ในใจผู้ศึกษาทั้งหลายในงานเลี้ยงราวกับถูกบางอย่างขวางกั้นคล้ายมีคนบีบอยู่ที่ลำคอก็มิปาน พวกเขาไม่สามารถเอ่ยเอื้อนว่ากล่าว ‘คุณหนูใหญ่จางเหริน’ สตรีไร้ยางอายนางนี้ซ้ำร้ายยังต้องก้มหัวประจบนางเพื่ออนาคตในแวดวงขุนนางท้องถิ่นที่ว่าการเมืองเทียนสุ่ยภายภาคหน้าพวกตนย่อมไม่หวังสูงไปถึงขุนนางราชสำนักเช่นนั้นการเอาอกเอาใจบุตรีนายอำเภอเสมือนเป็สิ่งจำเป็ของผู้ศึกษา
“ฮ่าๆ”ศิษย์ปากดีคนเมื่อครู่แสร้งหัวเราะแห้งๆ “ผู้น้อยล่วงเกินคุณหนูใหญ่จางแล้วขออภัยๆ ขอรับ” ในใจคับข้องแต่ปากกล่าวอีกอย่างเพราะใจกับกายไม่ประสานใบหน้าจึงปรากฏรอยยิ้มพิกล
“แต่ผู้น้อยขอเอ่ยตามตาเห็นคุณหนูใหญ่จางกับศิษย์พี่” เหลือบมองเหนียนซูหยวนแวบหนึ่ง เห็นอีกฝ่ายวางท่าทางภูมิฐานเปี่ยมจรรยายิ่งส่งเสริมให้ศิษย์น้องเปิดปากพูด“ดุจดั่งคู่์สร้าง ผู้หนึ่งฉลาดอนาคตไกล อีกคนงดงามปานนางฟ้านางเซียน”แม้กระดากอายแต่ก็พ่นถ้อยคำไม่หยุด
“เ้าช่างพูดช่างจำนรรจายิ่งมิทราบว่าเ้า...แซ่อะไร” จางเหรินดีใจไปสามวันจนนอนไม่หลับแน่นางพึงใจบัณฑิตเหนียนซูหยวนมาเนิ่นนานทว่าอีกฝ่ายสงวนท่าทีไม่เปิดใจครั้นได้ยินเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องของเขาเอ่ยเย้าหยอกทั้งบุรุษแซ่เหนียนไม่ได้ปรามพวกเขาหัวสมองคุณหนูจวนนายอำเภอหลงเข้าข้างตัวเองไปแล้วว่าบัณฑิตหนุ่มยอมรับในตัวนาง
“ผู้แซ่.../พี่หยวนมีคนจากหอโคมเขียวมาหาพี่รออยู่ข้างล่าง” จังหวะช่างประจวบเหมาะเจาะขณะศิษย์น้องกำลังจะบอกชื่อแซ่เพื่อหวังให้คุณหนูใหญ่จางฝากเข้าทำงานเป็ลูกน้องนายอำเภอจางกลับมีศิษย์ร่วมสำนักคนหนึ่งเดินขึ้นมาชั้นสองแหกปากะโเสียงดังลั่นกลบเสียงเขาเสียทั้งหมด
“...”เหนียนซูหยวนนิ่วหน้า ตวัดสายตามองศิษย์ร่วมสำนักผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจ ตนเป็บัณฑิตจวี่เหรินสูงส่งปานนี้ถูกเหล่าสหายร่วมสำนึกได้ยินประโยคเมื่อครู่ใช้แววตาบ่งบอกถึงความรังเกียจมองมาพลันรู้สึกไม่เป็ธรรม
“เข้าใจผิดหรือไม่ข้าไม่เคยยุ่งเกี่ยวหอโคมเขียว เดินผ่านยังไม่เคย” บัณฑิตหนุ่มตั้งสติครู่หนึ่งปรับสีหน้าท่าทางเกรี้ยวกราดให้เป็ปกติแล้วโต้แย้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“นั่นนะสิเ้าพูดพล่อยๆ” ความขุ่นเคืองคุณหนูใหญ่จางเหรินพุ่งสูงขึ้น นางโมโหควันออกหูยิ่งกว่าเหนียนซูหยวนเสียอีกบัณฑิตที่นั่งข้างกายผู้นี้เป็ว่าที่ท่านเขยมิอาจมีประวัติแปดเปื้อนด่างพร้อยจะเที่ยวหอนางโลมโคมเขียวได้อย่างไร ใบหน้านางแดงก่ำทันควันถลึงตามองผู้มาส่งข่าวด้วยดวงตาวาววับแทบลุกเป็ไฟ
ศิษย์ร่วมสำนักใอึ้งชั่วขณะ เขามาร่วมงานเลี้ยงสายพอมาถึงจะก้าวขึ้นชั้นสองพลันมีบุรุษหนุ่มร่างกำยำสามคนขวางหน้าเอาไว้แล้วฝากถ้อยคำให้เ้าของงานเลี้ยงเขาผิดตรงไหนเพียงทำตัวเป็พิราบสื่อสาร “ไม่ใช่ๆ ใจเย็นก่อน” โบกไม้โบกมือแก้ต่าง“ข้าได้รับการไหว้วานมาแบบนี้จริงๆ ไม่เชื่อก็มาดูกันได้”ชี้นิ้วลงไปยังบานประตูทางเข้าเบื้องล่าง
ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ใจอิจฉาเหนียนซูหยวนอยู่ก่อนแล้วเห็นเป็เื่น่าสนุกหยัดกายลุกขึ้นพากันชะโงกหน้ามองเบื้องล่างการได้ฉีกหน้าบัณฑิตแซ่เหนียนอวดดีสักครั้งคงสำราญใจยิ่งทำตัวสูงส่งราวดอกบัวขาวบริสุทธิ์ดีนัก ‘แค่ดวงดีสอบผ่าน’ กลับเหยียบย่ำหัวศิษย์พี่ศิษย์น้องให้จมดินขอช่วยสอนตำรามัวแต่ทำท่าเย่อหยิ่งทระนงไม่ยอมบอกเคล็ดลับ ความชิงชังนี้แทบฝังลึกในใจศิษย์ร่วมสำนักแทบทุกคน
ยกเว้น“พี่หยวน...เอ่อ พวกเขาใช่คนคุมหน้าหอโคมเขียวจริงๆ”ศิษย์น้องคนหนึ่งที่ชื่นชมบัณฑิตคนเก่งจากใจจริงเอ่ยขึ้นหลายคนในงานเลี้ยงก้มหน้าซ่อนประกายตาหยัน มุมปากกระตุกสะใจที่เหนียนซูหยวนถูกกระชากหน้ากาก
ทว่าจังหวะนั้นจางเหรินไม่อาจยินยอม“เ้าลงไปสอบถามดูสิ สุนัขสามตัวนั้น้าสิ่งใด” นางสั่งสาวใช้คนสนิทจัดการ“พี่หยวนไม่ต้องกังวล มีข้าอยู่ทั้งคนไม่มีใครใส่ความท่านได้ทั้งนั้น”พูดเสร็จก็ไล่สายตามองแต่ละคนในงานเลี้ยงอย่างเอาเื่
งานคืนนี้คุณหนูใหญ่ควักกระเป๋าจ่ายร่วมห้าสิบตำลึงเงินและกำชับกำชาห้ามผู้ใดบอกกล่าวเหนียนซูหยวนว่านางเป็ผู้อยู่เื้ัเช่นนั้นบัณฑิตป้ายแดงจึงจ่ายเพียงแค่ส่วนน้อยทว่ามีหรือคนฉลาดเยี่ยงบุรุษแซ่เหนียนจะไม่รู้เพราะเขารู้เต็มอกบุตรีนายอำเภอพึงปรารถนาตนเองถึงเลือกเหลาสุรามีชื่ออันดับหนึ่งของอำเภอจัดเลี้ยงฉลองสร้างภาพลักษณ์บัณฑิตผู้มีใจเผื่อแผ่ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลาย
ตามหลักแล้วครอบครัวเหนียนไม่มีเบี้ยอัฐเพียงพอจะก้าวย่างเข้าเหลาสุราแห่งนี้ด้วยซ้ำ
ศิษย์ร่วมสำนักแต่ละคนหน้าจืดเจื่อนทยอยกลับมานั่งไม่มีใครกล้าพูดถึงเื่นี้อีก พริบตาต่อมาเสียงครึกครื้นดังเช่นเดิม
เหนียนซูหยวนท่าทางชะงักค้างคิ้วกระบี่ขมวดบางๆ สิ่งที่คุณหนูใหญ่จางเหรินกระทำแม้นจะเป็การปกป้องชื่อเสียงของเขาแต่กลับทำให้สะทกสะท้อนรู้สึกเสียใจชายชาตรีไม่ชอบที่สุดย่อมเป็การให้สตรีออกหน้าแทนเขาก้มหน้าลงไม่แม้จะกล่าววาจาสักประโยคเดียว ทำท่าเฝ้ารอสาวใช้นางนั้นมารายงานปล่อยจางเหรินพล่ามยาวเหยียดไร้สาระข้างหู
ไม่นานสาวใช้ก็พรวดพราดวิ่งหน้าตั้งขึ้นชั้นสองมา “บัณฑิตเหนียนสามคนนั้นบอกว่าสตรีกำพร้าแซ่หลี่ป่วยตอนนี้อยู่โรงหมอเ้าค่ะ”กล่าวเสียงไม่ชอบใจอยู่บ้างเหงื่อผุดขึ้นเต็มจมูกเผยให้รู้นางรีบร้อนระคนตื่นเต้นขนาดไหนยิ่งดวงตาที่สบประสานกับนายหญิงของตนยิ่งแสดงการดูแคลน สาวใช้เบะปากคว่ำ
สตรีกำพร้าแซ่หลี่...