F-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง)

    15.ผลัดเปลี่ยนโลหิต

    "อ้า!..ความรู้สึกนี้ มันอะไรกัน..."วิทย์ยืนตะลึงอยู่อย่างนั้น เพราะตอนนี้ความรู้สึกของเขามันบรรยายออกมาได้ยาก ร่างกายแต่ก่อนที่เคยเจ็บปวดเหนื่อยล้าบัดนี้มันหายไปแล้ว และเหมือนกับว่ามันจะดียิ่งขึ้นไปอีก ราวกับว่ารางกายของเขามันก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมขึ้นไปอีกขั้นจากจุดที่เคยเป็นอยู่ ประสาทการรับรู้ทั้ง 5 ต่างก็เฉียบคมขึ้น ตอนนี้หูของเขาได้ยินแม้กระทั้งเสียงหัวใจของตัวเองเต้น กล้ามเนื้อทุกมวลต่างรับรู้แม้กระทั้งการไหลเวียนของโลหิตในเส้นโลหิต ประสาทหูของเขารับรู้ได้แม้กระทั้งใบไม้เล็กๆที่อยู่ห่างออกไปกำลังเคลื่อนไหวต้องแรงลม การแยกแยะเสียงต่างๆเฉียบคมขึ้นอย่างน่าประลาดใจ สายตาของเขามองเห็นได้ชัดเจนขึ้นกว่าที่เคยมองเห็นมาก่อนราวกับว่าเขาเห็นโลกในอีกมิติหนึ่ง ใช่แล้ว ตอนนี้แม้แต่วิญญาณของแมลงตัวเล็กๆที่กระโดดไปมาตามพื้นก็ยังมองเห็นทั้งๆที่แต่ก่อนเข้าไม่เคยรู้เลยว่าพวกมันมีตัวตน พวกมันทั้งโปร่งใส และบอบบาง แน่ละ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่า สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ล้วนแล้วแต่มีวิญญาณ ไม่สิ น่าจะไม่ใช่แค่นั้น ต้นไม้ สิ่งของอาคารบ้านเรือนเหล่านี้ล้วนเป็นจิตรวิญญาณทั้งสิ้น ทั้งที่ตัวเขาเองก่อนหน้านี้ไม่อาจรับรู้ถึงการคงอยู่ของพวกมันได้เข้าใจเพียงแค่ว่ามันเป็นสิ่งก่อสร้างธรรมดาแต่มันไม่ใช่ เศษซากอาคารที่แตกหัก ตอนนี้พวกมันกำลังระเหิดปลดปล่อยละอองอณูวิญญาณที่เล็กที่สุดออกมาช้าๆ และละอองที่หลุดออกมานั้นก็ถูกดึงดูดจากต้นกำเนิดของพวกมันเอง ใช่แล้ว ต้นไม้ที่อยู่ข้างๆเขาตอนนี้ ที่ลำต้นกิ่งก้านส่วนใหญ่ของมันขาดกระเด็นกระจัดกระจายออกไป แต่ตอนนี้ อณูวิญญาณเล็กๆล่องลอยกลับมายังที่เดิมที่ตอโคนของมันและค่อยๆก่อร่าง กลับคืนสู่สภาพเดิมช้าๆ ไม่ผิดแน่ พวกมันกำลังฟื้นตัว จากการถูกทำลายเป็นแน่แท้"ว้าว!นี้มันน่าอัศจรรย์ที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี้ มันคืออณูวิญญาณที่อัดแน่น และสามารถฟื้นสภาพ ของตัวมันเองได้ มันเกิดขึ้นได้ยังไงนะ" วิทย์ ครุ่นคิดกับตัวเอง ใช่แล้ว ต้นไม้ อาคารบ้านเรือนพวกนี้มันแตกต่างจากคนสัตว์แมลง ที่มีชีวิต เพราะ วิญญาณของพวกมันคงอยู่ที่นี้ แม้ว่าด้านนอกพวกต้นไม้จะยังคงมีชีวิตอยู่ นี้มัน เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน และความรู้พื้นฐานของโลกวิญญาณที่ได้รับมาก็ไม่มีความรู้ดังกล่าวนี้ นี่แสดงว่า บ้านที่ถูกสร้างขึ้น มันจะมีจิตรวิญญาณของมันเองหรือ ต้นไม้พวกนี้มันจะเติบโตขึ้นมาพร้อมๆกับจิตรวิญญาณของพวกมันใช้หรือเปล่า อันนี้ยังพิสูจน์ตอนนี้ไม่ได้ แต่ความเป็นไปได้ที่มันจะเป็นแบบนี้ค่อนข้างสูงแต่คงไม่ไม่ใช่ตอนนี้ที่จะหาคำตอบได้วิ้ง!!หนังสือสีดำลอยยออกมาจากร่างของวิทย์ แครก! เสียงหน้าหนังสือถูกเปิดออก ตามมาด้วนเสียงหัวเราะอันน่าขนลุก "หิหิหิ....ดี ดี ดี หนังสือร้องคำว่าดีออกมาถึงสามครั้ง ดีมากเจ้าทำได้ดีมาก ไม่เสียแรงที่ข้าเลือกเจ้า หึๆๆๆ""นี้เจ้าต้องการจะบอกอะไร Death night" วิทย์ถามหนังสือสีดำด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบหลังจากที่มันทำพันธสัญญากับเขา ตัวมันเองก็หายเงียบไปเลย ไม่ว่าจะเรียกจะถามอะไรมันก็ไม่เคยออกมาคุยกับเขาเลยซักครั้ง"หึหึหึ Devil hunter ฝึกหัด เจ้าผ่านเงื่อนไขแรกของข้าไวกว่าที่คาดคิดเอาไว้ หึๆๆข้านึกว่าจะต้องรอนานกว่านี้เสียอีก หนังสือสีดำตอบกลับมาด้วยความยินดี""เงื่อนไขอะไรเจ้า เจ้าไม่เคยบอกอะไรข้าเลย แล้วข้าจะผ่านมันได้ยังไง" วิทย์ถามออกมาฉุนๆ เพราะตัวมันไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับหนังสือนี้เท่าไร และ เพราะทำพันธสัญญากับเจ้าหนังสือนี้ทำให้เขาต้องกลายมาเป็น Devil hunter ที่ต้องเสี่ยงตายฆ่าหรือทำลายเหล่าวิญญาณร้ายเพื่อความแข็งแกร่ง จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้"หึๆ ข้าจะบอกเจ้าก็ได้ งายๆ แค่แข็งแกร่งขึ้น เหมือนตอนนี้ที่เจ้าแข็งแกรงขึ้นถึงระดับที่ข้าพอใจเจ้าก็จะผ่างเอง และเจ้าต้องแข็งแกรงขึ้นให้ยิ่งกว่านี้ หึๆๆ""อะไรของเจ้า บอกเหมือนไม่ได้บอกอะไร แข็งแกร่งขึ้นแล้วมันยังไง" วิทย์ งง กับตำตอบที่ได้รับมา"หึๆๆ นี้เป็นเพียงขั้นแรก ของการบำเพ็ญตบะ ของ Devil hunter มันเรียกว่า ขั้น ผลัดเปลี่ยนโลหิต ขั้นตอนต่อไป คือ ผลัดเปลี่ยนกล้ามเนื้อ ผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็น ผลัดเปลี่ยนกระดูกและ ผลัดเปลี่ยนลมหายใจ ทั้งหมดนี้เรียกว่า กายะปฏิวัติผลัดเปลี่ยนสังขาร แน่นอนว่าจะสำเร็จได้แต่ละขั้นคือต้องฆ่าเท่านั้น และแน่นอนว่า ไม่ใช่ฆ่าทุกสิ่งแล้วจะสำเร็จได้ ไม่เลย หึๆ ครั้งนี้เจ้าแค่โชคดี เจ้าหนู เจ้าแมวนั้นมันมันอักขระมหามนต์ตราโลหิตทองคำเส้นที่ 1 ก็เท่านั้น ถ้าไม่อย่างนั้น เจ้าต้องฆ่าวิญญาณร้ายที่แข็งแกรงเท่ากับมันไม่ต่ำกว่า 1000 ตน""ผะผะพันตน นี้มันจะมากไปหรือเปล่า แค่มันตัวเดียวข้าก็สู้กับมันไม่ไหวแล้ว""หึๆไม่มีอะไรงายดาย อย่างที่เจ้ารู้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ชีวิตมันไม่เคยง่าย จริงไหม หึๆๆและนี้ นี่คือสิ่งที่เจ้าได้รับ สำหรับการผ่านเงื่อนไขของข้า ..." วิ้ง! วิชาอาพรโลหิตเกราะทองคำ9ขั้น...แสงสีทองพุ่งออกมาจากหนังสือสีดำเข้าไปตรงกลางหว่างคิ้วของวิทย์ทันที ความรู้มากมายเกี่ยวกับวิชา อาพรโลหิตเกราะทองคำ9ขั้น ถูกถ่ายโอนเข้าสู่สมองของเขาโดยตรง"หึหึๆ!อย่างที่เจ้ารู้ เจ้าหนู ตอนนี้เจ้ามีเพียงอักขระมหามนต์ตราโลหิตทองคำเส้นที่ 1 เท่านั้น ถ้าต้องการสำเร็จทั้ง 9 ขั้นในวิชานี้ เจ้าก็ต้องหามัน และแน่นอนตัวของเจ้าก็สัมผัสได้ถึงที่ซ่อนของมันได้และผู้ที่มีอักขระมหามนต์ตราชนิดเดียวกันกับเจ้า หึๆ และพวกมันก็สัมผัสการคงอยู่ของเจ้าได้เช่นกัน จะเป็นผู้ล่า หรือผู้ถูกล่า ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของเจ้าเอง หึหึหึ""หมายความว่ายังไง ข้าไม่เห็นรู้สึกถึงอะไรเลยตอนนี้" วิทย์ ถามออกมาอย่างฉงน"หึๆ แน่นอนว่าตอนนี้ไม่อาจสัมผัสได้ เพราะเจ้า เจ้าที่มีตบะญาณอันน่าเวทนา เจ้าจะรับรู้ถึงอักขระมหามนต์ตราโลหิตทองคำ ก็ต้อเมื่อมันอยู่ในระยะ 3000 เมตรจากตัวเจ้าเท่านั้น เมื่อตบะญาณ ของเจ้ามี ฤทธิ์ แก่กล้าขึ้นก็จะสัมผัสได้กว้างไกลขึ้น หึๆๆ ไอ้อ่อน!" หนังสือสีดำกล่าวออกมาอย่างดูถูกแต่ตอนนั้นเอง หัวใจของวิทย์ก็เต้นแรงและถี่ขึ้น ตึกตักตึกตัก!!! อักขระมหามนต์ตราโลหิตทองคำเส้นที่ 1 หมุนวนรอบหัวใจเร็วจี๋ วิ้ง! ตุ๊บตุบ ทุกครั้งที่หัวใจเต้นจะเกิดคลื่นสีทองที่มองไม่เห็นกระจายออกไปจาดตัวของเขาราวกับหินตกลงในบ่อน้ำนิ่งๆแล้วเกิดเป็นระลอกคลื่นส่งออกไปรอบๆ หางออกไปด้านหลังกว่า 1 กิโลเมตร เขาสัมผัสถึงเพลิงสีทองแดงที่ดวงหนึ่งย่างน่าอัศจรรย์ หัวใจของเขาสูบฉีดเลือดสีทองขึ้นไปกระตุ้นสมองของเขา ทำให้ตอนนี้เขามีความต้องการ ความการะหายยากได้ยากที่จะพุ่งเข้าไปหาเพลิงสีทองแดงดวงเล็กๆดวงนั้นที่เห็นอยู่ในมโนญาณของเขา"สัมผัสที่ 6 !" เจ้าหนังสืออุทานออกมาเบา"กะเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกนี้มัน!..."วิทย์หันหลังกลังไปมองในทิศทางนั้นทันที เจ้าผีเปรตตาสีแดงกำ มันกลับมา และกำลังยืนมองดูเหยื่อของมันอยู่นอกวงอักขระหลักแดนเทวา และเหยื่อของมันไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นวิทย์ นั้นเอง"โอ้!เจ้าหนูเจ้านี้มันโชคดีจริงๆโชคสองชั้นสามชั้นเลยนะนี้ หึๆๆ หัวใจทองคำสินะ ไม่ได้เห็นมานานแล้ว ผู้ที่ครอบครองหัวใจทองคำ มันคงถูกกระตุ้นด้วยโลหิตทองคำสายนั้น น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ"Death night พึมพำกับตนเองอย่างพึงพอใจ ก่อนที่จะถามออกมา เจ้าหนู เจ้ามองเห็นมันใช้ไหมสิ่งที่อยู่ในตัวเจ้านั้น Death night มันหมายถึงเจ้าเปรตตนนั้น และวิทย์ก็เข้าใจ"ใช่ข้าเห็นมัน แม้จะไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร และข้าเห็นมันได้ยังไงหรืออาจจะเรียกว่ารู้สึกถึงมันก็ได้ เปลวเพลิงนั้น""ฮ่าๆๆ ดี ดี ดี ที่เจ้ารับรู้ถึงมันนั้นคือ ลมหายใจเพลิงทองแดง ในสัมผัสของเจ้าจะเห็นร่างที่ครอบครองมันเอาไว้ เป็นสีแดงซินะ""ใช่ มันคือเจ้าเปรตตนนั้น ในสัมผัสของข้ามันมีออร่าสีแดงแตกต่างจากสิ่งอื่น""ไม่หรอเจ้าหนู ที่เจ้ามองเห็นเป็นสีแดงเพราะว่ามันมี ตบะญาณแข็งแกรงกว่าเจ้า ถ้าเจ้าเห็นเป็นสีส้มแสดงว่ามันตนนั้นมีตบะญาณสูสีกับเจ้าหรือห่างกันไม่มากนัก ถ้าเป็นสีเขียวคือพวกมันมีตบะญาณต่ำกว่าเจ้า และวิญญาณร้ายทุกตนที่มี ตบะญาณแข็งแกร่งกว่าเจ้าจะเห็นเป็นสีแดงทั้งนั้น และเจ้านั้น ฆ่าเจ้าได้แน่นอน จงอยู่ห่างจากมัน หึๆๆๆ" หนังสือค่อยๆเลือนหายไปช้าๆพร้อมกับเสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์ค่อยๆแผ่วเบาลงจนหายลับไปขณะที่วิทย์จ้องมองตากับผีเปรตอสูรกายร่างโย่งอยู่นั้น ร่างของเขาก็ค่อยๆ พร่าเลือนหายไป กลับสู่โลกเดิมวิทย์ลืมตาตื่นขึ้นมาในเต็นท์นอนของเขาเหมือนกับวันก่อน คล้ายๆกับว่า ที่นี้เป็นจุด เซฟ ของร่างกาย ไม่ว่าจะยืนอยู่ที่ไหนในโลกวิญญาณ แต่เมื่อกลับมาสู่โลกมนุษย์ ตัวของเขาก็จะ กลับมาอยู่ในเต็นท์นอนแบบนี้เสมอ วิทย์ลุกออกจากเต็นท์ของตัวเองรูดซิปประตูทางเข้าขึ้นจนสุด ก่อนที่จะพัดเก็บทั้งหมด ลงใน มิติเก็บของอย่างรวดเร็ว แล้วเดินมานั่งที่เก้าอียางสีฟ้าตัวจิ๋ว ที่จริงเกาอี้ตัวนี้มันมีไว้สำหรับนั่งซักผ้าแต่ก็พอแก้ขัดได้ถึงจะนั่งไม่ถนัดนัก วิทย์ เปิดลังน้ำแข็งเอาเบียร์เย็นๆออกมาหนึ่งขวด ใช้ตูดไฟแช็คเปิดขวดเบียร์ขนาด 330 ml. ป๊อก! เสียงฝาเบียร์ถูกงัดออกตามมาด้วยฟองฟู่ไหลย้อนขึ้นมาตรงปากขวดนิดหน่อย วิทย์ ยกเบียร์เย็นๆกระดกไปอึกหนึ่งเพื่อดับกระหาย อ้า!!!"รสชาติยังดีเหมือนเดิม" ชายหนุ่มพึมพำเบาๆมองทอดสายตาออกไปตามถนน ทางด้านทิศตะวันออก สุดมุมถนนเป็นที่โล่งทุ่งนาไม่มีบ้านเรือนบดบัง มองเห็นดวงอาทิตย์สีแดงกลมโต ลอยขึ้นมาอยู่เหนือม่านหมอก เสียงไก่ขัน ตัดกับเสียงนกกระจิบร้องเซ็งแซ่อยู่บนยอดมะขามต้นใหญ่ เป็ดห่านที่ชาวบ้านเลี้ยงเอาไว้ร้องส่งเสียงต้อนรับอรุณวันใหม่ น้ำค้างเล็กๆประพรมยอดหญ้ามองเห็นเป็นหยดสีใสไอมอกล่องลอยอยู่รอบๆที่วางเต็นท์ น้ำหมอกบางส่วนไหลลงจากยอดหญ้าสัมผัสกับผิวดิน ทำให้เกิดกลิ่นไอดินลอยฟุ้งขึ้นมา หอม แบบเป็นเอกลักษณ์ แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าที่นี้เกิดเรื่องบ้าบอ ชวนสยดสยองขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา เสียงครอกแครกดังออกมาจากเต้นข้างๆ ตามมาด้ายเสียงรูดซิบ แกรก! เต็นนอนหลังสีเขียวอีกหลังถูกเปิดออกสาวน้อยในชุดวอมกีฬาสวมเสือพละของโรงเรียนตัวสีเขียว โผล่หน้าออกมามองซ้ายแลขวา"อ่าวพี่วิทย์ เก็บเต็นท์แล้วรึ..""อืม เราก็รีบๆลุกแล้วเก็บเต็นท์เข้ามิติเก็บของซะ..""อะ!อืม.." สาวน้อยจัดแจงเก็บเต็นท์นอนของตัวเองทันทีแล้วเดินเข้ามานั่งข้างๆกระติกน้ำแข็งตรงเก้าอี่นั่งสีเขียวตัวเดิมของเธอ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปเปิดกระติกหยิบเอาสปายขึ้นมาหนึ่งขาดยื่นขวดมาให้ วิทย์หมายหมั่นให้เขาเปิดให้"จะกินแต่เช้าเลยรึ ไม่ได้ไปโรงเรียนหรือไงวันนี้" วิทย์ถามออกไปทำหน้าสงสัย"ว่าจะไม่ไป ป่วยการเมือง" สาวน้อยตอบออกมาหน้าตาเฉย"หึ เด็กไม่ดี ไม่เรียนหนังสือเดี๋ยวก็โง่หรอก""หึ แค่วันเดียวไม่ขนาดนั้นหรอกมั่ง พี่ก็พูดเกินไป.."ป๊อก! เสียงฝาขวดถูกเปิดออกด้วยก้อนไฟแช็คอันเดิม ก่อนที่จะยืนขวดคืนไปให้ แพร ที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา"เมื่อคืนเป็นยังไงบ้าง วิทย์ถามออกมา""ก็ดี มันไม่ได้ยากนัก เหมือนกับการทำสมาธิ และพิจารณาสิ่งที่อยู่รอบๆ หนูเห็นมันแล้วหละ ละอองสีทองที่อยู่รอบๆตัวเรา จะว่าเห็นก็ไม่ใช่จะว่ายังไงละ แบบมันมองไม่เห็นด้วยตาแต่สัมผัสได้ด้วยอะไรซักอย่าง""ญาณรับรู้"วิทย์พูด"ใช่ๆนั้นแหละ แต่ตอนนี้ยังชักนำมันเข้ามาที่หว่างคิ้วไม่ได้ เหมือนกับที่ในตำราบอก""อืม พยายามเข้า!" วิทย์เอ๋ยให้กำลังใจ"เอ๊ะ!วันนี้ทำไมพี่ดูหล่อๆขึ้นนะ สาวน้อยมองจ้องเขม็ง อืม..ผิวก็เนียนขึ้น ไหนๆดูซิ" ว่าแล้วแพร ก็ถือวิสาสะ จับแขนจับหน้า เพื่อดูว่าเป็นจริงดังที่เห็นไหม โอ้ว!สาวน้อยร้องท้วงออกมาด้วยดวงตากลมโต"เนียนจริงอะไรจริง พี่ใช้ครีมอะไร หน้านี้ก็ใสกว่าเมื่อวานอีกแนะ"ตอนนี้ ผมอ่านและแก้ไขคำผิดไปแล้วแต่ก็ยังไม่แน่ใจว่ามันหมดหรือยัง รูปประโยคที่ติดขัดไม่สวยงามก็แก้ไขแล้ว แต่ต้องแจ้งก่อนนะครับว่าบางทีคนเขียนมีไอเดียกระฉูดออกมาแบบรีบๆ ทำให้ตอนพิมพ์ต้องพิมพ์ด้วยความเร่งรีบ รูปประโยคจึงไม่ชัด คำตกก็มีมาก พยายามแก้ไขอยู่ครับ เพื่อนๆนักอ่านที่อ่านเจอจุดไหนไม่ดีไม่เหมาะก็คอมเม้นบอกหน่อยจะเป็นกำลังใจผู้แต่งอย่างสูง