จวบจนดึกดื่น หยางถิงเฟิงกับเจิ้งชูซินก็ออกจากค่ายพักไปอย่างลับๆมีคนไม่กี่คนที่รู้เรื่องการออกจากค่ายของทั้งสองคนคนหนึ่งก็คือแม่ทัพใหญ่หยางซีถิง อีกคนคือกุนซือ และอีกคนก็คือเต๋อผิงซึ่งเต๋อผิงนั้นถูกท่านแม่ทัพใหญ่สั่งให้ติดตามซื่อจื่อไปห่างๆคอยปกป้องคุ้มครองซื่อจื่อ
วันต่อมา เจิ้งชูซินกับหยางถิงเฟิงก็ปรากฏตัวขึ้นทั้งสองสวมใส่เสื้อผ้าสตรีชาวบ้านเดินเท้าเข้าใกล้กองทัพทั้งสองเจิ้งชูซินก็สวมบทบาทแม่เลี้ยงใจร้ายทันที นางจับเชือกที่มัดข้อมือซื่อจื่อหยางฉุดกระชากลากถูพลางตะโกนด่าทอเสียงดังลั่น“นังตัวกาลกิณี วันนี้ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แล้ว!”
“ไม่ๆ ท่านแม่รองอย่าขายข้าเลยเจ้าค่ะ”หยางถิงเฟิงร้องด้วยเสียงที่ดัดให้เล็กลงทำให้ฟังดูคล้ายเสียงสตรีที่มีน้ำเสียงค่อนข้างใหญ่ไม่ไพเราะเหมือนเสียงสตรีทั่วไป
“ขาย! ข้าจะขายนังตัวเสนียดจัญไรอย่างเจ้าไปเสีย เป็นเพราะเจ้าพ่อเจ้าถึงได้ไปรบจนตาย ทำให้ข้ากลายเป็นหม้าย มีตัวกาลกิณีอย่างเจ้าอยู่บ้านข้าคงถูกความซวยของเจ้าเล่นงานจนล่มจมแน่!ตัวกาลกิณีอย่างเจ้าเอาไว้ไม่ได้แล้ว!”เจิ้งชูซินร้องด่าพลางทุบตีเต็มแรง
“อย่า! อย่า! โอ๊ย! เจ็บๆท่านแม่รองอย่าตีข้า! ข้าเจ็บ ฮือๆๆ...”หยางถิงเฟิงแกล้งร้องไห้พลางหลบหลีกจนล้มลุกคลุกคลาน เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนฝุ่นเนื้อตัวก็เปื้อนฝุ่นไปด้วย
กองทัพซางชะเง้อมองดูสตรี2 คนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ค่ายพักของพวกเขาอย่างระแวดระวังกองทัพเซี่ยก็ชะเง้อชะแง้มองดูสตรีทั้งสองเช่นกัน จู่ๆ ก็มีสตรี 2คนมาตบตีอยู่ระหว่างกองทัพทั้งสองนี่ทำให้ทหารทั้งสองฝ่ายต่างระแวงระวังพากันจ้องมองสตรีทั้งสองเป็นตาเดียว
“นังตัวซวย! นังตัวกาลกิณี! วันนี้ข้าจะขายเจ้าซะ!” เจิ้งชูซินตะโกนด่าพลางทุบตีตุบๆ หยางถิงเฟิงก็แกล้งตะโกนร้อง“ฮือๆๆ...เจ็บๆ อย่าตีข้า! ข้าเจ็บ! อย่าตีข้า...ฮือๆๆ...”
เจิ้งชูซินฉุดกระชากซื่อจื่อหยางลากไปทางค่ายทหารเซี่ยก่อนพลางตะโกนว่า“พวกเจ้าใครอยากซื้อตัวนังนี่บ้าง? ใครให้ราคาแพงที่สุด ข้าก็ขายให้คนนั้น”
“พวกเจ้าเป็นใคร!? อย่าเข้ามาใกล้นะ เจ้าเป็นไส้ศึกพวกซางซินะ” ทหารเซี่ยที่เฝ้าอยู่ตะโกนห้ามเจิ้งชูซินจึงตะโกนบอก “ข้าเป็นชาวเมืองอี้ ข้าไม่ใช่ไส้ศึกข้าแค่อยากขายนังตัวซวยนี่ออกไปเท่านั้น พวกเจ้าอย่ายิงธนูใส่ข้านะ”
ทหารหันไปมองหน้ามองตากันเองแล้วทหารคนหนึ่งก็วิ่งไปรายงานนายกอง เมื่อนายกองรู้เรื่องก็รีบไปดูทันทีเขาอยู่ในค่ายพัก ส่วนสตรีทั้งสองอยู่ห่างไกลออกไปจนมองหน้าตาไม่ชัดเจนแต่สตรีที่ถูกมัดข้อมือนั้นดูจากรูปร่างแล้วมีรูปร่างสูงโปร่งสมส่วน
“เอ้า! เร่เข้ามาๆ ใครให้ราคาสูงที่สุดก็เอานังตัวซวยนี่ไปได้เลยพวกท่านทั้งหลายสนใจหรือไม่? ที่สำคัญนังตัวซวยนี่ยังบริสุทธิ์อยู่”เจิ้งชูซินตะโกนบอกราวกับกำลังเร่ขายสินค้าอย่างไรอย่างนั้นทำให้พวกทหารหูผึ่งกันทันที โดยเฉพาะคำว่า ‘ยังบริสุทธิ์’ ทำให้ทหารหลายๆ คนถึงกับชะเง้อมองจนคอยืดคอยาวพวกเขาหันไปมองนายกองเป็นตาเดียว คล้ายกับอยากจะขออนุญาตออกจากค่ายไปดู ‘สินค้า’ ที่มาเร่ขายถึงหน้าค่าย
“เอ้า! เร่เข้ามาเลย! นี่ๆ หากว่าพวกท่านไม่ซื้อข้าก็จะพานังตัวซวยนี่ไปขายให้กองทัพนู้นแล้วนะ”เจิ้งชูซินตะโกนบอกแล้วรีรออยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นว่าทหารในค่ายไม่มีใครออกมาสักคนนางจึงฉุดกระชากลากถูซื่อจื่อหยางไปทางค่ายทหารของพวกซาง แล้วร้องตะโกนว่า “เอ้า!เร่เข้ามาๆ ใครให้ราคาสูงที่สุดก็เอานังตัวซวยนี่ไปได้เลย พวกท่านทั้งหลายมาซื้อเลยเจ้าข้าาาา...วันนี้ข้าจะขายนังตัวซวยนี่ไปให้พ้นๆบ้านข้าเสียที พวกท่านคงอดอยากปากแห้งมานานไม่คิดอยากมีค่ำคืนวสันต์บ้างหรือเจ้าคะ? นังตัวซวยนี่ยังบริสุทธิ์อยู่หากพวกท่านไม่เชื่อก็เชิญพิสูจน์ดูได้”
“ไม่ๆ ท่านแม่รองอย่าขายข้า อย่าขายข้า ข้าขอร้องท่านล่ะ ไม่ๆ อย่าขายข้า...”หยางถิงเฟิงร้องลั่นพลางดิ้นรนจะหนีไปตลอดทาง น้ำหูน้ำตาไหลเป็นทางจนแก้มเปรอะเปื้อนไม่น่าดู เจิ้งชูซินจึงทุบตีอีกยกหนึ่งนางตีเต็มแรงเสียงดังตุบตับๆ พลางบ่นอยู่ในใจว่า ‘เนื้อตัวไอ้เด็กนี่ช่างแข็งนักข้าตีจนเจ็บมือหมดแล้ว!’
หยางถิงเฟิงแม้จะรู้สึกเจ็บอยู่บ้างแต่เทียบกับคนอื่นๆแล้วเรี่ยวแรงของเจิ้งชูซินยังนับว่าด้อยกว่าทหารในจวนเขาเสียอีกเขาจึงไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรมากมายนัก ถูกนางทุบตีก็คิดเสียว่ากำลังฝึกซ้อมฝีมือเถอะ
เจิ้งชูซินทุบตีผั๊วะๆพลางฉุดกระชากลากถูซื่อจื่อหยางเข้าใกล้ค่ายทหารพวกซางทหารซางก็ชะเง้อชะแง้มองดูสตรีทั้ง 2 คนพวกเขาได้ยินเสียงของสตรีคนนั้นที่ร้องตะโกนเร่ขายสตรีอีกคนพวกเขามองดูอย่างอยากรู้อยากเห็นและคอยระแวดระวังอยู่ในที
ทหารบางคนก็รีบไปรายงานนายกองนายกองก็ออกมาดูเหตุการณ์ เจิ้งชูซินก็ร้องขายคนพลางเข้าไปใกล้ค่ายทหารเรื่อยๆแล้วหยุดยืนห่างจากค่ายพวกซางพอประมาณ คล้ายไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวพวกซางแต่ก็อยากจะขายคน
เหตุการณ์นี้รู้ไปถึงหูแม่ทัพใหญ่กังห้าวเขาจึงออกจากกระโจมไปดูเสียหน่อยเพราะว่าช่วงนี้เขาไม่ได้คุมกองทัพออกสู้รบเนื่องจากคนในค่ายเจ็บป่วยกันมากเหลือเกินทำให้เขาอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรจะทำ เจิ้งชูซินก็ร้องขายคนอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ไม่เห็นใครออกมาจากค่าย นางจึงลากซื่อจื่อหยางไปทางอื่น “ในเมื่อพวกท่านไม่ซื้อข้าก็ไปขายที่อื่นล่ะ”
“ไปๆพวกเจ้าไปจับพวกนางไว้!” กังห้าวตะโกนสั่ง ทหารรับคำสั่ง“ขอรับ”
แล้วก็กรูกันไปจับตัวสตรีทั้งสองคนทันที
“อ้า! พวกเจ้าจะทำอะไร!?”เจิ้งชูซินได้ยินคำสั่งนั้นก็ตะโกนพลางวิ่งหนีไปทันที หยางถิงเฟิงก็วิ่งหนีเช่นกันวิ่งไปสักพักเขาก็สะดุดล้มลงไป เขากลิ้งหลุนๆ ไปสองสามตลบเมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นทหารซางล้อมตัวเองเอาไว้ เขาจึงแกล้งทำท่าหวาดกลัวสุดขีด“อ้า! พวกเจ้าอย่าเข้ามานะ!”
“โอ้ หน้าตาดีเสียด้วย!” นายกองเอ่ยขึ้นมา เขารีบวิ่งกลับไปรายงานท่านแม่ทัพใหญ่ทันที“ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ สตรีคนนั้นหน้าตางามทีเดียวขอรับ”
พอได้ยินว่า ‘หน้าตางาม’ กังห้าวตาวาวขึ้นมาทันทีเขาจึงขี่ม้าออกจากค่ายพักแล้วไปหยุดใกล้ๆ กับสตรีนางนั้นพวกทหารก็เปิดทางให้ท่านแม่ทัพใหญ่ทันที หยางถิงเฟิงพอเห็นกังห้าวขี่ม้ามาเขาก็รีบก้มหน้าทำท่าหวาดกลัวสุดขีด แต่ในใจกลับแย้มยิ้มที่ปลาติดเบ็ดแล้ว!
“จับนางกลับไปส่วนนังคนนั้น...” กังห้าวสั่งพลางมองสตรีที่วิ่งหนีไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่คนนั้นเขาหยิบคันธนูขึ้นมาแล้วหยิบลูกธนูขึ้นพาดสาย เล็งยิงแล้วปล่อยสายผึง!
ฟิ้ว! ลูกธนูพุ่งตรงไปยังสตรีคนนั้น เจิ้งชูซินได้ยินเสียงบางอย่างพุ่งแหวกอากาศมาทางด้านหลังนางพลันแกล้งสะดุดล้มลงไป “อ้า!”
ลูกธนูพุ่งเฉียดศีรษะของนางไปตัวนางก็กลิ้งไปข้างหน้าสองสามตลบ
ฉึก! ลูกธนูปักลงพื้นห่างจากเจิ้งชูซินไม่เท่าไหร่เจิ้งชูซินแกล้งเบิกตาโตทำหน้าตกใจ กรีดร้องลั่น “อ้า!อย่าฆ่าข้า! อย่าฆ่าข้า!ข้าไม่เอาเงินก็ได้ ข้ายกนังตัวซวยนั่นให้พวกท่านเลย!”
นางพูดแล้วก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งหนีไปสองขาเซปัดเป๋อย่างคนที่หวาดกลัวจนขาอ่อนแรง
“หึๆ”กังห้าวไม่สนใจสตรีคนนั้น นางหนีไปก็ช่างนางเถอะตอนนี้เขาสนใจสตรีที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า หน้าตานางงดงามกว่าอนุเจียเสียอีกอีกทั้งอนุเจียคนนั้นเขาก็เริ่มเบื่อแล้ว เขามองๆนางแล้วลงจากหลังม้าพลางสั่งทหารว่า “เดี๋ยวข้าพานางกลับไปเอง”
“ขอรับ”ทหารรับคำสั่งแล้วขยับถอยหลังไป กังห้าวเดินเข้าไปหาสตรีนางนั้นหยางถิงเฟิงพลันสะบัดเชือกที่มัดข้อมือออกแล้วใช้มีดสั้นที่ซ่อนเอาไว้แทงออกไปทันที“ย๊ากกกก...”
กังห้าวพลันก้าวหลบหยางถิงเฟิงพลาดเป้าก็ก้าวตามติดหมายแทงฟันให้ตาย กังห้าวถอยหลบไปหลบมาพลางเอ่ย“หึ! คิดเอาชีวิตข้าไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะนังหนู”
“ไอ้แก่ ตาย!” หยางถิงเฟิงพุ่งเข้าใส่ วรยุทธ์มีเท่าไหร่ เขางัดออกมาใช้ 6 ส่วน แต่กังห้าวเป็นแม่ทัพใหญ่ไม่ได้เป็นด้วยลมปากเขานั้นคร่ำหวอดในสนามรบมานับไม่ถ้วนแล้ว ดังนั้นลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้เขาย่อมดูออก และที่เขาออกมาดูก็เพราะเดาว่าต้องเป็นแผนสาวงามแน่นอนเขาจึงออกจากค่ายพักมาดูเรื่องสนุกๆ เสียหน่อย ดูว่าแผนสาวงามนี้จะงามจริงหรือไม่ส่วนสาวงามจะมีฝีมือขนาดไหน นางคนเดียวหรือ 2 คนย่อมไม่ใช่คู่มือเขาหรอกแต่เมื่อได้ประมือกับนาง เขายอมรับเลยว่าสาวงามนางนี้มีฝีมือล้ำเลิศนักฝีมือเกือบจะเทียบเคียงกับเขาได้เลย แต่ว่าก็ยังอ่อนด้อยกว่าเขาอยู่ดีเมื่อนางแทงมีดมาเขาจึงเบี่ยงหลบแล้วคว้าข้อมือนางหมับ!
หยางถิงเฟิงถูกจับข้อมือได้เขาก็พลิกข้อมือหมุน แต่มือไอ้แก่แซ่กังกลับพลิกหมุนตาม ทำให้เขาสลัดไม่หลุดเขาจึงยันตัวถีบพื้นขึ้นกระโดดเตะ กลับถูกไอ้แก่แซ่กังคว้าจับขาเอาไว้ทำให้เขาถูกจับยึดเอาไว้ทั้งมือทั้งขาเขากำลังจะใช้อีกมือต่อยพลันมือข้างนั้นก็ถูกใครบางคนยึดจับเอาไว้เมื่อเขาเหลือบมองจึงเห็นทหารคนหนึ่งจับมือเขายึดไว้แน่นมากเขาจึงยกขาข้างที่ยันพื้นขึ้นจะเตะ แต่พอขาลอยขึ้นมาก็ถูกทหารอีกคนพุ่งเข้ามาจับเอาไว้ทำให้สภาพของเขากลายเป็นถูกจับมือขาทั้ง 4 ข้างเอาไว้ เขาดิ้นสะบัดให้หลุดแต่ยังไม่ทันหลุด มือเท้าของเขาก็ถูกมัดด้วยเชือกหมับ!
สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนจะยาวนานแต่ความจริงแล้วเกิดขึ้นในไม่กี่อึดใจเท่านั้นเอง และการที่เขาถูกจับไว้เช่นนี้เขาเองก็คาดเดาเอาไว้แล้ว ดังนั้นสีหน้าเขาจึงไม่ได้ตกใจสักเท่าไหร่เพียงดัดเสียงให้แหลมเล็กแล้วตะโกนด่า “ไอ้แก่ ปล่อยข้านะ!”
“หึๆๆ นังหนูเจ้าเอาตัวมาให้ข้าถึงที่ จะให้ข้าปล่อยเจ้าไปได้อย่างไร”กังห้าวหัวเราะพลางบอกอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องแล้วสั่งพวกทหารว่า“หามนางไปที่กระโจมข้า”
“ขอรับ”ทหารรับคำสั่งแล้วหามสตรีนางนั้นเข้าค่ายทันที
“ปล่อยข้า! ปล่อยข้านะ!” หยางถิงเฟิงตะโกนไปตลอดทางทหารคนอื่นๆ ก็มองดูอย่างสนุก
เจิ้งชูซินหนีไปไกลแล้วก็หันไปมองดูซื่อจื่อที่ถูกหามเข้าค่ายทัพซางไปนางไม่กังวลเลยว่าซื่อจื่อจะเป็นอันตราย เพราะนี่ก็ยังอยู่ในแผนการหนึ่งนั่นเองหลังจากเห็นซื่อจื่อถูกหามไปจนลับสายตาแล้วนางจึงรีบวิ่งกลับค่ายตัวเองจนไปถึงค่าย นางก็เห็นกุนซือกับท่านแม่ทัพใหญ่รออยู่หน้าค่าย นางจึงรายงานว่า“แม่นางหรู ถูกจับเข้าค่ายพวกนั้นไปแล้วเจ้าค่ะ”
“ดีๆ”กุนซือพยักหน้าแล้วหันไปสั่งทหารกองหนึ่งว่า “ไป พวกเจ้าไปทำตามแผนได้แล้ว”
“ขอรับ”ทหารกองนั้นรับคำสั่งแล้วถอยออกไปอย่างเป็นระเบียบ
หยางซีถิงมองไปทางค่ายทัพซางในใจมีความกังวลไม่น้อย ถึงลูกชายเขาจะเป็นผู้ชาย แต่ว่าเขาก็ยังห่วงลูกอยู่ดีและที่เจิ้งชูซินเรียกลูกชายเขาว่า ‘แม่นางหรู’ก็เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ว่าแท้จริงแล้วแม่นางหรูคือซื่อจื่อหยางปลอมตัวนั่นเองเรื่องนี้ปิดได้เท่าไหร่ก็ควรปิดเอาไว้ให้มิดเชียว แค่เมื่อวานเขาก็ขายขี้หน้าพวกนายกองและรองแม่ทัพเพียงพอแล้วอย่าให้เขาต้องขายขี้หน้าไปมากกว่านี้เลย
“เอาน่าๆท่านไม่ต้องห่วงไป ซื่อจื่อมีฝีมือย่อมเอาตัวรอดได้แน่ตอนนี้ทำเรื่องที่ควรทำก่อนเถอะท่านแม่ทัพใหญ่” กุนซือบอกปนปลอบใจท่านแม่ทัพใหญ่ที่ห่วงลูกชายจนไม่เป็นอันจะนั่งจะนอนอีกทั้งยังต้องควบคุมทหารให้ทำตามแผนการให้สำเร็จลุล่วง
“อืมๆ ข้ารู้ๆ”หยางซีถิงพยักหน้าหงึกๆ พลางสั่งรองแม่ทัพว่า “เจ้านำทหารไปทำตามแผนการได้แล้ว”
“ขอรับ”รองแม่ทัพรับคำสั่งแล้วถอยออกไป จากนั้นก็นำทหารไปทำตามแผนการที่วางเอาไว้
หยางถิงเฟิงถูกหามเข้ากระโจมของกังห้าว เขาถูกวางไว้ข้างอนุเจียจากนั้นพวกทหารก็ถอยออกไปจนหมด
กังห้าวเดินเข้าไปยืนมองสาวงามรูปร่างสูงคนนั้นอย่างพึงพอใจเขามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มองขึ้นๆ ลงๆเหมือนกำลังประเมินสินค้าอย่างไรอย่างนั้น “งามจริงๆ”
ดูจากหน้าตาแล้วนางน่าจะอายุ 18-19 กระมัง กำลังอยู่ในวัยขบเผาะชวนให้ลิ้มรสจริงๆ
เจียหรูมองสตรีที่ถูกมัดเหมือนหมูข้างๆนางด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ คาดว่าสตรีนางนี้คงถูกไอ้แก่นี่จับตัวมาได้นางเงยหน้ามองไอ้แก่ทีหนึ่งแล้วหลุบตาลงต่ำ หยางถิงเฟิงก็มองสตรีข้างๆที่ถูกมัดล่ามเอาไว้กับเสา เขามองนางอย่างรู้สึกเวทนายิ่งนักเดาว่านางน่าจะเป็นแม่นางเจีย ลูกสาวเจ้าเมืองอี้ที่ถูกไอ้แก่แซ่กังจับตัวไปกระมัง
“นังตัวดีดูอนุคนใหม่ของข้าซิ งามใช่ไหมล่ะ”กังห้าวพูดกับอนุเจียคล้ายจะอวดของใหม่อย่างไรอย่างนั้นเจียหรูหันไปมองสตรีที่อยู่ข้างๆ พลางเอ่ยว่า “ใช่ นางงามน่าเสียดายที่ถูกเจ้าจับมา”
“หึ! นังตัวดีเลี้ยงไม่เชื่อง ในเมื่อข้ามีคนใหม่แล้วเช่นนั้นข้าก็จะยกเจ้าให้พวกลูกน้องล่ะ” กังห้าวบอกอย่างไม่แยแสเขาหวังจะได้เห็นนางขอร้องอ้อนวอนเขา แต่เจียหรูกลับนิ่งเงียบไม่พูดอะไรทำให้กังห้าวโมโหจึงเอ่ยว่า “หึ! ในเมื่อเจ้าอยากถูกรุมเดี๋ยวข้าจะให้เจ้าได้สมใจ”
เขาพูดจบก็ย่อตัวลงข้างๆสาวงามพลางยื่นมือไปจับๆ ตามเนื้อตัวนางหยางถิงเฟิงตวาดด้วยเสียงที่ดัดเล็กแหลมว่า “อย่าจับข้านะ!”
“หึๆๆยิ่งเจ้าห้ามข้าก็ยิ่งอยากจับ” กังห้าวเอ่ยอย่างชอบใจ มือก็จับๆ คลำหาอาวุธบนตัว ‘นาง’แล้วเขาก็เจอมีดเล่มหนึ่งผูกติดกับข้างหน้าแข้งของ ‘นาง’ เขาจึงเลิกขากางเกงของ ‘นาง’ ขึ้นแล้วดึงมีดสั้นเล่มนั้นออกมาเขามองดูมีดที่คมกริบเล่มนั้นพลางมองหน้า ‘นาง’ “หึ! คิดจะเอาชีวิตข้า เจ้ากลับต้องมาเสียท่าให้ข้ารู้สึกอย่างไรบ้างล่ะนังหนู?”
“ข้าจะฆ่าเจ้า”หยางถิงเฟิงเอ่ยด้วยเสียงดัดเล็ก มองอีกฝ่ายอย่างเคียดแค้นเพราะมันทำให้เขาต้องห่างจากหวงเอ๋อร์ ดังนั้นเขาจึงแค้นมันยิ่งนักอยากจะฆ่ามันให้ตายๆ ไปซะ!
“หึ! ก่อนเจ้าจะฆ่าข้าได้ ข้าว่าข้าคงลิ้มรสเจ้าจนเบื่อก่อนกระมัง”กังห้าวพูดพลางจับขากางเกงดึงขึ้นแล้วใช้มีดเล่มนั้นกรีดขากางเกงออกตาก็คอยมองสีหน้าสาวงามไปด้วย
“เจ้า!” หยางถิงเฟิงถลึงตามอง เขาไม่ได้ดิ้นหนี มันกรีดขากางเกงเขาออกเขาก็ไม่ถือสาอะไร เพราะว่าเขาไม่ใช่สตรีเสียหน่อยเนื้อตัวเขายังเคยเปลือยกายอาบน้ำร่วมกับลูกน้องมาแล้ว ถูกไอ้แก่แซ่กังนี่เห็นเขาจึงไม่คิดอะไรมากมาย
“ขนหน้าแข้งเจ้าเยอะไปหน่อยยังกับผู้ชายเลยนะนังหนู” กังห้าวเอ่ยคล้ายจะเย้าแหย่
“หึ! เจ้าไม่ชอบก็ดีแล้ว” หยางถิงเฟิงพูดเย้ย กังห้าวจึงบอก“ขนเยอะไปหน่อยก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าโกนให้”
เขาพูดพลางใช้มีดเล่มนั้นโกนขนหน้าแข้งพลางบอกว่า“อย่าดิ้นเชียวนะนังหนู ไม่งั้นมีดบาดเอานะ”
“ไอ้แก่เจ้าอย่าโกนขนข้านะ!” หยางถิงเฟิงตวาดด้วยเสียงดัดเล็กกังห้าวจึงบอก “เดี๋ยวข้าจะโกนให้เกลี้ยงเลยแม้แต่ขนตรงนั้นเดี๋ยวข้าก็จะโกนให้ด้วย อย่าดิ้นเชียว มาๆเดี๋ยวสามีจะโกนให้เจ้าเอง”
เขาบอกพลางโกนขนหน้าแข้งออกอย่างเบามือหยางถิงเฟิงนอนนิ่งไม่ขยับ ถูกโกนขนหน้าแข้งก็ช่างซิ เดี๋ยวมันก็ยาวออกมาใหม่ได้ที่สำคัญคือเขาต้องยื้อเวลาเอาไว้ เพื่อให้แผนการของกุนซือสำเร็จลุล่วงให้ได้
เมื่อโกนขนหน้าแข้งจนหมดกังห้าวก็ลูบๆ หน้าแข้งที่ไร้ขนอย่างพอใจ “อืม แบบนี้ค่อยดูดีหน่อยเป็นสตรีจะปล่อยให้ขนดกเหมือนบุรุษได้อย่างไร มาๆ เมียรักเดี๋ยวสามีจะโกนให้เจ้าอีกข้างนะ”
เขาพูดแล้วก็ขยับไปจับขาอีกข้างแล้วใช้มีดกรีดขากางเกงออกหยางถิงเฟิงถลึงตามองอย่างโกรธแค้น แต่ก็ไม่ได้ขยับตัวหนีแต่อย่างใดเขานั่งนิ่งมองดูมันกรีดขากางเกงออก
“โอ้เจอมีดอีกเล่มแล้ว” กังห้าวเอ่ยพลางดึงมีดที่มัดอยู่ที่ขาข้างนั้นออกเขาโยนมีดทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ เงยหน้าพูดว่า “เมียรักเดี๋ยวสามีจะค้นตัวเจ้าให้ทั่วๆ เชียว”
เขาพูดแล้วก็จัดแจงโกนขนหน้าแข้งอีกข้างทันทีหยางถิงเฟิงปล่อยให้มันโกนขนหน้าแข้งไปเพื่อยื้อเวลาให้มากที่สุด
“หึๆ โกนหมดแล้วขาเจ้าค่อยสวยหน่อย” กังห้าวเอ่ยพลางลูบๆ หน้าแข้งที่ไร้ขนหยางถิงเฟิงหดขาหนีอย่างขยะแขยง “อย่าจับข้านะไอ้แก่!”
“หึๆเดี๋ยวข้าจะจับทั้งตัวเลยเชียวนังหนู” กังห้าวเอ่ยพลางยิ้มแย้มเบิกบานหยางถิงเฟิงร้องห้าม “อย่านะไอ้แก่! เจ้าแตะต้องตัวข้าข้าจะตัดมือเจ้าทิ้ง จะสับเจ้าให้เป็นหมื่นๆ ชิ้นเลยเชียว”
“หึๆๆยิ่งเจ้าพูดแบบนี้ข้ายิ่งต้องจับ” กังห้าวจับหมับที่หน้าแข้งข้างนั้นพลางมองจ้องตา‘นาง’หยางถิงเฟิงถลึงตามองอย่างโกรธจัด
“ไหนๆเจ้าจะตัดมือข้าอย่างไรรึนังหนู?” กังห้าวเอ่ยหยอกเย้าแล้วพูดต่อ “นังตัวดีข้างๆเจ้าก็เคยพูดกับข้าแบบนี้ แล้วเจ้าดูนางซิ ตอนนี้เป็นอย่างไร นางอยากฆ่าข้าข้าก็ล่ามนางไว้ นางจะเอามือเอาเท้าที่ไหนมาฆ่าข้าได้ เจ้าดื้อดึงไม่ยินยอมข้าก็จะมัดเจ้าเหมือนนาง เจ้าจะทำร้ายข้า ข้าก็จะให้เจ้ารู้รสของการอดข้าวอดน้ำดังนั้นเจ้าจงเชื่อฟังดีๆ เถอะหากว่าเจ้าไม่อยากเป็นเหมือนนาง”
หยางถิงเฟิงเบนสายตาไปมองสตรีข้างๆจึงสบตากับเจียหรูเข้า เจียหรูก็มองสตรีที่อยู่ข้างๆอย่างเวทนาในชะตากรรมของสาวน้อยที่ถูกจับมาใหม่คนนี้ พอนางเบนสายตาไปมองไอ้เฒ่ากังวูบหนึ่งดวงตานางเผยความเคียดแค้นชิงชังล้นเหลือออกมา พริบตาต่อมานางก็หลุบตาลงซ่อนความแค้นในดวงตาเอาไว้ไม่ให้มันเห็น ไม่เช่นนั้นมันจะทรมานนางอีก
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readclub.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ