บนพื้นเย็นเฉียบ
ความเย็นซึมผ่านเสื้อผ้า เเละ ิั
เหมือนร่างกายเธอถูกทิ้งไว้กับพื้นนานเกินไป
โดยไม่มีใครสนใจว่าเธอจะยังหายใจอยู่หรือไม่
ไอร่านอนตะแคง
แก้มแนบกับไม้เรียบ
ดวงตาเปิดค้าง
ไม่ได้มองอะไรเป็พิเศษ
เพดานยังอยู่ตรงนั้น
รอยร้าวเล็ก ๆ ที่เธอเคยสังเกต
แสงเช้าที่ลอดผ่านม่าน
ทุกอย่าง… ยังเหมือนเดิม
ยกเว้นบางสิ่งในตัวเธอ
ความรู้สึกว่างเปล่า
มันไม่ใช่เเค่ความเศร้า
หรือความเ็ป
เธอกระพริบตาช้า ๆ
หนึ่งครั้ง
สองครั้ง
หัวใจยังเต้นเเรง
แต่จังหวะไม่สม่ำเสมอ
เหมือนมันกำลังลองฟังเสียงของตัวเอง
เพื่อยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่
มือของเธอเริ่มขยับ
ปลายนิ้วครูดกับพื้น
ััได้ถึงฝุ่นจางๆ
ที่ติดอยู่บนพื้น
ไม้แข็งกระด้าง
เเละ
โลกเเห่งความเป็จริง
แต่ในหัวของเธอ
ยังคงมีพื้นที่ว่างสีขาว
อยู่ตรงนั้น...
ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
ไอร่าหลับตา
พยายามไม่คิดถึงอะไร
เพราะเธอรู้ดี
ว่าทุกครั้งที่คิด
เธอจะเผลอไปแตะ “ตรงนั้น”
ลมหายใจของเธอสั่นเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะเธอพึ่งผ่านการร้องไห้
แต่เพราะร่างกาย
รวมถึงจิตใจ
ยังไม่สามารถยอมรับ
ว่าสิ่งที่หายไป
จะไม่กลับมาอีกแล้ว
แล้วบางอย่างก็แทรกเข้ามา
ไม่ใช่ภาพ
ไม่ใช่เสียง
ไม่ใช่ความคิด
มันคือความรู้สึก
ที่ไม่เข้ากับจังหวะของเธอ
เหมือนคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดเข้ามา
โดยที่ทะเลของเธอไม่ได้เรียกหามัน
ไอร่าลืมตาขึ้นทันที
หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ
ิัด้านซ้ายรู้สึกตึง
ราวกับมีอะไรบางอย่างกดทับจากด้านใน
ไม่เ็ป
ไม่เเสบร้อน
แต่ “ผิดแปลก”
ความรู้สึกนั้น…
คล้ายกับตอนที่เธอเรียกใช้มัน
ไม่ใช่เพียงความทรงจำ
แต่เป็ร่องรอย
เหมือนกล้ามเนื้อที่จำการเคลื่อนไหวได้
ทั้งที่สมองยังไม่ทันคิด
ไอร่ากลืนลมหายใจ
พยายามตั้งสติ
บอกตัวเองว่าเป็คงเพียงผลตกค้าง
เป็เพียงร่างกายที่ยังไม่ฟื้นตัว
แต่ความรู้สึกนั้นยังคงไม่หายไป
มันยังอยู่
หนักขึ้น
ชัดขึ้น
ไม่ใกล้
ไม่ไกล
แต่ “มีอยู่”
ไอร่าค่อย ๆ ดันตัวลุกขึ้น
ฝ่ามือกดพื้นแน่น
หัวหมุนเล็กน้อย
ภาพตรงหน้าสั่นไหว
เธอหยุด
ยืนนิ่ง
รอฟัง
ไม่มีเสียง
ไม่มีสัญญาณ
ไม่มีคำอธิบาย
แต่หัวใจของเธอ
กลับเต้นตามจังหวะที่ไม่ใช่ของตัวเอง
เธอไม่ควรรู้สึกแบบนี้
ไม่ควรรับรู้
ไม่ควรสนใจ
เธอเพิ่งสูญเสียบางสิ่งไป
เพิ่งจะแตกสลาย
เพิ่งรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากโลกใบนี้อีก
ไอร่าก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว
ท่อนขาของเธอชนกับขอบเตียง
“ไม่ใช่ตอนนี้…”
เสียงเธอเบามาก
แทบเป็เพียงลมหายใจ
เธอควรนอนอยู่ตรงนี้
ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไป
ปล่อยให้โลกจัดการเื่ของมันเอง
แต่ความรู้สึกนั้น
ไม่ยอมจางหายไป
เหมือนคำถาม
ที่ถูกกระซิบซ้ำ ๆ
โดยไร้น้ำเสียงใด
ไอร่าหลับตาลงอีกครั้ง
ภาพใบหน้าที่ว่างเปล่า
ผุดขึ้นมาในทันที
เธอไม่อยากอยู่กับมันอีกแล้ว
เธอสูดอากาศจนเต็มปอด
ฝืนร่างกายที่ยังคงสั่น
ก้าวเท้าเดินออกจากห้อง
ประตูปิดลงเบา ๆ
แต่เสียงนั้นชัดเจน
เหมือนกับการตัดสินใจ
ที่ไม่อาจย้อนกลับ
ลงจากบันได
มาถึง
ทางเดินลาดยาว
ทุกสิ่งรอบข้าง
ทุกอย่างดูเป็ปกติ
มีเพียงไอร่า
ที่เดินไปข้างหน้า
พร้อมกับความรู้สึก
ที่ไม่ควรจะเป็ของเธอ
“และที่ไหนสักแห่ง ไม่ไกลจากตรงนี้
บางสิ่ง กำลังถูกเรียกใช้ จากใครบางคน
อย่างไม่สนใจ สิ่งแลกเปลี่ยน”
—
ภาพตัดมาที่การต่อสู้
โซ่ทั้งห้าเส้นพุ่งออกมา
อย่างไม่เป็จังหวะ
ไม่ควบคุมระยะห่างอย่างเเม่นยำอีกต่อไป
เหมือนคำสั่งที่ถูกะโออกไปพร้อมกันโดยไม่ผ่านการกลั่นกรอง
อากาศฉีกขาดเป็ริ้ว
เสียงโลหะเสียดสีกันดังระงม
พื้นคอนกรีตแตกกระจายเป็เศษผง
เสาไม้ที่ผูกตรึงร่างเหยื่อสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
นี่ไม่ใช่เพียงเเค่กดดัน
หรือการหยั่งเชิงอีกต่อไป
นี่คือการ ''ทำลายล้าง''
รินรับรู้ได้ในทันที
ไม่ใช่จากสายตาที่วิเคราะห์
แต่จาก “ความเสียหายเป็วงกว้าง” ของการโจมตี
รุนเเรงเกินไป
เร่งรีบเกินไป
และ… ไม่เหลือพื้นที่ให้แก้เกมอย่างประณีต
เขาหยุดคิดเพียงเสี้ยววินาที
ร่างกายขยับก่อนสมองจะทันตั้งคำถาม
เท้าปักหลักกับพื้น เอนตัวลงต่ำ
ตัวหมุนหลบโซ่เส้นแรกที่ฟาดผ่านตำแหน่งเดิมของศีรษะเพียงเสี้ยววินาที
โซ่เส้นที่สองพุ่งตรงเฉี่ยวปลายแขน
แรงเสียดสีร้อนวาบ
เเขนเสื้อขาดเป็ริ้ว
พร้อมกับรอยเืซึมบาง ๆ
เเต่เขาไม่หยุด
เพราะถ้าหยุด—
จะไม่มีจังหวะให้เริ่มใหม่
โซ่เส้นที่สามพุ่งต่ำ
หมายจะรัดขา
รินะโหลบ
ฝ่าเท้าผ่านเหนือมันไปเพียงคืบ
ก่อนที่โซ่เส้นที่สี่จะฟาดสวนขึ้นจากด้านล่าง
แรงปะทะอัดเข้าที่ชายโครง
เสียงกระแทกทึบ
ลมหายใจขาดห้วง
ร่างของเขาปลิวถอยไปสองก้าว
ส้นเท้าครูดพื้นจนเกิดประกาย
เเต่เขายังไม่ล้ม
รินฝืนตั้งตัว
ไหล่ด้านซ้ายชา
กล้ามเนื้อสั่นเล็กน้อยจากอาการล้าสะสม
หลังจากหลบการโจมตีอันบ้าคลั่ง
เขารู้สึกได้
ไม่ใช่เพียงความเ็ป—
แต่คือ “ความถี่” ที่เริ่มผิดไป
ลูเชี่ยนไม่ได้ควบคุมอย่างประณีต
เขากำลัง เร่งมัน
และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด
“เป็ยังไงหล่ะ! หลบไม่ได้เเล้วหล่ะสิ พ่อตัวตุ่นน้อย”
เสียงของลูเชี่ยนดังขึ้น
ราวกับสะใจ
ทิ้งความเยือกเย็นไว้เื้ั
โซ่ทั้งเจ็ดสั่นพร้อมกัน
เหมือนตอบสนองต่ออารมณ์ที่พุ่งสูง
พื้นใต้เท้าเขาทรุดลงเป็หลุมตื้น
รอยร้าวแผ่ขยายออกไปรอบตัว
“จากนี้แหละ—คือของจริง!”
ลูเชี่ยนก้าวไปข้างหน้า
อย่างไม่เกรงกลัว
ไม่รักษาระยะเหมือนเคย
โซ่เส้นหนึ่งฟาดเฉียง
อีกเส้นพุ่งแทงตรง
เส้นที่เหลือบิดตัวเป็วง
หมายจะปิดช่องทางการหลบทั้งหมด
รินสังเกตเห็นมัน
เเน่นอนเขาเห็นมันอย่างชัดเจน
แต่ไม่มีพื้นที่ให้เลือกมากนัก
เขาก้มตัว
ปล่อยให้โซ่เส้นหนึ่งเฉี่ยวผ่านเหนือศีรษะ
หมุนไหล่รับแรงกระแทกจากอีกเส้น
เสียงกระดูกกระทบกับเหล็กดังชัด
ความเจ็บแล่นวาบผ่านร่าง
แต่สองเท้ายังยืนหยัดกับพื้น
ในจังหวะนั้นเอง—
รินพุ่งเข้าไป
ไม่ใช่เพื่อหาช่องโจมตี
แต่เพียงเพื่อ ตัดจังหวะ
อันบ้าคลั่งของโซ่ทั้งเจ็ด
เขาเข้าใกล้ประชิดลูเชี่ยนอีกครั้ง
ใกล้จนลูเชี่ยน “ลังเล” ว่าจะฟาดต่อไปหรือไม่
ใกล้จนคำสั่งเริ่มชนกันเอง
เพราะถ้ายังฟาดต่อไปในระยะห่างเเค่นี้
คนที่จะได้าเ็
ไม่ใช่เเค่เพียงเเต่
ริน แอสเวล
เเต่เป็เขาเอง
ในเสี้ยววินาทีเเห่งความลังเลนั้น
หมัดของรินพุ่งตรงเข้ามาในทันที
หนักหน่วง เเละ รวดเร็ว
เข้าที่ลิ้นปี่
ลูเชี่ยนชะงักในทันที
ลมหายใจเริ่มขาด่
และนั่นทำให้โซ่ทั้งหมด
สะดุดตามไปด้วย
โอกาสมาถึงเเล้ว..
และรินคว้ามันไว้
เเต่เขาเลือกจะถอยออกมา
ไม่ใช่เพราะความลังเล
หรือความกลัว
แต่เพราะรู้ว่า—
ในเกมนี้
อีกฝ่ายเป็คนที่กำลังเผาตัวเองอยู่
ลูเชี่ยนเเสยะยิ้ม
เหงื่อไหลลงมาตามกรอบหน้า
ดวงตาแดงก่ำ
ตราบาปบนหน้าอกของเขา
เปล่งเเสงสีม่วงเข้มออกมาราวกับ
กำลังจะปะทุ
“หึ.. หนีงั้นหรอ?”
เสียงเขาแหบกร้าน
แต่เต็มไปด้วยความพอใจ
“เเต่ก็ดีแล้ว…เพราะฉันชอบตอนที่นายเริ่มจะหนี
เมื่อรับรู้ถึงความเเข็งเเกร่งของฉัน..ลูกรักของพระบิดาอย่างฉัน!”
รินไม่ตอบอะไร
เขามองผ่านลูเชี่ยน
ไปยังร่างที่ถูกมัด
บริเวณหน้าอกของร่างนั้นยังคงขยับ
ช้าลง
ช้าลง
แต่ยังไม่หยุดเต้น
เวลา…
กำลังถูกใช้ไปอย่างสิ้นเปลือง
และที่ไหนสักแห่ง
นอกเหนือจากที่เเห่งนี้
แรงสั่นะเืบางอย่าง
ได้แผ่ออกกระจายไป
เป็ “ความรู้สึก”
ที่ไม่ควรจะมีอยู่
ราวกับโลหะทมิฬกำลังหายใจ
โดยไม่ได้สนใจว่า
ใครจะได้ยินมันบ้าง
เกมนี้มันยังไม่จบลง
เเต่ว่ามันได้ข้ามเส้น
ที่ไม่มีใคร
ควรข้ามไปแล้ว.