ตอนที่ 6: เสียงกระซิบ
ค่ำคืนในจวนเซี่ยเงียบงันกว่าทุกครั้งกลิ่นดอกเหมยจากสวนหลังเรือนลอยอบอวลอยู่ในอากาศราวกับหมอกบางบางแสงจันทร์ครึ่งดวงทาบเงาลงบนผนังไม้ ทว่าภายในใจของเซี่ยลั่วหานนั้นกลับไม่สงบแม้แต่น้อย
“ข้าไม่ได้ฝัน… ข้าจำเสียงเขาได้จริง ๆ”
“เซินหลาง… ยังมีชีวิตอยู่ และเขารู้อะไรมากกว่าที่เขาพูด”
ลั่วหานนั่งอยู่ในเรือนกลาง ยามสามของคืนในมือมีสมุดบันทึกของบิดาที่นางยังอ่านไม่จบหน้าแล้วหน้าเล่าเต็มไปด้วยอักษรจีนเรียงรายแต่ที่หน้าเกือบสุดท้ายมีเพียงข้อความเดียว...
“ถ้าข้าหายตัวไปอย่าร้องไห้แต่จงค้นหาว่า ‘ใครไม่ได้ร้องไห้เลย’”
นางอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา ราวกับหวังว่าจะมีคำอธิบายซ่อนอยู่ในระหว่างบรรทัดแต่นางรู้ดี… นั่นคือ รหัส คือปริศนาที่บิดาทิ้งไว้และมันเกี่ยวกับคนรอบตัวคนที่อยู่ในจวนนี้… หรืออาจจะในวังด้วยซ้ำขณะนางเดินผ่านสวนเหมยเพื่อกลับห้องพัก เสียงแ่เบาราวสายลมก็ดังขึ้นข้างหู
“เ้าเริ่มรู้แล้วใช่หรือไม่...ว่าความตายของบิดาเ้า ไม่ใช่อุบัติเหตุ”
ลั่วหานชะงัก ฝีเท้าหยุดลงทันทีนางหันมองรอบตัวไม่มีผู้ใดเงาไม้ไหวไกว ลมพัดใบเหมยปลิวร่วงเสียงนั้นราวกับไม่ได้มาจากมนุษย์… แต่มาจากในใจ
“จงไปที่ศาลาริมสระ…ตรงที่มารดาเ้าชอบนั่งในอดีต”
“คำตอบ… รอเ้าอยู่ที่นั่น”
นางไม่รู้ว่าเป็เสียงใครแต่จิตใต้สำนึกหรืออาจจะเป็ความแค้นผลักดันให้นางก้าวเท้าไปในทันที
ที่แห่งนั้นเงียบราวป่าช้าเสียงจิ้งหรีดในพุ่มไม้และแสงตะเกียงลางๆริมน้ำทำให้บรรยากาศราวโลกอีกใบหนึ่งนางเดินไปที่โต๊ะหินหน้าศาลาและก็พบว่า…มีของบางอย่างซ่อนอยู่ใต้แผ่นหินเป็ “กล่องไม้เล็ก” ฝังอยู่ภายใน
นางหยิบมันขึ้นมาเปิดออกภายใน…คือ “ปิ่นปักผมของมารดา”และ“กระดาษแผ่นหนึ่ง” เขียนเพียงข้อความเดียว
“คนที่ปลุกความลับในวัง...คือคนที่รู้ความลับของพ่อเ้า”
“และเขากำลังรอเ้าอยู่… ที่งานเลี้ยงในวังอีกสามวัน”
ลั่วหานเม้มปากแน่น ทุกเส้นทางพานางกลับสู่วังหลวงอีกครั้งครั้งนี้... ไม่ใช่เพื่อการต่อรอง แ
ต่เพื่อ ‘เปิดโปง’