THe Superman

    ตอนที่ 13 ความรัก

    ไม่นานหลังจากนั้น หยางหลิวก็ทำข้อสอบภาษาจีนเสร็จด้วยความรวดเร็วครั้งนี้มีเขาอยู่คนเดียว เขาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องปกปิดความสามารถใด ๆ และเขาก็ยังทดสอบดูว่าเขาจะสามารถทำได้เร็วเพียงใด

    ปรากฏว่าหยางหลิวนั้นทำเสร็จภายใน 10นาทีเท่านั้นเอง ข้อสอบภาษาจีน 100ข้อเสร็จภายใน 10นาที ถ้าเป็นคนอื่น ๆ นั้นคงเป็นการเดาสุ่มอย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่กับหยางหลิว
    ‘ 100/100 ’‘ อัจฉริยะ ! ’ ‘ เรากลายเป็นอัจฉริยะไปแล้ว ’ หยางหลิวดีใจอย่างที่สุด แม้ว่าเขาจะคิดไว้อยู่แล้วก็ตาม

    และในตอนนี้ทักษะภาษาจีนของเขานั้นได้เลื่อนระดับเป็นขั้นกลางเรียบร้อยแล้ว โดยค่าประสบการณ์ด้านภาษาจีนเองก็อยู่ที่ 48.55% รวมถึงตอนนี้ค่าประสบการณ์ด้านภาษาก็พุ่งทะยานไปถึง 46.78 %ตัวเลขเพิ่มขึ้นมาสูงมากอย่างน่าตกใจ ซึ่งก็คงจะเป็นเพราะความยากที่แตกต่างกันของภาษาจีนและภาษาอังกฤษนั่นเอง

    ถ้าจะเปรียบเทียบความยากง่าย ภาษาอังกฤษนั้นเน้นไปที่หลักการ แต่ภาษาจีนนั้นสิ่งที่ยากที่สุดคือจำนวนคำที่เยอะมาก บางตัวก็ออกเสียงเหมือนกันแต่เขียนต่างกัน มีการใช้พินอิน (ตัวอักษรช่วยสำหรับอ่าน) ไม่แปลกใจเลยสำหรับคนเพิ่งมาหัดเรียนภาษาจีนจะกล่าวว่า “ ภาษาจีนยากที่สุดในโลก ”

    หยางหลิวจ้องมองคะแนนสอบภาษาจีนอย่างพึงพอใจ ไม่ใช่แค่นั้น เขายังหวนคิดไปถึงคะแนนสอบภาษาอังกฤษ และ คณิตศาสตร์ด้วย และสิ่งที่เขาคิดถึงที่สุดคงไม่พ้นใบหน้าประหลาดใจ รวมถึงท่าทีสุดท้ายก่อนลู่เอินจะจากไป

    ครั้งนี้นับได้ว่าเป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่เขาพูดคุยกับเธอเพียงลำพัง ลู่เอินนั้นไม่ใช่คนที่ “ เข้าถึงยาก ” หรือ “ โลกส่วนตัวสูง ”

    ปกติก็มีคนมากมายไปคุยกับเธอ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนในห้อง หรือเพื่อนต่างห้อง

    เป็นเพราะตัวหยางหลิวเอง เขาเมื่ออยู่ตอน ม.ปลาย นั้นค่อนข้างขี้อาย เขาไม่กล้าเข้าไปชวนคุยกับเธอเหมือนผู้ชายคนอื่น ส่วนใหญ่ที่ได้คุยกันก็เป็นเธอนี่แหละที่เป็นฝ่ายเข้ามาชวนคุย แต่ก็มีครั้งหนึ่งที่หยางหลิวกล้าทำ

    ย้อนไปเมื่อ ม.ปลาย ปีที่ 2 ณ ตอนนั้น มีการแบ่งกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรมประจำห้องบังเอิญว่าหยางหลิวจับสลากได้อยู่กลุ่มเดียวกันกับลู่เอินและเพื่อนผู้หญิงที่สนิทของเธออีก 2-3คน

    แต่ก็มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น จิ่นลี่รู้ว่าหยางหลิวได้อยู่กลุ่มเดียวกันกับลู่เอิน

    จิ่นลี่จึงได้เรียกหยางหลิวออกมาพูดคุยกัน เขาขอร้องให้หยางหลิวเปลี่ยนสลากจับได้กับเขารวมทั้งจิ่นลี่ยังให้ข้อเสนอต่าง ๆ ไปมากมาย แต่หยางหลิวก็เอาแต่ปฏิเสธเขาลูกเดียว

    จิ่นลี่ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรมากแต่พอเห็นท่าทีของหยางหลิว รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมาของหยางหลิว เขาจึงมั่นใจว่า หยางหลิวนั้นชอบลู่เอินเช่นกัน

    ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นจิ่นลี่ก็แกล้งหยางหลิวสารพัด รวมทั้งเพื่อนร่วมห้องที่สนิทกับจิ่นลี่ ไม่สิสนิทกับเงินของจิ่นลี่ก็คอยกลั่นแกล้งหยางหลิวอย่างไม่ลดละ

    โชคดีว่าหยางหลิวในตอนนั้นค่อนข้างมีความอดทนต่อเรื่องนี้สูง เขาจึงไม่ตอบโต้อะไร เพราะกลัวว่าจะเกิดปัญหา

    แต่เมื่อบ่ายวันนี้ มีบางอย่างแตกต่างออกไป หยางหลิวในวัย 28ปี กลับเข้ามายังช่วงอายุ 18ปี อีกครั้ง เขาไม่ได้เจอเหตุการณ์แย่ ๆ เหล่านี้มานานแล้ว โดยเฉพาะการกล่าวหาว่าพ่อแม่ของเขายากจนดูหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีของพวกท่าน

    สำหรับเขา หลังจากเรียนทำอาหารจบ พ่อแม่ของเขาก็สนับสนุนรวมถึงช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะช่วงที่เขากำลังคิดจะเปิดกิจการ ก็เป็นพ่อและแม่ของเขาเองนี่แหละที่ยื่นมือมาช่วยเขา

            กู้เงินจำนวนมากมาเพื่อลงทุนกับกิจการร้านอาหาร รวมถึงตอนที่เขาเข้าตาจน ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แย่งลูกค้าไปจนหมด พ่อแม่เขาก็ไม่เคยบ่น มีแต่ให้กำลังใจ แล้วตอนนั้นจะให้เขาอดทนอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร