ตอนที่ออกมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านรอยยิ้ม ระหว่างที่ผมใช้ชีวิตอยู่ในนั้น ผมก็กังวลกับอนาคตของตัวเองว่าจะได้เรียนหนังสือได้รับปริญญา มีงานทำเหมือนคนอื่น ๆ ไหม ต้องทำอะไรถึงจะได้ใช้ชีวิตที่เหมือนกับคนอื่นสำหรับผม พลังวิเศษที่เรียกว่า พลังจิต ถึงจะเป็พลังที่ต้องแอบซ่อนไว้ก็ตามแต่ผมก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่ใช้มันหรอกนะ
“อาชีพไหนถึงจะดีนะ...”
ต้องเป็งานที่หาเงินได้ดี จะได้ไม่มีใครสงสัยในอีกตัวตนของผมเพราะในความเป็จริง พวกคนมีเงินมักจะไม่ถูกตรวจสอบหรือสืบสวนในคดีต่าง ๆนอกเสียจากคดีเกี่ยวกับเงิน
“เงินยิ่งเยอะก็ยิ่งดี”
ต้องหาเงินให้ได้มากกว่าการหาเงินเพื่อประทังชีวิตไปวัน ๆ คนเราต้องไม่มีปัญหาเื่เงินถึงจะวางแผนชีวิตในการทำเื่อื่น ๆ ได้และอีกอย่าง
“ถ้าเป็อาชีพที่สามารถฝึกฝนพลังให้แข็งแกร่งขึ้นได้ก็ยิ่งดี”
แก่นแท้ของพลังจิตคือ การจดจ่อและสมาธิ การนั่งสมาธิก็ดีแต่วิธีที่ทำให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดคือ การฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง สมาธิก็จะพัฒนาตามไปด้วยต้องแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ
“ถ้าเป็งานที่หาเงินได้เยอะและช่วยฝึกฝนร่างกาย ก็ต้องเป็นักกีฬาสินะ”
ทำอะไรดีละ
ไม่ว่าจะเป็กีฬาประเภทไหน ก็ควรเป็ประเภทที่ไม่ต้องใช้ความพยายามใช้แค่ความสามารถก็พอและไม่ใช่ว่าจะเป็กีฬาประเภทไหนก็ได้ ผมอยากจะซ่อนตัวเองไม่ให้โลกรู้ให้ได้มากที่สุดเท่าจะทำได้
ก่อนอื่น ตัดประเภทที่ต้องออกสื่อบ่อย พวกที่แข่งเป็ทีมก็คงไม่เหมาะ
“ไม่ควรจะมีสังกัดด้วย”
ต้องเป็อิสระ
กีฬาที่สามารถหาเงินได้เยอะ แล้วยังสามารถเล่นคนเดียวได้ ต้องเป็กีฬาประเภทที่ไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนเงื่อนไขซับซ้อนแต่ก็มีตัวเลือกไม่มากกีฬาที่ผมจะเลือกก็คือ
“กอล์ฟ”
มันช่างสมบูรณ์แบบ
อย่างตอนไปทัวร์โปรกอล์ฟ แค่แข่งในประเทศจำนวนเงินรางวัลก็หลายร้อยล้านแล้วถ้าไปแข่งแล้วชนะครั้งนึงก็น่าจะไม่ต้องกังวลเื่เงินได้เลย ไม่ต้องมีทีมไม่ต้องมีสังกัด ไม่ต้องเซ็นสัญญากับสปอนเซอร์ด้วย
แค่นั้นไหมนะ
ถ้าไม่ใช่นักกอล์ฟที่มีชื่อเสียงระดับโลก ก็ไม่มีใครสนใจ แต่ถ้าบังเอิญได้ออกสื่อจริงๆ ผมก็แค่ใส่หมวก ใส่แว่นกันแดด ปิดหน้าไว้ก็ได้ ข้อดีที่สุดของกีฬากอล์ฟคือ สามารถใช้พลังจิตได้เพราะตรวจสอบยาก
“ครูครับ ผมอยากเป็นักกอล์ฟครับ”
ผมตอบคำถามของคุณครูเกี่ยวกับอนาคตของผมไปเช่นนั้นและคำตอบนั่นก็ถูกตอบรับจากคนที่เคยเป็โปรกอล์ฟเขามาทำกิจกรรมอาสาสมัครเพื่อเด็กกำพร้า เขามาพร้อมกับเป้าเล็งหลายพันชิ้นกับลูกศรและอุปกรณ์การตีกอล์ฟ เช่น พรมซ้อมตีพัตต์[1]
ผมซ้อมตีพัตต์สำเร็จทุกลูก ผมเห็นได้ว่าโปรกอล์ฟคนนั้นสนอกสนใจในตัวผมเล็กน้อย
“ทุกคนเป็ไงบ้าง ลุงมาแล้ว ฮ่า ๆๆ”
โปรกอล์ฟกลับมาหาอีกครั้ง เขาถือตะกร้าตาข่ายมาด้วย ผมทำให้เขาเห็นว่าผมสามารถตีช็อตแอปโพรช[2] ได้สำเร็จมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ต่างจากการพัตต์ ผมพยายามทำวงสวิงอย่างแเีโดยการควบคุมพลังจิตในระดับที่ผมคิดว่าต้องถ่ายเป็เืแน่ ๆ โชคดีที่เขาไม่ได้สังเกตว่าผมใช้พลังจิตเขานึกว่าเป็พร์ที่ผมมีมาั้แ่เกิด
“ชื่อบยองฮันใช่ไหมเรา ไม่คิดอยากจะลองศึกษากีฬากอล์ฟดูหน่อยเหรอ”
ทำไมจะไม่อยาก
อยากจะตายอยู่แล้ว
“อยากเรียนครับ!”
แค่คำเดียวก็น่าจะเพียงพอ เพราะผมแสดงความมุ่งมั่นออกมาจากแววตา เขาจึงเตรียมทุกอย่างเพื่อให้ผมได้เรียนกอล์ฟ และเพราะลุงคนนั้น ผมก็มีอาชีพที่สามารถหาเงินได้
โปรกอล์ฟเป็อาชีพที่ดูหรูหราและยังสามารถซ่อนด้านมืดของผมไว้ได้อีกด้ว
-ปั่ก
ลูกกอล์ฟพุ่งไปปะทะเข้ากลางเป้า ลอยอยู่กลางอากาศที่ล้อมรอบด้วยตาข่ายสีเขียวทั้งสี่ด้านร่องรอยของลูกกอล์ฟยังคงอยู่ รอยของลูกกอล์ฟที่ผมตีไปโดนทุกคนต่างมองด้วยความชื่นชม
“โปรยอม วันนี้ก็สบาย ๆ เลยนะ”
“ระดับโปรนี่คนละชั้นเลย”
“ตีแม่นแบบนั้นได้ยังไงเนี่ย ฮ่า ๆๆ”
ผมวางไดรฟ์เวอร์[3]ลงแล้วหันกลับไปมองด้านหลังเวลามาที่สนามฝึกทีไร ก็มีคนมาดูเสมอ แต่วันนี้เหมือนมีคนมาดูเยอะเป็พิเศษ
“ทุกคนไม่ซ้อมกันเหรอครับ”
ผู้ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงกลางตอบคำถามของผม
“ต้องซ้อมอันนี้ด้วยสิ อิมเมจเทรนนิ่ง”
“ฮ่าๆ... อย่างนั้นเหรอครับ”
ก็บอกสิว่าแค่อยากมาดูเฉย ๆ
“มาตีแค่ในตาข่ายซ้อมกอล์ฟ ไม่ถอดแว่น ถอดหมวกออกหน่อยเหรอ”
เขาเป็เ้าของสนามฝึกซ้อม ทั้งหลงใหลในกีฬากอล์ฟ และเป็ที่รู้กันของคนละแวกนั้นว่าเขาร่ำรวย
“ใช่ ให้เห็นหน้าหล่อ ๆ หน่อย มาถ่ายรูปด้วยกันยิ่งดีเลย ฮ่า ๆๆ”
“เถ้าแก่คิมไม่รู้อะไรซะแล้ว คุณโปรยอมของพวกเรา ให้ตายยังไงเขาก็ไม่ยอมถ่ายรูป”
“ทำไม หน้าตาออกจะหล่อ”
“เขาบอกว่าไม่ชอบน่ะ”
พวกคนที่เข้ามาดูผมซ้อม ปล่อยผมไว้แล้วก็พูดไปเรื่อยเปื่อย ผมไม่มีทางเลือกอื่นเพราะในสนามฝึกนี้มีผมคนเดียวที่เข้าร่วมทัวร์โปร
“โปรยอมไม่อึดอัดเหรอ แดดก็ไม่ได้แรงนะ”
จากคำพูดของเถ้าแก่ชิน ผมเอานิ้วชี้ไปที่ขมับของผม
“ฝึกสมาธิด้วยครับ เป็รูทีนเลยครับ ทุกครั้งที่ผมตีกอล์ฟผมก็แต่งชุดแบบนี้ครับ”
“โอ้ ซ้อมเสมือนจริงเหรอ”
“ประมาณนั้นครับ”
“ว่าแล้ว โปรกอล์ฟนี่คนละระดับเลยนะเนี่ยขนาดว่ามาซ้อมปกติยังทำตามรูทีนเลย”
“มันเป็กีฬาที่ต้องใช้สมาธิยังไงล่ะครับ”
ผมยิ้มเล็กน้อย แล้วกลับมาเข้าท่าเตรียมดังเดิม ในตอนนั้นก็มีคำพูดที่ไม่ค่อยเข้าหูผมดังมาจากช่องซ้อมข้าง ๆ
“ทำมาเป็พูดรูทงรูทีน แต่เห็นไปแข่งบ้างไม่แข่งบ้างนี่ คิก ๆ”
เขาทำเหมือนพูดกับตัวเอง แต่ใช้โทนเสียงดังพอที่จะทำให้ทุกคนได้ยิน
ผมเอี้ยวตัวไปมอง
เป็ผู้ชายวัยรุ่นอายุราว ๆ เดียวกับผม ทั้งสร้อยทอง กำไลทองของแบรนด์หรู รู้สึกได้ถึงการเป็เศรษฐีใหม่
“พ่อหนุ่ม ไม่เสียมารยาทเกินไปหน่อยเหรอ เ้าตัวเขาก็ยืนอยู่ตรงนี้”
ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งถาม
“ผมก็ไม่ได้พูดอะไรผิดนี่ครับ”
เขาพูดสั้น ๆ
“แล้วคุณเป็โปรกอล์ฟไหม”
“เปล่าครับ”
“แล้วรู้ได้ยังไงว่าที่พูดมามันผิดหรือมันถูก ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยก้าวไปในโลกของโปรกอล์ฟเลย”
“มีแต่คนบอกว่าโปรแกรมทัวร์ของเขามีปัญหาเพราะว่าชอบลงแข่งบ้างไม่ลงแข่งบ้าง”
“อันนั้นเพราะว่าเขายังเด็กและไม่มีประสบการณ์ ไปได้ยินโน่นได้ยินนี่มาแล้วทำเป็รู้มากมาพูดจาหยาบคายแบบนี้ได้ยังไงกัน”
พอชายวัยรุ่นได้ยินเช่นนั้นเขาจึงโยนไม้ในมือทิ้งและแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา
“เฮ้ย ไอ้เวร ฉันจะพูดอะไรมันก็เื่ของฉันไหม!”
“...!”
“ประสบการณ์? ถ้าประสบการณ์ไม่พอก็ต้องออกไปตีที่สนามจริงสิ มาซ้อมอยู่ในนี้ทำไมล่ะ”
“อะไรเนี่ย ฉันเป็เ้าของที่นี่นะเว้ย แกออกไปเลย!”
ขนาดว่าเถ้าแก่ชินที่อยู่นิ่ง ๆ ยังออกโรงช่วยไล่ชายวัยรุ่นคนนั้น สุดท้ายผมก็ต้องออกมาห้ามพวกเขา
“เถ้าแก่ชิน เถ้าแก่คิมครับ พอเถอะครับ คุณเองก็ด้วยครับ”
“ถ้างั้น ลองบอกมาสิ ว่าฉันพูดผิดตรงไหน”
“ถึงจะไม่ผิด แต่ว่าพอฟังแล้วก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเลยนี่ครับ”
“ไหนบอกว่าเป็โปร เป็โปรชื่อดังแล้วยังไง ควรรับคำวิจารณ์ให้ได้สิ”
ที่พูดมาก็ไม่ได้ผิด แต่ตีความเอาความคิดตัวเองเป็ใหญ่
ผมยิ้มอย่างแสแสร้งแล้วตอบกลับไปว่า
“ก็ใช่ครับ...”
“เออ ต้องแบบนั้นสิ แต่ว่า...”
เขาหยิบไม้กอล์ฟขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับชี้มาที่หน้าผม
“ถ้าฉันพูดถูก ก็ควรจะขอโทษกันหน่อยไหม ก้มหัวลงสิ”
เถ้าแก่ชินได้ยินดังนั้นจึงเดินออกมาข้างหน้าด้วยความโมโห แต่ผมยื่นมือออกไปห้ามเถ้าแก่ไว้ก่อน
“ครับ ต้องขออภัยด้วยครับ”
“โปรยอม!”
“ทำไมต้องไปขอโทษมัน! ไม่ต้อง!”
“ไปก้มหัวให้ไอ้กุ๊ยนี่ทำไม!”
ทุกคนต่างแตกฮือ แต่ผมก็ยังคงก้มหัวอย่างสุภาพตามที่เห็น ผมอมยิ้มเล็กน้อย
“ผมหวังว่าคุณจะสบายใจขึ้นนะครับ”
ถึงจะดูจากสีหน้าแล้วยังคงไม่สบายใจก็ตาม
บางครั้งการยิ้มทำให้อีกฝ่ายอ่อนลง ตอนนี้เองก็เช่นกัน คนที่ขอโทษก่อนจะดูเป็คนที่อ่อนน้อมใจกว้าง ในทางกลับกันฝ่ายที่รับคำขอโทษจะโดนต่อว่า
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวก่อนนะครับ เถ้าแก่ครับ ขอบคุณนะครับ”
“เออ โปรยอมก็กลับดี ๆ ก็แล้วกัน”
“เื่วันนี้ไม่ต้องใส่ใจหรอกนะ เตรียมแข่งให้ดีล่ะ”
“อือ ครั้งหน้าชนะแล้วเอาถ้วยมาอวดเลยนะ”
พอผมได้รับกำลังใจจากทุกคน ชายคนนั้นก็แสดงสีหน้าออกมาเหมือนอยากจะอาเจียนยังไงยังงั้นแสดงถึงความรู้สึกอึดอัด เป็สีหน้าที่เจอเื่ผิดคาดจากที่เดาไว้ ผมไม่สนใจเขาและเดินออกมาจากจุดนั้น
“น่าเสียดายอยู่นะ”
ผมหยุดเดินและคิดว่าควรใช้อีกตัวตนของผมตามสืบเขาและลงมือดีไหม แต่ผมก็ส่ายหัวสลัดความคิดนั้นออกไปแค่นั้นมันเทียบอะไรไม่ได้กับผู้อำนวยการหรอก ยิ่งไปกว่านั้นการที่เขาทำตัวแบบนั้นคงไม่ได้กลับมาเหยียบที่สนามฝึกนี่อีก ครั้งนี้แค่ปล่อยผ่านไปก็พอ
ผมลงไปที่ลานจอดรถและเปิดประตูหลังรถแลนด์โรเวอร์และหลังจากวางกระเป๋ากอล์ฟไว้อย่างเบามือก็สตาร์ตรถออกมาทันทีถนนสี่เลนที่มีรถไม่มาก สามารถขับได้สบาย ๆ ทั้งอากาศที่สดชื่นแจ่มใสรู้สึกอยากจะออกไปไหนสักที่
“อากาศดีจนอยากจะตายไปเลย”
ในตอนนั้นที่ผมกำลังขับรถและพูดจาเหมือนท่องบทหนังอยู่นั้น จู่ ๆก็ได้ยินเสียงท่อไอเสียดังขึ้นมา ผมมองไปที่กระจกมองหลัง
เฟอร์รารี่สีแดง
-ปี๊น ปี๊น ปี๊น
เฟอร์รารี่คันนั้นบีบแตร ไล่ตามหลังผมมาติด ๆ
-ปี๊น ปี๊น ปี๊น
อะไรเนี่ย
จะบีบแตรทำไม
รถผมมีอะไรแปลกเหรอ
ผมมองไปที่แผงหน้าปัดรถ และมองไปที่กระจกข้าง ก็ไม่มีอะไรแปลก
-ปี๊น ปี๊น ปี๊น
หรือเป็พวกบ้า ๆ บอ ๆ ?
เฟอร์รารี่คนนั้น เร่งความเร็วขึ้นมา ขวางหน้ารถผมแล้วเหยียบเบรกทันทีมันเริ่มจะทำตัวหมา ๆ แล้วสิ
ความหงุดหงิดของผมพุ่งขึ้นมาเพราะการขับรถแย่ ๆ แบบนั้น
“วันนี้มันวันอะไรวะเนี่ย”
โชคไม่ดีแน่ ๆ พอเจอเื่แย่ ๆ มาก็ยังจะเจอเื่แย่อีก
-บรื๊นนน
เฟอร์รารี่เปลี่ยนเลน พร้อมกับลดความเร็วลง พอขับตีคู่กับรถของผม เขาลดกระจกลงผมจึงเห็นหน้าเขาได้
“เฮ้ย ไอ้หอยทาก ขับเร็วๆ หน่อยสิวะ เช่าถนนไว้หรือไง!”
เขาคือคนที่สนามฝึกตีกอล์ฟ
อย่าบอกนะว่าตามผมมา? เพื่อมาหาเื่กันเนี่ยนะ
“เหอะ...คนบ้านี่มีทุกที่เลยสินะ”
ขอถอนคำพูดเมื่อกี้หน่อย
ไม่ใช่ อากาศดีจนอยากตาย แต่เป็อากาศดีจนอยากจะฆ่าคนให้ตายต่างหาก
-บรื๊นนน
ผมไม่สนใจกับคำหยาบคาย และเร่งความเร็วขึ้น เขาก็เร่งเครื่องตามผมมา บนถนนมีรถไม่มากนักดังนั้นจึงไม่มีปัญหาที่รถสองคันจะขับตีคู่กันด้วยความเร็วสูง
ผมเหลือบมองเนวิเกชั่น
“ข้างหน้าอีก 300 เมตร...”
ผมตรวจเช็กทางถนนข้างหน้า แล้วเหยียบคันเร่งเพิ่ม รถของเขาเร็วสมกับที่เป็ซูเปอร์คาร์เร่งความเร็วตามผมมาติด ๆใครมองมาอาจจะเข้าใจผิดนึกว่าที่นี่เป็สนามแข่งรถก็เป็ได้
[ระวังทางโค้ง]
ตามที่เนวิเกชั่นบอก เป็ทางโค้งซ้าย
ผมอยู่เลน 1 ส่วนเขาอยู่เลน 2 ผมเหลือบมองไปที่กระจกด้านขวาจ้องไปที่พวงมาลัยของเฟอร์รารี่
“ลาก่อน”
ผมใช้พลังจิตบังคับพวงมาลัยของเขา
“ถ้าแกสามารถดริฟต์ได้โดยไม่หักพวงมาลัยจะไว้ชีวิตแกเลยไหนขอดูฝีมือหน่อยซิ”
ผมเหยียบเบรกก่อน แล้วจ้องมองเฟอร์รารี่ที่พุ่งตัวไปข้างหน้า ไฟท้ายรถของเขาสว่างขึ้นและมีเสียงอย่างที่ผมคาดเดาไว้ดังขึ้นเขาคงรู้สึกทั้งอยากที่จะเอาชนะผม และรู้สึกใที่ไม่สามารถขยับพวงมาลัยได้ความรู้สึกเ่าั้ทำให้เขางุนงง จนลืมเหยียบเบรก
-กึกกก โครม!
เฟอร์รารี่ทะลุรั้วกั้นถนนตกลงไปจากหน้าผา
ตกลงไปขนาดนั้น ต่อให้เป็โคตรพ่อรถซูเปอร์คาร์ยังไงก็ตาย ผมละสายตาออกจากกระจกมองหลังดูฉากนั้นแล้วพึมพำเบา ๆ
“ประมาณนี้ก็โอเคแหละมั้ง”
ผมใช้ตัวตนนี้ในการลงมือก็กังวลอยู่นะ แต่ใครจะไปรู้ล่ะ ว่านี่คือการถูกฆาตกรรม
ตกดึกผมเดินทางมาถึงบริเวณละแวกบ้าน ข่าวในวิทยุก็ออกมาพอดี
“วันนี้ ประมาณ 14 นาฬิกาเกิดอุบัติเหตุขึ้นที่ถนนสายยังพย็อง จังหวัดคยองกีรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ...”
เป็ข่าวเกี่ยวกับเขา ผลก็คือตายคาที่ ในข่าวไม่มีร่องรอยว่าถูกฆาตกรรม
“ไม่จำเป็ต้องกังวลเลยสินะ”
พอข่าวจบผมก็มาที่ออฟฟิศเทล[4]ที่ผมอาศัยอยู่หลังจากจอดรถเสร็จ ก็มุ่งหน้าไปทางเข้าลิฟต์ ผมย้ายมาอยู่ได้ประมาณหนึ่งเดือนจนเริ่มคุ้นเคยกับที่นี่แต่ว่าพอผมถึงที่ประตูทางเข้าห้องของผมก็เห็นฉากที่ไม่คุ้นเคยเพราะมีใครบางคนมารอผมอยู่
“สวัสดีค่ะ คุณโปรกอล์ฟยอมซอกฮุน หรือต้องเรียกว่ายอมบยองฮันดีคะ? เรียกแบบไหนดีนะ โฮ่ ๆ”
เป็ผู้หญิงที่ผมเพิ่งเคยเห็นหน้า
เธอคือใครกัน
[1] การพัตต์ คือ การกลิ้งลูกด้วยพัตเตอร์ให้ได้ความเร็วที่เหมาะสมและให้ลูกอยู่บนทิศทางที่ถูกต้อง
[2] แอปโพรช คือ การตีลูกเข้าหากรีนหรือบริเวณหลุมที่มีหญ้าเรียบที่สุด เพื่อให้สามารถพัตต์ลูกลงหลุมได้ในการตีครั้งถัดไป
[3] ไดรฟ์เวอร์ คือ หัวไม้ขนาดใหญ่และยาวที่สุดในถุงกอล์ฟเป็ไม้ที่ใช้สำหรับตีบนแท่น Tee Off และเป็ไม้ที่ตีไกลที่สุด
[4]ออฟฟิศเทล คืออพาร์ตเมนต์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้เป็สำนักงานและใช้อยู่อาศัยไปในตัว คล้ายกับโฮมออฟฟิศแต่เป็ตึกสูง