“ก๊อก ๆ ๆ ๆ” เสียงเคาะกระจกดังขึ้น
“เชี่ย” เกียกกายอุทานขึ้นมาสั้น ๆ พร้อมสะดุ้งตื่น และหันไปมองทีปกรที่กำลังหลับอยู่
“ไอที ตื่น ๆ ๆ ไอที” เกียกกายเรียกพร้อมกับเขย่าตัวผู้เป็เพื่อน
ทีปกรลืมตาโพล่งขึ้นมา สูดหายใจเข้าดังเหือกพร้อมทั้งเอามือถูที่หน้าพากของตนเอง ด้วยวงแก้มที่แดงระเรื่อ และใจที่ยังเต้นระรัวไม่เป็จังหวะ เมื่อเ้าตัวนึกถึงความฝันเมื่อสักครู่ ก็เผยยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว
“ฝันดีชะมัด” ทีปกรบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“ร้อนเหรอวะ ทำไมตื่นมาแล้วหน้าแดง ๆ หรือว่านายไม่สบาย” เกียกกายมองไปที่หน้าของทีปกร และถามด้วยความเป็ห่วง
“มีอะไรเหรอวะ” ทีปกรถามขึ้นพร้อมทั้งมองไปรอบ ๆ รถ และไม่ตอบคำถามของเกียกกาย แต่ก็รู้อยู่เต็มอกถึงสาเหตุที่ทำให้หน้าแดง
“มีเสียงเคาะหน้าต่างอีกแล้ว ทำไงดีวะ”
“ก๊อก ๆ ๆ ๆ” เสียงกระจกดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงคนพูด
“มีใครอยู่ในนี้ไหมครับ”
“คนหรือผีวะเนี่ย” เกียกกายก้มหน้าห้มตาบ่นพึมพำ ส่วนทีปกรยังคงมองไปรอบ ๆ รถ และเห็นแสงสว่างส่องเข้ามา จึงทำให้รู้ว่าตอนนี้ฟ้าสว่างแล้ว
“เลิกขี้ขึ้นสมองได้แล้ว เช้าแล้ว” ทีปกรพูดพลางชี้ไปที่แสงที่รอดผ่านมาทางหน้าต่าง
“เออว่ะ เปิดประตูดิครับรออะไร” เกียกกายรีบเปิดประตูรถทันทีที่เห็นแสงสว่าง และทรุดลงบนพื้นประนมมือเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า ที่ตอนนี้มีเพียงแสงแดดอ่อน ๆ ส่องลงมา
“ขอบคุณ คุณพระคุณเ้าที่คุ้มครองลูกให้ปลอดภัย”
ทีปกรรีบออกมาจการถ พร้อมทั้งเดินไปที่เกียกกายและตบไปที่บ่าของเพื่อนสนิทเบา ๆ เพื่อให้รู้ว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน ส่วนเ้าหน้าที่ก็ได้แต่ยืนงงมองท่าทีที่แปลกประหลาดของเกียกกาย
“ทำไมมาจอดรถนอนอยู่นี้ล่ะครับ” เ้าหน้าที่ถามขึ้น
“เมื่อคืนรถดับครับ สตาร์ทไม่ติด” เกียกกายเงยหน้ามองเ้าหน้าที่และตอบคำถาม
“ไหนขอดูหน่อยครับ”
เกียกกายรีบลุกขึ้นจากพื้น และหลบทางเพื่อให้เ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในรถ เมื่อเ้าหน้าที่กดปุ่มสตาร์ทเครื่องก็ติดทันที
“อ้าวนี่ไงติดแล้ว ไม่เห็นเป็ไรนี่ครับ” เกียกกายและทีปกรหันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย
“สงสัยเครื่องคงเย็นขึ้นก็เลยสตาร์ทติดมั้งครับ” ทีปกรรีบพูดแก้เขินทันที
“แล้วทำไมไม่โทรแจ้งเ้าหน้าที่ล่ะครับ”
“สัญญาณโทรศัพท์ไม่มีทั้งสองเครื่องเลยครับ” เกียกกายพูด พร้อมทั้งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโชว์ให้เ้าหน้าที่ดู
“ก็มีนี่ครับ สัญญาณเต็มเลย” เ้าหน้าที่มองไปที่โทรศัพท์ของเกียกกาย ส่วนทีปกรก็หยิบโทรศัพท์ของตนเองขึ้นมาดู ก็มีสัญญาณเช่นกัน
“เอาล่ะ ๆ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรแล้วจะกลับที่พักหรือจะกลับบ้านดีครับ” เ้าหน้าที่พูดขึ้นพร้อมทั้งเดินออกมาจากรถ
“กลับบ้านครับ / ไปที่พักครับ” เพื่อนรักทั้งสองพูดขึ้นมาพร้อมกัน
“เห้ย ที่เจอเมื่อคืนไม่พอเหรอวะ อยากอยู่ต่อก็อยู่ไปคนเดียวแล้วกัน” เกียกกายเริ่มโวยวาย
“ก็ได้ งั้นนายกลับไปก่อนเลย”
“อ้าวเห้ย มาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกันดิวะ” เกียกกายเริ่มมีน้ำเสียงอ่อนลงเมื่อทีปกรตอบอย่างไร้เยื่อใย
“ถ้างั้นน้อง ๆ คุยกันไปก่อนนะครับ ส่วนผมขอตัวก่อนนะครับ” เ้าหน้าที่เริ่มรำคาญจึงรีบตัดบท เพื่อที่จะออกไปจากตรงนี้
“เดี๋ยวก่อนครับพี่” ทีปกรพูดขึ้นพร้อมทั้งรั้งแขนเ้าหน้าที่เอาไว้
“เมื่อคืนที่พวกผมเจอคืออะไรกันแน่ครับ พี่รู้ใช่ไหมว่าที่นี่มีอะไร” ทีปกรถามเ้าหน้าที่ และเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้เ้าหน้าที่ฟังทั้งหมด
เ้าหน้าที่มีสีหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไปและกลืนน้ำลายดังเอื๊อก เห็นได้ชัดเจนว่าเหงื่อของเ้าหน้าที่เริ่มแตกออกมาเป็เม็ดใหญ่ ๆ ทั้ง ๆ ที่อากาศตอนนี้กำลังเย็นสบาย
“พี่เป็ไรป่าวครับ” เกียกกายถามขึ้น ส่วนเ้าหน้าที่ก็ใช้มือข้างหนึ่งจับไปที่คอเสื้อและขยับให้หลวมขึ้น ส่วนอีกข้างหนึ่งก็โปกไปมา
“ไม่เป็ไรครับ ผมว่าไปที่พักกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง ขับรถตามผมมาได้เลยครับ”
“รอแป๊บหนึ่งนะครับพี่ พวกผมขอเอาที่บังแดดออกกันก่อน พอดีเมื่อคืนกลัวกันจนขี้ขึ้นสมองเลยล่ะครับ” ทีปกรรีบขึ้นรถด้านหลังและนำที่บังแดดออกทันที ส่วนเกียกกายก็ทำหน้าที่จัดการที่บังแดดด้านหน้า หลังจากนั้นทั้งสามก็ขับรถของตนกลับไปที่พัก