"อย่างที่น้องบอกไป นอกจากระบบร้านค้าวิเศษนี้ที่ได้มาแล้ว น้องยังได้พื้นที่เก็บของมาด้วยเ้าค่ะ ซึ่งมันสามารถเก็บของจากภายนอกเข้าไปได้ หรือใช้เก็บของที่ซื้อออกมาจากระบบร้านค้าก็ได้ด้วยเช่นกัน แลของพวกนี้น้องใช้เงินไปมิกี่บาทเท่านั้น ของบางอย่างหนึ่งบาทก็ได้มาเป็จำนวนหลายชิ้นเลยเ้าค่ะ" จันเอ่ยอธิบายให้ทุกคนได้ฟัง เพียงแต่นางละในเื่ของการซื้อพื้นที่จัดเก็บเพิ่มกับราคาของสินค้าที่ซื้อมาตามจริงไป ไม่อย่างนั้นทุกคนต้องใกันมากกว่านี้เป็แน่
"ถ้าอย่างนั้นเื่ที่ต้องเอาเครื่องทองของคุณแม่ไปแลกอัฐ ตอนนี้ก็คงมิต้องแล้วกระมังขอรับ ในเมื่อน้องจันทำเื่พวกนี้ได้ รอให้เบี้ยรายเดือนของลูกกับของคุณพ่อออกมาก่อน เราค่อยเอามาจ่ายคืนให้น้องภายหลัง" เมฆได้ยินและได้เห็นของที่น้องสาวเอาออกมา ที่มีทั้งของใช้ที่ดูแปลกตา ผ้านุ่ง ผ้าสไบ และเครื่องประดับที่สวยงามก็ตัดสินใจอะไรบางอย่างได้
"ไม่ต้องดอกเ้าค่ะพี่เมฆ อัฐที่เอามาซื้อของพวกนี้น้องก็มิได้ต้องไปหามา เรียกว่าได้มาเปล่าก็มิผิดนัก" จันได้ยินว่าพี่ชายจะจ่ายอัฐคืนก็เอ่ยปฏิเสธออกไป ของพวกนี้ถึงแม้เธอจะเสียเงินซื้อมาจากระบบ ด้วยเงินที่มีอยู่ก็เป็เงินที่เธอเติมทิ้งไว้ในระบบชอปปิงอย่างไรก็ไม่สามารถเอาออกมาใช้ที่นี่ได้อยู่ดี สู้เอามาซื้อของเสียจะดีกว่า และจำนวนเงินก็ยังมีเหลืออยู่อีกมาก ต่อให้ซื้อของออกมากินมาใช้อีกหลายปีก็ยังไม่แน่ว่าจะหมด
"ถึงแม้ลูกจะบอกว่าได้ของพวกนี้ได้มาแบบได้เปล่า แต่เยี่ยงไรแม่กับคุณพ่อก็ต้องจ่ายอัฐคืนให้กับลูก มิเช่นนั้นแม่ยินดีจะเอาเครื่องทองให้พี่ชายเ้าเอาไปแลกอัฐกลับมาเสียจะดีกว่า พวกลูกฟังแม่ ถึงแม้เราจะเป็ครอบครัวเดียวกัน แต่เื่เลี้ยงดูทุกคนในครอบครัวแลบ่าวไพร่ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพ่อกับแม่เถอะหนา" แม่นายแก้วเอื้อมมือออกไปลูบหัวบุตรสาวคนเล็กด้วยความรักใคร่ ส่วนเื่ที่พูดออกไปนางก็คิดเช่นนั้นจริงๆ นางยินดีที่จะเลี้ยงดูบุตรทั้งสาม แต่ไม่ได้้าให้พวกเขาต้องมาลำบากหรือเสียสละเพื่อนางกับสามี
"ลูกเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ว่าแต่คุณพ่อกับคุณแม่คิดจะทำสวนด้วยใช่รึไม่เ้าค่ะ" จันได้ยินคำของมารดาก็ให้ซาบซึ้งใจ อีกฝ่ายช่างเป็บิดามารดาที่ดียิ่งนัก และนึกไปถึงพวกอุปกรณ์ เมล็ดพันธุ์ และต้นไม้ที่มีขายอยู่ในระบบร้านค้า จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความคาดหวังบางอย่าง
"พ่อกับแม่ก็คิดเอาไว้อยู่ เรือนนี้มีพื้นที่กว้างขวาง บ่าวไพร่ก็มี ปลูกผัก ปลูกผลไม้ เอาไว้กินกันก็คงจะดี ว่าแต่ลูกถามทำไมรึ" หลวงสาครเองก็คิดเหมือนกับภรรยา เขาเป็ผู้ให้กำเนิดบุตรทั้งสาม หน้าที่เลี้ยงดูย่อมเป็ของเขากับภรรยา และไม่เคยคิดที่จะให้ทั้งสามต้องมาตอบแทนกระไรพวกตนทั้งนั้น พอดีกับที่ได้ยินคำถามของบุตรสาวก็เอ่ยตอบกลับไป
"ในระบบร้านค้ามีเมล็ดพันธุ์ ต้นผลไม้ ดอกไม้ แลพืชผักอยู่มากมายนักเ้าค่ะ บางอย่างลูกก็จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็น แต่บางอย่างก็มิเคยเห็นมาก่อนเลยเ้าค่ะ ลูกเลยอยากจะลองเอาออกมาปลูกดูอยากจะรู้ว่ารสชาติของพวกมันจะเป็เยี่ยงไร" จันเอ่ยตอบกลับบิดา ซึ่งความจริงก็คือ ผัก ผลไม้ ที่มีขายอยู่ในระบบ นางเคยได้กินมาจนเกือบหมดแล้ว เมื่อมีโอกาสก็ย่อมจะเลือกของที่นางชอบออกมาปลูก เพียงแต่ที่นี่ยังไม่มีใครรู้จักเท่านั้น
"เช่นนั้นรึ แต่ว่าพวกพืชผลที่เราไม่รู้จัก พวกบ่าวมันจะปลูกกันเป็รึ" หลวงสาครได้ฟังที่บุตรสาวพูดก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เพียงแต่กลัวว่า ผัก ผลไม้ที่ไม่รู้จักพวกบ่าวจะปลูกและดูแลกันไม่เป็
"เื่นี้มิต้องเป็กังวลเ้าค่ะ เมล็ดพันธุ์เ่าั้มีบอกวิธีการปลูกมาให้ด้วย" จันได้ยินที่บิดาพูดก็เอ่ยบอกออกไป สินค้าในระบบมีหีบ ห่อ บรรจุเอาไว้อย่างดี มีคำอธิบายและวิธีการใช้ชัดเจน แม้แต่พวกต้นไม้ หรือเมล็ดพันธุ์ก็มีบอกวิธีการปลูกและการดูแลมาให้ด้วย เพียงแต่ของที่นางเอาออกมาให้ทุกคนเห็น ได้แกะออกไปจนหมดเหลือแค่ตัวของเท่านั้น
"กระนั้นรึ ดีจริง พ่อขอดูสักชนิดได้หรือไม่" หลวงสาครได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยขอให้บุตรสาวเอาออกมาให้ดู
"ได้เ้าค่ะ" จันเอ่ยตอบรับบิดา แล้วกดเลือกต้นองุ่นพันธุ์ที่ชื่นชอบออกมา เป็เพราะเคยอ่านคำอธิบายมาแล้วว่าเมล็ดพันธุ์พวกนี้สามารถปลูกได้ในทุกสภาพอากาศ เพียงแต่มีข้อจำกัดในเื่ของสภาพดินและการดูแลอยู่บ้าง
"เอ๊ะ นี่มันมีภาษาของพวกต่างชาติด้วยนี่ พ่อเมฆลองดูทีว่าใช่รึไม่ ว่าแต่ภาษาพวกนี้แม่จันก็อ่านออกด้วยเยี่ยงนั้นรึ" หลวงสาครรับมาดูก็เห็นว่าด้านหนึ่งของสิ่งที่บุตรสาวส่งมาให้มีตัวหนังสือเขียนไว้จนเต็ม มีทั้งภาษาไทยที่เขาสามารถอ่านได้ และยังมีภาษาของพวกต่างชาติที่เขาอ่านไม่ออกอีกด้วย
"เ้าค่ะ ไม่รู้เป็เพราะกระไร แต่ลูกสามารถอ่านออกได้ทั้งหมดเลยเ้าค่ะ" จันพยักหน้ารับคำบิดาจะบอกว่าอ่านไม่ออก เกิดในอนาคตเธออ่านได้ต้องมาลำบากหาคำแก้ตัวอีก สู้บอกไปเลยว่าอ่านได้เองจะได้ตอบคำถามไปในครั้งเดียว
"นี่เป็ภาษาของพวกวิลาสมิผิดแน่ขอรับ ลูกเคยเห็นเอกสารที่เขียนด้วยตัวหนังสือแบบนี้ที่พวกนั้นยื่นส่งมาที่กรมท่า ว่าแต่น้องอ่านภาษาของพวกวิลาสออกเยี่ยงนั้นรึ" เมฆรับห่อของมาจากบิดาก็อ่านตัวหนังสือที่เขียนเอาไว้ด้านหลัง ก็เห็นว่านอกจากภาษาไทยแล้วยังมีภาษาอื่นอีกด้วย และภาษาพวกนี้เขาเคยเห็นจากจดหมายที่พวกคนเรือส่งมา
"น้องอ่านออกทั้งหมดเ้าค่ะ พี่เมฆมีกระไรรึเ้าคะ" จันพยักหน้าและตอบรับคำถามของพี่ชาย
"ถ้าเยี่ยงนั้นน้องพอจะสอนพี่ได้รึไม่ ตอนนี้นอกจากพวกวิลันดา แลพวกพุทธเกศแล้ว ตอนนี้ยังมีพวกวิลาสกับพวกฟะรังคีที่เริ่มเข้ามาทำการค้าขายกันมากขึ้น แต่แทบมิมีใครเข้าใจภาษาของพวกเขาเลย" เมฆเอ่ยตอบกลับน้องสาว พวกวิลาสกับพวกฟะรังคีเพิ่งเริ่มเข้ามาทำการค้ากับอยุธยา จึงหาคนพูดคุยสองภาษานี้แทบไม่ได้ ไม่เหมือนภาษาของพวกวิลันดาและพวกพุทธเกศที่เข้ามาทำการค้าอยู่นานแล้ว ตัวเขาเองก็ยังพอจะพูดคุยสองภาษานี้ได้เช่นกัน
"ได้เ้าค่ะ นอกจากภาษาของพวกวิลาส น้องยังเข้าใจภาษาของพวกฟะรังคีด้วยหนาเ้าค่ะ" จันเอ่ยตอบรับคำขอของพี่ชายในทันที และยังบอกว่านอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ตนเองยังพูดภาษาฝรั่งเศสได้อีกด้วย เพราะถ้าพี่ชายสามารถพูดสองภาษานี้ได้ก็น่าจะยิ่งทำให้การงานเจริญก้าวหน้าขึ้นไปอีก
"ถ้าได้ภาษาของพวกฟะรังคีด้วยก็ดียิ่งนัก" เมฆได้ยินที่น้องสาวบอกก็ให้ดีใจจนตาวาว เพราะถ้าเขาสามารถสื่อสารภาษาทั้งสองนี้ได้การงานของตนเองคงมั่นคงขึ้นมากเป็แน่
"ของวิเศษของลูกช่างชดเชยมาให้มากมายเหลือเกินหนา" หลวงสาครพอได้ยินที่บุตรทั้งสองพูดคุยกันก็เห็นด้วยเช่นกัน ถ้าบุตรชายคนโตสามารถสื่อสารกับพวกต่างชาติต่างภาษาที่เพิ่งมาใหม่ได้ ก็จะมีความมั่นคงในหน้าที่การงาน แต่ก็ยังอดแปลกใจกับของวิเศษของบุตรสาวคนเล็กที่มอบอะไรให้มากมายถึงเพียงนี้
"คุณพ่อมิพึงใจรึเ้าคะ" จันได้ยินที่บิดาเอ่ยก็ถามออกไปด้วยความสงสัยปนหวาดระแวง ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายอาจจะมองเห็นอะไรที่แปลกไปในตัวของบุตรสาวคนนี้
"มิใช่มิพึงใจ เพียงแต่พ่อเป็กังวลกลัวว่ามันจะเป็อันตรายต่อตัวลูกมากกว่า" หลวงสาครเห็นท่าทางหวาดกลัวของบุตรสาวก็ให้เจ็บที่หัวใจ จึงเอ่ยบอกสิ่งที่ตนเองเป็กังวลออกไป เขาไม่ได้ไม่พอใจอะไรในสิ่งที่อีกฝ่ายได้รับมา เขาแค่กังวลว่ามันจะเป็อันตรายกับบุตรสาวมากกว่า
"คุณพ่อ คุณแม่ และพี่ๆ มิต้องกังวลหนาเ้าค่ะ มันมิมีอันตรายใดๆ กับลูกอย่างแน่นอน แต่ถ้าเมื่อใดที่มันเป็อันตราย ลูกสัญญาว่าจะเลิกใช้งานมันในทันทีเ้าค่ะ" จันได้ยินคำตอบของบิดาและสายตาห่วงใยจากทุกคนก็ส่งยิ้มและเอ่ยตอบออกไปให้ทุกคนวางใจ เพราะถ้าระบบนี้มันเกิดอันตรายกับตัวของนางจริง นางเองก็ไม่คิดที่จะใช้งานมันเช่นกัน
"เอาเถอะ ถ้าเยี่ยงนั้นพ่อต้องไปทำงานก่อน พ่อเมฆจะออกไปพร้อมกับพ่อรึไม่" หลวงสาครเห็นว่าบุตรสาวเข้าใจในความเป็ห่วงของตนเองแล้วก็เห็นควรว่าต้องออกจากเรือนเสียที ไม่เช่นนั้นกว่าจะไปถึงวังหลวงคงจะสายเสียก่อน
"ลูกว่าจะไปที่เรือนคุณลุงแก้วหาพี่จอมก่อนขอรับ" เมฆเอ่ยตอบกลับบิดา ด้วยวันนี้เขามีงานที่ค้างมาจากเมื่อวานจึงจะไปทำงานที่เรือนของออกหลวงศรียศผู้เป็เ้านาย หรือก็คือคุณลุงแก้วที่อยู่เรือนข้างกัน ส่วนพี่จอมคือบุตรชายของอีกฝ่าย และรับหน้าที่เป็พี่เลี้ยงสอนงานให้กับเขา
"ถ้าเยี่ยงนั้นพ่อไปก่อน ไอ้ชิด! เกียมเรือ" หลวงสาครเอ่ยบอกภรรยาและบุตรทั้งสาม จากนั้นก็ส่งเสียงะโเรียกบ่าวพายเรือของตนเอง
"ลูกไหว้เ้าค่ะ" ดาวและจันยกมือไหว้ลาบิดาพร้อมกัน
"ลูกไปก่อนหนาขอรับคุณแม่ พี่ไปก่อนหนา แม่ดาว แม่จัน ไว้ตอนเย็นพี่จะกลับมาพูดคุยเื่เรียนภาษาด้วยอีกครั้ง" เมฆเองก็เตรียมตัวออกจากเรือนเช่นเดียวกับบิดา จึงหันไปเอ่ยลามารดาและน้องสาวทั้งสองคน
"น้องไหว้เ้าค่ะพี่เมฆ" ดาว และจันยกมือไหว้ลาพี่ชายพร้อมกันอีกครั้ง
เมื่อบิดาและพี่ชายออกจากเรือนไปแล้ว สามคนแม่ลูกจึงพากันมานั่งดูข้าวของที่บุตรสาวคนเล็กเอาออกมา ว่ามีสิ่งใดและใช้งานอย่างไรบ้าง ในระหว่างนี้จันยังได้แอบทำการกดซื้อพวกเครื่องประดับและผ้านุ่งสวยๆ ออกมาเพิ่มอีกหลายชิ้น
"เอ๊ะ ทำไมของพวกนี้เมื่อครู่พี่ถึงไม่เห็นกัน" ดาวที่มองดูสิ่งของที่เหมือนจะเพิ่มขึ้นมาจากเมื่อครู่ด้วยความสงสัย ซึ่งก่อนหน้านี้นางได้มองดูแล้วว่ามีสิ่งใดอยู่บ้าง แต่พอมานั่งดูอีกครั้งกับพบว่าพวกเครื่องประดับกับผ้านุ่งดูเหมือนจะมีมากกว่าเดิมอีกหลายสิบชิ้นเลย
"พี่ดาวอาจจะไม่ทันมองกระมังเ้าค่ะ ของตั้งมากมายเพียงนี้ แต่ในเมื่อเห็นแล้วก็มาดูกันเถอะเ้าค่ะ" จันเอ่ยตอบพี่สาว พร้อมกับแกล้งทำเป็จับชิ้นนั้นดูชิ้นนี้ไปเรื่อย
"พลอยสีใสนี่งามนักเ้าค่ะคุณแม่ ช่างเปล่งประกายดีเสียเหลือเกิน" ดาวเองก็คิดว่าตนเองคงยังมองไม่ละเอียดดี จึงไม่ได้สนใจอีก แต่หยิบกล่องไม้ที่ใส่เครื่องประดับชุดหนึ่งขึ้นมาดู และเอ่ยชมให้มารดาฟัง
"นั่นสิ มีทั้งแหวน ทั้งสร้อย แลต่างหู ดูงดงามดีจริงๆ" แม่นายแก้วก็กำลังมองดูเครื่องประดับเ่าั้อยู่เช่นกัน ต้องบอกว่าเครื่องประดับที่บุตรสาวคนเล็กเอาออกมาน้ำงามกว่าเครื่องประดับใดที่นางเคยเห็น แม้แต่เครื่องประดับที่มารดาเลี้ยงของสามีชอบใส่มาโอ้อวดว่ามีราคาแพงและหายากขนาดไหนก็ยังงดงามไม่เท่านี้เลย เรียกได้ว่าทั้งงดงามและแปลกตา
"สิ่งนี้เรียกว่าเพชรเ้าค่ะ คุณแม่ พี่ดาว เป็อัญมณีที่ได้รับการเจียระไนให้เป็เหลี่ยมมุมจึงทำให้สะท้อนแสงได้ดี จึงดูเปล่งประกายเช่นนี้" จันเอ่ยบอกมารดาและพี่สาว เพียงแต่บอกด้วยคำอธิบายง่ายๆ ความจริงยุคนี้ก็เริ่มมีเครื่องประดับที่ทำจากเพชรเข้ามาบ้างแล้ว เพียงแต่การเจียระไนยังไม่ดีเท่ากับในอนาคต จึงไม่สามารถทำให้เพชรหรือพลอยสีใสในยุคนี้เปล่งประกายความงดงามได้เท่าที่ควร
"เช่นนี้นี่เองน้ำงามจริงๆ แม้แต่พลอยสีพวกนี้ก็ยังดูงดงามกว่าที่เคยเห็นเสียอีกนะเ้าค่ะคุณแม่" ดาวเอ่ยรับคำบอกเล่าของน้องสาว พร้อมกับหยิบเครื่องประดับที่มีพลอยสีแดงขึ้นมาชื่นชม
************
ไรต์ : ด้วยหาว่าเพชรนี่ถูกเรียกมาั้แ่สมัยไหนแต่ไม่มีข้อมูล จึงขออ้างอิงเรียกว่าพลอยสีใสไปก่อนนะเ้าคะ
ปล. เขียนนิยายเื่นี้ฉันหาข้อมูลประวัติศาสตร์เสียยิ่งกว่าตอนเรียนอีกพวกเธอเอย ผิดพลาดประการใดโปรดอภัย…กราบ
**หมายเหตุ**
วิลาส - อังกฤษ
ฟะรังคี - ฝรั่งเศส
วิลันดา - ฮอลันดา
พุทธเกศ - โปรตุเกส