บทที่ 9 ขายดิบขายดี
เวลานี้เป็่เวลาที่ทุกคนในโรงงานกำลังเดินทางกลับบ้านโชคดีที่บ้านของฟางเซียนไม่ไกลจากโรงงานเท่าไหร่นัก เธอมาถึงได้ยืนชะเง้อมองหาซิงเยียน เห็นเธอโบยมือร่ำลาลูกน้องในโรงงานเมื่อหันมาเห็นฟางเซียนเธอรีบเดินเข้ามาทักทายทันที
"สวัสดีค่ะป้าฟางเซียนมารับพี่ลู่หลินหรือคะ?"
"อ้อ…ไม่ใช่จ้ะ ป้ามาที่นี่เพราะ้าเจอหนูซิงเยียนมาคุยกับป้าสักหน่อยได้มั้ย " ซิงเยียนคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยแต่ก็ยอมเดินตามฟางเซียนไปยืนคุยไกล ๆ ผู้คน
"คุณป้ามีเื่อะไรหรือคะ? "
"ป้าอยากจะถามหนูอย่างจริงใจ หนูซิงเยียนชอบลูกชายของป้าหรือเปล่าจ้ะ " เมื่อถามขึ้นใบหน้าของเธอแดงระเรื่อราวมะเขือเทศ ยืนบิดอายไปมาเผยให้ฟางเซียนเห็นโดยที่เธอไม่ต้องตอบก็รู้ว่าเธอคิดยังไงกับเหวินเทียน
"ป้าฟางเซียนถามอย่างนี้จะให้ฉันตอบยังไงคะ หากจะว่าชอบก็คงตรงไป "
"ไม่เลยเพราะป้ามาหาหนูวันนี้เพราะมีความจริงจะบอก จริงสิวันนี้ลู่หลินเล่าให้ป้าฟังแล้วว่าหนูรู้แล้วเื่ที่เหวินเทียนหย่ากับภรรยา ตอนนี้เขาโศกเศร้าเสียใจมากจนไม่ได้สติ หากตอนนี้หนูซิงเยียนเข้าไปปลอบใจอยู่เคียงข้างเขาคงจะมีกำลังใจขึ้นมา วันนี้หนูมีเื่จะต้องทำหรือเปล่า?"
"น่าสงสารพี่เหวินเทียนจังเลยนะคะ แล้วทำไมเขาถึงเลิกกับภรรยาล่ะคะ หากพี่เหวินเทียนรักเธอขนาดนั้น" ซิงเยียนดีใจแต่พยายามรักษาหน้าตัวเองไว้ไม่ให้แสดงออกมากเกินไปแสร้งทำเป็ถามถึงเื่ที่เหวินเทียนเลิกกับภรรยาเก่า
"เพราะว่าลูกสะใภ้คนนั้นไม่ได้รักเหวินเทียนยังไงล่ะ หลอกล่อให้เหวินเทียนรักจนหมดใจ จนแกล้งฆ่าตัวตายและเรียกร้องให้เหวินเทียนหย่า นั่นยังไม่พอแถมยังขู่เข็นเอาค่าเสียหายจากครอบครัวเราด้วย เหวินเทียนรักเธอเสียจนยอมจ่ายเงินให้เธอห้าสิบหยวน เ้าเล่ห์นัก" ฟางเซียนเอ่ยออกมานึกทีไรก็โมโหไม่หายที่จะต้องเสียเงินจำนวนมากให้เหม่ยหลิง
"หากเป็อย่างนั้นฉันจะไปปลอบใจพี่เหวินเทียนค่ะ " ซิงเยียนไม่รู้ถึงความเ้าเล่ห์ของว่าที่แม่สามีจึงยอมตามเธอไปที่บ้าน จากนั้นเธอได้วางยานอนหลับให้ซิงเยียนก่อนที่จะเข้าไปหาเหวินเทียนที่ห้อง ยามนั้นเองที่เหวินเทียนได้สติแต่ยังคงเมาไม่สร่างเห็นซิงเยียนเป็ภรรยาของตัวเองนึกดีใจที่เธอกลับมาหา โอบกอดเธอแน่นก่อนจะร่วมหลับนอนด้วยกัน ฟางเซียนแอบมองอยู่เห็นว่าแผนสำเร็จเธอยิ้มนอนยิ้มใหญ่ออกมาอย่างพึงพอใจ เพราะต่อจากนี้ชีวิตครอบครัวของเธอจะได้สุขสบายไปตลอดชาติ
รุ่งเช้าวันต่อมา
บ้านตระกูลฟ่ง
วันนี้เหม่ยหลิงตื่นแต่เช้าจัดหน้าร้านวางซาลาเปาตั้งโต๊ะขายอย่างทุกวันมีลูกค้าที่เดินผ่านมาเรียกซื้อ
"ซาลาเปาลูกละเท่าไหร่ครับ"
"ซาลาเปาลูกละสองเจี่ยวค่ะ รับเท่าไหร่ดีคะ"เหม่ยหลิงรีบตอบลูกค้าทันทีที่มาถาม
"งั้นเอามาห้าลูก " เหมยหลิ่งดีใจนาน ๆ ครั้งที่จะมีคนมาซื้อทีเดียวห้าลูกอย่างนี้เธอรีบหยิบซาลาเปาใส่ถุงยื่นให้ทันที
"นี่ค่ะซาลาเปาห้าลูกเป็เงินหนึ่งหยวนค่ะ"เขาควักเงินออกมายื่นให้เธอก่อนจะเดินจากไป
"วันนี้วันดีจริง ๆ เลยรับเงินหนึ่งหยวนแต่เช้า เวยอันหิวหรือยังพี่ทำซุปไว้ในครัวหากหิวแล้วยกออกมากินได้เลยนะ "
"ครับพี่เหม่ยหลิง" เวยอันช่วยเหลืองานเหม่ยหลิงกำลังเช็ดถูบ้านอยู่อย่างขะมักเขม้นั้แ่ย้ายออกมาอยู่กันสองคนพี่น้องเขาไม่โดนทุบตีอีกเลย เหม่ยหลิงนำเงินไปเก็บในกระปุกเงิน เห็นว่าตอนนี้กิจการของตัวเองกำลังไปได้ดี เมื่อไม่นานมานี้ก็มีเ้าของโรงงานใกล้ ๆ ให้ช่วยทำซาลาเปาหลายสิบลูกเพื่อนำไปเลี้ยงฉลองการเปิดกิจการใหม่ทำให้เธอมีความคิดที่จะรับทำซาลาเปางานมงคล เพราะรสชาติและความสดใหม่ทำให้ซาลาเปาของเหม่ยหลิงเลื่องลือไปไกล เธอพอเก็บเงินได้บ้างแล้วจึงคิดจะส่งน้องชายกลับไปเรียนหนังสือตามที่เหม่ยหลิงคนเก่า้าแต่ทำไม่ได้
"เวยอันพี่ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย? ความฝันขอเราเมื่อโตขึ้นอยากจะเป็อะไร " เด็กชายวางมือจากการถูพื้นเดินเข้ามาหาพี่สาวใบหน้าครุ่นคิดดวงตาเป็ประกายก่อนจะปรากฏรอยยิ้ม
"ความฝันหรือ? ฉันอยากเป็นายทหารแต่ไม่ใช่ทหารเหมือนพี่เหวินเทียนนะ ฉันอยากมียศมีอำนาจจะได้ปกป้องพี่เหม่ยหลิงได้ และยังไม่มีเงินเดือนให้พี่ใช้ทุกเดือนตอบแทนที่พี่ดูแลฉันอย่างไงล่ะ" ทันทีที่ได้ยินความคิดของเด็กชายวัยเพียงสิบขวบทำให้เหม่ยหลิงชุ่มชื่นหัวใจ เธอเองที่เคยมีความฝันอยากเป็เชฟแต่ตอนนี้ได้เป็แม่ค้าขายซาลาเปาแต่ก็ยังดีที่ได้มีชีวิตกลับมาทำ หากน้องชาย้าอย่างนั้นเธอจะสนับสนุนเต็มที่
"ได้สิพี่จะช่วยให้เราทำตามฝันเอง อย่างนั้นวันนี้หลังจากขายซาลาเปาหมด เมื่อไหร่พี่จะพาเราออกไปเดินหาที่เรียนอยากเรียนใช่มั้ย" เด็กชายเบิกตาโพลงโตรอบดวงตาแดงก่ำเอ่อนองของน้ำตาแห่งความดีใจ วิ่งเข้ามากอดพี่สาวแน่น
"พี่เหม่ยหลิงฉันสัญญาจะตั้งใจเรียนไม่ทำให้พี่ผิดหวังแน่นอน ฉันดีใจจนน้ำตาไหลออกมาเลย ไม่คิดเลยว่าพี่จะรักฉันมากขนาดนี้ตอนนั้นที่พี่หมดลมหายใจฉันคิดว่าพี่เบื่อฉันรำคาญฉันจนไม่อยากมีชีวิตปกป้องฉันอีกต่อไป ไม่คิดเลยว่าพี่รักฉันมากถึงเพียงนี้" เหม่ยหลิงโอบกอดเด็กชายไว้ในอ้อมกอดแน่นพลางลูบหลังเบา ๆ เธอเองก็อดไม่ได้ที่จะไม่ร้องไห้ออกมา
"ผู้ใดบอกว่าพี่รำคาญหรือเบื่อเวยอันเล่า เวยอันไม่เคยทำให้พี่ทุกข์ใจเลย ตอนนั้นเป็พี่เองที่คิดน้อยเกินไปรักแต่ตัวเองจนไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของน้องเลย พี่ขอโทษนะต่อจากนี้พี่จะดูแลเวยอันเป็อย่างดีอย่างที่เคยสัญญาเอาไว้" ทั้งสองพี่น้องกอดกันร้องไห้แต่ทว่ากลับอบอุ่นหัวใจมากเหลือเกิน
ไม่ถึง่สายซาลาเปาของเหม่ยหลิงก็ขายจนหมดเธอเก็บร้านปิดประตูบ้านจับมือน้องชายเดินออกหาโรงเรียน การสัญจรของคนยุคนี้ยังคงไม่สะดวกสบายนัก ยังคงต้องเดินเป็ส่วนมากจะมีบ้านที่มีจักรยานก็เป็คนมั่งคั่งที่สามารถซื้อหาได้ แต่หากผู้ใดอยากได้ก็ไม่อยากเพราะที่นี่มีตลาดมืดอยู่แต่ทว่าราคาสูงมาก หากจะเดินทางไปที่ไกล ๆ หรือต่างเมืองยังคงใช้รถไฟในการเดินทางอยู่ดี