูจื่อหลิน เมื่อไร้มารดาและสตรีอื่นหลังเรือน นางจึงต้องเป็ผู้ดูแลงานเหล่านี้แทน ภายใต้คำแนะนำจากท่านพ่อและแม่นมข้างกาย
“หลิงเออร์ หลินเออร์ ตื่นเถิด ได้เวลาแล้ว” จื่อฮวาอุ้มบุตรชายตัวน้อยเข้ามาพร้อมกัน ก่อนหน้าที่นางจะมายังห้องของน้องสาว ปรากฏว่าบุตรชายก็ตื่นแล้ว ยามที่เห็นหน้านางก็ร้องไห้โยเยจะมาด้วย นางเองก็มิอยากทิ้งเขาไว้ จะอย่างไรก็ยากให้มาอยู่ด้วยตลอดเวลา
มิรู้ว่าระหว่างมารดากับบุตร ผู้ใดติดใครกันแน่
“อืออ ง่วง อีกหนึ่งเค่อได้หรือไม่เ้าค่ะ” จื่อหลิงเอ่ยออกมาอย่างงัวเงีย พลางหันไปอีกฝั่งและนำแขนไปทับน้องสาวของตนเองเอาไว้จึงจะผล็อยหลับต่อ โดยมิรู้ว่า หลานรักของตนเองกำลังยืนมองกิริยานั้นอยู่
คุณหนูใหญ่จื่อฮวาส่ายหัวให้ด้วยความระอา น้องสาวตนเองอันใดก็ดี แม้จะไม่ได้ดีเลิศเช่นผู้อื่น ทว่าเื่เอาแต่ใจเรียกได้วาล้ำเลิศ ยามที่ตนเองมิพร้อม ก็ทำให้นางระอาได้ทุกเมื่อไป
และเหตุที่ทั้งสองนอนเรือนเดียวกัน เตียงเดียวกัน นั้นเพราะว่าบิดาไม่อยากให้พวกนางต้องแยกจากกัน เช่นเดยวกับที่ต้องแยกจากมารดาทั้งแต่ยังเล็ก
“หลิงหลิง หลินหลิน ตื่นๆ” เ้าตัวน้อยเลียนแบบมารดาของตนเอง แล้วส่งเสียงเบาๆ
‘เหตุใดท่านอาทั้งสองยังมิตื่นกันนะ เองก็เริ่มง่วงแล้วเช่นกันนะท่านแม่’
ทว่าผู้เป็มารดาไหนเลยจะรับรู้แววตาของเด็กน้อยที่ส่งมา จึงหันไปจะส่งเสียงเรียกน้องทั้งสองอีกครั้ง เพียงแค่ชั่วขณะ เ้าเด็กน้อยกลับปีนเตียงท่านน้าตนเองเสียแล้ว
“อือ” เช่นนี้จึงจะอุ่นดี
จื่อิมุดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มของท่านน้าทั้งสอง พร้อมกับส่งเสียงงึมงัมออกมาเบาๆ มารดาที่เห็นถึงกับส่ายหัวอีกครั้ง ส่วนท่านน้าทั้งสองเห็นเช่นนั้นจึงลืมตาขึ้นมาและส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ให้กับความทะเล้นของเด็กน้อย
“คิคิ” พี่สาว หลาน้าพักผ่อนกับพวกข้าเ้าค่ะ แววตาประกายความสุขส่งไปยังผู้ที่กำลังยืนรอ
“ใช่ๆ เช่นนั้น ข้าจำเป็ต้องนอนกอดหลานต่ออีกสักหน่อย พี่สาวว่าหรือไม่” สตรีอีกคนรีบเอ่ยเสริม
“หลินเออร์ หลิงเออร์ ลุกเสีย ก่อนที่พี่สาวจะจัดการพวกเ้า” จื่อฮวาเอ่ยเสียงเข้มอย่างเอาเื่ ร้อนให้คุณหนูทั้งสองรีบเด้งตัวจากเตียงนอนนุ่ม ไปยืนเรียงแถวทันที
“แหะๆ ลุกแล้วๆ เ้าค่าาา ท่านแม่” เอ่ยจบทั้งสองก็วิ่งหนีหายไปหลังม่านอาบน้ำทันที
“เ้าเสี่ยวจูน้อย ที่นี่หาใช่ห้องเ้าไม่ หากง่วงมารดาจะส่งกลับไปนอนดีๆ มาเถิด” จื่อฮวาเอ่ยออกมาด้วยความซื่อตรง หาได้สงสัยอันใด บุตรชายง่วงย่อมต้องส่งเสริม
‘โถ่ ท่านแม่’ จื่อิทำท่าถอนหายใจตามมารดา ทว่ากลับดูน่ารักยิ่งในสายตาของมารดา
“แอ้ แอ้” เ้าตัวน้อยพลันฉีกยิ้มจนเห็นเหงือก แววตาใสประกายส่งไปยังมารดาอีกครั้ง
หากเขาโดนจับส่งกลับเรือน ก็อดเห็นท่านน้าคนงามทั้งสอง ก่อนผู้ใดนะสิ
คุณหนูทั้งสอง โดนปลุกให้ตื่นั้แ่เช้าตรู่ เพื่อเตรียมการสำหรับวันปักปิ่นของตนเอง สิ่งหนึ่งที่เป็เครื่องยืนยันการเข้าสู่ความเป็ผู้ใหญ่และสำหรับสตรีแล้วยังหมายถึงการประกาศให้รับรู้ว่า จวนใดพร้อมต้อนนรับแม่สื่อแล้วบ้าง
ั้แ่แรกเริ่มลืมตาเหล่าสาวใช้ นำคุณหนูของตนเองไปยังห้องอาบน้ำ และขัดสีฉวีวรรณด้วยกลิ่นหอมชนิดต่างๆ หลังออกมาจากห้องน้ำแล้ว คุณหนูใหญ่จื่ออฮวาที่เปรียบเสมือนมารดาเป็ผู้เลือกชุดให้ ภายใต้ความยินยอมและยินดีจากคุณหนูทั้งสอง
คุณหนูรองจื่อหลิง ได้สวมใส่ชุดด้านในสีชมพู ทับด้วยเสื้อคลุมสีชมพูเข้มกลีบบัวกว่าตัวด้านใน สายคาดเอวสีขาวแทบสีเงิน ส่งเสริมให้ดูสง่า สงบ สดใสและอ่อนโยน ราวกับกลีบดอกไม้
ส่วนคุณหนูเล็กจื่อหลิน ได้ถูกแต่งกายในชุดสีฟ้าคราม ทางเสื้อด้านในและด้านนอกล้วนเป็สีฟ้าครามทั้งสิ้น กระทั่งสายคาดเอว ยังคงเป็สีฟ้าอ่อนแทบสีเงินเช่นเดียวกับผู้เป็พี่รอง ปักแซมเป็ลวดลายตกแต่งไว้ ราวกับบ่งบอกให้รู้ว่า สตรีผู้นี้ ล้วนตั้งอยู่บนความอิสระ มิคล้ายกับผู้เป็พี่ทั้งสอง
ส่วนเื่ผมนั้น คุณหนูทั้งสองทำเพียงยกขึ้นเกล้าสูงแค่ครึ่งศีรษะ ติดเครื่องหัวระย้าลวดลายดอกไม้ และแกะสลักผีเสื้อตัวน้อย ทั้งหมดล้วนสีขาวทั้งสิ้น เครื่องประดับอื่นๆ ทั้งสร้อยคอ และกำไล ก็ล้วนเป็สีขาวทั้งสิ้นไม่ว่าจะทำจากหยกหรือไข่มุก
ยิ่งส่งเสริมให้คุณหนูทั้งสอง ดูน่ารัก เหมาะสมกับวัย ทั้งการแต่งกายที่แฝงไปด้วยสิ่งมีค่าต่างๆ ที่จื่อฮวาตั้งใจใส่ลงไป กลับไม่ได้ทำให้ คนที่มองมารู้สึกว่ากำลังโอ้อวดแต่อย่างใด แต่ก็พอจะรู้ว่าสิ่งที่อยู่บนตัวของคุณหนูเหล่านี้มีค่าเพียงใด
“ท่านพี่เ้าค่ะ การแต่งกายของพวกข้า จะไม่เกินไปหน่อยหรือ”
“อะไรเล่าที่เ้าว่าเกินไป ไหนบอกพี่สิ”
“ก็พวกเครื่องประดับเหล่านี้อย่างไรเล่าเ้าคะ ไม่ว่าจะเป็ไข่มุก หรือจะเป็ยก ล้วนมีค่าสูงทั้งสิ้น”
“แล้วพวกเ้ามีคู่ควรหรือ บิดาถนอมพวกเ้ามาแต่เล็ก เช่นนั้นก็ต้องประกาศออกไปเสียหน่อย”
“นั่นสิเ้าคะพี่หญิงรอง น้องว่า เห็นจะถูกตามที่พี่ยิ่งใหญ่ กล่าวออกมา”
“เช่นนั้นไปกันเถิด ตอนนี้น่าจะใกล้เวลาแล้วทุกคนคงใกล้มาถึงงานแล้วละ”
ทว่ายามที่กำลังจะเดินออกไปนั้น กลับถูกเ้าตัวเล็ก ที่มิรู้ว่าไปมุดที่ใดมา ยื่นม่านไข่มุกบังหน้ามายังด้านหน้าของคนทั้งสาม
ม่านไข่มุกมีลักษณะคล้ายกับผ้าที่ใช้ปิดบังใบหน้าครึ่งท่อนล่าง มักใช้ให้สตรีใส่ยามออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันสิ่งต่างๆ
หากแต่ม่านมุกนี้ สร้างขึ้นมาเป็พิเศษสำหรับสำหรับสตรีสกุลหยวน ม่านทั้งหมดล้วนทำจากไข่มุกราคาแพงที่มีขนาดเท่ากันทุกเม็ด นับว่าเป็งานฝีมือที่ประณีตมาก
จื่อฮวาเลิกคิ้วแปลกใจ!
ใช่แล้วละ นางลืมม่านบังหน้าสำหรับสตรีทั้งสอง แม้จะส่งสัยเพียงใดว่าเ้าตัวน้อยรู้มาจากที่ใด ก็มิได้ถามอออกไปในเวลนี้ จึงรับมาจากบุตรชาย แล้วส่งไปยังน้องทั้งสอง
“อือ อือ” รับไป ท่านแม่ เสียงคำพูดไม่ได้ศัพท์ถูกส่งออกมาจากปากของเด็กน้อย มิได้เขาจะให้ใครเห็นความงดงามของท่านน้าทั้งสองมิได้