เชนพึมพำกับความว่างเปล่า ทิ้งไว้เพียงเสียงชีพจร ที่เต้นดังก้องในหู ของเขาเพียงลำพัง ที่อยากจะกรีดร้อง
ยังไม่ทันที่เขา จะได้หาคำตอบ
เสียงหวีดหวิวของอากาศ ก็กระแทกโสตประสาท ร่างของรุ่นพี่รินทิ้งตัวลงมาจากยอดตึกสูงของเขต 12 ราวกับปักษา สลัดปีก
เมื่อดาบยาวโบราณติดไฟ ในมือของรุ่นพี่ริน แผ่รังสีสังหาร เข้มข้นจนอากาศรอบข้างสั่นไหว เป็ระลอกคลื่นยาว
แต่ความวุ่นวายไม่ได้มีเพียงแค่เธอ นักเรียนจากเขต 14 โรงเรียนคริสเตียนหัวกะทิ ในชุดเกราะเสริมพลัง และศิษย์จากโรงเรียนคชสารคำรามเขต 15 ที่แผ่กลิ่นอาย ความกดดันดุจสัตว์ป่า ต่างพุ่งเข้าสู่สมรภูมิกลางเมือง อย่างพร้อมเพรียง
เมืองที่เคยเงียบเหงาบัดนี้เต็มไปด้วย 'เยลลี่ใส' มอนสเตอร์ รูปร่างประหลาด ที่เด้งดึ๋งไปตามซากตึก เสียง ดึ้ง! ดึ้ง! ของพวกมันฟังดูน่าขนลุก เมื่อมันเริ่มกัดกินเศษคอนกรีต และเหล็กเส้นจนพังพินาศ หนักกว่าเก่า
ฉัวะ! ฉัวะ! เปรี้ยง! ตู้ม!
ก้อนพุดดิ้งั์เ่าั้ ถูกฟาดฟันจนะเิกลายเป็เศษเนื้อเละๆ ปลิวว่อนไปทั่วท้องถนน การต่อสู้อันป่าเถื่อน ทำเอาเชนสติแทบหลุด
เขาตัดสินใจพุ่งตัวหลบเข้าไปในซอกหลืบ มืด ๆ ของซอยแคบ ๆ พลางหอบหายใจ รัวๆ ขึ้นมา "นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!"
ในขณะที่ข้างนอก มีเสียงะโสั่งการเื่ "จุดเกิดบอสปรากฏแล้ว" และเหล่าฮันเตอร์ พากันเคลื่อนพลไปทางนั้นเป็ทิศทางเดียว แม้แต่ลุงถือหม้อก๋วยเตี๋ยว หน้าดุ ยังต้องสู้ คำรามไปทางนั้น
เชนกลับต้องหันไปเผชิญหน้ากับความสยองขวัญส่วนตัว เมื่อเสียง ดึ้ง! ดึ้ง! ดังใกล้เข้ามาในเงามืด ดวงตาสีดำของเขาเบิกกว้าง มือควานหาอาวุธโดยสัญชาตญาณ จนไปคว้าเข้ากับ ท่อนเหล็กหนึ่ง ที่ตกลงมาพอดี
ปึก!
ซึ่งเขาไม่อยากคิด หากตึกพังเหล็กตกมาโดนเขา ตรงๆ จะเป็อย่างไร
เมื่อร่างเยลลี่พุ่งเข้าใส่หมายจะเขมือบ เชนก็แผดเสียงคำราม แล้วกระหน่ำ ฟาด เหล็กใส่ร่าง หยุ่น ๆ ของมันไม่ยั้ง
เปรี้ยง! เปรี้ยง! แรงต้านที่เหมือนยางยืดทำให้เขาแทบจะหมดแรงฟัน แต่วินาทีที่ความตายมาเยือน แกนกลางของมันก็แตก โพล่ะ! ร่างนั้นะเิออกทันที
[แจ้งเตือน: กำจัดสไลม์น้ำครำ]
[ไอเทมดรอป: ชีฟสกิลพาสซีฟติดตัว]
"หืม... มีไอเทมดรอป แบบนี้ด้วยเหรอ?" เขาเก็บของอย่างรวดเร็ว พลางสูดหายใจลึก
ก่อนจะเริ่มตีฝ่ามอนสเตอร์ที่ขวางทาง จนเกือบถึงหน้าซอย เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้งว่าเขาถึง เลเวล 2 แล้ว พร้อมแต้มสเตตัสพื้นฐาน 3 แต้ม
เชนไม่ลังเลที่จะอัพค่า STR เป็ 6 ทันที ความรู้สึกร้อนผ่าว แล่นผ่านกล้ามเนื้อแขน แต่มันดูเหมือนจะช่วยอะไรเชนไม่ได้มากนัก เมื่อต้องเผชิญกับฝูงมอนสเตอร์ ที่ล้อมอยู่ทุกทิศทาง
“เวรซวยของจริงแล้วไง จะมาตายกับไอ้ตัว หยุนๆ พวกนี้หรือ”
ทว่าในจังหวะวิกฤตนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์สองจังหวะ อันเป็เอกลักษณ์ ก็ดังสนั่นมาจากทางเข้าซอย
แง้นนนน! แง้นนนนน!
เ้าอ้วนอาเวย บิดเวสป้าคู่ใจ พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ท่าร่างการขับขี่ของมันดูพิลึกพิลั่น
แต่มันกลับใช้หน้ายางกระแทก มวลเยลลี่จนกลายเป็เศษเนื้อเละเทะ ปลิวกระเด็น เปรอะเปื้อนไปทุกที่ อาเวยหรี่ดวงตา ของเขาลงจนเล็กแคบทันที ที่เห็นคนไม่ควรมาอยู่ที่นี่
"เ้าเข้ามาในโลกรัตติกาลได้อย่างไร เชน ไอ้บ้าเอ้ย!" อาเวยะโ แข่งกับเสียงเครื่องยนต์
"นี่มันเื่อะไรกันแน่! เ้ายังไม่อธิบายให้ข้าฟังเลยนะ!" เชนสวนกลับ ด้วยความใ
อาเวยส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเคลียร์พื้นที่รอบๆ แล้วกวักมือเรียกเชนขึ้นรถ
มันพาเชนซิ่งลัดเลาะไปตามทางลาดชัน จนขึ้นมาหยุดอยู่บนยอดตึกสูง ที่พอจะมองเห็นภาพรวมของเมือง ได้ทั้งหมด จากจุดนี้
พวกเขาเห็นแสงสีจากการใช้พลังปราณและเทคโนโลยีขั้นสูงกระหน่ำใส่ร่างขนาดมหึมาที่อยู่ใจกลางเมือง
"นั่นแหละบอสใหญ่ที่พวกเขากำลังจัดการ" อาเวยกล่าวพลางชี้ไปที่จุดศูนย์กลาง "นี่แหละคืองานของฮันเตอร์ ผู้ฝึกปราณอย่างพวกเรา…เ้าเห็นป้ายสถานะ ของเ้าปรากฏแล้วใช่ไหม?"
เชนพยักหน้าเงียบๆ ลอบกลืนน้ำลายขณะมองการต่อสู้ที่เหนือชั้น บางคนใช้กระบี่ แผ่นยันต์วาดรูปจู่โจม บางคนมีชุดเกราะไฮเทค ที่ทหารใช้กันต่อสู้
ขณะอาเวย ตบไหล่เพื่อน กล่าวต่อ "หายากไม่น้อยที่มีคน 'ปลุกตื่นพลัง' ใน่เวลาแบบนี้"
"แต่ยังถือว่าโชคดีที่วันนี้ เป็เกตมอนสเตอร์ ระดับต่ำแรงค์ไม่สูง"
ไม่นานนัก แสงสว่างจ้าก็ะเิออกมาจากใจกลางเมือง พร้อมกับเสียงโหยหวนของบอส ที่ถูกจัดการได้สำเร็จ
โลกรัตติกาลเริ่มสั่นสะท้าน เตรียมตัวที่จะกลับคืนสู่โลกความเป็จริง ที่เชนเคยรู้จัก... แต่เขาเองรู้ดีว่า ชีวิตของเขาหลังจากนี้ จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป