ท่านประธานจอมเผด็จการกับอาจารย์ขาลุย

    บทที่ 23 พวกเรากำลังคบกันอยู่ (50%)

            จอมทัพนั่งหน้ามุ่ย สายตาก็จ้องมองนักรบที่นั่งไขว้ห้างอยู่ที่โซฟาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่แสดงถึงอารมณ์ใด ๆ แม้ว่าที่มุมปากนักรบจะมีรอยแตกเ๣ื๵๪ไหลซิบ จากน้ำมือของเขา แต่นักรบนั้นก็ยังคงนั่งสงบนิ่ง ราวกับไม่รู้สึกเจ็บใด ๆ จนเขานั้นแอบจะรู้สึกหมั่นไส้น้าเขานิด ๆ

            ปารมีเดินออกจากห้องนอนของเธอพร้อมกับผ้าขนหนูผืนใหม่ กับกล่องยาที่เธอเพิ่งจะเอามาทำแผลให้จอมทัพเมื่อวันก่อน ไม่คิดว่าวันนี้จะต้องมาทำแผลให้กับผู้เป็๞น้าด้วยอีกคน

            “เอ้า— จอมทัพ เช็ดหัวซะ เดี๋ยวก็เป็๲หวัดหรอก”

            จอมทัพรับผ้าขนหนูที่ปารมียื่นให้มาด้วยท่าทีอิดออด แต่ก็รับมาแต่โดยดี เขามองปารมีที่เดินไปนั่งใกล้น้าเขาด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก ซึ่งท่าทีนั้นนักรบเองก็สังเกตเห็น

            “ถึงเธอจะโมโหโทโสมากแค่ไหนก็ไม่ควรใช้กำลังนะจอมทัพ....อีกอย่างคนที่เธอเพิ่งต่อยไปคือน้าแท้ ๆ ของเธอนะ...”

            ปารมีตำหนิจอมทัพโดยที่ไม่ได้หันไปมองเขา เพราะเธอกำลังง่วนอยู่กับทำแผลให้นักรบอยู่ เมื่อไม่เห็นว่าจอมทัพจะตอบกลับมา เธอก็หันไปจ้องจอมทัพด้วยแววตาตำหนิ ทำให้จอมทัพต้องเอ่ยขึ้นมาเสียงอ่อย

            “ผม— ขอโทษ”

            “เฮ้อ— คนที่เธอควรขอโทษไม่ใช่ครู แต่เป็๞น้าของเธอนู้น..”

            เธอจ้องไปที่จอมทัพด้วยสายตาที่เข้มงวด ทำให้เขานั้นหันไปมองน้าของเขา และก็พบว่าน้าของเขานั้นก็กำลังมองมาที่เขาเช่นกัน แต่แววตากลับไม่มีอารมณ์โกรธเลยแม้น้อย กลับกันแววตาของนักรบนั้นมองมาที่เขาอย่างอ่อนโยนเสียมากกว่า ทำให้เขารู้สึกผิดในใจทันที

            “น้าครับ— ผมขอโทษ”

            นักรบที่ได้ยินคำขอโทษจากจอมทัพเขาก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับเอ่ยตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มอบอุ่นแบบที่ปารมีถึงกับอึ้งเพราะไม่คิดว่าเขาจะมีด้านนี้ด้วย

            “ไม่เป็๞ไร”

            ‘นึกว่าจะทำเป็๲แต่หน้านิ่งเป็๲น้ำแข็งอย่างเดียวเสียอีก’

            ปารมีเบะปากพลางคิดในใจ พร้อมทั้งหันมาสนใจทำแผลให้นักรบอีกครั้ง และด้วยความตาไวของนักรบ ทำให้เขานั้นเห็นท่าทางของปารมีเต็มสองตา

            “คุณกำลังคิดอะไร”

            เขาถามปารมีเสียงนิ่ง พลางหลุบสายตามองหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังโฟกัสแผลที่มุมปากเขาอย่างจริงจัง

            “เปล่าสักหน่อย— คุณนี่ขี้ระแวงจริง”

            ปารมีตอบแบบไม่สนใจ แล้วก็หันไปหยิบพลาสเตอร์ยาออกมาจากกระปุก แกะซองและก่อนที่จะแปะไปที่แผลของนักรบ ทันใดนั้นเขาก็คว้ามือปารมีพร้อมกับมองไปที่พลาสเตอร์นั่นด้วยสีหน้าอึมครึม

            “คุณจะทำอะไร”

            “เอ้า— ก็จะแปะแผลให้คุณไง ถ้าไม่ปิดเอาไว้ เชื้อโรคมันจะเข้าไปทำให้อักเสบนะคุณ”

            เธออธิบายและก็พยายามจะดึงมือออกมาเพื่อจะแปะพลาสเตอร์ยาให้เขา แต่นักรบก็ยังคงจับแน่นไม่ยอม

            “ไม่มีลายอื่นหรือไง”

            นักรบขมวดคิ้วมองพลาสเตอร์ลายการ์ตูนสีชมพูในมือปารมีด้วยสีหน้าที่ไม่ชอบใจนัก

            “นี่!! คุณเป็๞อะไรนักหนากับสีชมพูเนี่ย— อย่าเ๹ื่๪๫มาก ฉันมีแค่ลายนี้เท่านั้นแหละ...ทีฉันแปะให้จอมทัพไปเมื่อวันก่อน ไม่เห็นเขาเ๹ื่๪๫มากเหมือนคุณเลย”

            พอนักรบได้ยินปารมีเปรียบเทียบเขากับจอมทัพแล้วนั้น มือที่เขาจับไว้ก็คลายออก ปล่อยให้ปารมีนั้นแปะพลาสเตอร์ยาลายการ์ตูนสีชมพูบนแผลเขาที่มุมปากอย่างไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่

            ไม่ใช่ไม่ชอบใจเ๹ื่๪๫พลาสเตอร์ยา แต่เป็๞ไม่ชอบใจที่เธอเอาเขาไปเปรียบเทียบกับจอมทัพหลานเขานี่แหละ

            จอมทัพที่นั่งดูทั้งคู่อยู่นาน ก็รู้สึกได้ว่าทั้งคู่นั้นดูสนิทกันเกินไป จนทำให้เขาหงุดหงิดและสงสัยจึงโพล่งถามออกมาทันที

            “ว่าแต่— ทำไมน้ามาอยู่ที่ห้องของอาจารย์ได้ล่ะ”

            คำถามของจอมทัพ ทำเอาปารมีที่กำลังเก็บอุปกรณ์ใส่กล่องยาชะงักทันที

            ‘จะให้เธอตอบเขาว่าอะไรดีล่ะ’

            ขณะที่เธอกำลังหาคำตอบให้จอมทัพอยู่นั้น นักรบก็เอ่ยสวนขึ้นไปทันที

            “แล้วเรามาทำอะไรที่นี่ล่ะ”

            นักรบมองหน้าจอมทัพนิ่ง ส่วนปารมีนั้นก็นั่งรอฟังคำตอบของคำถามที่นักรบได้ถามออกไป

            “ผมก็มาเยี่ยมอาจารย์ไงละครับ เห็นว่าอาจารย์ไม่สบาย ทั้งยังฝนตกหนักอย่างนี้ด้วย ผมกลัวว่าอาจารย์จะไม่มีข้าวกินเลยซื้อมาฝาก”

            จอมทัพตอบพร้อมกับปรายตาไปที่ถุงหิ้วที่มีกับข้าวหลากหลายถุงอยู่ในนั้น ปารมีที่เห็นถุงกับข้าววางเรียงรายอยู่บนโต๊ะกินข้าวซึ่งเธอดูแล้วคงกินได้หลายมื้อ

            “ไหนบอกว่าวันนี้จะไปติวหนังสือบ้านมุมินไง”

            เสียงนิ่งเรียบของนักรบยังคงถามจอมทัพต่อ

            “ก็ติวเสร็จแล้ว แต่ผ่านคอนโดอาจารย์พอดีเลยแวะเอากับข้าวมาให้....ว่าแต่— น้ายังไม่ตอบเลยนะ ว่าทำไมน้าถึงมาอยู่ที่ห้องอาจารย์ได้”

            จอมทัพตอบเสร็จก็วกกลับมาถามคำถามเดิมกับนักรบทันที เขามองไปที่ปารมีที่ทำหน้าเลิ่กลักด้วยแววตาสงสัย

            นักรบที่เห็นสีหน้าหนักใจของปารมีเขาก็ยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะวาดมือไปโอบเอวปารมีดึงเข้าหาตัวเขา พร้อมกับเอ่ยตอบเสียงนิ่ง

            “น้าจะมาหาแฟนน้าไม่ได้หรือไง”

            ปารมีที่ได้ยินดังนั้นก็หันขวับ อ้าปากค้างด้วยความ๻๷ใ๯ พลางถามชายหนุ่มที่กำลังโอบเอวเธอขณะนี้ด้วยสายตา

            ‘นี่คุณ!! กำลังพ่นอะไรอยู่ห๊ะ!!’

            ไม่เพียงแค่ปารมีเท่านั้น จอมทัพเองก็เช่นกัน เมื่อได้ยินน้าเขาบอกมาแบบนั้น เขารู้สึกว่าหัวใจเขานั้นมันดิ่งวูบ และบีบรัดจนเขานั้นรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ ที่อกด้านซ้าย

            ท่าทีของจอมทัพทำเอาปารมีถึงกับตบป๊าบที่หน้าผากพลางกุมขมับด้วยความหนักใจ เธอตวัดสายตาจ้องเขม็งไปที่นักรบอีกรอบ แต่ก็พบเพียงแววตานิ่งเรียบพร้อมกับเลิกคิ้วถามเธอเท่านั้น ส่วนมือที่กำลังโอบเอวเธออยู่ก็กระชับแน่นขึ้นจนปารมีนั้นแทบจะลอยไปนั่งบนตักเขาเลยทีเดียว

            ‘มันน่าโมโหนัก!!’

            ปารมีคิด ส่วนมือนั้นก็พยายามแกะมือนักรบที่โอบเอวเธอแน่นอย่างโมโห

            ------------------

            ปารมียืนแกะถุงกับข้าวด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น

            ‘โอ๊ย!! วันนี้มันเป็๞วันอะไรของฉันเนี่ยให้ตาย...ฝนก็ตกอยู่นั่น จะตกทั้งวันเลยเหรอไง...หยุด ๆ มันมั่งเถอะน่า!!’

            “นี่คุณ— เดี๋ยวถุงก็ขาดหรอก”

            นักรบยืนกอดอกพิงเคาเตอร์ครัว พร้อมกับเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ปารมีที่เห็นดังนั้นก็หมั่นไส้ทันที เธอกระแทกถุงแกงลงบนเคาเตอร์พร้อมกับกัดฟันพูดเสียงเบา เพราะกลัวจอมทัพที่กำลังอาบน้ำอยู่ได้ยิน

            “แล้วมันเป็๲เพราะใครกันเล่า!!”

            เธอจ้องไปที่นักรบด้วยความรู้สึกที่อยากจะซัดหน้าหล่อ ๆ ของเขาสักหมัด แต่ก็กลัวว่าต้องมาเสียเวลาทำแผลให้เขาอีกรอบ จึงได้แต่กำหมัดแน่นอยู่อย่างนั้น

            “เฮ้อ— ก็เป็๲เพราะคุณนั่นแหละ”

            “หา— อย่ามาโทษฉันนะ ฉันไปทำอะไรมิทราบ!!”

            “ชู่ว— เบา ๆ สิคุณ เดี๋ยวจอมก็ได้ยินหรอก”

            นักรบขมวดคิ้วพร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นจรดปากเขาแล้วกระซิบคุยกับปารมี เมื่อเห็นสายตาของปารมีที่ยังไม่คลายความโกรธ เขาก็ถอนหายใจน้อย ๆ ก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ แต่ด้วยความที่ปารมีอยู่ใกล้เธอจึงได้ยินเต็มสองรูหู

            “คุณนี่— ซื่อบื้อชะมัด”

            “นี่คุณ!!....”

            “น้ากับอาจารย์คุยอะไรกันอ่ะ”

            จอมทัพถามขณะที่กำลังเดินออกมาจากห้องนอนของปารมี เขาใช้ผ้าขนหนูเช็ดหัวอยู่ พร้อมกับส่งสายตาจับผิดมาที่นักรบและปารมี

            ปารมีเห็นจอมทัพที่อาบน้ำเสร็จแล้ว ชุดที่ใส่ก็เป็๲ชุดที่เธอค้นตู้เสื้อผ้าหามาให้ เป็๲กางเกงวอร์มและเสื้อสีชมพูแปร๊ดที่เธอเอาให้นักรบแต่เขาไม่ใส่ ส่วนชุดที่เขาใส่มามันเปียกเธอเลยเอามาซักแห้งและจะรีดให้เหมือนกับชุดของนักรบ

            “ปะ— เปล่า— ไม่มีอะไร เธออาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ”

            “ครับ”

            จอมทัพตอบสั้น ๆ แต่แววตาก็ยังคงจับผิดทั้งคู่อยู่อย่างนั้น เขานั้นกำลังคิดอยู่ว่าทั้งคู่นั้นไปทำความรู้จักกัน๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่ แล้วคบกัน๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่

            “ถ้างั้นก็ไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าวเลย เดี๋ยวครูแกะกับข้าวเสร็จเดี๋ยวไป.....คุณด้วย!!”

            ปารมียิ้มตอบกับจอมทัพ ก่อนจะกระซิบบอกนักรบ เมื่อนักรบได้ยินเขาก็ยักไหล่แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวเล็ก ๆ ในห้องของเธออย่างว่าง่าย

            ‘สงสัยพรุ่งนี้คงต้องไปทำบุญสะเดาะเคราะห์สักหน่อยละมั้ง’






    โปรดติดตามตอนต่อไป