ห้องสมุดในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์นั้นมีความเงียบสงบไม่เหมือนที่ไหนๆเสียงฝีเท้าเบาๆ ของอรัญญาในรองเท้าหนังเก่าๆ ดังขึ้นตามทางเดินหินที่เย็นเฉียบความเย็นทำให้เธอรู้สึกกระปรี้กระเปร่าใน่เย็นที่เงียบสงบร่างสูงโปร่งของเธอเดินไปตามแถวของชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยตำนานเก่าแก่จากมุมมองของนักศึกษาปริญญาโทด้านประวัติศาสตร์อรัญญากำลังสนุกกับการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ “อาณาจักรจันทราสว่าง” อาณาจักรโบราณที่สูญหายไปในคืนที่ดวงจันทร์ดับสูญตำนานนี้เต็มไปด้วยความลึกลับที่ไม่มีใครสามารถให้คำอธิบายที่ชัดเจนได้
อรัญญามีรูปร่างสูงโปร่งผมยาวสีดำตรงลื่นที่ไหลลงมาถึงกลางหลังเธอมีใบหน้าที่ละเอียดอ่อนดวงตากลมโตสีดำสนิทเหมือนดวงตาของนกเหยี่ยวที่จับจ้องสิ่งใดอย่างตั้งใจริมฝีปากบางๆ มีสีชมพูระเรื่อ และผิวสีขาวอมชมพูที่ดูเปล่งปลั่งอย่างเป็ธรรมชาติรูปร่างของเธอมีความเป็หญิงสาวที่ดูสง่างาม แต่ก็แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งในตัวเองเธอมีบุคลิกที่อ่อนโยนแต่มั่นคงและความสงสัยที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในดวงตาของเธอเอง
ในวันที่แสนจะธรรมดาเธอจึงเลือกที่จะใช้เวลาทั้งวันหมกมุ่นอยู่กับการค้นหาความจริงที่ไม่เคยมีใครเปิดเผยอรัญญาเป็หญิงสาวที่มีความมุ่งมั่นและจิตใจที่ไม่เคยยอมแพ้เธอมีความปรารถนาจะรู้เื่ราวเหล่านี้ให้ได้แม้ว่าความกลัวที่จะเผชิญกับความจริงบางอย่างอาจจะฝังลึกอยู่ในใจแต่การค้นหาความจริงนั้นยิ่งใหญ่กว่า
"ทำไมไม่มีใครค้นพบอะไรเกี่ยวกับอาณาจักรนี้เลยนะ?" อรัญญาพึมพำกับตัวเอง ขณะที่พลิกหน้าหนังสือเก่าที่มีข้อความที่ขาดหายไปในหลายจุดข้อความในหนังสือเล่มนี้คลุมเครือและยากที่จะเข้าใจ แต่เธอไม่ยอมแพ้"จะต้องมีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในนี้"
เธอหยุดเมื่อพบกับสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของเธอจี้หินรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ซ่อนอยู่ในกล่องไม้เก่าๆซึ่งวางอยู่บนชั้นที่ไม่ค่อยมีคนสนใจหนังสือเก่ามักจะมีการบันทึกเกี่ยวกับวัตถุที่มีความสำคัญอย่างลึกลับแต่จี้หินนี้กลับไม่เคยถูกบันทึกไว้ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่เธอเคยเจอ
"นี่มันอะไรกัน?" อรัญญาพูดกับตัวเองเมื่อเห็นจี้หินที่ดูแปลกประหลาดและไม่เคยเห็นมาก่อนเธอจ้องมันด้วยความสงสัย "ทำไมมันถึงถูกซ่อนในที่นี่? มันจะเกี่ยวข้องกับอาณาจักรจันทราสว่างที่ฉันกำลังค้นหาหรือเปล่า?"
อรัญญามองมันอย่างสงสัยก่อนจะยื่นมือไปจับจี้หินนั้นขึ้นมาจี้หินที่เป็รูปพระจันทร์เสี้ยวทำจากหินสีเทาอมฟ้า สีที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังัักับความเย็นะเืที่ไม่เคยพบมาก่อนใจของเธอเต้นแรงขึ้นเมื่อเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้เหมือนกับมีพลังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในจี้หินนี้ความรู้สึกแปลกประหลาดเริ่มไหลเวียนไปทั่วร่างกายของเธอ
"แปลกจริงๆ..." อรัญญาพูดกับตัวเองเสียงเบาๆ พลางมองไปที่จี้หินในมือความรู้สึกบางอย่างในตัวเธอเริ่มรู้สึกเหมือนกับเธอเคยััมันมาก่อน"เหมือนจะรู้จักมัน..."
ทันใดนั้น แสงสว่างเจิดจ้าพุ่งออกมาจากจี้หินร่างของอรัญญาถูกแรงดูดที่รุนแรงดึงร่างของเธอขึ้นจากพื้นในทันทีเธอไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนจะรู้สึกว่าร่างของเธอลอยขึ้นไปในอากาศและหลุดพ้นจากความรู้สึกปกติทั้งหมด ทุกสิ่งรอบตัวเธอกลับกลายเป็ความมืดสนิท
"อะไร...เกิดอะไรขึ้น?" อรัญญารู้สึกใจนไม่สามารถบอกได้ว่าเธอกำลังเกิดอะไรขึ้นก่อนที่ร่างของเธอจะหายไปจากห้องสมุดทั้งหมด "ไม่...ไม่...! ฉันต้องหาทางออก!นี่มันจะพาฉันไปไหน!"
เสียงดังจากการกระแทกเบาๆเมื่อเธอล้มลงบนพื้น ทันทีที่ลืมตาขึ้นอรัญญาก็พบว่าเธอไม่อยู่ในห้องสมุดพิพิธภัณฑ์อีกต่อไปสิ่งรอบตัวเธอเป็ภูมิประเทศที่แตกต่างออกไปท้องฟ้าสีฟ้าใสที่ไม่เหมือนที่ใดในโลกที่เธอเคยเห็น ป่าไม้สีเขียวขจีปกคลุมทั่วบริเวณพร้อมกับเสียงนกร้องและลมเย็นๆที่พัดผ่านเหมือนกับโลกแห่งนี้ยังคงสดชื่นและเต็มไปด้วยชีวิต
"นี่มัน...ที่ไหนกัน?" อรัญญาพูดกับตัวเองเมื่อมองไปรอบๆสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย "ไม่...มันไม่ใช่ที่ที่ฉันเคยรู้จักเลย!นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ฉันจะกลับไปได้ยังไง?"
เธอเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังทุกอย่างดูเหมือนจะสงบสุขแต่ทุกก้าวที่เธอก้าวไปยังรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเงามืด"จะต้องมีคำอธิบาย...บางทีที่นี่อาจจะเกี่ยวข้องกับอาณาจักรที่ฉันกำลังตามหาก็ได้"
ขณะที่เดินผ่านทุ่งหญ้าและไม้ใหญ่สิ่งที่ทำให้เธอหยุดกึกคือการเห็นปราสาทยิ่งใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาในระยะไกลมันดูเหมือนจะเป็สถานที่สำคัญในอาณาจักรนี้
"ปราสาทนั้น..." อรัญญาพึมพำกับตัวเอง"ที่นี่...มันคืออาณาจักรจันทราสว่าง?"
เธอเดินไปเรื่อยๆจนถึงใกล้ปราสาท ก่อนที่จะพบกับการแสดงออกของผู้คนที่ดูเหมือนจะจดจ่ออยู่กับอะไรบางอย่างทันใดนั้น อรัญญาก็เห็นทหารองครักษ์คนหนึ่งยืนอยู่ใกล้ประตูปราสาททหารผู้นั้นมีรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดเกราะที่ประดับด้วยสัญลักษณ์ของราชวงศ์ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่อรัญญาด้วยท่าทางสงสัยร่างกายของเขาดูเคร่งขรึมและพร้อมที่จะตอบสนองในทุกสถานการณ์
"ท่านเป็ใคร?" ทหารองครักษ์ถามเสียงแข็งขณะที่อรัญญายืนอยู่ตรงหน้าประตูปราสาท
อรัญญาไม่อาจพูดอะไรออกมาได้ในทันทีเธอกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด "ฉัน... ฉันไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน...ฉันไม่รู้ว่าจะกลับไปได้อย่างไร..."
ทหารองครักษ์มองเธอด้วยท่าทางที่ไม่แน่ใจก่อนจะสั่งให้เธอเดินตามเขาไป "ตามข้ามา!!..."
อรัญญาก้าวตามทหารไปอย่างงงงวย ขณะเดียวกันหัวใจของเธอก็ยังคงใและเต้นรัวเหมือนจะหลุดออกมาจากอก ความรู้สึกสับสนและหวาดกลัวยังคงค้างอยู่ในใจ แต่ลึกๆ แล้ว ในส่วนที่ลึกที่สุดของจิตใจ เธอกลับรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่อาจอธิบายได้ เหมือนว่าทุกก้าวที่เธอเดินไปนั้น มันกำลังพาเธอเข้าสู่สิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน และในขณะที่สายตาของเธอมองไปรอบๆ ปราสาทและโลกใหม่ที่แปลกประหลาดนี้ ความสงสัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เธอสงสัยว่าตัวเองกำลังเกี่ยวข้องกับบางสิ่งที่ลึกซึ้งและสำคัญในอาณาจักรจันทราสว่างแห่งนี้ และความรู้สึกนั้นยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นทุกที ราวกับว่ามีบางสิ่งที่เธอจำไม่ได้ หรือบางอย่างที่เธอเคยััในอดีต แต่ตอนนี้มันกลับมารอการค้นพบอีกครั้ง...