ยอดเชฟกระทะเหล็กผจญภัยต่างโลก The Crescent Moon Cafe

    บทที่ 10 อาหารเช้าก็สำคัญนะ

     ไม่ว่ายุคไหนสมัยใด กิจกรรมการกินของมนุษย์มักจะคึกคักและจริงจังที่สุดในมื้อเย็นเสมอ ยิ่งในยุคสมัยนี้ ดูเหมือนว่าจะไม่นิยมกินอาหารเช้ากันด้วยซ้ำ คนที่กินอาหารเช้าจะถูกมองว่าเห็นแก่กิน ตื่นมาก็จะกินซะแล้ว หรือไม่ก็เป็นพวกใช้แรงงานที่ต้องตื่นแต่เช้ามาทำงานหนัก รสนิยมในการกินมักมีอิทธิพลจากการอวดร่ำอวดรวยของชนชั้นสูงไม่มากก็น้อย แต่อลันมาจากยุคที่พิสูจน์แล้วว่าอาหารเช้าสำคัญขนาดไหนโดยเฉพาะกับเด็กทันทีที่ถึงบ้าน ก็เริ่มทำอาหารเช้าทันทีเขาคิดไว้แล้วว่าจะทำ'เอ้กเบเนดิกซ์' (Egg Benedict) ที่ใส่ความรักของพ่อลงไปจนล้นปรี่ มันคือ'มัฟฟิน'แบบอังกฤษที่ปิ้งแล้ว โปะด้วย'เบคอน' 'ไข่ลวก' 'ซอสฮอลแลนเดส' และผักชีฝรั่งหรือต้นหอม ทำง่ายและอร่อยจริง ๆ!ว่ากันว่ามันถูกคิดค้นโดย Lemuel Benedict ด้วยความบังเอิญสุดๆ ขณะตัวเขากำลัง'เมาค้าง' เข้ามาทานมื้อเช้าในร้าน ด้วยความที่ไม่อยากกินมัฟฟิน เบคอนแล้วก็ไข่ วนไปแบบเดิมๆ ก็เลยเอามันมากินพร้อมกันซะเลย และผลที่ออกมาก็ดันอร่อยซะด้วย เลยเอาชื่อตัวเองตั้งเป็นชื่ออาหารนั้น แถมยังดังเป็นพลุแตกทั่วเกาะอังกฤษและทั่วโลกเลยทีเดียวอลันติดไฟเตาฟืน จากนั้นก็ตั้งหม้อต้มน้ำ พอน้ำเดือดก็บีบเลมอนลงไปเล็กน้อย คนน้ำในหม้อจนเป็นน้ำวนแล้วก็เทไข่ที่ตอกไว้ในถ้วยลงไปต้มจนกลายเป็น'โพชเอ้ก'ก้อนกลมสีขาวสวยงามทีละใบ แล้วจึงเริ่มตั้งกระทะสำหรับทำซอส'ฮอลลันเดส' วิธีทำนั้นง่ายมากเพียงแค่ละลายเนยในกระทะเตรียมไว้ ตีไข่แดงสามใบให้เนียนเข้าด้วยกันระหว่างนั้นก็ค่อยๆ เทเนยลงไปผสมจนหมดให้เป็นสีเหลืองทอง ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำส้มสายชู และเลมอนเล็กน้อย อลันชิมซอสจนพอใจแล้วก็เริ่มทอดเบคอน'แวร์พิก'จากกระทะที่ละลายเนยเอาไว้ หั่นเบคอน'แวร์พิก'ออกเป็นชิ้นบางๆ ลงไป ตอนแรกเขาไม่รู้ว่าจะออกมาแบบไหน แต่ปรากฏว่าออกมาดีเลยทีเดียว สีแดงสลับมันขาวๆ กลิ่นหอมยั่วน้ำลายของเบคอนร้อนๆ คลุ้งไปทั่วบ้านทำเอาท้องร้องไม่หยุด หั่น'ขนมปังมาสลิน'ออกเป็นแผ่นกลมหนาประมาณสองเซนติเมตรสองชิ้นสำหรับตัวเองและเอลิน่าเอาไปย่างไฟเล็กน้อย จัดวางลงบนจาน วางซ้อนกันด้วยเบคอน'แวร์พิก'และ'โพชเอ้ก' ราดด้วย'ซอสฮอลลันเดส'ที่เตรียมไว้ ตกแต่งด้วยต้นหอมซอยอย่างสวยงามก็เป็นอันเสร็จกำลังยกออกมาวางที่โต้ะอาหารก็ตกใจ เอลิน่ามายืนน้ำลายไหลอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทำเอาอลันเกือบทำจานหล่นเช้านี้เอลิน่าฝันร้ายว่าป๊ะป๋าหายไป สะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วมองไม่เห็นอลันก็รู้สึกใจหายวาบ น้ำตาก็ทำท่าจะคลอหน่วย แต่แล้วก็ได้กลิ่นหอมเข้มข้นของเนื้อ โชยมาจากชั้นหนึ่ง ดวงตาสีอำพันที่ยังงัวเงียอยู่เล็กน้อยก็สว่างทันที 'ป๊ะป๋าคงจะอยู่ข้างล่างสินะ' พลางสูดหายใจฟุดฟิด“หอมจัง..."เมื่อเปิดประตูกลิ่นก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเอลิน่ากลืนน้ำลายลงคอ และท้องก็อดไม่ได้ที่จะกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นนี้เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยได้กลิ่นแม้แต่เนื้อย่างของ'ร้านเหล้าเบอร์เจส'ที่อยู่ด้านข้างของจัตุรัส กลิ่นหอมของขนมซูเฟล่ที่ป๊ะป๋าทำเมื่อวานยังเทียบได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของความหอมนี้ เดินตามกลิ่นมาที่ชั้นหนึ่งทันทีเพื่อดูว่าป๊ะป๋ากำลังทำอะไร“กลิ่นหอมจังเลย ป๋ะป๋าทำอะไรคะ ...” เอลิน่าเดินเข้าไปหาอลันในครัวทางด้านหลัง แต่เธอยังพูดไม่ทันจบ ป๊ะป๋าอลันที่หันกลับมาตรงหน้านั้นเหมือนเป็นคนละคน ผมตัดสั้น และหนวดเคราก็ถูกโกนจนเกลี้ยงสะอาดสะอ้าน คนนี้คือป๊ะป๋าจริงๆ หรือ?"อ้าว เอลิน่าตื่นแล้วเหรอ พ่อทำอาหารเช้าไว้ให้ไปนั่งที่โต้ะสิ"เอลิน่ายังตกตะลึงกับรูปลักษณ์ใหม่ของอลันจนอ้าปากค้างอลันก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม "ทำไม เอลิน่าจำพ่อไม่ได้แล้วเหรอ"“ป๊ะป๋า..! " เอลิน่ากะพริบตา ในสายตาของเธอป๊ะป๋าตรงหน้าผมสีน้ำตาลหยักศกยาวถึงหลัง หนวดเคราที่รกรุงรังหายไป เสื้อผ้าก็สะอาดเรียบร้อย รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาดูสดใสสบายตา ดูเหมือนกับอายุน้อยลงหลายปี"วันนี้ป๊ะป๋าดูดีมากเลยค่ะ หล่อมากดูดีด้วย" เอลิน่าดีใจมาก“ตัวจะลอยแล้วล่ะ” อลันรู้สึกภูมิใจที่ลูกสาวชม การมีใครสักคนชื่นชมช่วยให้เขามีความมั่นใจขึ้น ก่อนที่วันนี้เขาต้องไปที่กิลด์พ่อค้าเพื่อลงทะเบียนเปิดร้านอาหาร กำลังจะเอื้อมมือไปลูบหัวลูกสาวอย่างเขิลๆแต่สายตาของเอลิน่าตัวน้อยถูกดึงความสนใจไปที่อาหารตรงหน้าซะแล้ว"ป๊ะป๋านี่คืออะไรคะ" เอลิน่าพยายามกลืนน้ำลายที่ทะลักทลายออกจากมุมปากตลอดเวลาจ้องมองไปที่จานอาหารแววตาหิวกระหายมาก"จานนี้คือ เอ้กเบเนดิกซ์ไงล่ะ ไม่สิ ต้องเรียกว่า "'เบคอนแวร์พิกเอ้กเบเนดิกซ์สูตรต่างโลก ท็อปด้วยซอสฮอลลันเดสจากความรักของพ่อ' ถึงจะถูก" อลันติดนิสัยชอบตั้งชื่อเวอร์ๆ ยาวๆ มาจากชีวิตก่อนที่เป็นเชฟ เพราะเป็นที่รู้กันว่าการตั้งชื่อยาวๆ ให้มีสตอรี่ช่วยเพิ่มความอร่อยและราคาได้เสมอ"บะ..เบคอนพิก.. เอ่อ อะไรเดสนะคะ" อลันหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งลูกสาวน่ารัก "ฮาๆ เรียกว่าเอ้กเบเนดิกซ์ก็แล้วกันเนอะ" พลางก้มลงจูบหน้าผากของเอลิน่าเบาๆ หนึ่งที รู้สึกอบอุ่นหัวใจ ในช่วงเวลานี้เขารู้สึกว่าเป็นพ่อคนจริงๆ พูดเสริมว่า"เอลิน่า ลูกแปรงฟันเสร็จแล้วค่อยมาทานข้าวเช้ากัน"เอลิน่าย่นจมูก มองไปที่อลันทำหน้าหงอยทันทีที่ได้ยินคำว่า'แปรงฟัน' จากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปทางห้องน้ำ ปรกติพ่อไม่เคยบอกให้แปรงฟันเลยนี่นา ป๊ะป๋าที่เปลี่ยนไปเข้มงวดขึ้นมาก(อยากให้เป็นป๊ะป๋าคนเดิมเฉพาะเรื่องนี้เท่านั้นจังเลยน๊า...)หลังจากที่แปรงฟันเสร็จก็รีบมานั่งที่โต๊ะอาหาร เอลิน่าใจจดจ่ออยู่กับอาหารตรงหน้า สีสันที่ตัดกันของของอาหารจานนี้ทำให้เอลิน่าตื่นเต้นมาก 'ขนมปังย่าง'สีน้ำตาล 'เบคอน'สีแดงมันวาวด้วยน้ำมัน ด้านบนมีไข่ลวกกลมๆ สีขาวนวล รวมทั้ง'ซอสฮอลลันเดส'สีเหลืองชุ่มฉ่ำเยิ้ม โรยด้วยต้นหอมสีเขียวประปราย"มันสวยจังเลยค่ะ" เอลิน่าตาของเธอก็เป็นประกาย "เอลิน่ากินได้จริงๆ เหรอคะ"เอลิน่ายื่นหน้าเข้าไปเพื่อดมกลิ่นใกล้ๆ อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่"แน่นอนสิ พ่อทำให้ลูกกินนี่นา" อลันมองไปที่ท่าทางน่ารักของเอลิน่าตัวน้อย กลั้นหัวเราะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำลายมุมปากของเธอด้วยรอยยิ้ม ท่าทางของเอลิน่าตอนที่กินอาหารของเขา ทำให้เขารู้สึกปลื้มใจได้ทุกครั้งเลยทันทีเอลิน่าเอาส้อมจิ้มไปที่ไข่โพชเอ้ก ไข่แดงก็แตกไหลเยิ้มออกมาผสมกับซอสฮอลลันเดสที่ราดอยู่ กลายเป็นสีแดงผสมส้มที่สวยงาม ในมุมมองของเอลิน่ามันดูน่ากินจนมือสั่นไปหมด จิ้มเบคอนกับขนมปังคลุกเคล้ากับไข่แดงและซอสจนชุ่ม แล้วเอาเข้าปาก รสชาติของมันสุดจะบรรยาย ความหอมมันของเบคอน ผสมกับความเข้มข้นของไข่แดง ซอสไข่ที่หอมเลมอนเล็กน้อย สัมผัสของขนมปังนุ่มแบบที่ไม่เคยได้กินมาก่อนทำเอาเอลิน่าตัวน้อยถึงกับสตั้นไปหลายวินาที หูน้อยๆ หมุนไปมา ไม่เหมือนกับตอนที่กินซูเฟล่ที่ตักเอาๆ แต่เธอค่อยๆ ละเลียดกินอย่างช้าๆ โดยเฉพาะเบคอนเอลิน่าค่อยๆ เล็มกินอย่างกลัวว่ามันจะหมดอลันมองภาพตรงหน้าด้วยความสะทกสะท้อน ตั้งแต่เกิดมาเอลิน่ายังไม่เคยกินเบคอนเลย ทั้งที่เป็นอาหารปรกติของโลกนี้แท้ๆ แต่เพราะราคาของมันแพงเกินกว่าที่เขาจะซื้อให้ได้"กินเถอะ เอลิน่า ถ้าไม่อิ่มพ่อจะทำให้อีกก็ได้ วันนี้พ่อซื้อของมาเยอะเลย""จริงเหรอคะ! ถ้างั้นเอลิน่าขอกินอีกชิ้นนะ""กินของพ่อก่อนได้เลย เดี๋ยวพ่อไปทำใหม่" พลางยื่นจานของตัวเองให้เธอ แล้วก็ลุกขึ้นไปทำใหม่อีกชิ้นหนึ่งยังไม่ทันที่อลันจะเริ่มทำ เอลิน่าก็พูดขึ้นว่า "ป๊ะป๋า เอลิน่าขออีกชิ้นนะคะ"อลันสะดุ้งเฮือก หันมาพบว่าเอลิน่ากิน'เอ้กเบเนดิกซ์'ส่วนที่เขาเพิ่งจะยกให้หมดเกลี้ยงไปแล้ว"เอลิน่า ทำไมลูกกินเร็วขนาดนั้น" อลันสงสัยว่าเขาเพิ่งจะเดินออกมาสามสี่ก้าวเท่านั้นเอง"ก็มันอร่อยเกินไปนี่นา! "พอได้ฟังก็อดหัวเราะไม่ได้จริงๆ อลันรู้สึกมีความสุข เอลิน่าทำให้เขารู้สึกว่าตนเองทำอาหารอร่อยที่สุดในโลกก็ไม่ปาน "ได้เลย! เจ้าหญิงน้อย"จากนั้นไม่นานอลันก็ทำ'เอ้กเบเนดิกซ์'ออกมาอีกสองชิ้น และเขาก็ได้นั่งกินตักเบคอนและไข่เข้าปากไปคำหนึ่งก็รู้สึกว่าอร่อยมากจริงๆ รู้สึกว่าค่อนข้างตกใจ เบคอนขาแวร์พิกทั้งความมันและเนื้อสัมผัสคล้ายกับ'เบคอนอิเบอริโค'ที่เขาเคยกินที่สเปนเมื่อนานมาแล้ว จำได้ว่าเชฟเจ้าของร้านบอกว่าราคาเกือบขาละ 4000 ดอลล่าเลยทีเดียวเบคอนคืออาหารสุดแสนอร่อยของมนุษยชาติมาตั้งแต่โบราณ เบคอนทำมาจากเนื้อสัตว์ที่หมักด้วยเกลือแล้วตากให้แห้งเป็นเวลานาน ส่วนมากมักใช้เนื้อหมู เบคอนจะรับประทานเปล่าๆ หรือนำไปจับคู่กับอาหารชนิดอื่นๆ ก็อร่อยล้ำ เราเกิดมาก็รู้จักเบคอนกันแล้ว แต่เบคอนมีที่มาจากไหน ใครเป็นคนคิดค้นเบคอนขึ้นมากันนะ อลันคิดว่าเขาต้องเป็นอัจฉริยะแน่นอนตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมเอลิน่าถึงกินเร็วได้ขนาดนั้นเผลอแป๊บเดียวก็กินหมดจริงๆ ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสถึง'พลังเวทมนตร์'ที่ก่อตัวขึ้นในกาย เหมือนมีลมเอื่อยๆ พัดวนอยู่รอบร่างกายของเขา ร่างกายแขนขาของเขา ก็เบาสบายขึ้นอย่างมาก รู้สึกเหมือนใช้แรงขยับแค่นิดเดียวก็จะพุ่งไปถึงที่หมายได้เลย"นี่มัน! 'เวทเสริมความคล่องตัว' (Agility) งั้นเหรอ! " นี่ทำให้อลันต้องทึ่งอีกครั้ง 'อะกิลิตี้'เป็นเวทมนตร์ธาตุลมที่ทำให้ตัวผู้ใช้หรือเป้าหมาย'โจมตี'หรือ'ร่ายเวท'ได้เร็วขึ้น ปรกติแล้วมีแต่'พรีสต์'หรือ'นักบวช'ที่ฝึกฝนเวทมนตร์ธาตุลมระดับ 3 ขึ้นไปเท่านั้นที่จะใช้ได้ เขาเคยได้รับเวทมนตร์แบบนี้หลายครั้ง จาก'นักบวช'ที่มักจะร่ายเวทนี้ให้นักรบแนวหน้าเพื่อที่จะได้เข้า'ประชิดตัว'ศัตรูอย่างรวดเร็ว(นี่ต่างจาก'ซูเฟล่'เมื่อวานหรือว่า?! ความต่างอยู่ที่อะไรกันนะ สุ่ม หรือว่า... 'วัตถุดิบ'ที่ใช้ทำอาหารงั้นเหรอ?)ความตื่นเต้นทำให้เขาผลุนผลันลุกขึ้นไปที่ครัวทันที ทดลองทอดเบคอนหนึ่งชิ้น แล้วกินเข้าไปแล้วก็ต้องผิดหวัง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น...(น่าจะมีเงื่อนไขอะไรบางอย่างนะ คงต้องทดลองไปหลายๆ แบบดู)นึกขึ้นมาได้ว่าสายแล้ว ยังต้องไปที่'กิลด์พ่อค้า'เพื่อลงทะเบียน ยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานขนาดไหน จัดการธุระสำคัญไปแต่เช้าย่อมดีที่สุด"เอลิน่าวันนี้พ่อต้องไปที่'กิลด์พ่อค้า' ลูกอยู่ในบ้านอย่าออกไปไหนล่ะ""เอ๋! เอลิน่าอยากไปด้วย อยากไปค่ะ! เอลิน่าอยากเห็นกิลด์ด้วย! "เอลิน่าดูไม่เหมือนได้รับผลจากเวทอะกิลิตี้เลยแม้แต่น้อย ทำให้อลันแปลกใจ ความจริงตั้งแต่เมื่อวานที่เอลิน่ากินซูเฟล่ไข่นุ่มเข้าไปก็ดูเหมือนจะไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลย เพียงแค่มีแสงสว่างวาบที่ผิวเล็กน้อยทำให้เขาคิดไปว่าเธอกำลังจะ'วิวัฒน์' แต่วันนี้แค่รู้สึกว่าเธอดูสดชื่นขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นเอง แต่อลันตัดสินใจที่จะพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน ตอนนี้เรื่องสำคัญคือต้องไปลงทะเบียนร้านอาหารให้สำเร็จลุล่วง เอามือลูบหัวเอลิน่าหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู"ไม่ได้ พ่อไม่ได้้ไปเที่ยวนะ ต้องเดินไกล ทางก็น่ากลัวจะตาย พ่อจะรีบไปรีบกลับ""ค่าาา" เอลิน่าตอบเสียงเนือยๆ เธอรู้อยู่แล้วว่าคงไม่ได้ไปด้วย เพราะป๊ะป๋าเคยกำชับอยู่หลายครั้งว่าห้ามไปแถวทางท่าเรือ .....................................................       Egg benedict เมนูนี้ผมเห็นเป็นไม่ได้เลยล่ะ เบคอนหอมๆ กับไข่แดงเยิ้มๆ นี่แบบว่า...อืม... ถ้าใครอ่านตอนกำลังหิว ขออภัยนะ
    .....................................................
    error loadedEgg benedict