เช้าวันต่อมาต้าเทียนถูกปลุกด้วยกลุ่มเด็กรับใช้สำนัก ทุกคนต่างพากันเร่งรีบทำจะหน้าที่ของตนเองที่ได้รับมอบหมายเนื่องจากพวกเขากลัวศิษย์พี่จะทำโทษพวกเขาไม่ให้กินข้าวเย็น ในขณะนั้นเองศิษย์พี่ก็เดินเข้ามาด้านใน แล้วให้ต้าเทียนเปลี่ยนหน้าที่ไปอยู่ในส่วนของการให้อาหารสัตว์อสูร
ซึ่งหน้าที่นี้จะมีอีกผู้หนึ่งที่รับผิดชอบอยู่แล้ว แต่ด้วยการที่คนเก่านั้นได้บรรลุการฝึกตนจนเข้าสู่ระดับรวบรวมปราณขั้นสามจึงได้มีโอกาสเปลี่ยนสถานะตัวเองจากเด็กรับใช้สำนักกลายเป็นศิษย์สายนอกของสำนักราชันดาบ ต้าเทียนจึงต้องสวมบทบาทหน้าที่ใหม่ไปโดยปริยาย
เช้านี้มีบรรยากาศธรรมชาติที่สดชื่นเป็นอย่างมาก หลังจากศิษย์พี่ทำการชี้แนะวิธีการและเส้นทางไปสู่จุดที่เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์อสูร ต้าเทียนก็ออกเดินทางทันที สภาพของต้าเทียนยังไม่ฟื้นฟูเต็มที่เขายังคงดูเหมือนคนอ่อนแอที่มีผิวหนังหุ้มกระดูกผอมแห้งตามเดิม
หากเด็กรับใช้ทั่วไปจะต้องไปทำหน้าที่ให้อาหารสัตว์พวกเขาจะไม่กลับมาที่นี่เลยและอาศัยอยู่แถวบริเวณนั้น เนื่องจากด้วยระดับรวบรวมปราณขั้นหนึ่งและสองการใช้เวลาไปกลับอาจนานถึงสามวัน ซึ่งพวกเขาต้องใช้วิธีการเดินเท้า แล้วยังไม่มีวิชายุทธท่าเท้าที่จะเรียนรู้ในการออกเดินทางให้รวดเร็วขึ้น จึงจำเป็นที่จะไม่มีใครกับมาและมักจะหาอะไรที่พอประทังชีวิตกินและอยู่นอนอยู่ที่นั่น
ต้าเทียนเมื่อรู้รายละเอียดจากศิษย์พี่คนนั้นแล้ว เขาเริ่มออกเดินทางทันที เนื่องจากต้าเทียนไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บสัมภาระอะไรเนื่องจากทั้งเนื้อทั้งตัวมีชุดที่ใส่อยู่แค่ชุดเดียว แต่หาใครรู้ไม่ว่าชุดที่ต้าเทียนใส่อยู่ถึงแม้ภายนอกจะดูธรรมดาและสกปรกเป็นอย่างมาก แต่ความทนทานของมันนั้นสูงเป็นอย่างมากและยังคงสภาพตามเดิมถึงแม้ว่าจะผ่านระยะเวลามาอย่างยาวนาน
ต้าเทียนเดินเท้าผ่านมาได้สักพัก เขาสังเกตว่าไม่มีผู้คนแล้วจึงเริ่มใช้วิชาท่าเท้าของเขาก็คือ เคล็ดวิชาท่องนภาโดยเส้นทางที่ต้องเดินทางสู่จุดที่เลี้ยงสัตว์อสูรนั้นจะต้องอ้อมอาณาเขตสำนักมุ่งสู่เชิงเขาสูงเหยียดฟ้า ต้าเทียนใช้เวลาประมาณสองชั่วยามเท่านั้นในการเดินทางถึงจุดเป้าหมาย
เนื่องจากมาถึงก่อนเวลาและยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องให้อาหารสัตว์อสูรตามคำแนะนำของศิษย์พี่คนนั้น หลังจากพักผ่อนและฟื้นฟูพลังปราณที่เสียให้กลับมาตามเดิมแล้ว ต้าเทียนเห็นว่ายังมีเวลาว่างเหลืออยู่เยอะจึงเริ่มสำรวจบริเวณโดยรอบตรงส่วนนี้
ซึ่งที่นี่มีการแบ่งโซนของสัตว์อสูรเป็นสัดส่วน โดยการจำแนกระดับสัตว์อสูรสามารถจำแนกได้ ดังนี้
สัตว์อสูรระดับหนึ่ง เทียบเท่า ผู้ฝึกตนระดับรวบรวมปราณสัตว์อสูรระดับสอง เทียบเท่า ผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดสัตว์อสูรระดับสาม เทียบเท่า ผู้ฝึกตนระดับปฐพี สัตว์อสูรระดับสี่ เทียบเท่า ผู้ฝึกตนระดับนภาสัตว์อสูรระดับห้า เทียบเท่า ผู้ฝึกตนระดับสวรรค์สัตว์อสูรระดับหก เทียบเท่า ผู้ฝึกตนระดับครึ่งเซียนสัตว์อสูรระดับเจ็ด เทียบเท่า ผู้ฝึกตนระดับเซียนฯลฯโดยระดับสัตว์อสูรจะไม่มีขั้นที่ 1 - 9 ขอเพียงแค่สัตว์อสูรตัวนั้นมีพลังสะสมมากพอก็สามารถวิวัฒนาการก้าวเข้าสู่ระดับต่อไปได้
หลังจากสำรวจไปได้สักพักต้าเทียนก็รู้ได้ทันที่ว่าสัตว์อสูรส่วนใหญ่ถูกจับมาใช้ให้เป็นสัตว์ขี่ของผู้ฝึกตน และมีส่วนน้อยที่แบ่งกลุ่มเป็นสัตว์อสูรประเภทฝึกซ้อม และมีบางตัวที่ดูเหมือนจะมีผู้ฝึกตนระดับสูงเป็นผู้คอบครอง อีกทั้งยังมีสัตว์อสูรบางประเภทที่ยังถูกขังแยกไว้อีกต่างหาก ที่ต้าเทียนสามารถวิเคราะห์ประเภทของสัตว์อสูรออกมาได้ เนื่องจากช่วงชีวิตที่ผ่านมาในอดีตเขาผ่านประสบการณ์ด้านนี้มาพอสมควร จนสามารถที่จะสื่อสารกับสัตว์อสูรตามสุดยอดเคล็ดวิชาประจำตัวของเขา
เมื่อได้ข้อสรุปและวิธีการตามหน้าที่จะต้องปฏิบัติ ต้าเทียนเริ่มที่จะเตรียมการบางอย่างและรอผู้ที่ทำหน้าที่หาอาหารนำมาส่งให้กับเขาเพื่อที่จะได้แจกจ่ายตามประเภทของสัตว์อสูรได้อย่างถูกต้อง
ระหว่างรอต้าเทียนไปสำรวจที่พักของตัวเองเนื่องจากเขาก็ไม่กลับไปเช่นเดียวกับบุคคลอื่น แล้วมานั่งคิดหาวิธีเลื่อนระดับพลังปราณของตนเองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาสังเกตเห็นสัตว์อสูรระดับหนึ่งที่เป็นประเภทสัตว์เลี้ยงเพื่อนำมาประกอบอาหาร มีจำนวนมากมายมหาศาล ต้าเทียนเริ่มมองเห็นช่องทางของตัวเองบ้างแล้ว
เนื่องจากสัตว์อสูรระดับล่างจะมีการขยายเผ่าพันธุ์ได้รวดเร็วมากกว่าสัตว์อสูรที่มีระดับสูง แต่สัตว์อสูรประเภทระดับล่างนี้จะมีอายุขัยที่สั้นมาก แตกต่างจากระดับสูงที่มีอายุขัยยืนยาวแต่ขยายเผ่าพันธุ์ของตัวเองได้ยาก
วันนี้เป็นวันแรกที่ต้าเทียนรับบทบาทหน้าที่ให้อาหารสัตว์อสูรเขาจึงยังไม่อยากกินเนื้อสัตว์ และหาผลไม้กินแทนไปก่อน เขาหาจุดที่เป็นสระน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายของตน จากนั้นต้าเทียนกลับมาพักผ่อนจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้าที่จะมีคนนำอาหารมาส่งให้กับเขา