จอมทัพนั่งหน้ามุ่ย สายตาก็จ้องมองนักรบที่นั่งไขว้ห้างอยู่ที่โซฟาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่แสดงถึงอารมณ์ใด ๆ แม้ว่าที่มุมปากนักรบจะมีรอยแตกเืไหลซิบ จากน้ำมือของเขา แต่นักรบนั้นก็ยังคงนั่งสงบนิ่ง ราวกับไม่รู้สึกเจ็บใด ๆ จนเขานั้นแอบจะรู้สึกหมั่นไส้น้าเขานิด ๆ
ปารมีเดินออกจากห้องนอนของเธอพร้อมกับผ้าขนหนูผืนใหม่ กับกล่องยาที่เธอเพิ่งจะเอามาทำแผลให้จอมทัพเมื่อวันก่อน ไม่คิดว่าวันนี้จะต้องมาทำแผลให้กับผู้เป็น้าด้วยอีกคน
“เอ้า— จอมทัพ เช็ดหัวซะ เดี๋ยวก็เป็หวัดหรอก”
จอมทัพรับผ้าขนหนูที่ปารมียื่นให้มาด้วยท่าทีอิดออด แต่ก็รับมาแต่โดยดี เขามองปารมีที่เดินไปนั่งใกล้น้าเขาด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก ซึ่งท่าทีนั้นนักรบเองก็สังเกตเห็น
“ถึงเธอจะโมโหโทโสมากแค่ไหนก็ไม่ควรใช้กำลังนะจอมทัพ....อีกอย่างคนที่เธอเพิ่งต่อยไปคือน้าแท้ ๆ ของเธอนะ...”
ปารมีตำหนิจอมทัพโดยที่ไม่ได้หันไปมองเขา เพราะเธอกำลังง่วนอยู่กับทำแผลให้นักรบอยู่ เมื่อไม่เห็นว่าจอมทัพจะตอบกลับมา เธอก็หันไปจ้องจอมทัพด้วยแววตาตำหนิ ทำให้จอมทัพต้องเอ่ยขึ้นมาเสียงอ่อย
“ผม— ขอโทษ”
“เฮ้อ— คนที่เธอควรขอโทษไม่ใช่ครู แต่เป็น้าของเธอนู้น..”
เธอจ้องไปที่จอมทัพด้วยสายตาที่เข้มงวด ทำให้เขานั้นหันไปมองน้าของเขา และก็พบว่าน้าของเขานั้นก็กำลังมองมาที่เขาเช่นกัน แต่แววตากลับไม่มีอารมณ์โกรธเลยแม้น้อย กลับกันแววตาของนักรบนั้นมองมาที่เขาอย่างอ่อนโยนเสียมากกว่า ทำให้เขารู้สึกผิดในใจทันที
“น้าครับ— ผมขอโทษ”
นักรบที่ได้ยินคำขอโทษจากจอมทัพเขาก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับเอ่ยตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มอบอุ่นแบบที่ปารมีถึงกับอึ้งเพราะไม่คิดว่าเขาจะมีด้านนี้ด้วย
“ไม่เป็ไร”
‘นึกว่าจะทำเป็แต่หน้านิ่งเป็น้ำแข็งอย่างเดียวเสียอีก’
ปารมีเบะปากพลางคิดในใจ พร้อมทั้งหันมาสนใจทำแผลให้นักรบอีกครั้ง และด้วยความตาไวของนักรบ ทำให้เขานั้นเห็นท่าทางของปารมีเต็มสองตา
“คุณกำลังคิดอะไร”
เขาถามปารมีเสียงนิ่ง พลางหลุบสายตามองหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังโฟกัสแผลที่มุมปากเขาอย่างจริงจัง
“เปล่าสักหน่อย— คุณนี่ขี้ระแวงจริง”
ปารมีตอบแบบไม่สนใจ แล้วก็หันไปหยิบพลาสเตอร์ยาออกมาจากกระปุก แกะซองและก่อนที่จะแปะไปที่แผลของนักรบ ทันใดนั้นเขาก็คว้ามือปารมีพร้อมกับมองไปที่พลาสเตอร์นั่นด้วยสีหน้าอึมครึม
“คุณจะทำอะไร”
“เอ้า— ก็จะแปะแผลให้คุณไง ถ้าไม่ปิดเอาไว้ เชื้อโรคมันจะเข้าไปทำให้อักเสบนะคุณ”
เธออธิบายและก็พยายามจะดึงมือออกมาเพื่อจะแปะพลาสเตอร์ยาให้เขา แต่นักรบก็ยังคงจับแน่นไม่ยอม
“ไม่มีลายอื่นหรือไง”
นักรบขมวดคิ้วมองพลาสเตอร์ลายการ์ตูนสีชมพูในมือปารมีด้วยสีหน้าที่ไม่ชอบใจนัก
“นี่!! คุณเป็อะไรนักหนากับสีชมพูเนี่ย— อย่าเื่มาก ฉันมีแค่ลายนี้เท่านั้นแหละ...ทีฉันแปะให้จอมทัพไปเมื่อวันก่อน ไม่เห็นเขาเื่มากเหมือนคุณเลย”
พอนักรบได้ยินปารมีเปรียบเทียบเขากับจอมทัพแล้วนั้น มือที่เขาจับไว้ก็คลายออก ปล่อยให้ปารมีนั้นแปะพลาสเตอร์ยาลายการ์ตูนสีชมพูบนแผลเขาที่มุมปากอย่างไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่
ไม่ใช่ไม่ชอบใจเื่พลาสเตอร์ยา แต่เป็ไม่ชอบใจที่เธอเอาเขาไปเปรียบเทียบกับจอมทัพหลานเขานี่แหละ
จอมทัพที่นั่งดูทั้งคู่อยู่นาน ก็รู้สึกได้ว่าทั้งคู่นั้นดูสนิทกันเกินไป จนทำให้เขาหงุดหงิดและสงสัยจึงโพล่งถามออกมาทันที
“ว่าแต่— ทำไมน้ามาอยู่ที่ห้องของอาจารย์ได้ล่ะ”
คำถามของจอมทัพ ทำเอาปารมีที่กำลังเก็บอุปกรณ์ใส่กล่องยาชะงักทันที
‘จะให้เธอตอบเขาว่าอะไรดีล่ะ’
ขณะที่เธอกำลังหาคำตอบให้จอมทัพอยู่นั้น นักรบก็เอ่ยสวนขึ้นไปทันที
“แล้วเรามาทำอะไรที่นี่ล่ะ”
นักรบมองหน้าจอมทัพนิ่ง ส่วนปารมีนั้นก็นั่งรอฟังคำตอบของคำถามที่นักรบได้ถามออกไป
“ผมก็มาเยี่ยมอาจารย์ไงละครับ เห็นว่าอาจารย์ไม่สบาย ทั้งยังฝนตกหนักอย่างนี้ด้วย ผมกลัวว่าอาจารย์จะไม่มีข้าวกินเลยซื้อมาฝาก”
จอมทัพตอบพร้อมกับปรายตาไปที่ถุงหิ้วที่มีกับข้าวหลากหลายถุงอยู่ในนั้น ปารมีที่เห็นถุงกับข้าววางเรียงรายอยู่บนโต๊ะกินข้าวซึ่งเธอดูแล้วคงกินได้หลายมื้อ
“ไหนบอกว่าวันนี้จะไปติวหนังสือบ้านมุมินไง”
เสียงนิ่งเรียบของนักรบยังคงถามจอมทัพต่อ
“ก็ติวเสร็จแล้ว แต่ผ่านคอนโดอาจารย์พอดีเลยแวะเอากับข้าวมาให้....ว่าแต่— น้ายังไม่ตอบเลยนะ ว่าทำไมน้าถึงมาอยู่ที่ห้องอาจารย์ได้”
จอมทัพตอบเสร็จก็วกกลับมาถามคำถามเดิมกับนักรบทันที เขามองไปที่ปารมีที่ทำหน้าเลิ่กลักด้วยแววตาสงสัย
นักรบที่เห็นสีหน้าหนักใจของปารมีเขาก็ยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะวาดมือไปโอบเอวปารมีดึงเข้าหาตัวเขา พร้อมกับเอ่ยตอบเสียงนิ่ง
“น้าจะมาหาแฟนน้าไม่ได้หรือไง”
ปารมีที่ได้ยินดังนั้นก็หันขวับ อ้าปากค้างด้วยความใ พลางถามชายหนุ่มที่กำลังโอบเอวเธอขณะนี้ด้วยสายตา
‘นี่คุณ!! กำลังพ่นอะไรอยู่ห๊ะ!!’
ไม่เพียงแค่ปารมีเท่านั้น จอมทัพเองก็เช่นกัน เมื่อได้ยินน้าเขาบอกมาแบบนั้น เขารู้สึกว่าหัวใจเขานั้นมันดิ่งวูบ และบีบรัดจนเขานั้นรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ ที่อกด้านซ้าย
ท่าทีของจอมทัพทำเอาปารมีถึงกับตบป๊าบที่หน้าผากพลางกุมขมับด้วยความหนักใจ เธอตวัดสายตาจ้องเขม็งไปที่นักรบอีกรอบ แต่ก็พบเพียงแววตานิ่งเรียบพร้อมกับเลิกคิ้วถามเธอเท่านั้น ส่วนมือที่กำลังโอบเอวเธออยู่ก็กระชับแน่นขึ้นจนปารมีนั้นแทบจะลอยไปนั่งบนตักเขาเลยทีเดียว
‘มันน่าโมโหนัก!!’
ปารมีคิด ส่วนมือนั้นก็พยายามแกะมือนักรบที่โอบเอวเธอแน่นอย่างโมโห
------------------
ปารมียืนแกะถุงกับข้าวด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น
‘โอ๊ย!! วันนี้มันเป็วันอะไรของฉันเนี่ยให้ตาย...ฝนก็ตกอยู่นั่น จะตกทั้งวันเลยเหรอไง...หยุด ๆ มันมั่งเถอะน่า!!’
“นี่คุณ— เดี๋ยวถุงก็ขาดหรอก”
นักรบยืนกอดอกพิงเคาเตอร์ครัว พร้อมกับเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ปารมีที่เห็นดังนั้นก็หมั่นไส้ทันที เธอกระแทกถุงแกงลงบนเคาเตอร์พร้อมกับกัดฟันพูดเสียงเบา เพราะกลัวจอมทัพที่กำลังอาบน้ำอยู่ได้ยิน
“แล้วมันเป็เพราะใครกันเล่า!!”
เธอจ้องไปที่นักรบด้วยความรู้สึกที่อยากจะซัดหน้าหล่อ ๆ ของเขาสักหมัด แต่ก็กลัวว่าต้องมาเสียเวลาทำแผลให้เขาอีกรอบ จึงได้แต่กำหมัดแน่นอยู่อย่างนั้น
“เฮ้อ— ก็เป็เพราะคุณนั่นแหละ”
“หา— อย่ามาโทษฉันนะ ฉันไปทำอะไรมิทราบ!!”
“ชู่ว— เบา ๆ สิคุณ เดี๋ยวจอมก็ได้ยินหรอก”
นักรบขมวดคิ้วพร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นจรดปากเขาแล้วกระซิบคุยกับปารมี เมื่อเห็นสายตาของปารมีที่ยังไม่คลายความโกรธ เขาก็ถอนหายใจน้อย ๆ ก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ แต่ด้วยความที่ปารมีอยู่ใกล้เธอจึงได้ยินเต็มสองรูหู
“คุณนี่— ซื่อบื้อชะมัด”
“นี่คุณ!!....”
“น้ากับอาจารย์คุยอะไรกันอ่ะ”
จอมทัพถามขณะที่กำลังเดินออกมาจากห้องนอนของปารมี เขาใช้ผ้าขนหนูเช็ดหัวอยู่ พร้อมกับส่งสายตาจับผิดมาที่นักรบและปารมี
ปารมีเห็นจอมทัพที่อาบน้ำเสร็จแล้ว ชุดที่ใส่ก็เป็ชุดที่เธอค้นตู้เสื้อผ้าหามาให้ เป็กางเกงวอร์มและเสื้อสีชมพูแปร๊ดที่เธอเอาให้นักรบแต่เขาไม่ใส่ ส่วนชุดที่เขาใส่มามันเปียกเธอเลยเอามาซักแห้งและจะรีดให้เหมือนกับชุดของนักรบ
“ปะ— เปล่า— ไม่มีอะไร เธออาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ”
“ครับ”
จอมทัพตอบสั้น ๆ แต่แววตาก็ยังคงจับผิดทั้งคู่อยู่อย่างนั้น เขานั้นกำลังคิดอยู่ว่าทั้งคู่นั้นไปทำความรู้จักกันั้แ่เมื่อไหร่ แล้วคบกันั้แ่เมื่อไหร่
“ถ้างั้นก็ไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าวเลย เดี๋ยวครูแกะกับข้าวเสร็จเดี๋ยวไป.....คุณด้วย!!”
ปารมียิ้มตอบกับจอมทัพ ก่อนจะกระซิบบอกนักรบ เมื่อนักรบได้ยินเขาก็ยักไหล่แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวเล็ก ๆ ในห้องของเธออย่างว่าง่าย
‘สงสัยพรุ่งนี้คงต้องไปทำบุญสะเดาะเคราะห์สักหน่อยละมั้ง’
โปรดติดตามตอนต่อไป