บทที่สิบสาม
รอบสุดท้ายของการแข่งขันศึกชิงชัยของตระกูลจางมาถึงเย่เฉินไท่ถึงที่เหมืองก่อนผู้แข่งขันคนอื่นเขานั่งรออยู่เดี่ยวดายจนกระทั่งเห็นผู้แข่งขันทั้งสองคนที่รู้จักมาถึงใน่ที่พระอาทิตย์ใกล้พ้นขอบฟ้าแล้ว
“คุณชายลู่”
“บัณฑิตเย่”ระหว่างตอบกลับลู่อิงิมองสำรวจบัณฑิตหนุ่มที่เตรียมกล่องไม้สะพายหลังมาด้วยซึ่งนางไม่รู้ว่าในนั้นบรรจุอะไรเอาไว้แต่คาดว่าเขาคงเตรียมมาเยอะกล่องไม้ถึงได้ดูหนักขนาดนั้น
“พวกท่านไม่เตรียมอะไรมาเลยหรือ”กลับกันเย่เฉินไท่ถามฝั่งคุณชายลู่เพราะสังเกตเช่นกันว่าอีกฝ่ายไม่ได้เตรียมอะไรมาเลยอาหาร น้ำ ยาหรืออาวุธที่ใช้ต่อสู้กับพวกปีศาจที่อาจจะพบเจอในถ้ำเหมือง
“อ่า ข้าไม่คิดว่าจะลงไปนาน” เปล่าเลย ก็เขาเป็เซียนไม่ต้องดื่มกินต่างหากแล้วยาอาวุธก็ไม่จำเป็ด้วย
“แต่เตรียมไว้ก่อนดีกว่านะคุณชาย แต่ไม่เป็ไรคุณชายทั้งสองใช้ของก็ข้าได้”
“เช่นนั้นรบกวนแล้ว” ลู่อิงิยกมือคำนับเย่เฉินไท่ด้วยความจริงใจเป็คู่แข่งกันแท้ๆ มีที่ไหนจะหวังดีขนาดนี้นับถือเขาเสียจริงจนต้องหันไปพูดกับสวีจ้าวหรงที่ตอนนี้ไม่สนใจสิ่งใดมองแค่ปากทางเข้าถ้ำเหมือง
“เสี่ยวหรง เย่เฉินไท่เป็คนดีจริงๆ นะ ดูสิ”
“แล้วเกี่ยวกับข้าเช่นไร?” นี่เขาไม่เข้าใจที่จะสื่อหรือไงนะยังมีหน้าถามกลับมาอีก“หรือเ้าจะแต่งกับเขา”
“หะ! ข้าจะแต่ง ดะ..ได้อย่างไร เขาเป็ผู้ชาย ข้าก็..เป็ชาย”ลู่อิงิรีบพูดมากไปเสียงตอบเลยตะกุกตะกักไปหน่อย“ที่พูดเมื่อครู่ข้าหมายถึงเขาเหมาะกับจางเหยียนซีต่างหาก”
“อ้อ งั้นเ้าจะสละเศษดาวให้เขาหรือ?”
“แหม เื่นั้นไว้ก่อนก็ได้”เซียนปลายแถวผู้นี้ลอบมองซ้ายขวาแล้วขยับไปหาเด็กหนุ่มมั่นใจว่าจะไม่มีใครอื่นได้ยินอีกจึงเริ่มพูดต่อ “เอาเช่นนี้ไหมถ้าท่านไม่ได้หวังชนะจริงๆ เรามาช่วยหนุนเย่เฉินไท่ดีหรือไม่ข้าได้ยินว่าหม่าเจาเหิงนั้นแท้จริงเป็พวกผู้ดีปลอมนะข้าไม่อยากให้เหยียนซีได้แต่งกับคนแบบนั้นหรอก”
“ช่างรู้มากนักนะเซียนน้อย เหมือนเป็บันทึกเซียนเคลื่อนที่ขนาดหลี่จื้อเจี้ยนที่คิดว่ามีข้ารู้คนเดียวเ้าก็รู้จักเ้าชักจะน่าสนใจเกินไปแล้ว” สวีจ้าวหรงเอ่ยจบก็ขยับเข้าหานาง ยื่นใบหน้าเข้าใกล้สองคนห่างกันไม่ถึงคืบ
“เปล่าเลย ข้าไม่ได้รู้อะไรเลยท่าน อย่าสนใจข้า”ลู่อิงิเห็นว่าไม่ได้ทีรีบขยับหนี ตัวเองป่วนนิยายเื่นี้มากไปแล้วสวีจ้าวหรงไม่ควรรู้จักตัวละครชายขอบเช่นลู่อิงิด้วยซ้ำ
“งั้นหรือ..” เสียงทุ้มเย็นๆ เอ่ยอย่างแฝงแววขบขันเอาไว้
ผ่านไปไม่กี่เค่อผู้แข่งขันทั้งสี่มาพร้อมหน้าทางเข้าถ้ำแม้แต่หม่าเจาเหิงก็เตรียมตัวมาอย่างดีถึงจะไม่ขนมามากมายอย่างเย่เฉินไท่ก็เถอะเขาพกอาวุธที่เอว และในห่อผ้าก็คงมีพวกยากับของกิน
“ข้าขออธิบายข้อกำหนดของรอบนี้ที่มีเพียงสองข้อคือจะต้องกลับมาพร้อมธงเช่นนี้เท่านั้น ซึ่งท่านสามารถหาได้จากในเหมืองแห่งนี้และผู้ที่กลับออกมาคนแรกจะเป็ผู้ชนะศึกชิงชัยในปีนี้”จางหยงหยวนประกาศกติกาของรอบสุดท้ายพร้อมชูธงในมือสีแดงสดมีตราประจำตระกูลจางปักอยู่
“ถ้าท่านทั้งสี่พร้อมแล้วสามารถไปค้นหาในถ้ำเหมืองได้เลย”หลังเสียงแตรเป่าออกไปหม่าเจาเหิงเดินเข้าถ้ำไปคนแรกส่วนลู่อิงิที่กำลังเดินตามไปก็หันไปมองเย่เฉินไท่ก่อนจึงได้เห็นสายตาทอดมองหาจางเหยียนซีในสายตาคุณหนูคนงามช่างห่วงหาและกังวล เพราะความอันตรายที่บัณฑิตอาจจะต้องเจอสินะโถๆ ..ความรัก
“ไปกันเถอะท่านเย่” เซียนผู้น้อยตบบ่าเขาเรียกให้ชายหนุ่มเดินเข้าไปด้วยกันและสุดท้ายสวีจ้าวหรงที่เดินตามเข้ามาเป็คนสุดท้าย
เดินเข้ามาในถ้ำได้ไม่ถึงยี่สิบก้าวก็แทบจะมืดสนิทลู่อิงิจึงนำกิ่งไม้ขึ้นมาจุดไฟใช้ถือระหว่างอยู่ด้านในทั้งสามอยู่ด้วยกันไม่มีใครเดินแยกออกไปเพราะอย่างไรลู่อิงิก็จะช่วยเย่เฉินไท่อยู่แล้วถ้าเขาไม่พยายามหนีไปก่อนล่ะนะนางจะถือว่าเป็สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้แล้วกันแต่ส่วนจอมมารร่างเด็กนี่ก็ไม่รู้จะตามไปถึงไหนเหมือนกัน
“คุณชายว่าธงจะอยู่ที่ไหนหรือ”
“อาจจะจุดลึกสุดละมั้งข้าเป็จางหยงหยวนก็คงอยากให้ผู้ที่นำธงกลับมาลงไปถึงจุดที่ยากที่สุดของเหมือง”
“วิเคราะห์ได้ดี”
“เช่นนั้นเดินทางกันต่อเถอะ”
ผ่านไปราวสองชั่วยามลู่อิงิคาดว่าคงลงมาลึกพอสมควรเส้นทางที่ผ่านมาซับซ้อนเลี้ยวลดคดเคี้ยวแตกแขนงมากมายจริงอย่างที่ว่าเหมือนเขาวงกต ถ้าจำทางไม่ได้อาจจะจบชีวิตลงในเหมืองแต่ยังดีที่ไม่พบเจอสิ่งมีชีวิตอื่นที่เป็ภัยแต่เื่น่ารำคาญมากที่สุดเห็นจะเป็อากาศที่ชื้นและอับเพราะไม่มีแสงส่องมาถึงแถมเย็นลงเรื่อยๆจนเสื้ออีกชั้นที่ใส่เพิ่มเมื่ออยู่เมืองเล่อเฟิ่งอาจจะไม่พอถ้าลงลึกกว่านี้
“คุณชายว่าเรามาถูกทางไหม” ความกังวลของเย่เฉินไท่ส่งผ่านมาทางน้ำเสียงบัณฑิตเช่นเขาไม่มีทางที่จะต้องมาเสี่ยงอันตรายเช่นนี้อยู่แล้ว ไม่แปลกที่จะกังวล
“ข้าไม่ทราบ แต่ที่เลือกมาทางนี้เพราะกลิ่นอับน้อยที่สุด”อย่างที่บอกตนเองไม่ชอบความอับชื้นแบบนี้เลย จึงเลือกจากสิ่งที่จมูกพอใจเท่านั้น
“ต่างกันด้วยหรือ ข้าไม่รู้สึกถึงความต่างเลย” แน่สิเขาเป็มนุษย์นี่คงไม่รู้ความต่างแต่ถ้าจมูกดีสุดอยากจะรู้ทางก็ถามเด็กหนุ่มที่เดินรั้งท้ายต่างหากว่าเขาได้กลิ่นหรือได้ยินอะไรบ้าง
“เดินต่อเถอะ หวังว่าจะเจอร่องรอยเร็วๆ นี้”
จางหยงหยวนก็ให้โจทย์ยากไปหรือไม่ไม่มีทิ้งสัญลักษณ์ หรือคำใบ้อะไรอย่างอื่นนอกจากบอกให้หาธงแล้วกลับขึ้นไปคนแรกลู่อิงิชักจะคิดแล้วว่าถ้าไม่มีตนมาด้วยเหตุผลที่เหยียนซีต้องแต่งกับหม่าเจาเหิงเพราะเย่เฉินไท่ตายในเหมืองนี่เองไม่งั้นคุณหนูคงไม่ยอมง่ายๆ
ระหว่างคิดถึงสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในนิยายแรงดึงเสื้อคลุมจากด้านหลังก็กระตุกให้ลู่อิงิได้สติมองไปเห็นเสี่ยวหรงรั้งชายเสื้อตนไว้ ตอนแรกไม่เข้าใจจะเอ่ยถามว่าเขาดึงทำไมแต่มีเสียงอะไรพุ่งมาอย่างเร็วแหวกอากาศผ่านหน้านางไปไม่กี่ชุ่น
“นั่นอะไร!” ถึงจะเร็วแต่ก็พอมองออกว่าเป็บางอย่างคล้ายธนูหรือลูกดอกเป้าหมายจะยิงนางชัดๆ ถ้าไม่หยุดเดินก็โดนแล้ว
“มีอะไรหรือคุณชายลู่?” เย่เฉินไท่หันมาถามเพราะไม่รู้เหตุการณ์ด้านหลังแค่เห็นว่าคุณชายลู่ิอยู่ๆ ก็หยุดเดิน
“ไม่มีอะไรท่านเย่” ลู่อิงิไม่อยากให้เขาเพิ่มเื่นี้ใส่ความวิตกไปอีกเมื่อกี้เป็การลอบสังหารชัดๆ เป็เื่ของพวกมนุษย์เพราะถ้าเป็พวกปีศาจหมายจะสังหารทั้งสามคนไม่มีทางส่งมาเพียงดอกเดียวแล้วมนุษย์คนอื่นจะเป็ใครได้นอกจากหม่าเจาเหิง คงซ่อนในที่มืดอยู่ตอนนี้หวังจะแก้แค้นที่ทำตนอับอายเมื่อวานสินะ พวกหมาลอบกัด
“หรือคุณชายลู่เหนื่อย จะพักสักหน่อยก็ได้นะขอรับ”
“ไม่ๆ ข้าสบายดี สะดุดหินเล็กน้อยเดินทางต่อเถอะ” ไม่มีเวลาหยุดพักแล้วเพราะต้องจับตัวหม่าเจาเหิงให้ได้ลู่อิงิจึงปล่อยให้เย่เฉินไท่เดินนำห่างไปก่อนแล้วมาเดินข้างเสี่ยวหรง
“ขอบใจที่ช่วยเหลือ”
“ระวังภัยเสียบ้าง ไม่ได้เดินอยู่ที่สวนบน์” แค่รับคำขอบคุณไม่ได้หรือไรทำไมต้องประชดประชันกันด้วยเล่า
“เข้าใจแล้วๆ”
ด้านนอกคงเลยเที่ยงวันแล้วจากการคาดคะเนล้วนๆไม่เห็นแสงเห็นตะวันแบบนี้เป็เื่ยากที่จะกำหนดเวลาได้ถึงจะไม่เหนื่อยเท่าไรแต่เย่เฉินไท่ดูท่าจะไม่ไหวแล้วซึ่งลู่อิงิว่าเขาอดทนมากทีเดียวสำหรับบัณฑิตคนหนึ่งประจวบกับเดินมาถึงจุดที่เป็พื้นที่กว้างพอจะจุดไฟให้ความอบอุ่นและนั่งพักได้
คุณชายลู่จึงเป็ผู้เอ่ยออกมาเป็คนแรก“เราพักกันที่นี่สักหน่อยดีหรือไม่?”
“ข้าว่าก็ดีนะคุณชายทั้งสอง” เย่เฉินไท่รีบรับคำทันทีเขาวางกล่องไม้สะพายหลังลงที่พื้นเตรียมจะเปิดออกหาของกินแต่เสียงที่ดังห่างออกไปคล้ายเสียงวิ่งลงเท้าหนักๆมุ่งตรงมาทางทั้งสามลู่อิงิจึงเอ่ยเตือนบัณฑิตหนุ่มก่อน
“ช้าก่อนท่านเย่ สะพายกลับไปแล้วไปหลบริมผนัง”เย่เฉินไท่ไม่รับรู้ถึงสิ่งที่กำลังมาก็งุนงงแต่ไม่เอ่ยถามซ้ำเขาสะพายกล่องไม้เดินไปริมผนังอย่างที่ลู่อิงิสั่ง ไม่นานเขาก็เข้าใจมีเสียงคนวิ่งและเสียงอะไรแหลมเล็กแปลกๆ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนตรงมาทางพวกเขา
“ช่วยด้วยๆ ปีศาจ” เสียงร้องดังขึ้นเมื่อเข้ามาใกล้ เสียงของมนุษย์ผู้ชายหม่าเจาเหิงแน่ๆ ไม่รู้จะมาแผนไหน อะไรที่เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ลู่อิงิไม่ไหวใจทั้งนั้น
“คุณชายลู่ปีศาจ”
“อย่าตระหนกข้าจัดการเอง”นางเอ่ยตอบเย่เฉินไท่ที่สีหน้าไม่ดีจากที่ได้ยินคำว่าปีศาจ
“หึๆ” เสี่ยวหรงทำเสียงเยาะเซียนผู้น้อยกับคำว่าจัดการเองครั้งที่แล้วถ้าไม่ได้เขาแอบช่วยมีหรือจะรอดมาได้
“อะไรเสี่ยวหรง ถ้าอยากช่วยด้วยก็เชิญ” เซียนหางแถวเอ่ยประชดกลับใช่เวลามาเยาะเย้ยหรือถ้าเก่งนักก็จัดการเองสิ ชอบทำตัวเป็ผู้ชมอยู่ได้เขาก็รู้อยู่หรอกว่าพระเอกเื่นี้จะทำตัวดีแค่กับสาวงาม แต่ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้
ไม่นานหม่าเจาเหิงก็ปรากฏตัวเลี้ยวมาตามแสงไฟที่ลู่อิงิถืออยู่เขาวิ่งมาเหมือนรู้ทางั้แ่ยังไม่เห็นไฟเสียด้วยซ้ำเหมือนล่อปีศาจให้ตามมาจัดการทั้งสาม พอวิ่งมาถึงกลุ่มก็ร้องะโให้ช่วย
“พวกท่านช่วยข้าด้วย” เขาร้องแข่งกับเสียงแหลมเล็กที่ส่งมาในความมืดเสียงแหลมๆ แบบนี้ อยู่ในที่มืดตามถ้ำชื้นเป็อะไรไม่ได้นอกจากพวกปีศาจค้างคาว
“เ้าหุบปากเสีย” ลู่อิงิชี้หน้าหม่าเจาเหิงแล้วออกปากสั่งเพราะพวกปีศาจค้างคาวมันตาบอด มันจะอาศัยล่าเหยื่อจากเสียงเท่านั้นพวกมันถึงหูดีมากแล้วไอ้ชั่วนี่ก็วิ่งเสียงดังแถมแหกปากเหมือนจะเรียกให้ตามมาทั้งฝูงอย่างไรอย่างนั้น
หลังจากหม่าเจาเหิงโดนสั่งเขาก็ยอมเงียบโดยดีแต่สายตานั้นรับรู้ได้ว่าเขาโกรธแค้นไม่น้อยทำได้แต่ซ่อนเอาไว้แล้วหลบอยู่หลังพวกเขา
ปีศาจค้างคาวมาถึงก็ส่งเสียงแหลมๆจนเสียงนั้นจะทำเอาหูหนวกแสบแก้วหูไปหมด ร่างกายดำสนิทเอาไว้ซ่อนตัวในที่มืดที่แขนมีพังผืดเชื่อมกับลำตัวที่เอาไว้ใช้บิน ตาปิดสนิทและที่น่ากลัวที่สุดคงเป็เขี้ยวยาวที่มุมปากพวกมันมีกันสองตัวเท่านั้นไม่เยอะเท่าไรน่าจะสู้ไหวหรือถ้าสวีจ้าวหรงจะช่วยสักหน่อยเขาสะบัดมือที่เดียวมันสองตัวคอก็ขาดกระเด็นแล้วแต่เขากลับนิ่งเฉยมาก
ได้!จัดการเองก็ได้ ลู่อิงิหันมองมีดสั้นที่เย่เฉินไท่ถือเอาไว้ป้องกันตัวจึงเดินไปคว้ามาพร้อมกับยกคบไฟให้เขาถือเอาไว้แทน
“ข้ายืมสักครู่ แล้วก็อยู่เงียบๆ”ลู่อิงิะโสูงแทบจะหลุดพ้นแสงจากคบไฟไปถึงเพดานถ้ำแล้วโถมตัวใส่ปีศาจค้างคาวที่บินอยู่แรงเหยียบส่งผลให้มันร่วงไปที่พื้นจากนั้นจึงใช่มีดแทงทะลุพังผืดหวังให้มันบินไปไหนไม่ได้อีกแต่ด้วยความใกล้เสียงกรีดร้องโหยหวนแหลมสูงทำแก้วหูนางจะขาดแล้วจริงๆหม่าเจาเหิงใช้จังหวะนี้ทำเสียงดังแกล้งเดินแล้วร้องโอดครวญเรียกปีศาจค้างคาวอีกตัวให้บินโฉบไปทางเย่เฉินไท่
บัณฑิตหนุ่มที่จำคำคุณชายลู่ได้ก็ปิดปากแน่นไม่ส่งเสียงใดๆหันหลังวิ่งหนี แต่เสียงข้าวของในกล่องไม้กระทบดังปีศาจค้างคาวได้ยินจึงดึงกล่องไม้ขึ้นก่อนเตรียมจะบินพาเหยื่อจากไปโชคดีเย่เฉินไท่มีสติพอจึงปลดสายสะพายให้ตัวเองหลุดจากเงื้อมมือปีศาจตกลงมาที่พื้นแล้วอยู่นิ่งๆปล่อยให้มันเอากล่องไม้จากไป ด้านลู่อิงิที่ไม่สังหารตัวที่ร้องอยู่บนพื้นสักทีจนสวีจ้าวหรงทนไม่ไหวต้องเข้าไปจัดการให้ถึงสงบลง
ทั้งสี่มองสำรวจรอบข้างให้แน่ใจว่าไม่มีตัวอะไรมาอีกจึงส่งสัญญาณให้เดินต่อถ้าจะหยุดพักต้องไม่ใช่ตรงนี้ เสียงเมื่อครู่อาจจะเรียกตัวอื่นๆ มาอีกก็ได้จนผ่านไปสองสามเค่อก็เจอพื้นที่กว้างคล้ายก่อนหน้าจึงตกลงนั่งพัก
“ขอโทษสหายทุกท่าน ข้าไม่คิดจะทำให้ทุกท่านเดือดร้อนไปด้วยเลยจริงๆ”หม่าเจาเหิงเอ่ยทันทีที่พวกเขาทั้งสี่ได้นั่งพัก ทั้งยังคำนับทีละคนอย่างจริงใจก็ถ้าไม่รู้นิสัยแท้จริงของเขาก็คงจะคิดเช่นนั้นไปแล้ว
“ไม่เป็ไรท่านหม่า เจอคนลำบากย่อมช่วยเหลือกัน” เย่เฉินไท่ไหนเลยจะรู้ทันคนเช่นนี้จะสู้อุตส่าห์ลุกขึ้นรับการคำนับเสียอีก
“ข้าเห็นข้าวของพวกท่านหายไปหมดแล้วเช่นนั้นดื่มของข้าแทนเถอะรับการขอโทษของข้าด้วย” หม่าเจาเหิงหยิบถุงเก็บน้ำในห่อผ้าออกมาพร้อมจอกเล็กๆด้วยอีกอัน รินน้ำส่งให้ลู่อิงิคนแรก
ชัดเจนไปแล้วว่าเป้าหมายมันคือคุณชายลู่ผู้นี้จะสังหารกันให้ได้เลยสินะ ลู่อิงิจ้องจอกในมือฝ่ายนั้นซึ่งดูก็รู้ว่ามีพิษทั้งที่มีถุงน้ำห้อยที่เอวแต่กลับหยิบที่อยู่ในห่อผ้ามาให้ดื่ม ไอ้ชั่วคนเขาดูออก!ถึงร่างกายเซียนจะขจัดพิษได้ก็ไม่ควรเอาพลังมาใช้เล่นเช่นนี้ ลู่อิงิจึงนิ่งไม่รับจอกขึ้นดื่มแต่เย่เฉินไท่ที่เห็นทีท่าไม่ดี บัณฑิตหนุ่มเลยรับจอกนั้นเอามาไว้เอง
“ข้าดื่มเองๆ กระหายพอดี ขอบคุณท่านหม่าถ้าข้าดื่มแล้วก็ถือว่าอภัยให้กันๆ” เย่เฉินไท่ที่เตรียมจะดื่มจอกนั้นเองลู่อิงิเห็นว่าไม่ดีแล้วจึงหยิบหินเม็ดเล็กๆ ดีดใส่มือบัณฑิตหนุ่มให้ทำจอกร่วง
“โอ๊ย มีอะไรกัดข้า” บัณฑิตเย่ลูบนิ้วที่โดนหินจนเป็จุดแดงปอยๆส่วนจอกร่วงไปที่หน้าตัก น้ำด้านในหกรดชุดเย่เฉินไท่
“เป็อะไรหรือไม่” แต่หม่าเจาเหิงก็ยังไม่หยุดความมุ่งร้ายหยิบจอกขึ้นมาจะรินน้ำใส่ไปอีกแต่ครั้งนี้ไม่สำเร็จเพราะเสี่ยวหรงลุกขึ้นเดินไปแย่งถุงน้ำนั้นมาแล้วยกดื่มดื่มจนน้ำในถุงนั้นหายไปไม่เหลือสักหยด
“หวานดี” แล้วเขาก็ส่งถุงน้ำในมือคืนหม่าเจาเหิง
“คือ..” หม่าเจาเหิงเงยหน้ามองเด็กหนุ่มแล้วอึ้งไปพักหนึ่งแม้จะผิดแผนแต่อย่างน้อยก็กำจัดได้หนึ่งคนส่วนคนที่แค้นใจคงต้องหาวิธีอื่นกำจัดหลังจากนี้ อาจจะเป็ตอนที่อยู่ๆอาการเด็กหนุ่มรูปงามทรุดตัวแล้วลอบแทงข้างหลังก็ได้ส่วนบัณฑิตกระจอกคนนี้ไม่อยู่ในสายตาอยู่แล้วไว้ท้ายสุด ที่เหลือแค่รอเวลาให้พิษทำงานเท่านั้นหม่าเจาเหิงจุดยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจในแผน
ส่วนลู่อิงิที่มองคนมีแผนชั่วก็ยิ้มเยาะอีกทีพิษของพวกมนุษย์จะทำอะไรจอมมารได้ ฝันไปเถอะหม่าเจาเหิงมีแผนชั่วอะไรอีกก็ขุดมาเตรียมตัวผิดแผนได้เลย คิดแล้วสะใจนักเลยหันไปหาสวีจ้าวหรงที่กลับมานั่งที่เดิมเขาทำให้นางอารมณ์ดีเหลือเกินเลยเผลอหันไปยิ้มกว้างให้อย่างลืมตัว สวีจ้าวหรงเห็นรอยยิ้มของเซียนน้อยที่ส่งมาให้แล้วก็หันหนีไปทางอื่นด้วยใบหน้านิ่งๆคล้ายไม่สนใจแต่ไหนเลยจะมีใครเห็นตอนที่เบนหน้าออกมาแล้ว