บทที่ 6: กฎแห่งแดนรกร้าง
ความเงียบที่โรยตัวลงมาหลังการต่อสู้นั้นหนักอึ้งยิ่งกว่าครั้งไหนๆ หลินเฟิงยืนหอบหายใจเบาๆ พลางประเมินสถานการณ์เบื้องหน้า เด็กสาวคนนั้น... แม้จะอยู่ในสภาพที่อ่อนแอและาเ็ แต่แววตาของเธอกลับคมปลาบราวกับใบมีด มันไม่ใช่แววตาของเหยื่อ แต่เป็แววตาของนักล่าอีกคนที่กำลังประเมินภัยคุกคาม
หลินเฟิงเข้าใจได้ในทันทีว่าคำพูดที่สวยหรูหรือการแสดงความเป็มิตรแบบโลกเก่าจะใช้ไม่ได้ผลกับเธอ
เขาตัดสินใจที่จะไม่พูดอะไรก่อน เขาหันกลับไปจัดการ "ธุระ" ของตัวเองก่อนเป็อันดับแรก เขาเดินไปหาซากหนูเข็มเหล็กสองตัวนั้นอย่างใจเย็น และยื่นมือออกไปััพวกมัน
“กลืนกิน”
[ ติ๊ง! ทำการ ‘กลืนกิน’ สำเร็จ... ท่านได้รับ 2 EXP ] [ ติ๊ง! ทำการ ‘กลืนกิน’ สำเร็จ... ท่านได้รับ 2 EXP ] [ ตรวจพบ ‘ยีนขนเข็ม’... ล้มเหลวในการดูดซับ ]
ซากของอสูรทั้งสองสลายกลายเป็ละอองแสงและถูกดูดเข้าไปในฝ่ามือของเขาจนหมดสิ้น ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยของเด็กสาวคนนั้น การกระทำอันเหนือธรรมชาติของเขาเป็สิ่งที่ยืนยันว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา
ตอนนี้ EXP ของเขาอยู่ที่ (14/20)
จากนั้นหลินเฟิงจึงหันมาเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ เขาไม่ได้ยกอาวุธขึ้นขู่ แต่ก็ไม่ได้ลดการป้องกันลงเช่นกัน
“เ้าปลอดภัยแล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุด “ข้าไม่้าอะไรจากเ้า”
เด็กสาวหรี่ตามองเขาอย่างไม่ไว้วางใจ “ในแดนรกร้างแห่งนี้ ไม่มีการช่วยเหลือใดที่ได้มาฟรีๆ” เธอกล่าวสวนกลับมาทันที เสียงของเธอแหบแต่หนักแน่น “เ้า้าอะไร?”
คำถามของเธอตรงไปตรงมาและไม่อ้อมค้อม หลินเฟิงยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขารู้สึกถูกใจความตรงไปตรงมาของเธอ
“ตอนนี้ยังไม่้า” เขาตอบ พลางรู้สึกถึงความเ็ปแสบร้อนที่แผ่นหลัง แผลที่โดนเล็บตะกุยเริ่มส่งผลแล้ว เขาเปิดหน้าต่างระบบในใจและหยิบ ‘น้ำยาสารอาหารขั้นต่ำ’ ขวดสุดท้ายออกมา
ภาพของหลอดแก้วที่ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าในมือของเขา ทำให้ดวงตาของเด็กสาวฉายแววตกตะลึงอย่างปิดไม่มิด!
“นั่นมัน...!”
หลินเฟิงไม่สนใจ เขาเปิดฝาและดื่มมันรวดเดียว ความรู้สึกอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง าแที่แผ่นหลังค่อยๆ สมานตัว ความเ็ปบรรเทาลงอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้เขาไม่มีไอเทมฟื้นฟูเหลือแล้ว... แต่การแสดงให้เห็นว่าเขามี "ของดี" อยู่กับตัว คือการสร้างอำนาจต่อรองในรูปแบบหนึ่ง
หลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อย สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นาแที่ขาของเด็กสาว เืยังคงไหลซึมออกมาไม่หยุด หากปล่อยไว้แบบนี้ ต่อให้ไม่เจออสูร เธอก็อาจจะตายเพราะเสียเืหรือแผลติดเชื้อได้
หลินเฟิงครุ่นคิดอยู่เพียงเสี้ยววินาที... เขาจำเป็ต้องมีพันธมิตร หรืออย่างน้อยก็คนที่พอจะให้ข้อมูลเขาได้ การลงทุนเพียงเล็กน้อยในตอนนี้อาจให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าในอนาคต
เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด เขาหันไปทางเด็กสาว ยื่นมือที่ว่างเปล่าออกไปเบื้องหน้า และด้วยความคิดของเขา... ‘น้ำยาสารอาหารขั้นต่ำ’ ขวดแรกที่เขาได้รับจากการเปิดกล่องของขวัญ ซึ่งเขาเก็บไว้ในช่องระบบ ก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา
“แผลของเ้า... เอาไปสิ”
คราวนี้เด็กสาวไม่ใช่แค่ตกตะลึง แต่เธอแข็งทื่อไปเลย ดวงตาของเธอจ้องมองน้ำยาสารอาหารในมือของเขาสลับกับใบหน้าของเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ของล้ำค่าที่สามารถช่วยชีวิตได้ในแดนรกร้าง... เขากำลังจะมอบมันให้เธอง่ายๆ แบบนี้?
“ทำไม?” เธอถามเสียงสั่นเล็กน้อย
“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่้าอะไรจากเ้า... ตอนนี้” หลินเฟิงเน้นคำสุดท้าย “แต่ข้าก็ไม่อยากให้คนที่ข้าเพิ่งช่วยไปต้องมาตายเพราะแผลติดเชื้อเหมือนกัน ถือซะว่า... ข้าไม่ชอบทำงานเสียเปล่า”
เขาโยนหลอดแก้วนั้นให้เธอเบาๆ เด็กสาวรับมันไว้ด้วยสัญชาตญาณ เธอก้มมองของในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง กำแพงแห่งความไม่ไว้วางใจในแววตาของเธอเริ่มมีรอยร้าวให้เห็น
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจดื่มมันอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเธอเหยเกเล็กน้อยเมื่อของเหลวไหลผ่านลำคอ แต่ไม่นานนัก สีหน้าของเธอก็ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอขยับขาที่าเ็เล็กน้อยและพบว่าความเ็ปได้ทุเลาลงไปมากแล้ว
หลังจากเงียบไปอึดใจหนึ่ง ในที่สุดเธอก็เป็ฝ่ายเอ่ยปากขึ้น
“เยว่ฉาน”
“หือ?” หลินเฟิงเลิกคิ้ว
“ข้าชื่อ... เยว่ฉาน” เธอบอกชื่อของตัวเอง “ตามกฎของแดนรกร้าง... เ้าช่วยชีวิตข้า และยังให้ยาข้าอีก... ข้าเป็หนี้เ้าสองครั้ง”
“หลินเฟิง” เขาแนะนำตัวเองกลับไปสั้นๆ
“หนี้ต้องชดใช้” เยว่ฉานพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เ้า้าให้ข้าทำอะไร? ตราบใดที่ไม่ใช่การส่งตัวเองไปตาย ข้าจะทำให้”
นี่คือสิ่งที่หลินเฟิงรอคอย!
เขามองลึกลงไปในดวงตาของเยว่ฉาน “ดี”
“หนี้ครั้งแรก... ข้า้าข้อมูล” เขากล่าว “ข้า้ารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับที่นี่... ปราการเหล็กกล้าที่ 13, เขตปลอดภัย, ชนิดของอสูร, สถานที่ที่พอจะหาอาหารและน้ำได้... ทุกอย่างที่เ้ารู้”
เยว่ฉานจ้องหน้าเขานิ่ง เธอคงจะสงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่รู้เื่พื้นฐานเหล่านี้ แต่เธอก็ไม่ได้ถามออกมา
“ตกลง” เธอพยักหน้า “นั่นเป็หนี้ที่จ่ายง่าย”
“ส่วนหนี้ครั้งที่สอง...” หลินเฟิงเว้นจังหวะ “...เก็บไว้ก่อน”
การเก็บหนี้เอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ย่อมมีค่ามากกว่าการใช้มันไปตอนนี้
เยว่ฉานพยักหน้ารับอีกครั้ง บรรยากาศของความเป็ศัตรูระหว่างพวกเขาสลายไปแล้ว และถูกแทนที่ด้วยความสัมพันธ์รูปแบบใหม่... ความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นจากหนี้บุญคุณและผลประโยชน์ร่วมกัน
พันธสัญญาที่ไม่น่าเป็ไปได้... ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ณ ใจกลางซากปรักหักพังแห่งนี้