ตอนที่ 22 กวาดล้างและอิสระ
ร่างเงาสายหนึ่งพลิ้วไหวท่ามกลางป่าไม้ ร่างสีเงินเปล่งประกายในความมืดแต่แปลกที่ไม่แม้แต่จะมีใครพบเจอเขา
หลังจากที่ซินคุยกับคุณยายที่เป็แม่มดเสร็จแล้วเขาก็ออกเดินทางมารังโจรทันทีแบบไม่รีรอเพราะว่าเขา้ากำลังพลแบบด่วน ๆ ในการจัดการเื่ต่าง ๆ
“ขุนพลของเราตอนนี้ยังไม่พอ เมื่อระดับของเราเพิ่มขึ้นมาแล้วเราน่าจะสามารถรับขุนพลเพิ่มขึ้นมาได้บ้าง”
ซินคิดระหว่างที่เขากำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง ถ้ามองผ่าน ๆ ก็จะเห็นเป็ แสงสีเงินท่ามกลางความมืด เขาไม่แน่ใจว่าลิมิตของขุนพลที่เขาอัญเชิญได้นั้นเท่าไหร่ แต่ถ้าจำไม่ผิดเซมบอกว่าศิลาอัญเชิญสีรุ่งนั้นมีพลังมากกว่าศิลาอัญเชิญสีทองสิบเท่า ถ้าเป็แบบนั้นเท่ากับว่า เขาจะสามารถ มีขุนพลสี ทองได้สิบตัว หรือ ขุนพลอื่น ๆ ได้อีกจำนวนมาก
แต่นั้นมันไม่ใช่เหตุผลที่เขาเล่าเื่นี้ แต่มันเป็เพราะเขาต้องคำนวณขุนพลที่จะต้องใช้ การมีขุนพลมากเกินไปไม่ใช่เื่ดี แถมเขาไม่สามารถมีขุนพลได้เกิน 100 ช่อง ซึ่งตอนนี้เซมกินไปแล้ว 10 ช่อง ซินเหลือเพียง 90 ช่อง
เขาต้องจัดสรรช่องที่เหลือและขุนพลที่จะรับเขามาอย่างมีสติ แม้ว่าตอนนี้เขาจำเป็ที่้าขุนพลมาก ๆ แต่เขาก็ไม่อยากที่จะเอาขุนพลไร้ประโยชน์เข้ามากินทรัพยากร
อย่างที่บอกเกมวอร์เป็เกมาในโลกนี้ย่อมมีทรัพยากรที่จำกัด ถ้าเกิดตัดสินใจพลาดไปแล้วครั้งหนึ่งสิ่งที่สร้างขึ้นมาอาจหายไปในพริบตาเลยก็ได้
บางครั้งบางคนอาจบอกว่าถ้ามันล่มก็แค่ลุกขึ้นมาใหม่สิ ใช่พวกเขาพูดถูกแค่ลุกขึ้นมาใหม่ถ้ามีคำว่า ‘โอกาส’ แต่ภายในโลกแห่งความจริงนี้สิ่งที่เรียกว่า ‘โอกาส’ มันเป็สิ่งที่ไม่ได้พบเจอบ่อยขนาดนั้น
ฉะนั้นซินจึงไม่หวังพึ่งโชคชะตาของตัวเองมากนักแต่เป็ตัวของเขาเอง ที่ต้องพึ่งตัวเอง ตัวเขาเท่านั้น
หลังจากที่เดินทางมาเกือบสามกิโลเมตรซินก็เห็นค่ายโจรขนาดเล็กอยู่ข้างหน้าหนึ่งค่าย ค่ายนี้ชูธงรูปแมงป่องแดงอย่างโจ่งแจ้ง
“พวกนั้นไม่กลัวทางการไล่ฆ่าหรือยังไงนะ” ซินได้แต่สงสัย แต่เขาก็พอจะเข้าใจแหละว่าตอนนี้มันเป็่อวดอิทธิพลของตนเอง
การที่ทางการจะส่งทหารมา่นี้และมาจัดการกับพวกขยะพวกนี้นั้นเป็ไปแทบไม่ได้เลย พวกเขาย่อมเห็นอำนาจของตนเองมาก่อนประชาชนอยู่แล้ว
ซินมองพวกมันด้วยสายตาเฉยชาก่อนที่จะลอบเร้นเข้าไปข้างในได้อย่างง่ายดาย ซินนั้นมีทักษะหนึ่งที่เขานั้นคิดค้นขึ้นมาเองหลังจากได้หนังสือพื้นฐานพลัง คือ ทักษะ ‘การตรวจจับ’ ซึ่งเป็แค่ทักษะง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้เขาคิดว่าอย่างนั้น โดยวิธีการก็แค่ปล่อยพลังออกไปเสี้ยวอย่างรวดเร็วและเบาบางจนคนธรรมดาไม่สามารถรู้สึกได้
คล้าย ๆ กับการปล่อยคลื่นเสียงโซนิคของค้างคาวในการตรวจหาหรือมองเห็นวัตถุต่าง ๆ คลื่นพลังของเขาที่ปล่อยออกไปนั้นคนธรรมดาหรือผู้ที่อยู่ในระดับเท่ากันหรือต่ำกว่าจะััไม่ได้
เมื่อเขาใช้ออกไปพลังงานใส ๆ ที่มองไม่เห็นก็กระจายออกไปเป็วงกว้างรอบตัวเขา ทำให้ซินสามารถระบุจำนวนคนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ทั้งหมด การกระทำแบบนี้ถือว่าเป็เื่ที่ดีมากสำหรับเขาในการสอดแนมอีกฝ่าย
ตอนนี้ภาพในหัวของเขาไม่ต่างจากค่ายโจรข้างหน้าในรูปแบบสามมิติ ซินมองดูเหล่าโจรที่เป็ยามนอนหลับด้วยความสมเพชในใจ
“เ้าพวกนี้หวังว่าจะยึดครองทางใต้ของอาณาจักรหรือเปล่านะ ถ้าเป็แบบนั้นจริง ๆ ผมต้องผิดหวังมากแน่ ๆ ” ซินได้แต่กล่าวอย่างหัวเสีย
การกระทำหลาย ๆ อย่างของพวกมันเหมือนกับว่าจะสามารถยึดครองทางใต้ของอาณาจักรได้อย่างง่ายดาย แต่พอมาเห็นตัวตนของพวกมันแล้วก็คิดว่าเป็แค่โจรปล้นรถสินค้าแค่นั้นก็ดีแล้วแหละ
ซินส่ายหัวเบา ๆ ก่อนที่จะปีนขึ้นไปบนกำแพงด้วยความเงียบเชียบและรวดเร็วก่อนที่จะจับล็อกคอยามที่ยังตื่นอยู่และจับหักคออย่างรวดเร็วจนโจรผู้นั้นยังไม่รู้ตัว
เขาทิ้งซากศพโจรคนนั้นเอาไว้ข้างหลังก่อนจะนำมีดสั้นที่เหน็บอยู่ตรงเอวศพโจรผู้นั้นแทงคอชายวัยกลางคนที่หลับอยู่บนเก้าอี้อย่างเืเย็น
ซินปรายตามองอีกฝ่ายก่อนที่จะเริ่มการสังหารหมู่ไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ วิธีการฆ่าของเขานั้นแม้ไม่แตกต่างจากเดิมมากนักแต่เรียกได้ว่าโหดร้ายและเป็วิธีที่ดีที่สุดในการลอบสังหาร
ร่างกายของซินไม่มีแม้แต่หยดเืสักหยด แต่กลับมีจิตสังหารที่เล็ดรอดออกมาจากร่างกายของเขาเป็ระยะ ๆ
“อ่า ไม่ดีเลยนะครับเนี้ย ผมคงต้องฝึกอีกเยอะเลย” ซินกล่าวออกมาก่อนที่จะเปิดผ้าม่านคุมเต้นผู้นำค่ายอย่างช้า ๆ
ในนั้นกลับมีร่างของชายวัยกลางคนที่มีหนวดเคารุงรังนั่งอยู่พร้อมกับดื่มเหล้าหยอกเย้านารีไปด้วย
ทว่าหญิงสาวที่เขาหยอกเย้านั้นมีทั้งปลอกคอทาสบ้างและไม่มีบ้าง ร่างกายของผู้หญิงบางคนเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยน้ำสีขาวขุ่นนอนอยู่กับพื้นไม่ได้สติ
เขามองภาพนั้นด้วยสีหน้ารังเกียจก่อนที่จะมองชายวัยกลางคนที่ยังไม่สนใจการมาของเขาด้วยสายตาสมเพช
“อ่าว ฮ่า ๆ ๆ ๆ มีหญิงสาวมาอีกคนแล้วอย่างนั้นเหรอมาพอดีเลย ยัยพวกนี้ใช้การไม่ได้เื่เลย ฮ่า ๆ ๆๆ ” ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นอย่างหื่นกระหายเมื่อมองเห็นซิน
แม้ว่าตัวของเขาจะสวมหน้ากากพรางตัวแต่ก็ยังไม่สามารถปกปิดเสน่ห์ของเขาให้ไม่เล็ดรอดออกมาได้
ซินเดินเข้าไปใกล้ชายวัยกลางคนอย่างช้า ๆ ก่อนที่จะสับลงบนอวัยวะของเขา
“อ๊ากกกกกกกกกกกก” ชายวัยกลางคนที่อวัยวะถูกตัดขาดดิ้นทุรนทุรายด้วยความเ็ป
หญิงสาวที่ใกล้เขาต่างกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว จนซินมองไปยังดวงตาของหญิงสาวอย่างปลอบโยน
“ไม่ต้องกลัวนะ ผมมาช่วยพวกคุณ ช่วยหลับตาสักหน่อยนะครับพี่สาวเดี๋ยวก็จบแล้ว” ซินกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบาและโอนโยนอย่างกับสายน้ำร่างกายของหญิงสาวราวกับต้องมนตร์สะกดพวกเธอหยุดสั่นและเชื่อฟังซินอย่างโดยดี
ซินมองหญิงสาวที่ตกอยู่ในเสน่ห์ของเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนที่จะควบคุมพลังของตนทำให้พวกเธอสลบและล้มลงกับพื้นทีละคนโดยไม่สนใจเสียงของชายวัยกลางคนที่กรีดร้องเลย
เขามองไปยังร่างหญิงสาวคนสุดท้ายด้วยสายตาเศร้าสร้อยเล็กน้อยก่อนที่จะใช้เวทมนตร์ของตนชะล้างร่างกายของหญิงสาวก่อนจะสวมเสื้อผ้าให้นาง
เมื่อจัดการเื่ผู้หญิงทั้งหมดแล้วเขาก็มองไปยัง ร่างของชายวัยกลางคนอีกครั้ง ร่างนั้นพยายามลุกขึ้นจากพื้นก่อนจะหยิบอาวุธประจำกายของเขาขึ้นมา
“แก ใครส่งแกมากัน พวกหน่วยที่หนึ่งหรือหน่วยที่สอง” ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นมาพร้อมกับเอาขวานของตนพยุงตัวเองขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบาก
“อาวุธสีฟ้า ผมว่ามันดีเกินไปสำหรับคุณนะ” ซินกล่าวออกมาไม่สนใจคำถามของชายวัยกลางคนแม้แต่น้อย
“ข้าถามว่าใคร- อ๊ากกกก”
ไม่ทันที่เขาจะได้กล่าวจบแขนของเขาก็ร่วงลงกับพื้นทันที
“ผมไม่จำเป็ต้องบอกนายหรอกนะ” ซินกล่าวออกมา เขาคิดว่าน่าจะเป็คำกล่าวสุดท้ายที่หัวหน้าคนนั้นได้ยินเพราะดวงตาของเขานั้นดูเหมือนว่าจะกลายเหมือนศพเสียแล้ว
“ผมต้องไปอีกกี่ที่เนี้ย เฮ้อ” ซินกล่าวออกมาก่อนที่จะมองท้องฟ้าด้วยสีหน้าเหน็ดเหนื่อย
ร่างของผู้หญิงทั้งหมดถูกเขานำออกมาด้วยซินนำพวกเธอไปพิงไว้ที่ตรงต้นไม้ก่อนที่จะสร้างเขตคุ้มครองเล็ก ๆ ปกป้องพวกเธอไว้ไม่ให้พวกมอนสเตอร์เข้ามาจู่โจม
ทันทีที่จัดการเสร็จเขาก็เดินทางไปจัดการเป้าหมายที่เหลือต่อทันทีโดยที่ไม่ทำให้เสียเวลา
เวลาผ่านไปยามเช้ามายื่นร่างกายของผู้หญิงนับยี่สิบคนสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝันที่โหดร้าย พวกเธอหวาดกลัวพวกเธอตัวสั่นและมองหน้ากันด้วยความสงสัยว่าเื่เมื่อคืนนั้นเป็ความฝันหรือความจริงกันแน่
“เื่เมื่อคืนไม่ใช่ความฝันหรอกค่ะ” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทำให้พวกเธอตื่นจากภวังค์ทันทีพร้อมกับสั่นกลัวอย่างสุดชีวิต ไม่เพียงไม่กี่คนที่พอมีสติป้องกันตัวเองด้วยทุกอย่างที่มี
“ดิฉันคิดว่าคงต้องกล่าวให้ทุกคนผ่อนคลายอีกครั้งก่อนเพราะว่า เ้านายของดิฉันได้ช่วยพวกคุณออกจากที่แห่งนั้นมาแล้ว” เซมกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความปลอบโยนอยู่เล็กน้อย
จนหญิงสาวทั้งหมดหลั่งน้ำตาด้วยความยินดี พวกเธอไม่เคยคิดเลยว่าพวกเธอจะสามารถออกจากนรกแห่งนั้นมาได้
“พวกเราเป็อิสระแล้วอย่างนั้นเหรอคะ?” หญิงสาวผมแดงคนหนึ่งถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช่พวกคุณเป็อิสระแล้ว”
ทันทีที่สิ้นเสียงของเซมพวกนางก็ร้องไห้ออกมาอย่างไม่สามารถที่จะอดกลั้นได้
“พวกเราจะปลอดภัยจากพวกมันแล้วใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
“ฮึก ๆ ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณจริง ๆ ”