หลังจากที่ครอบครัวนั้นเดินหายไปลับสายตาแล้ว หยูเซียนก็เริ่มครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น สายลมเย็นๆ พัดผ่านเรือนผมสีดำขลับของเธอ ขณะที่เธอยืนนิ่งอยู่กลางถนนดิน สายตาจับจ้องไปยังจุดที่ปีศาจตนนั้นหายวับไปเมื่อครู่ ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เธอรู้สึกแปลกใจว่าทำไมอยู่ดีๆ ปีศาจตนนั้นถึงหายไปได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนั้น
"มันใช้วิชาอาคมอะไรกันแน่..." เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเบาแ่ราวกับกลัวว่าเสียงจะไปรบกวนความเงียบรอบข้าง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงด้วยความครุ่นคิด พยายามนึกถึงตำราทุกเล่มที่เคยอ่านผ่านตา เพื่อหาคำตอบให้กับปริศนานี้
แล้วจู่ๆ เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้หยูเซียนสะดุ้งเล็กน้อย "มันไม่ได้ใช้วิชาอาคมอะไรหรอก" จ้าว หยาง กล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ยืนเท้าสะเอวอยู่ไม่ไกล ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววกวนประสาทเล็กน้อย "ปีศาจตนนั้นมันมีความสามารถในการแปลงร่าง ใน่เวลาที่เ้าไม่ทันได้สังเกต มันคงแปลงร่างเป็ชาวบ้านสักคนแล้วหลบหนีไปแล้ว"
ดวงตาของหยูเซียนเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ สายตาของเธอจับจ้องไปที่จ้าว หยาง ด้วยความฉงน ไม่คาดคิดว่าปีศาจหนุ่มคนนี้จะรอบรู้เื่ราวได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ แต่ก่อนที่ริมฝีปากบางของเธอจะทันได้เอ่ยถามสิ่งใด จ้าว หยาง ก็พลันเปลี่ยนสีหน้าเป็เศร้าสร้อย ดวงตาคมกริบฉายแววน้อยเนื้อต่ำใจ ริมฝีปากของเขาขยับ เอ่ยวาจาอันแฝงไปด้วยนัยประชดประชัน
"โธ่เอ๋ย คุณหนูท่านใดกันน้า ที่เข้าใจข้าผิดไป หลงคิดว่าข้าเป็ตัวร้าย" เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แกล้งะเืใจอย่างแรง "ช่างน่าเศร้านัก ที่ข้าถูกกล่าวหาว่าเป็ปีศาจร้าย ทั้งที่เพียงแค่พยายามช่วยเหลือเด็กน้อยผู้น่าสงสารคนนั้น"
สายตาของจ้าว หยาง ทอดมองไปยังหยูเซียนอย่างมีเลศนัย ราวกับรอคอยให้นางได้เอ่ยปากปลอบโยน หรือแม้แต่ง้อขอโทษเขาสักคำ
หยูเซียนหันมามองจ้าว หยาง อย่างเต็มตา สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็ลำบากใจ ความรู้สึกผิดและความอายเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง
"ข้า... ข้าต้องขอโทษจริงๆ ที่เข้าใจผิดว่าเ้าเป็คนร้าย" หยูเซียนเอ่ยเสียงเบา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสำนึกผิด "ข้าไม่ควรตัดสินเ้าเช่นนั้นโดยไม่รู้ความจริง"
เธอหยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนที่ความหงุดหงิดจะแล่นปราดขึ้นมาเมื่อนึกถึงท่าทางกวนประสาทของเขา ดวงตาคู่สวยฉายแววดุดันเล็กน้อย
"แต่ก็เป็ความผิดของเ้าด้วยนะ ที่ชอบพูดจาโอ้อวดเช่นนั้น! ถ้าเ้าไม่พูดจาน่ารำคาญ ข้าก็คงไม่เข้าใจผิดหรอก!"
จ้าว หยาง ทำหน้างอทันที ริมฝีปากเม้มแน่น ดวงตาคมกริบจ้องมองหยูเซียนอย่างกวนประสาท "เรียกนั่นว่าขอโทษเหรอ? ไร้ความจริงใจชะมัด" เขาแกล้งทำเป็โกรธ เสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน "ข้า้าคำขอโทษที่น่ารักกว่านี้อีกนะ อย่างน้อยก็ควรจะมีมาคลานคุกเข่าขอโทษสักหน่อยก็ยังดี"
หยูเซียนทำหน้างง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่ริมฝีปากจะเม้มเข้าหากันด้วยความหงุดหงิด "ทำไมข้าต้องขอโทษถึงขนาดนั้นด้วย? ก็แค่เื่เข้าใจผิดกันเล็กน้อยเท่านั้น" เธอส่ายหน้าพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ น้ำเสียงเริ่มแสดงความไม่พอใจชัดเจน "เ้านี่ช่างเื่มากเสียจริง จ้าว หยาง! หรือว่าข้าต้องคุกเข่าขอขมาเ้าด้วย?" เธอเอ่ยประชดด้วยน้ำเสียงเ็า สายตาจ้องมองอีกฝ่ายอย่างท้าทาย
จ้าว หยาง ยิ้มมุมปาก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งขู่กึ่งล้อเล่น "ไม่งั้นข้าอาจจะหนีไปอีกนะ ทำให้เ้าต้องเดือดร้อนตามหาข้าอีกรอบ" ดวงตาสีเหลืองอำพันของเขาเป็ประกายวาววับ ริมฝีปากบางเฉียบยกขึ้นเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์ เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมที่ซ่อนอยู่
หยูเซียนสะดุ้งเฮือก ใบหน้าเธอเปลี่ยนเป็ลังเลทันที ดวงตากลมโตฉายแววใปนหวาดหวั่น เธอกัดริมฝีปากเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว เสียงถอนหายใจนั้นแฝงไปด้วยความอ่อนล้าและความขัดใจ
"ก็ได้..." เธอพูดอย่างฝืนใจ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ถ้าท่าน้าอย่างนั้น..." มือเรียวบางของเธอกำแน่น พยายามระงับความรู้สึกไม่พอใจที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายใน
หยูเซียนสูดลมหายใจลึก ทรวงอกขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ เธอพยายามข่มความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ ใบหน้างดงามค่อยๆ เปลี่ยนสีหน้าให้ดูอ่อนโยนขึ้น แม้จะยังมีความไม่เต็มใจแฝงอยู่ในแววตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้น
ริมฝีปากอิ่มสีกุหลาบของเธอเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะคลายออกและยู่ออกนิดหน่อย ดวงตากลมโตมองจ้าว หยาง อย่างอ้อนวอนปนขัดเขิน แก้มป่องน้อยๆ ในท่าทางที่พยายามทำให้ดูน่ารัก แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความอึดอัดใจ ผมยาวสลวยสีดำขลับของเธอพลิ้วไหวเบาๆ ตามสายลมอ่อน
"ข้า...ขอโทษนะ ท่านหมาป่า" หยูเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้หวานใส แต่ก็ยังมีความฝืดเคืองแฝงอยู่ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยราวกับกำลังฝืนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ "ข้า...ผิดไปแล้วจริงๆ ที่เข้าใจท่านผิด" เธอพูดพลางก้มหน้าลงเล็กน้อย ทำท่าเหมือนลูกแมวน้อยที่ทำผิด
หลังจากที่พูดจบเธอก็รีบหลบตา ไม่กล้าสบตากับจ้าว หยาง โดยตรง กัดฟันกรอดเบาๆ ด้วยความรู้สึกอายและขัดเคืองใจที่ต้องทำเช่นนี้ มือเรียวบางของเธอบีบชายเสื้อแน่น ราวกับ้าระบายความอึดอัดที่อัดแน่นอยู่ในอก เธอรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นให้ต้องทำในสิ่งที่ขัดกับความรู้สึกที่แท้จริง แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
จ้าว หยาง ยิ้มกว้างด้วยความพอใจ ดวงตาวาววับด้วยความเ้าเล่ห์ เขาเอียงศีรษะเล็กน้อยพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ "ดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังไม่พอหรอกนะ คุณหนูไป๋" เขาขยับเข้าใกล้หยูเซียนอีกก้าว ริมฝีปากยกยิ้มบางๆ "ลองชมข้าหน่อยสิ แล้วข้าอาจจะใจอ่อนช่วยเ้าก็ได้นะ ข้าไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมายเลยนะ เพียงแค่คำชมเล็กๆ น้อยๆ จากปากอันงดงามของเ้า"
หยูเซียนรู้สึกเืในกายเดือดพล่าน ความโกรธพลุ่งพล่านจนแก้มแดงก่ำ ดวงตาคู่งามวาวโรจน์ด้วยประกายโทสะ เธอสูดลมหายใจลึกๆ พยายามข่มอารมณ์ แต่ก็ไม่อาจระงับความเดือดดาลได้ทั้งหมด เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเ็าที่แฝงความเกรี้ยวกราด "ข้าก็ขอโทษแบบจริงจังไปแล้ว เ้ายัง้าอะไรอีกกัน?" เธอยืนตัวตรง มือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความโกรธ "คนโลภมาก! เ้าช่างไร้ยางอายสิ้นดี!"
จ้าว หยาง ยิ้มเยาะ ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนเป็เ็าในพริบตา เขายกมือขึ้นลูบคางอย่างครุ่นคิด ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง "ข้ารู้จักปีศาจตนนั้นดี มันคือปีศาจไร้หน้า" เขาหยุดชั่วครู่เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของหยูเซียน "ข้ารู้ทั้งพฤติกรรม และวิธีหลอกล่อให้มันออกมา เพื่อให้เ้าได้กำจัดปีศาจตนนี้อย่างง่ายดาย" เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ "แต่ดูท่าคุณหนูคงไม่อยากรู้วิธีนั้นแล้วสินะ"
จ้าว หยาง ถอนหายใจเสียงดัง แกล้งทำท่าเสียใจ ใบหน้าแสดงออกถึงความเวทนาสงสารอย่างเสแสร้ง "ว้า...ข้ารู้สึกเสียใจแทนชาวบ้านในหมู่บ้านนี้จริงๆ" เขาเดินวนรอบหยูเซียนอย่างช้าๆ เสียงทุ้มต่ำกล่าวต่อ "ดึกดื่นยามกลางคืนพวกเขาต้องขวัญผวาเพียงไหน ไม่รู้ว่าปีศาจไร้หน้าจะทำร้ายพวกเขาตอนไหน" เขาหยุดเดินและจ้องมองหยูเซียนตรงๆ "แค่คุณหนูไป๋กรุณาทำตามคำขอของข้าดีๆ ข้าก็จะบอกวิธีที่ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้รอดพ้นจากภัยอันตรายละ"
จ้าว หยาง หาวหวอดอย่างตั้งใจ ทำท่าจะจากไป เขายืดเส้นยืดสายอย่างเกียจคร้าน "ว้า ตอนนี้ข้าเริ่มรู้สึกง่วงนอนละ" เขาพูดพลางมองฟ้า "กลับไปหาที่นอนสบายๆ ดีกว่า อย่าสนใจคนใจแคบแถวนี้เลย"
ขณะที่จ้าว หยาง กำลังจะพุ่งตัวหายไป หยูเซียน ก็พูดห้ามเขาไว้ด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง "หยุดก่อน!" สีหน้าของเธอแสดงความโกรธและโมโหที่ถูกจ้าว หยางพูดจาแกล้งเป็อย่างมาก ดวงตาคู่งามฉายแววดุดันราวกับเปลวเพลิง เธอกัดฟันกรอดๆ พยายามควบคุมอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างฝืนใจ "ก็ได้! ถ้าเ้า้าแบบนั้น..." เธอสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมความกล้า ก่อนจะเอ่ยต่อไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้นุ่มนวลที่สุด "ข้า...ข้าจะพูดอะไรบางอย่างที่เ้า้าฟัง"
หยูเซียนยืนนิ่ง ใบหน้างดงามของเธอเรียบเฉยดุจหน้ากากไร้อารมณ์ แต่ภายในอกกลับเดือดพล่านด้วยความโกรธ เธอกัดฟันแน่นจนกรามขบเข้าหากัน เส้นเืที่ขมับเต้นตุบๆ อย่างเห็นได้ชัด หยูเซียนสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสงบจิตใจที่ปั่นป่วน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานเจื๋อยที่แฝงความเสียดสีอย่างแยบยล
"โอ้! ท่านจ้าว หยาง ผู้ยิ่งใหญ่!" เธอเริ่มต้น น้ำเสียงสูงปรี๊ดราวกับนางในวังหลวง พลางคุกเข่าลงอย่างเกินจริงจนชายกระโปรงแผ่กระจายเป็วงกลมบนพื้น "ข้าช่างโง่เขลาเสียนี่กระไร ที่กล้าสบประมาทความสามารถอันล้ำเลิศของท่าน! ท่านช่างเป็วีรบุรุษผู้กล้าหาญ ทั้งแข็งแกร่งดั่งเสือและมีน้ำใจงดงามดุจดวงตะวัน! ข้าขอสาบานต่อฟ้าดินว่าจะไม่มีวันลืมพระคุณอันใหญ่หลวงของท่านเป็อันขาด!"
จ้าว หยาง ยืนอยู่เบื้องหน้า รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคมคาย ดวงตาเป็ประกายด้วยความพึงพอใจ เขาชื่นชมในการแสดงอันแเีของหยูเซียน ทว่าก็ไม่วายรู้สึกถึงความเสียดสีที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของนาง
หยูเซียนยังคงแสดงต่อไปอย่างไม่ลดละ เธอทำท่าเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริงด้วยแขนเสื้อ ใบหน้าแสดงออกถึงความซาบซึ้งอย่างสุดซึ้ง "ข้าเป็เพียงมนุษย์ต่ำต้อย ไม่สมควรแม้แต่จะหายใจร่วมอากาศเดียวกับท่าน! ขอท่านโปรดประทานอภัยในความโง่เขลาของข้าด้วยเถิด! ข้าสัญญาว่าจะไม่กล้าดูแคลนท่านอีก และจะสรรเสริญความยิ่งใหญ่ของท่านไปจนชั่วลมหายใจสุดท้าย! ท่านคือดวงประทีปนำทางแห่งชีวิตข้า เป็แบบอย่างแห่งคุณธรรมที่ข้าจะยึดถือไปชั่วนิรันดร์!"
เมื่อแสดงจบ หยูเซียนก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ฝุ่นละอองบางๆ เกาะอยู่บนชายกระโปรงของเธอ เธอปัดมันออกเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจ้าว หยาง สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็เ็าในทันทีราวกับหน้ากากที่ถูกถอดออก ดวงตาคู่งามฉายแววดุดันและท้าทาย
"เอาล่ะ ตอนนี้เ้าพอใจแล้วใช่ไหม?" เธอถามด้วยน้ำเสียงเ็า ที่แตกต่างจากการแสดงเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง "หรือจะให้ข้าก้มลงจูบเท้าเ้าด้วยฃะ? หรือบางทีเ้าอาจ้าให้ข้าเขียนบทกวีสรรเสริญท่านสักร้อยบท?"
จ้าว หยาง พยักหน้า ยังคงยิ้มกว้างด้วยความสนุก ดวงตาของเขาเป็ประกายวิบวับด้วยความขบขัน "เ้าแสดงได้ดีมาก หยูเซียน ข้าต้องยอมรับว่าเ้ามีพร์ด้านการแสดงจริงๆ" เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ "แต่ไม่ต้องถึงขนาดจูบเท้าหรอก ข้าไม่อยากให้เ้าเปื้อนปากไปด้วย และข้าก็ไม่อยากเสียเวลาฟังบทกวีร้อยบทของเ้าหรอกนะ"
"ดี" หยูเซียนเอ่ยเสียงเ็า ดวงตาคมกริบจ้องมองจ้าว หยางอย่างไม่ลดละ "งั้นตอนนี้ ข้าสั่งให้ท่านนั่งสำนึกผิดอยู่ตรงนี้ตลอดทั้งคืน ห้ามขยับไปไหน แม้แต่ก้าวเดียว"
รอยยิ้มเ้าเล่ห์บนใบหน้าของจ้าว หยางหุบลงในทันใด ราวกับถูกสาดน้ำเย็นเฉียบ ดวงตาสีทองวาวโรจน์ของเขาเบิกกว้างด้วยความใ "อะไรนะ? เ้าจะให้ข้านั่งตากยุงทั้งคืนเลยรึ?" เสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไปด้วยความไม่เชื่อและความขุ่นเคือง
"ใช่แล้ว" หยูเซียนตอบกลับอย่างเ็า พลางหมุนตัวอย่างสง่างาม ชายกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามแรงลม เธอเริ่มก้าวเดินอย่างช้าๆ ห่างออกไปจากจ้าว หยาง แต่ก่อนที่จะเดินลับตาไป เธอหันมามองเขาอีกครั้งด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ดวงตาเป็ประกายวาววับด้วยความสะใจ
"และอย่าลืมสัญญาของเ้าล่ะ ที่เ้าบอกว่าจะช่วยข้ากำจัดปีศาจตนนั้น" เสียงของเธอเย็นเยียบแต่แฝงไปด้วยความสาแก่ใจ "อย่าผิดสัญญาเชียว ไม่งั้นเ้าเจอดีแน่ เหมือนกับที่เ้าต้องรับโทษในวันนี้" เธอหัวเราะเล็กๆ อย่างมีชัย "ข้าจะรอดูว่าเ้าจะทำได้ดีแค่ไหน ท่านจ้าว หยาง อสูรหมาป่าดำผู้เกรียงไกร"
จ้าว หยางได้แต่อ้าปากค้าง ดวงตาสีทองจ้องมองตามร่างระหงของหยูเซียนที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกทั้งโมโหและหงุดหงิด ความรู้สึกถูกหักหลังและถูกเอาคืนพลุ่งพล่านในอกของเขา สายลมยามค่ำคืนพัดโชยมา นำพากลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่ามากระทบจมูก แต่มันกลับไม่ช่วยให้อารมณ์ของเขาดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"เ้าหญิงน้อยตัวแสบ" เขาพึมพำเสียงต่ำ ขบกรามแน่น มือกำเป็หมัด "เ้าแกล้งข้าอีกแล้วนะ เดี๋ยวเราต้องได้เห็นดีกันแน่ ข้าจะต้องแก้แค้นเ้าให้สาสมกับที่เ้าทำกับข้าคืนนี้"
และแล้ว คืนอันยาวนานของจ้าว หยาง ก็เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางเสียงหึ่งๆ ของฝูงยุงที่บินว่อนรอบกาย แสงจันทร์สาดส่องลงมา ทอประกายวับวาวบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา เขานั่งขัดสมาธิ พยายามนิ่งเฉยไม่ขยับตัว เพื่อไม่ให้เป็จุดสนใจของยุง
เพื่อให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว จ้าว หยาง ก็เริ่มพยายามหลับตาเพื่อที่จะนอนหลับ แต่เสียงหึ่งๆ ของยุงทำให้เขาหงุดหงิด เขาอยากจะพลิกตัวไปมา แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะคำสั่งของหยู เซียน ที่บังคับให้เขาต้องนั่งนิ่งๆ อยู่กับที่ตลอดทั้งคืน ไอ้พันธสัญญาบ้านี่! เขาสบถในใจ นึกเสียใจที่โดนนางปีศาจตัวแสบแอบทำพันธสัญญาในตอนที่เขาไม่รู้ตัว
"โอ๊ย!" เขาร้องเสียงหลง เมื่อยุงตัวหนึ่งบินมากัดจมูกอันโด่งของเขา "เ้ายุงบ้า! ข้าเป็อสูรหมาป่าดำ ไม่ใช่อาหารเคลื่อนที่ของพวกเ้านะ!"
แต่ยุงไม่สนใจคำประกาศของเขา พวกมันยังคงบินวนเวียนและกัดเขาไม่หยุด จ้าว หยาง อยากจะใช้กรงเล็บของเขาตบยุง แต่คำสั่งของหยู เซียน ทำให้เขาขยับแขนไม่ได้ เขาได้แต่กระพริบตาไล่ยุงอย่างบ้าคลั่ง จนรู้สึกเหมือนตาจะหลุดออกมานอกเบ้า
"โอ๊ย! ไอ้ยุงบ้า!" เขาคำราม พยายามใช้เสียงคำรามสะท้านภพไล่ยุง แต่เสียงคำรามกลับดึงดูดยุงมากขึ้น ราวกับเป็เสียงเรียกให้มาจัดปาร์ตี้เือสูร ฝูงยุงบินวนเวียนรอบตัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ จนเขารู้สึกเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมยุงทั้งตัว
"อ๊าก! ช่วยด้วย!" เขาร้องลั่น พยายามสั่นหัวไล่ยุง แต่ก็ทำได้แค่ส่ายหน้าเบาๆ เหมือนตุ๊กตาล้มลุก "ข้าขอยอมแพ้! หยู เซียน ปลดคำสั่งซะที! ข้าจะยอมเป็สุนัขรับใช้ของเ้าก็ได้!"
ความเงียบงันเป็คำตอบเดียวที่ได้รับ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่ดังแว่วมา ราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยชะตากรรมอันน่าอนาถของเขา จ้าว หยาง ปล่อยให้จินตนาการพาภาพของหยู เซียน ผุดขึ้นในห้วงคำนึง เธอคงกำลังหลับใหลอย่างแสนสุข จมดิ่งในห้วงฝันอันแสนหวานบนเตียงนุ่มละมุน ในขณะที่เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับการรุมเล่นงานของเหล่ายุงปีศาจ
"รอให้ถึงคราวของเ้าเถิด ยัยตัวแสบ" เขาครางกระซิบ น้ำเสียงเจือความแค้น "แค้นนี้ข้าต้องชำระให้สาสม" แต่คำพูดของเขาถูกขัดจังหวะด้วยความเจ็บแปลบ "โอ๊ย! พวกมันรุมกัดข้าอีกแล้ว" เขาครวญคราง ก่อนจะถอนหายใจยาว "เมื่อไหร่รุ่งอรุณแห่งการปลดปล่อยจะมาเยือนเสียที"
เมื่อรุ่งอรุณมาเยือน แสงทองอ่อนๆ ของวันใหม่ค่อยๆ ทอประกายผ่านม่านหมอกบาง เผยให้เห็นร่างของจ้าว หยาง ที่นั่งนิ่งดั่งรูปสลัก ผิวกายของเขาเต็มไปด้วยรอยตุ่มแดงจากการจุมพิตของเหล่ายุง ราวกับภาพแผนที่ดาวอังคารที่มีชีวิต ขนของเขายุ่งเหยิงชวนให้นึกถึงทุ่งหญ้าที่ถูกพายุพัดผ่าน ในขณะที่ฝูงยุงยังคงวนเวียนรอบกายเขาอย่างมีความสุข ราวกับนักดนตรีที่กำลังบรรเลงเพลงรักอันไพเราะ ดวงตาของจ้าว หยาง บวมปูดจนแทบลืมไม่ขึ้น ดั่งดอกบัวที่ยังไม่ยอมเบ่งบาน
"ครั้งหน้า" เขาคิดในใจ พลางกัดฟันกรอด "ข้าจะไม่มีวันทำให้หยู เซียน โกรธอีกเด็ดขาด! ขอสาบานด้วยจมูกอันโด่งเป็สง่าของข้าเลย! ...แต่ข้าจะแก้แค้นนางยังไงดีนะ?"
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังมาจากทางเดินของหมู่บ้าน จ้าว หยาง เงยหน้าขึ้นมองอย่างยากลำบาก เห็นร่างของหยู เซียน ยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของนางฉายแววกลั้นหัวเราะ
"เป็ไงบ้างล่ะ ท่านอสูรผู้ทรงเกียรติ? เมื่อคืนสนุกไหมเ้าค่ะ?" หยู เซียน ถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
จ้าว หยาง ได้แต่ส่งเสียงครางตอบ "ข้า...ข้าจะ..." เขาพยายามพูด แต่เสียงที่ออกมากลับเป็เสียง "หึ่งๆ" เหมือนยุง ทำเอาหยู เซียน หัวเราะลั่น
"โอ้! ดูเหมือนท่านจะกลายเป็าาแห่งยุงเสียแล้ว" หยู เซียน พูดพลางหัวเราะไม่หยุด "ข้าว่าท่านควรไปอาบน้ำซะหน่อย ก่อนที่จะมีใครเข้าใจผิดคิดว่าท่านเป็รูปปั้นที่มีชีวิต"
จ้าว หยาง ได้แต่ส่งสายตาอาฆาตให้หยู เซียน คิดในใจว่าสักวันเขาจะต้องแก้แค้นให้ได้ แต่ตอนนี้ สิ่งที่เขา้าที่สุดคือ การอาบน้ำและนอนให้สบาย... และอาจจะครีมทาแก้คันสักหน่อยก็ดีนะ