บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 2 บทที่ 45 สูตรยา

            เนี่ยหลีเดินไปที่กำแพง กระดาษมากมายแปะติดอยู่บนนั้นทั้งหมดล้วนเป็นปัญหาที่พบในระหว่างการกลั่นยาบนโต๊ะข้างกำแพงมีพู่กันด้ามหนึ่งวางอยู่

            เนี่ยหลีหยิบพู่กันขึ้นมาจากโต๊ะ

            “ช้าก่อน!” หูเหยียนหมิงรีบหยุดเขาไว้และพูดขึ้นทันทีเนี่ยหลีกำลังจะทำอะไรกัน?

            “ทำไมหรือ?” เนี่ยหลีมองหูเหยียนหมิงอย่างสงสัยและเอ่ยถาม

            “เจ้าคิดจะตอบคำถามเหล่านี้รึ?” หูเหยียนหมิงเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ

            “ใช่แล้ว อย่าบอกข้านะว่าทำไม่ได้?” เนี่ยหลีกระพริบตาปริบๆถาม

            “ทำน่ะทำได้ แต่ว่า...” หูเหยียนหมิงคิดอยากจะบอกว่าปัญหาหลายอย่างบนกำแพงนี้เป็นปัญหาที่อาจารย์นักปรุงยาต่างๆประสบในระหว่างการกลั่นยาเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ความรู้จากการอ่านตำรามาตอบปัญหาเหล่านี้ยังต้องมีประสบการณ์ในการกลั่นยาด้วยตนเองอีกด้วย เขาไม่คิดว่าเนี่ยหลีจะสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้

            “ในเมื่อทำได้ เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหา!” เนี่ยหลีพูดพร้อมกับยิ้มสดใสยกพู่กันขนแพะขึ้นและเริ่มลงมือเขียน

            เนี่ยหลีตวัดพู่กันอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่เห็นปัญหาหนึ่งเขายังแทบไม่ทันกะพริบตาก็เขียนคำตอบลงไปอย่างรวดเร็ว

            หูเหยียนหมิงเห็นเนี่ยหลีเขียนคำตอบไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วก็ได้แต่ฝืนยิ้มไม่หยุดเนี่ยหลียังไม่เคยลงมือกลั่นยาด้วยซ้ำก็มาตอบคำถามเหล่านี้แล้วเกรงว่าจะถูกหัวเราะเยาะเย้ยเอาได้สายตาของเขาเลื่อนไปตกอยู่ที่ปัญหาหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสมดุลของการกลั่นเข้าตัวยา

            “บัวบก หญ้าเก้าเซียน หญ้าหลงตั่น ควรกลั่นเข้าตัวยาอย่างไร? ตามทฤษฎีการปรุงยาสมุนไพรทั้งสามชนิดนี้สามารถผสมกันทำเป็นยาถอนพิษขนานเอกได้แต่จะต้องใช้อัตราส่วนเท่าไหร่ ยังไม่มีผู้ใดตอบได้มาก่อน!” หูเหยียนหมิงพึมพำ

            คำตอบของเนี่ยหลีก็คือ ‘ไม่ว่าอัตราส่วนจะเป็นเท่าไหร่ล้วนไม่อาจกลั่นให้สำเร็จได้ ควรเปลี่ยนหญ้าหลงตั่นเป็นหญ้าหลงขุย อัตราส่วนคือสาม หนึ่ง สอง!’

            หญ้าหลงขุยมีความคล้ายคลึงกับหญ้าหลงตั่นมาก ทั้งคู่ต่างมีฤทธิ์ขจัดพิษอย่างไรก็ตามหญ้าหลงตั่นมีฤทธิ์ที่รุนแรง ในขณะที่หญ้าหลงขุยมีฤทธิ์อ่อนโยนกว่าอีกทั้งอัตราส่วนนี้ก็เหมาะสมที่สุด

            “เยี่ยมมาก!” หูเหยียนหมิงตบโต๊ะตะโกนลั่นยกย่องเกือบอดใจรอการทดลองกลั่นยาและทดสอบอัตราส่วนของมันแทบไม่ไหว

            หูเหยียนหมิงไล่สายตาต่อไป คำตอบของเนี่ยหลีเฉียบคมยิ่งนัก แม้เขายังไม่รู้ว่าคำตอบเหล่านี้ผิดหรือถูกแต่ก็คุ้มค่าที่จะทำการทดลอง แม้ทั้งหมดยังไม่อาจตัดสินได้ว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือไม่แต่หลายข้อหูเหยียนหมิงมีความมั่นใจ ตัวอย่างเช่นปัญหาแง่มุมของการกลั่นเม็ดยาคำตอบของเนี่ยหลีนั้นถูกต้อง

            สายตาของหูเหยียนหมิงที่ใช้มองเนี่ยหลีค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปเต็มไปด้วยความยอมรับนับถือ เพราะปัญหาบางอย่างบนกำแพงนี้ แม้แต่ท่านประธานกู่เหยียนก็ไม่อาจแก้ได้

            หรือความรู้ของเนี่ยหลีจะสูงส่งเหนือระดับอาจารย์อาวุโสไปแล้ว? หรือว่าเข้าถึงระดับปรมาจารย์แล้ว?

            เขาเป็นสัตว์ประหลาดชนิดไหนกันแน่? เนี่ยหลีเพิ่งอายุสิบสามปีนี่ยังจะยอมเหลือทางรอดให้ผู้อื่นอยู่อีกหรือ?

            ในฐานะที่เป็นอาจารย์ขั้นต้น หูเหยียนหมิงมีความภาคภูมิใจในตนเองสูงมาโดยตลอดไม่ว่าอย่างไรจำนวนอาจารย์นักปรุงยาขั้นต้นในสมาคมนักปรุงยาวิเศษมีจำนวนอยู่เพียงไม่ถึงร้อยแต่บัดนี้ได้เห็นเด็กหนุ่มอายุน้อยปานนี้กลับมีความรู้กว้างขวางน่าหวาดหวั่นนักหูเหยียนหมิงจึงบังเกิดความรู้สึกแทบอยากเอาหัวโขกกำแพงตายเสียแล้ว

            เพียงเดี๋ยวเดียวเนี่ยหลีก็ตอบคำถามไปร้อยข้อแล้วจากนั้นจึงวางพู่กันลงพูดพึมพำว่า “คำถามเหล่านี้ไม่ยากนัก!”

            ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลีเช่นนั้นแล้ว หูเหยียนหมิงแทบกระอักเลือดออกมา ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่ทั้งสมาคมนักปรุงยาวิเศษไม่อาจไขได้มาหลายปีเนี่ยหลีกลับบอกว่ามันไม่ยากเย็นอะไร!

            ทว่าต่อมาหูเหยียนหมิงตระหนักได้ว่าการมาถึงของเนี่ยหลีอาจช่วยนำพาสมาคมนักปรุงยาวิเศษเข้าสู่ยุคใหม่ก็เป็นได้คำตอบทั้งหมดเหล่านี้หากได้รับการพิสูจน์ก็ย่อมเพียงพอที่จะชักนำให้สมาคมนักปรุงยาวิเศษได้ยกระดับสูงขึ้นไปอีก!

            ชั่วขณะที่เนี่ยหลีเพิ่งตอบคำถามเสร็จ ชายสูงวัยผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นซึ่งมีหนวดเคราผมเผ้าขาวโพลนและสตรีงดงามยวนตาผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านหลังเนี่ยหลีแล้ว

            กู่เหยียนและหยางซินทั้งสองเห็นปลายพู่กันของเนี่ยหลีตวัดเขียนราวกับบินอยู่ตอนแรกยังรู้สึกน่าขำอยู่บ้างปัญหาที่อยู่บนกำแพงนี้มิใช่สิ่งที่เนี่ยหลีควรตอบได้ด้วยวัยเพียงเท่านี้ทว่าเมื่อได้เห็นถึงสิ่งที่เนี่ยหลีเขียน คำพูดใดๆก็ไม่อาจบรรยายถึงความตื่นตะลึงในใจของพวกเขาได้

            กู่เหยียนและหยางซินมองเนี่ยหลีด้วยสายตาประหลาดในใจก็แอบคิดว่า ‘เจ้านี่เป็นสัตว์ประหลาดชนิดใดกันแน่?’

            เนี่ยหลีเพิ่งเป็นเด็กอายุสิบสามปีจริงๆ หรือ? แม้ใบหน้าของเนี่ยหลียังเยาว์วัยนักทว่ากู่เหยียนและหยางซินกลับรู้สึกว่าเนี่ยหลีเหมือนสัตว์ประหลาดเฒ่าที่ใช้ชีวิตมานับร้อยๆปีแล้วมากกว่า

            หากไม่ได้ค้นคว้าวิจัยมานับสิบปีก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะก้าวถึงระดับอาจารย์ขั้นต้นได้

            เนี่ยหลีเพิ่งอายุสิบสามปีทว่าความรู้ความเข้าใจมากมายเหล่านี้ก้าวไกลเกินอาจารย์ขั้นต้นขั้นกลางไปแล้ว ยังเกรงว่าจะไม่ด้อยไปกว่าอาจารย์ระดับสูงด้วยซ้ำ!

            สายตาที่กู่เหยียนชำเลืองมองเนี่ยหลียิ่งนานเข้าก็ยิ่งตื่นเต้นหลายปีที่ผ่านมานี้สมาคมนักปรุงยาวิเศษไม่รุ่งเรืองเหมือนเช่นในอดีตอีกแล้วอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเกรงว่าคงต้องค่อยๆ เสื่อมถอยลง การโจมตีของสัตว์อสูรในหลายครั้งที่ผ่านมาทำให้สมาคมนักปรุงยาวิเศษเกิดความสูญเสียใหญ่หลวงบันทึกโบราณมากมายสูญหายไป ประสิทธิภาพของตัวยาที่ปรุงขึ้นมาได้ก็ถดถอยลงไปเป็นอันมากดังนั้นจำนวนนักปรุงยาในสมาคมจึงหนีหายไปจนถึงขั้นวิกฤตผู้คนส่วนใหญ่หันไปสนใจการฝึกยุทธ์แทน น้อยคนนักที่ยังยินดีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโลกแห่งการปรุงยา

            กู่เหยียนรู้ดีว่าแนวโน้มเช่นนี้ไม่ถูกต้องยาวิเศษสามารถส่งเสริมการฝึกยุทธ์ได้เป็นอันมากหากไม่มีผู้ใดสืบทอดการปรุงยาอีกต่อไป ศิลปะยุทธ์ก็ย่อมต้องค่อยๆ ตกต่ำลงเช่นกัน

            สมาคมนักปรุงยาตกอยู่ในสภาพชักหน้าไม่ถึงหลังไม่มีคนรุ่นใหม่มาเป็นเวลานานแล้วคิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้ต้อนรับเนี่ยหลีผู้มีความสามารถราวกับสัตว์ประหลาดขณะจ้องมองแผ่นหลังของเนี่ยหลีก็บังเกิดความรู้สึกว่านับจากวันนี้เป็นต้นไปสมาคมนักปรุงยาวิเศษจะต้องรุ่งโรจน์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งด้วยสองมือของเนี่ยหลีอย่างแน่นอน!

            ดวงตางดงามของหยางซินเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ ริมฝีปากแดงระเรื่อเย้ายวนนั้นเผยอขึ้นลงทรวงอกอวบอิ่มกระเพื่อมไหวนางไม่อยากเชื่อว่าคำถามที่ถูกทิ้งไว้โดยอาจารย์นักปรุงยาวิเศษเหล่านี้กลับถูกเนี่ยหลีไขข้อติดขัดได้ทั้งหมดแล้ว

            เนี่ยหลีพลันหันศีรษะมาชำเลืองมองกู่เหยียนและหยางซิน

            “ท่านประธานกู่เหยียน ท่านผู้อำนวยการหยางซิน ยินดีที่ได้รู้จักท่านทั้งสองขอรับ!” เนี่ยหลีเป็นฝ่ายเริ่มกล่าวทักทายก่อน

            กู่เหยียนแปลกใจเล็กน้อย เขายิ้มบางๆ และพูด “ไอ้หนูเจ้ารู้จักพวกเราหรือ?” กู่เหยียนจ้องมองครั้งหนึ่งเนี่ยหลีค่อนข้างหล่อเหลา เขายิ่งมองก็ยิ่งถูกชะตาเนี่ยหลีช่างเปรียบเสมือนบุตรที่สวรรค์ประธานมาให้แก่เขาโดยแท้!

            “ย่อมต้องรู้จักแน่นอนขอรับ หากศึกษาเกี่ยวกับการปรุงยาย่อมต้องรู้จักชื่อเสียงสูงส่งของท่านประธานกู่เหยียนและท่านผู้อำนวยการหยางซินอย่างแน่นอนข้าจำได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ข้ายังเคยส่งบันทึกการศึกษาหญ้าจื่อหลันมาให้แก่ท่านผู้อำนวยการหยางอีกด้วย!” เนี่ยหลียิ้มบางๆ กู่เหยียนและหยางซินสองคนนี้ในอดีตเคยสร้างผลงานใหญ่หลวงแก่เมืองกวงฮุยกู่เหยียนร่วมต่อสู้จนตัวตายพร้อมกับท่านเจ้าเมือง ส่วนหยางซินนั้นเพื่อที่จะคอยปกป้องการอพยพของชาวเมืองกวงฮุยเนี่ยหลีเห็นกับตาว่าสตรีรูปโฉมงดงามผู้นี้ถูกตั๊กแตนน้ำแข็งหิมะแทงทะลุทรวงอกจนตายภาพฉากนั้น ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างพากันหลั่งน้ำตา

            “บทความเรื่องหญ้าจื่อหลันฉบับนั้นเป็นเจ้าเขียนหรือ?” ดวงตางดงามของหยางซินเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจบทความฉบับนั้นสร้างความประทับใจให้แก่นางเป็นอันมากมีวิธีใช้ประโยชน์จากหญ้าจื่อหลันมากกว่าหกสิบอย่างและเวลานี้วิธีการใช้งานเหล่านั้นก็ถูกพิสูจน์แล้วทีละข้อๆทั้งหมดล้วนไม่มีข้อผิดพลาดอันใด

            หยางซินเคยครุ่นคิดว่าเป็นผู้ใดกันจึงสามารถเขียนบทความเช่นนี้ได้เกรงว่าแม้แต่กู่เหยียนซึ่งเป็นอาจารย์อาวุโสอีกทั้งยังดำรงตำแหน่งประธานของสมาคมนักปรุงยาวิเศษก็ยังไม่สามารถศึกษาสมุนไพรตัวหนึ่งได้อย่างแตกฉานถึงเพียงนี้เป็นไปได้หรือไม่ว่าในเมืองกวงฮุยยังมีปรมาจารย์นักปรุงยาท่านหนึ่งซ่อนตัวอยู่? โชคไม่ดี จดหมายฉบับนั้นไม่ทราบมาจากไหน หยางซินส่งคนออกไปตรวจสอบทว่าก็ไม่มีร่องรอยอันใด

            “บันทึกฉบับนั้นเป็นเจ้าเขียนรึ?” สองมือของกู่เหยียนสั่นเทาเขาได้อ่านบทความนั้นแล้วมันมีผลใหญ่หลวงต่อการพัฒนาของสมาคมนักปรุงยาวิเศษเลยทีเดียว

            “ไม่ใช่ข้า เป็นอาจารย์ของข้าที่เขียนบันทึกฉบับนั้นอาจารย์ให้ข้ามาที่สมาคมนักปรุงยาวิเศษเพื่อรับตำแหน่งอาจารย์ขั้นสูง” เนี่ยหลีหัวเราะเบาๆ เพื่อปกป้องตัวตนมิให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดมากเกินไปเขาจึงต้องหาข้ออ้างอย่างหนึ่งเพื่อปิดบังไว้บ้างก็เป็นการดีกว่า

            กู่เหยียนประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่งทว่าก็ไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใดเนี่ยหลีประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยถึงเพียงนี้เขาต้องมีอาจารย์ผู้หนึ่งอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอนอายุเท่านี้ก็กลายเป็นสัตว์ประหลาดถึงเพียงนี้แล้ว เช่นนั้นอาจารย์ที่อยู่เบื้องหลังเขาอย่างน้อยต้องเป็นถึงปรมาจารย์ผู้หนึ่งใช่หรือไม่?

            “ไม่ทราบว่าเป็นปรมาจารย์ท่านใดหรือ? พวกเราควรไปเยี่ยมคารวะสักครั้ง” กู่เหยียนพูดอย่างถ่อมตน

            “อาจารย์ของข้าไม่ชอบถูกรบกวน!” เนี่ยหลีส่ายหน้า

            หยางซินกระพริบตาปริบๆ จ้องมองเนี่ยหลี คิดหาพิรุธจากสีหน้าของเนี่ยหลีทว่ากลับไม่พบสิ่งใด แม้เนี่ยหลีเพิ่งอายุสิบสามปีท่าทางสงบสุขุมของเขาทำให้ผู้อื่นอ่านเขาไม่ออก

            กู่เหยียนพยักหน้าและพูดว่า “ในเมื่อท่านปรมาจารย์ของเจ้าไม่ชอบเปิดเผยตัวเช่นนั้นก็ช่างเถิด อาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่จึงมีศิษย์ที่ยอดเยี่ยม ด้วยพรสวรรค์ของเจ้าการจะรับตำแหน่งอาจารย์ขั้นสูงถือว่าเกินพอข้าหวังว่าพวกเราคงจะมีโอกาสไปเยี่ยมท่านปรมาจารย์ของเจ้าสักครั้งหนึ่ง”

            เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมียอดคนบางคนถือสันโดษ ไม่สำคัญว่าคนผู้นั้นจะเป็นคนแบบไหนตราบใดที่เขายังอยู่ในเมืองกวงฮุย เช่นนั้นเมืองกวงฮุยย่อมมีอนาคตอันรุ่งโรจน์แนนอน! เขาต้องไปรายงานเรื่องนี้ให้แก่ท่านเยี่ยโม่และท่านเจ้าเมืองทันทีบุคคลสำคัญปานนี้ หากพวกเขาสามารถสร้างสัมพันธ์อันดีต่อกันได้ย่อมเป็นเรื่องยอดเยี่ยมนักแล้ว! ส่วนการมอบตำแหน่งอาจารย์นักปรุงยาขั้นสูงให้แก่เนี่ยหลีนั้นลำพังแค่ดูจากสิ่งที่เนี่ยหลีตอบคำถามเหล่านั้นได้ทั้งหมด คำถามที่แม้กระทั่งตัวกู่เหยียนเองก็ยังอับจนหนทางก็ถือว่าเกินพอสำหรับเนี่ยหลีที่จะได้รับตำแหน่งนี้แล้วการมอบรางวัลให้เนี่ยหลีได้รับตำแหน่งอาจารย์ขั้นสูงก็ย่อมเท่ากับการยกย่องยอดคนที่อยู่เบื้องหลังเนี่ยหลีอีกด้วย

            “ผู้อำนวยการหยาง นำหนังสือประจำตัว ตราประจำตำแหน่งและชุดประจำตำแหน่งอาจารย์ขั้นสูงมาให้แก่เนี่ยหลี!” กู่เหยียนพูดอย่างเด็ดขาด

            “เจ้าค่ะ!” หยางซินหมุนกายจากไปจัดการธุระที่ได้รับมาในใจเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ อาจารย์นักปรุงยาขั้นสูงอายุสิบสามปีนี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสมาคมนักปรุงยาวิเศษทีเดียว!

            “นอกจากตำแหน่งอาจารย์นักปรุงยาขั้นสูงแล้วข้ายังอยากปรึกษากับท่านประธานกู่เหยียนเกี่ยวกับการร่วมมือกัน!” เนี่ยหลียิ้มบางๆ เขาเตรียมการไว้แล้ว

            “ร่วมมือรึ? น้องชายเชิญพูดออกมาได้เลย” ในใจของกู่เหยียนเต้นระรัว เนี่ยหลีพูดถึงความร่วมมือเกรงว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเนี่ยหลีคงเป็นผู้สั่งการเป็นแน่เนี่ยหลีอย่างไรก็ยังเพิ่งเป็นเด็กคนหนึ่ง เพิ่งอายุสิบสามปีเท่านั้น

            “เวลานี้ข้ามีสูตรยาอยู่ห้าอย่างประกอบด้วยยาเสริมพลังวิญญาณที่ช่วยบำรุงพลังวิญญาณ ยารวมสมาธิ ยาสงบอารมณ์ยากลั่นร่างสีแดงเพลิง และยาแปรรูปเก้าขั้น” เนี่ยหลีลำดับรายการออกมาด้วท่าทีที่สงบเขาไม่เชื่อว่ากู่เหยียนจะไม่เป็นบ้าเป็นหลังกับชื่อยาที่ได้ยินเหล่านี้

            “เจ้าว่าอะไรนะ? ยาเสริมพลังวิญญาณ ยารวมสมาธิและยาสงบอารมณ์รึ? ยังมียากลั่นร่างสีแดงเพลิงยาแปรรูปเก้าขั้นอีก?!” กู่เหยียนพ่นลมหายใจเย็นชืดออกมาคำหนึ่งท่าทีที่มักสงบนิ่งมั่นคงอยู่เสมอบัดนี้ไม่สงบนิ่งอีกต่อไปแล้ว

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663