เพอรี่มองน้องสาวด้วยสายตาที่เหมือนจะถามว่า เสียสติไปแล้วหรืออย่างไร? แต่เขาก็ไม่มีทางจะแก้ไขในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ มันไม่สําคัญเลยว่าจะเป็ความเขลาหรือความผิดพลาด เพราะสเตฟานี่พร้อมที่จะกันตัวเองออกมาจากเส้นทางของบร็อค แคนฟิลด์ ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับเขาทั้งสิ้นในอนาคต
แต่เธอมิได้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของความเป็จริงที่กําลังประจักษ์อยู่ สิ่งที่กระตุ้นให้เธอกระทําลงไปมันเป็อิทธิพลแห่งความคิดของตัวเองเท่านั้น
"เขาหว่านเสน่ห์เข้าให้แล้วหรือยังล่ะ?" เพอรี่ทาบเสื้อคลุมลงบนไหล่ให้น้องสาว ตั้งใจรอฟังคําตอบอยู่
"แน่ละ" สเตฟานี่อดหัวเราะไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงสบถเบาๆ หลุดรอดออกมาจากปากพี่ชาย "เอ...ที่จริงพี่ก็ไม่น่าแปลกใจอะไรนี่ เพราะยังเคยเตือนฉันด้วยซ้ำว่าเขาจะต้องทําอย่างนั้น"
การที่ได้เปล่งเสียงหัวเราะออกมาช่วยให้ประสาทที่ตึงเครียดคลายลงได้มาก การออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านออกจะเป็ความฟุ่มเฟือยที่ทั้งสองพี่น้องไม่ใคร่จะได้กระทําเท่าใดนัก สําหรับสเตฟานี่ด้วยแล้วจะมีโอกาสก็ต่อเมื่อคู่เดทของเธอชวนออกไปเท่านั้น เสื้อผ้าที่จะสวมใส่ก็มีไม่มากสุด
ค่ำวันนี้ เธออยู่ในชุดเรียบๆ สีน้ำตาลอมแดงซึ่งเธอเลือกที่จะสวมใส่ในโอกาสพิเศษเช่นนี้ เครื่องประดับมีเพียงเข็มขัดทองกับสายสร้อยคอเส้นเล็กๆ 2 เส้น พยายามชั่งใจอยู่นานกว่าที่จะตัดสินใจได้ว่าควรจะสวมชุดนี้ ซึ่งเธอเห็นว่ามันบ่งบอกถึงรสนิยมและเข้าสมัยอยู่
ออกจะโชคดีอยู่บ้างที่เพอรี่จะกลับมาถึงบ้านเมื่อ 20 นาทีก่อน ดังนั้นเขาจึงมิได้เห็นภาพความยุ่งยากใจที่เกิดขึ้นกับน้องสาวขณะที่เลือกหาเสื้อผ้าสําหรับสวมใส่ไปร่วมรับประทานอาหารค่ำ เขามีเวลาเพียงแค่อาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเท่านั้น เรือนผมสีน้ำตาลเข้มยังเปียกชื้นด้วยละอองน้ำจากฝักบัว สเตฟานี่มีความรู้สึกว่าพี่ชายกําลังลอบมองมาด้วยความห่วงใย ขณะที่เธอปลดกระดุมเสื้อคลุมตัวนอกอยู่
"มีอะไรเกิดขึ้น? สเตฟานี่?" เขาถามอย่างพยายามสะกดกลั้นความเคืองขุ่นในอารมณ์ไว้
เธอเบือนหน้าไปมองเขา เดินเข้าไปช่วยขยับเนกไทให้เข้าที่
"เอาเป็ว่าฉันไม่ได้เป็ลมล้มอยู่แทบเท้าเขาก็แล้วกัน ถ้าพี่เป็ห่วงเื่นั้นละก็" เธอพูดแบบติดตลก
"นี่ พูดอะไรให้มันจริงจังหน่อยไม่ได้หรือไง?" เพอรี่ชักไม่ชอบใจในคําตอบของน้องสาว พยายามจะแสดงตัวเป็พี่ชายอย่างเต็มที่ "พี่จะบอกให้นะว่า บร็อคนะไม่ใช่คนที่จะไปทําเล่นๆ ด้วยได้"
"ก็คงจะจริงอย่างที่ว่า" สเตฟานี่ตอบอย่างใจลอย
"ฟังนะ ถ้าเธออยากจะเปลี่ยนใจละก็ รับรองว่าพี่ช่วยแก้ตัวแทนให้ได้แน่ อาจจะบอกเขาว่าบังเอิญเธอมีเพื่อนขับรถมาพักอยู่กับเราโดยที่ไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว หรืออะไรทํานองนั้นก็ได้นี่" เขาเสนอแนะน้องสาว
"แล้วก็ต้องมานั่งทําอะไรกินเองยังงั้นนะ? ไม่เอาหรอกขอบใจ" สเตฟานี่สั่นศีรษะปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "ยิ่งกว่านั้นฉันก็ยังมีพี่ไปด้วยทั้งคนอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเอ่ยถึงแม่ยอดชู้คู่ชื่นของเขาที่จะต้องไปกับเราด้วยหรอก" เมื่อคิดไปถึงผู้หญิงคนนั้น เธอก็อดรู้สึกขื่นๆ ขึ้นมาอีกไม่ได้ขยับตัวเดินออกไปทางประตูพร้อมกับพูดว่า "เอาละ เรามีเวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้นนะ ที่จะไปให้ถึงโรงแรมน่ะ"
"เออ...จริงสินะ พี่ก็ลืมเื่ผู้หญิงคนนั้นไปเสียสนิทเลย" เพอรี่เดินตามน้องสาวออกไปที่รถสเตชั่น แวกก้อนซึ่งเป็รถของทางโรงแรม สีหน้าของเขาขมวดมุ่นเมื่อเอื้อมไปเปิดประตูรถให้ "ว่าแต่ว่า...เธอเกิดติดใจเขาเข้าแล้วงั้นรึสเตฟานี่?"
"ฉันคงผิดปรกติแน่ถ้าไม่เป็ยังงั้น" เธอตอบออกไปตามตรง "อย่าเป็ห่วงให้มันมากนักเลยน่าเพอรี่ ดีเสียอีกสิที่ฉันรู้ตัวแล้วก็ยอมรับเสียั้แ่เดี๋ยวนี้ แทนที่จะปล่อยให้ความรู้สึกมันหวนกลับมาทําร้ายฉันในวันหลัง เมื่อมันสายไปแล้ว"
"ก็หวังว่ามันจะเป็ความคิดที่มีเหตุมีผลอยู่หรอกนะ" แต่น้ำเสียงของพี่ชายไม่ได้บอกความพอใจเลยแม้แต่น้อย
เมื่อช่วยบิดประตูรถให้แล้ว เขาเดินอ้อมมาทางด้านคนขับ เลื่อนตัวเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย สเตฟานี่ลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่ค่อนข้างเครียดขรึมขณะที่เขาติดเครื่องยนต์อยู่ ความรู้สึกที่กระตุ้นอยู่ในใจทําให้เธอเอื้อมไปแตะแขนเพอรี่
"พยายามอย่าเป็ห่วงฉันให้มากไปนักเลยนะเพอรี่" เธอบอก "ฉันรู้ว่าพี่พร้อมจะต่อสู้เพื่อฉันอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ว่าในบางครั้งฉันก็ควรจะได้เผชิญเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองบ้าง"
"บางทีอาจจะห่วงมากเกินไปก็ได้" เพอรี่ตอบอย่างยอมรับ "แต่มันก็กลายเป็นิสัยเสียแล้วที่จะต้องคอยปกป้องคุ้มครองเธอ มันยากที่จะทําใจให้คิดได้ว่าเวลานี้เธอก็เติบโตเป็สาวเต็มตัวแล้ว"
"ฉันเข้าใจ" เธอมิได้โกรธเคืองเลยกับการที่พี่ชายพูดด้วยสุ้มเสียงแสดงความกังวลเช่นนั้น เพราะรู้อยู่ว่าเขามีความตั้งใจดีต่อเธอเสมอมา
และแล้ว เพอรี่ก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเป็เื่ห้องอาบน้ำที่จะเปลี่ยนแปลงเป็ห้องอบไอน้ำตามความคิดของตัวเองเสีย เขาเชื่อว่ามันจะต้องทํารายได้ให้กับโรงแรมมากขึ้น และยังสามารถจะต่อสู้กับโรงแรมที่เกิดขึ้นใหม่ได้ด้วย ขณะนี้มีสถานที่เล่นสกีเกิดขึ้นอย่างมากมายในแถบนั้น อย่างน้อยในขณะนี้ บร็อคมิได้คัดค้านในแผนการปรับปรุงโรงแรมเสียทีเดียว ซึ่งทําให้การพบกันในค่ำวันนี้มีความหมายยิ่งขึ้น
ภายในโรงแรมมีห้องรับประทานอาหารอยู่ 2 ห้อง แต่ห้องที่ใช้ในงานเลี้ยงอย่างเป็ทางการนั้นจะเปิดเฉพาะ่เวลารับประทานอาหารค่ำ และเป็ห้องอาหารเพียงไม่กี่ห้อง ในแถบนั้นที่แขกผู้เข้าไปรับประทานจะต้องแต่งตัวเต็มที่ แต่กระนั้นก็ยังหาที่ว่างได้ยาก หลังจากที่ใช้เวลามาจากการเดินทางไกล เล่นสกี หรือขี่จักรยานทางไกลกันมาแล้ว แขกส่วนใหญ่ก็มักจะยินดีแต่งตัวเข้ามานั่งรับประทานอาหารในห้องอาหารแห่งนี้ หรือแม้แต่ชาวท้องถิ่นก็ยังพอใจที่จะเข้ามาใช้บริการด้วย ซึ่งทําให้การจองโต๊ะล่วงหน้าออกจะเป็เื่จําเป็อยู่ ซึ่งแม้แต่ในคืนวันศุกร์ ก็มิได้รับการยกเว้น
หลังจากที่ฝากเสื้อคลุมกับเ้าหน้าที่แล้ว เพอรี่ก็พาสเตฟานี่เดินตรงไปยังโต๊ะที่บร็อคกับคู่เชยผมบลอนด์ของเขานั่งรออยู่ บร็อคผุดลุกขึ้นยืนต้อนรับเมื่อสองพี่น้องเดินเข้าไปใกล้ ชุดราตรีสีดําของเขาเป็เสมือนแร้วที่พร้อมจะดักสเตฟานี่ รอยยิ้มที่แฝงเร้นเลศนัยฉาบอยู่บนริมฝีปาก เมื่อประสานสายตากับเธอ สเตฟานี่รู้สึกใจคอหวั่นไหวอย่างประหลาด แต่ภาพสะท้อนในกระจกเงามิได้ฉายแววแห่งความหวั่นไหวนั้นออกมาให้เห็นเลย
"มาคอยนานแล้วหรือครับ?" เพอรี่ถามตามมรรยาท มากกว่าจะห่วงใยกับการที่บร็อคจะคอยจริงๆ
"ไม่นานหรอก เฮเลนกับผมเพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เอง เออ...คุณยังไม่รู้จัก เฮเลน คอนลินส์นี่นะ" บร็อคเอ่ยเป็
เชิงแนะนํา "แล้วนี่ก็คือผู้จัดการของผม ส่วนน้องสาวเขา สเตฟานี่น่ะ คุณพบกันแล้วนี่"
สเตฟานี่มิได้รับการต้อนรับทักทายจากเฮเลนมากไปกว่าการปรายตามองแวบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะหันไปส่งยิ้มฝืนให้เพอรี่ สีหน้าของเฮเลนในยามนี้บอกให้รู้ว่า เธอกําลังตกอยู่ในอารมณ์ทั้งผิดหวังและขุ่นเคืองกับการที่เพอรี่กับสเตฟานี่มานั่งร่วมโต๊ะด้วย เพราะใจจริงแล้ว อยากจะใช้เวลาเช่นนี้อยู่กับบร็อคตามลําพังมากกว่า
ความยินดีที่ได้เห็นอีกฝ่ายหนึ่งผิดหวังนั้น สเตฟานี่ไม่อยากจะเรียกมันว่าความริษยาเลย แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า ตัวเองกําลังตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น ก็ทําให้สเตฟานี่เรียกสติกลับคืนมาได้ และกําหนดไว้ในใจว่า จะต้องไม่ให้เวลาในตอนค่ำวันนี้สูญเสียไปกับความคิดริษยาที่บร็อคเอาอกเอาใจเฮเลนแน่
"นั่งนี่เถอะ เพอรี่" บร็อคตบที่นั่งข้างตัวทางด้านซ้ายซึ่งว่างอยู่ "เราจะได้คุยกันได้ถนัดหน่อยไม่ต้องะโข้ามโต๊ะ"
ซึ่งเท่ากับเหลือที่นั่งด้านตรงกับเขาไว้สําหรับสเตฟานี่นั่นเอง เธออาจจะไม่ได้นั่งข้างเขาก็จริง แต่หมายความว่า จะต้องนั่งเผชิญหน้ากันตลอดเวลารับประทานอาหารในค่ำวันนี้ เธอรู้ว่าจะต้องระมัดระวังสายตาของตัวเองอยู่มากที่จะไม่มองเลยไปทางเขา และเฮเลนดูจะสงบปากสงบคําเคร่งขรึมลงมาก
และก็เป็เช่นที่คิดไว้ ด้วยมรรยาทของสังคมทําให้สเตฟานี่ชวนเพื่อนสาวของบร็อคสนทนาบ้าง ด้วยการถามว่า เธอมาจากไหน และอื่นๆ แต่เมื่อเฮเลนมิได้มีท่าทีว่าอยากจะคุยด้วยเท่าไรนัก สเตฟานี่ก็ไม่คิดจะชวนคุยต่อ
ตลอด่เวลาของการรับประทานอาหารค่ำมื้อนั้น เธอได้แต่นั่งฟังบร็อคกับ เพอรี่ปรึกษาหารือกันในเื่ของการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงสถานบริการของโรงแรม ซึ่งมิได้เป็เื่ที่น่าเบื่อหน่ายเลย ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึก พอใจในความชาญฉลาดของ บร็อค เขาสามารถจะคิดอะไรได้อย่างเฉียบแหลมและรวดเร็ว ขณะเดียวกัน เธอก็ภาคภูมิใจในความสามารถของพี่ชายที่สามารถจะตามความคิดของนายจ้างได้ทัน
แต่ยิ่งการปรึกษาหารือระหว่างบุคคลทั้งสองดําเนินไปนานเท่าใด เฮเลนยิ่งอึดอัดไม่พอใจมากขึ้นเท่านั้น เริ่มจุดบุหรี่ติดต่อกันชนิดมวนต่อมวน เพราะดูเหมือนมันจะเป็ข้ออ้างเดียวสําหรับการที่เธอไม่อาจจะขัดจังหวะการปรึกษาหารือนั้นได้ สเตฟานี่ก็อดรู้สึกหมั่นไส้ในสายตาที่เฮเลน พยายามส่งให้บร็อคอยู่หรือท่าทางที่เธอพยายามจะเอนร่างเข้าไปหาเขาตลอดเวลาไม่ได้ แต่ปฏิกิริยาที่บร็อคสนองตอบ มันประสมประสานอยู่ระหว่างความเป็เฉย อดกลั้นและขําขันอย่างไรพิกล